LOGINบทพิศวาสคลั่งไคล้ของเขา ทำเธอใจละลาย
-------------------------------------------
วัลภาแม่ของสุราชได้ติดต่ออัญชนาหลายครั้ง จนในที่สุดหญิงสาวขอปรึกษากับแม่อัญญาอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
“แม่คะ... หนูไม่รู้จะยังไงดี ขอบททดสอบก่อนทำสัญญาแต่งงานดีไหมคะ” เธอยื่นข้อเสนอ
“ลองคุยกับคุณป้าเบลดูก็ได้ แม่เคยได้ยินมาว่าก่อนแต่งงานกับสามี เธอเคยทำข้อตกลง เผื่อได้ข้อแนะนำอะไรก่อนตัดสินใจ แม่เข้าใจหนูนะ...”
“แล้วคุณพ่อล่ะคะ ว่ายังไงบ้าง” เธอกังวลต่อความรู้สึกของพ่ออรรถพล
“คืนนี้ลองปรึกษาคุณพ่อดูนะลูก แม่คุยก่อนหน้านั้น ท่านบอกว่าทำไมต้องไปบังคับลูก” อัญญาถอนหายใจ
กังสดาลได้ไปปรึกษากับวัลภาแม่ของชายหนุ่ม เธอได้รับข้อความจากอัญชนาว่าขอบททดสอบ ลองให้เวลาพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันก่อนทำสัญญาตกลงแต่งงาน
“เบล... เข้าใจทั้งสองคน...พวกเขายังไม่รู้จักกัน จะให้ไปอยู่ด้วยกัน จะลำบากมากในการปรับตัวเข้าหากัน” กังสดาลกังวลใจแทนพวกเขาทั้งคู่
“ก็อย่างที่หนูอัญเสนอมาก็ดีนะ ฉันว่าให้เธอลองไปทำความรู้จักกับสุราชก่อน แล้วหนูอัญเสนอยังไงบ้างล่ะ”
“เธอจะไปลองดูแลเขาสักหนึ่งอาทิตย์ คุณภาลองไปถามลูกชายดูก่อนว่า ตกลงไหม” กังสดาลเห็นสมควรในข้อตกลงนี้
สุราชยอมให้อัญชนาไปดูแลที่ห้องพักในโรงแรมซึ่งเคยนัดเดตกันครั้งแรก การพบกันครั้งที่สองนี้ ทั้งสองเริ่มคุ้นเคยกันมากกว่าครั้งแรก
“เชิญครับ... ผมรบกวนคุณหน่อยนะ” เขาเอ่ยขึ้นขณะเปิดประตูห้อง
อัญชนายกมือไหว้เขาตามธรรมเนียม เธอไม่อยากให้การพบกันครั้งนี้กลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ดี
“ไม่ต้องไหว้ก็ได้ ผมไม่ซีเรียส”
“ทำตามธรรมเนียมค่ะ... วันนี้จะให้ฉันทำอะไรบ้าง นอกจากมาคอยนั่งเฝ้าคุณ”
“คุณมีวิธีช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้ผมไหม”
“ไม่มีค่ะ...” เธอปฏิเสธตรงๆ ไม่ได้เตรียมตัวก่อนมา เพราะไม่ได้รับข้อมูลว่าต้องทำอะไรบ้าง
“ไม่เป็นไร... คุณนั่งดูทีวี หรือ ทำอะไรก็ได้ ตามใจคุณ” เขาหรี่ตามองเธอ ในแววตานั้นอัญชนาเห็นเส้นบางๆ ระหว่างเขาและเธอ เริ่มมีความอบอุ่นมากขึ้นกว่าครั้งแรกที่ได้เจอกัน
หญิงสาวนั่งกดมือถือเปิดหาข้อมูลเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมองที่กระทบกระเทือนจนขาดความทรงจำไปชั่วคราว
“เอ่อ...คุณ เราลองช่วยกันทำอาหารดีไหม” เธอเสนอชายหนุ่ม
“ดีเลย...บ่ายนี้ กินอะไรดี เสนอหน่อย” เขาไม่ชอบกินข้าวเที่ยง
“ผมตื่นค่อนข้างสาย มื้อเช้ากับเที่ยง เป็น brunch รวมกันเลย บ่ายสักสี่โมงเย็นผมจะกินอาหารว่าง คุณเสนอมาเลย”
“เราทำเกี๊ยวดีไหม...”
“ผมไม่ชอบอาหารมัน เผ็ด เปรี้ยว เค็ม”
“โห... ชอบแบบจืดสนิทเลยเหรอ”
“ปอเปี๊ยะสด...ชอบไหมล่ะ” อัญชนาเปิดรูปจากมือถือให้เขาดู
“spring rolls แบบนี้โอเค” เขายักคิ้วให้เธอ ชายหนุ่มอารมณ์ดีทีเดียว
“งั้นฉันขอลงไปซื้อของสดก่อน” เขายื่นบัตรเครดิตให้อัญชนาเอาไปใช้แทนเงินสด
“เอ่อ... คงไม่แพงเท่าไหร่... ฉันออกให้ได้” เธอพยายามคืนบัตรไปให้ แต่เขายังยัดเยียดยื่นกลับไปให้เธอ
“อย่าคิดมาก ผมไม่คิดทั้งต้นทั้งดอก...” อัญชนาสะดุ้งเมื่อได้ยินคำนี้ มันเหมือนไปสะกิดแผลวันนั้นที่เธอปะทะกับเขา แสดงว่าความจำของเขายังมีคำเหล่านี้อยู่
“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจ จ้องหน้าเขา ชายหนุ่มคงนึกขึ้นได้
“เอ่อ...ผมขอโทษ” เขาจับมือหญิงสาวลูบฝ่ามือเบาๆ ปลอบใจ เธอคิดว่าธาตุแท้ของคนเราคงมีทั้งเลวและดี ถ้ารู้จักขอโทษ ถือว่ามีส่วนดีอยู่บ้าง
อัญชนาหายไปเกือบสองชั่วโมง เธอเพลิดเพลินกับการชอปปิ้ง ซื้อของสดและเครื่องปรุงมาลอตใหญ่ หอบหิ้วขึ้นมาวางลงหน้าประตูห้องพักก่อนกดกริ่ง
“รอครึ่งชั่วโมงได้ไหม...” เสียงของเขาดังออกมาตรงกล่องกดกริ่ง
“เอ่อ...” เธอ...งง ในที่สุดเอาของทั้งหมดวางกองตรงหน้าประตู เธอกดลิฟต์ลงไปชั้นล่างที่รีเซฟชั่น สั่งให้แจ้งแม่บ้านช่วยมาขนไปฝากไว้ตรงห้องแม่บ้านที่ชั้นนั้นก่อน
ครึ่งชั่วโมงต่อมาเธอกดลิฟต์ขึ้นไปที่ห้องพักอีกครั้ง สุราชเปิดประตูให้เธอทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่ง แต่อัญชนาสะดุ้งเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ แล้วหันมายิ้มให้ถามสั้นๆ ก่อนจะเดินไปที่ประตูซึ่งเปิดค้างอยู่
“พรุ่งนี้กี่โมงคะ คุณราช”
“ไว้อาทิตย์หน้าผมติดต่อไป...” เขาพยักหน้าให้เธอก่อนประตูจะถูกดันปิดเข้ามา
ชายหนุ่มหันมาที่เธอ ดูกระตือรือร้นมาก...
“มา...เริ่มกันเลยดีไหม แม่บ้านเอาของที่คุณซื้อทั้งหมดมาส่งแล้ว อยู่ตรงนั้น”
“ค่ะ...” หญิงสาวสงสัยพฤติกรรมของเขา ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เขาใช้บริการแบบนี้ด้วยหรือ จะถามคงดูไม่สมควร เพราะเธอยังเป็นแค่คนนอก
“คุณช่วยล้างผักสดทีนะ...” เธอหันหลังไปเตรียมปรุงอาหาร...และเอ่ยขอให้เขาช่วย
“ผมขอเปลี่ยนชุด... 15 นาทีจะมาช่วย” เขาหายเข้าไปในห้องนอน สักพักได้กลิ่นน้ำยาอาบน้ำหอมโชยออกมา พร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่เขากำลังเช็ดผมอยู่
“มา ...ถึงไหนแล้ว”
“ฉันล้างผัก แช่น้ำยาไว้ คงได้แล้วล่ะ คุณเอาออกมาใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ”
เขาก้มลงมาใกล้ซอกคอเธอ จนได้กลิ่นโคโลญจน์ เขาคงชอบใช้กลิ่นหอมเพื่อไว้ยั่วยวนสาวๆ
“อืม... วันนั้นที่เราเจอกันครั้งแรก แม่ผมเล่าว่าเราทะเลาะกัน” เขาคงอยากรื้อฟื้นความทรงจำ
“แล้วคุณจำอะไรได้บ้าง...ล่ะ” อัญชนาหันหน้ามาเกือบปะทะหน้าอกเขา
“ไม่เลย... ไว้ทำอาหารเสร็จ เล่าให้ผมฟังตอนกินดีกว่า” เขายิ้มให้เธอ
หญิงสาวหันกลับไปหั่นผักเตรียมไว้เพื่อเป็นไส้ และเอาแผ่นแป้งมาม้วนห่อ ไส้ผักโขมกับไส้กรอกหั่นเป็นลูกเต่าและผักกาหอมม้วนรองแผ่นแป้ง สุราชช่วยม้วนแผ่นแป้งโดยอัญชนาตักเครื่องที่ปรุงสุกลงไปให้เขาจัดการม้วนจนเสร็จ บางท่อนก็ไม่สวยแต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยอาจช่วยรื้อฟื้นควาทรงจำให้กลับคืนมาได้บ้าง ขณะได้ลงมือทำกิจกรรมต่างๆ
“แล้วน้ำจิ้ม... dip คุณปรุงแล้วเหรอ” เขาหันซ้ายหันขวามองหา
“ไม่คะ... ซื้อมาเป็นขวด เผื่อจิ้มอย่างอื่นได้ด้วย” เธอยิ้มให้เขา
สุราชชงชาเขียวร้อนๆ มายื่นให้ เขามองจ้องหน้าเธอ
“ผมว่า วันนั้นเราดื่มชาเขียวกันที่นี่ไหม” เขาพยายามรื้อฟื้นความจำ
“ไม่ค่ะ... เอ่อ คุณไม่ได้เสิร์ฟน้ำอะไรฉันเลย ฉันไม่ได้หิวด้วย แค่รอคุณ...ทำกิจกรรมบางอย่าง”
“ผมทำอะไร... นึกไม่ออกเลย”
“เอ่อ... เรื่องส่วนตัว พูดไม่ได้”
“ผมทำอะไรเรื่องส่วนตัว... ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เขาหัวเราะขึ้นมา แล้วเงียบไป
“คุณป้าบอกผมว่า เราไปเต้นรำกันที่คลับ”
“ใช่... คุณชวนฉันไป แต่คุณมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งไปด้วย”
“งั้นสิ... ผมว่าต้องเป็นนิชารัตน์ ที่เคยมาเยี่ยมผม ตอนนี้เธอไม่เห็นมาหาผมเลย”
เขาพูดราวกับเรื่องราวนั้นเป็นแค่ความฝัน ไม่ได้มีอารมณ์ความรู้สึกใดใดกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“คุณจำเรื่องเดิม สมัยเด็กๆ ได้ไหม...”
“ได้สิ... ผมชอบไปเที่ยวสวนสนุก ผมเคยเรียนยิงปืนสั้น”
“งั้นเรื่องสมัยเด็กจำได้กี่เปอร์เซ็นต์”
“ผมไม่เข้าใจ...” เขาจ้องตาเธอ
“ประมาณว่า จำได้กี่เรื่อง”
“แค่นั้น...”
“แล้วเรื่องที่ผ่านมาเมื่อปีที่แล้ว คุณจำอะไรได้บ้าง” เธอพยายามช่วยรื้อฟื้นความทรงจำ
“ผมจำได้ว่าอยู่ปารีสกับผู้หญิงคนหนึ่ง คง...นิชารัตน์”
“แค่นั้นหรือ...” เธอยังถามต่อ
“อืม... ผมชอบเธอ very romantic…” เธอจ้องหน้าเขาในใจไม่อยากถามต่อ เขาคงอยากเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น
“ผมกับคุณ...เราเคย sleep together… right?” เขาพูดภาษาอังกฤษ แสดงว่าทักษะภาษายังได้อยู่ ทั้งภาษาไทยด้วย
“No… ไม่ค่ะ... เราเพิ่งพบกันวันนั้นที่นี่ แล้วคุณก็ประสบอุบัติเหตุคืนนั้น” เขาได้ยินประโยคนี้ สีหน้าเครียด เอามือสองข้างยกขึ้นกุมขมับ
“เป็นอะไร...ปวดหัวหรือเปล่า” อัญชนาตกใจ ยืนขึ้นเอาฝ่ามือคลึงบริเวณท้าทอยของเขา
เสียงของสุราชพึมพำเบาๆ เหมือนกำลังเบาสบาย ลมหายใจถี่ๆ ในตอนแรกเริ่มผ่อนคลาย อัญชนาเอานิ้วมือทั้งสองข้างบีบนวดเส้นบริเวณต้นคอเบาๆ ไล่คลึงขึ้นไปจนถึงกลางกระหม่อม
“อืม...อืม very hot… very horny ร้อนมาก” เขาหลับตาพริ้มเอามือของเขาจับมืออัญชนาที่กำลังคลึงศีรษะอยู่มาลูบไล้ และคว้าเอวของหญิงสาวเข้ามากอดเอาฝ่ามือซ้ายลูบไล้แผ่นหลัง
“อย่า...อย่า ฉันไม่ได้...ให้..คุณทำ...อะไร...นะ” เสียงเธอเบา ขาดเป็นช่วงๆ
“very hot…. Come on … enjoy!!! my babe…” สุราชหวนนึกถึงความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนหนึ่งขณะอยู่ที่ปารีส
เขาโลมไล้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าจนเธออ่อนระทวย เสียงหอบกระเส่าของเธอทำให้เขายิ่งอยากเริ่ม foreplay
“Please be with me tonight… อยู่กับผมคืนนี้นะ” เขาร่ำร้องอย่างเมามัน
“No… ไม่...ไม่ เราไม่เคยมีอะไรกัน อย่านะ...” เสียงกระซิบบางเบาแทบขาดใจของเธออยู่ตรงซอกคอของเขา
“ผมจะให้ความสุขคุณ” ในใจของสุราชกำลังนึกถึงตอนที่กำลังเร่าร้อนกับเธอคนนั้น ผู้หญิงคนที่ยั่วยวนและมอบความสุขให้เขามากมาย จนเขาบอกไม่ได้เลยว่ารักหรือหลงเธอกันแน่
“ผมหลงใหลคุณมาก... ช่วยผมด้วยนะ คืนนี้เราจะ love act before making love เรากระตุ้นกันก่อนค่อยรักกัน” เสียงกระซิบข้างหูทำอัญชนามีอารมณ์ร่วม
สุราชอุ้มสาวน้อยคนนี้ไปที่ห้องนอน เขากำลังคิดถึงอารมณ์รักขณะยังคั่งค้างอยู่ที่ปารีส เขายังไม่ลืมลีลาแสนรัญจวนของเธอคนนั้น ซึ่งทำเอาเขาแทบคลั่งทุกคืน
เขาเริ่มไล่โลมไล้อัญชนาทั่วร่าง สาวน้อยตอนนี้แทบใจละลาย หมดอาการขัดขืนแต่อย่างใด เขานุ่มนวลละเมียดละไมสุดบรรยาย ทำเอาสาวที่ไม่เคยผ่านมือใครเช่นนี้มาก่อน ต้องตามอารมณ์ร่วมไปกับเขาในที่สุด
“คุณชอบแบบไหน...ผมชอบ from behind…” เขาจับอัญชนานอนคว่ำหน้า แล้วจัดการโลมไล้ทั่วบริเวณนั้น จนได้ยินเสียงของหญิงสาวร่ำร้องครวญครางดังขึ้นเรื่อยๆ เขาเมามันกับส่วนนั้นมาก ทั้งโลมไล้เลียจนเธอร้องครางไม่หยุด
เขายกเอวเธอขึ้นเบาๆ แล้วดันสุดหล่อไปเรื่อยๆ จนสุด เสียงอัญชนาร้องสุดเสียง ยิ่งทำให้เขาเมามันเร่งเร้าดุนร่างของเขากระตุ้นหญิงสาว เธอดิ้นเร่าไปมาอย่างรัญจวน
“โอ...แทบ...ขาดใจ” เธอร่ำร้องเบาๆ ขณะที่เขายังขยับร่างอยู่ตรงมุมเตียงอย่างรื่นรมย์
“You make me crazy… คลั่งคุณแล้วล่ะ... เราไปปารีสกันนะ” ขณะที่พูดเขายังร่ำร้องกระแทกกระทั้นด้วยความละมุน ทำเอาอัญชนารัญจวนแทบขาดใจ
ประสบการณ์ครั้งแรกกับชายหนุ่มนักรักอย่างเขา ไม่หลงเหลือความบริสุทธิ์ให้เธออีกต่อไป อัญชนากลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาร่วมรักด้วย หลังจากเขาเริ่มฟื้นตัวออกจากโรงพยาบาล
“คุณปลุกอารมณ์ผมได้ดีมาก much arousing!!!”
กลับมาอยู่ด้วยกันอีก เมื่อวันนั้นที่พร้อม------------------------------------------------ชายหนุ่มสูงโปร่งขายาวมาดเท่ ก้าวออกมาจากด้านในมายังจุดนัดพบภายในสนามบินซิดนีย์ เขากวาดสายตาไปทั่วกำลังมองหาสาวน้อยร่างบอบบาง เธอสัญญาจะมารับเพื่อเห็นหน้ากัน“สุราช... นี่ค่ะ” เสียงสดใสดังขึ้นข้างหลังกลุ่มคนที่มายืนรอรับ แก้มอมชมพูของเธอลอยเด่นมาแต่ไกล“ที่รัก... ไปทำอะไรมา สวยจนผมอดใจไม่ไหว...” เขากระซิบยั่วเธอ ขณะเดินออกไปยังลานจอดรถ บุญมีส่งหลานชายลูกครึ่งมาทำหน้าที่สารถีให้ครึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งคู่มาถึงบ้านพักของลุงวิชพันธ์ซึ่งเป็นมรดกของแม่ท่าน ภูมิทัศน์หน้าบ้านหันหน้าไปยังอ่าวของเมือง ตกกลางคืนเห็นไฟระยิบระยับบนสองฟากฝั่ง“บ้านสวยมาก... ผมยังไม่เคยมาเลย” เขายืนหน้าบ้าน มองเห็นอ่าวไกลสุดตา น้ำทะเลเป็นสีฟ้าเข้มยามบ่ายใกล้พระอาทิตย์ตก สัมผัสได้ถึงลมเอื่อยๆ ต้องผิวน้ำเป็นริ้วๆ สุราชจูบไล้เรียวปากบางของอัญชนาอย่างยั่วยวนตรงหน้าบ้านนานมาก จนเธอเริ่มอึดอัด“เข้าบ้านก่อนนะ... ค่ำนี้ทานสลัดผักอโวคาโด มี spring roll ปอเปี๊ยะสด จำได้ไหม”“ความจำเกี่ยวกับคุณไม่เคยหาย ผมทิ้งอดีตช่วงเลวร้ายไปหมด หมอสะกดจ
ก่อนจากกันไกล ได้หวนมาหาความหวานกันอีกรอบ------------------------------------------------สุราชขอให้อัญชนามาเตรียมตัวที่เรือนทรงไทยสองคืนก่อนออกเดินทาง เขาขออนุญาตคุณปู่ก่อนแล้ว ช่วงเกือบเดือนที่ผ่านมาเขาได้เข้าคอร์สบำบัดรักษาอาการอารมณ์พลุ่งพล่าน ซึ่งที่ผ่านมาส่งผลกระทบทางจิตใจต่อการทำงานและกิจวัตรประจำวันการรักษาระยะเบื้องต้นนี้เขามุ่งมั่นกับมันอย่างเคร่งครัด และอาศัยการควบคุมตนเองด้วยสมาธิบำบัด หมอนิพนธ์ส่งเขาไปฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับพระอาจารย์สายเกจิชื่อดังคนหนึ่งอยู่เป็นระยะ เขาได้ฝึกกำหนดจิตเบื้องต้นแค่ระดับปฐมฌาน แต่สามารถทำให้จิตสงบได้มากขึ้น ระงับอารมณ์แปรปรวน และความคิดฟุ้งซ่านให้อยู่ในภาวะระลึกรู้ไม่ขาดสติ“สุราช...คะ พื้นอารมณ์คุณดีขึ้นมากแล้วนะ” อัญชนาบอกเขา ขณะเขากำลังตัดแต่งต้นไม้ในสวนรอบเรือนทรงไทย“ผมชอบมรดกชิ้นนี้ของคุณย่ามาก...มากกกก” เขาลากเสียงยาว จนเธอขำ“ฉันไม่เคยเห็นคุณทำอะไรแบบนี้มาก่อนจริงๆ นะ ดีใจมากที่ได้เห็นคุณปลูกต้นไม้ อยู่กับธรรมชาติแบบนี้ ฉันรักเรือนทรงไทยนี้มาก ตอนเด็กวิ่งเล่นรอบสวน ได้ยินเสียงคุณย่าเรียกฉันให้ขึ้นเรือนท่าน ให้ไปช่วยร้อยพวงมาลั
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่ได้วางไว้นานแล้ว------------------------------------------------ปู่ประพันธ์รู้เรื่องจากป้ากังสดาลว่า สุราชก่อเรื่องยังหวนกลับไปบังคับอัญชนาให้ไปนอนกับเขาที่ห้องพักในโรงแรม และยังไปมีเรื่องอื้อฉาวถึงในคลับอีลีทของธนูนักการเมืองอาวุโสเสียงริงโทนดังขึ้นขณะเขากำลังจะออกจากร้านอาหาร เดินจับมืออัญชนาไปยังลานจอดรถ เพื่อจะพาเธอไปทำกิจกรรมเร่าร้อนกันอีกในคืนนี้ ข้ออ้างของเขาไม่สมเหตุสมผล เสียงป้ากังสดาลอยู่ในสายสั่งให้เขาพาอัญชนาไปบ้านคุณปู่ ท่านกำลังรอพบคนทั้งคู่อยู่ทันทีที่รถจอดตรงลานใกล้ทางเข้าประตูหน้าของตึกใหญ่ อัญชนาเปิดประตูลงไปก่อน ก้าวไปยืนรอเขาให้ลงมาเพื่อเดินเข้าบ้านพร้อมกัน เธอเดินเข้าไปพร้อมเขาเห็นทุกคนในครอบครัวนั่งอยู่โซฟารับแขก กำลังรออยู่เหมือนเมื่อวันนั้นที่เธอเดินทางมาพบท่านด้วยตนเองสุราชกับอัญชนาไหว้ทุกคนราวกับว่ากำลังมีงานเลี้ยงต้อนรับคนทั้งคู่ ย่าอุมาลุกเดินอย่างเชื่องช้ามาหยุดตรงหน้าสุราช เอ่ยเสียงแหบเบา...“ย่าอยากให้เราอย่าใช้อารมณ์ คุณปู่ท่านจะความดันขึ้น จำไว้นะ”“อัญชนาช่วยรั้งสุราชไว้ด้วย ... นายคนนี้ดื้อรั้นดึงดัน” คุณย่ามีสีหน้าไม่ส
ทั้งเขาและเธอยังถูกคุกคาม...ตามหลอนจากคนในอดีต------------------------------------------------ทันใดนั้นเองมือถือในมือของนางถูกมือหนาตะปบแย่งไปได้ มันถูกเหวี่ยงออกนอกห้องจนแตกกระจายแทบไม่เหลือซาก เขาสั่งให้เด็กหนุ่มพนักงานสามคนมาช่วยกันลากชายหน้าขาวที่กำลังคร่อมหญิงสาวอยู่บนเตียงออกไป เสียงด่าภาษาจีนอย่างหัวเสียดังลั่นห้อง ผู้หญิงในชุดชมพูบานเย็นส่งเสียงกรี๊ดดึงดันไม่ยอมท่าเดียว ขณะถูกเจ้าหน้าที่ดึงตัวออกไปจากห้องเช่นกัน“เลว... ทั้งอดีตผัวฉันและนังหน้าด้านเที่ยวแย่งผู้ชายไปทั่ว นังสารเลว!!!” ไอรินด่ากราด หันมาชี้หน้าสุราช และชี้ไปที่ผู้หญิงบนเตียง แล้วกรี๊ดลั่นจนแสบแก้วหู“หยุดได้แล้ว หยุดปากชั่วขยะแขยง ไปให้พ้น!!!” เขาโมโหตะคอกกลับดังลั่น“อ๋อ... คงเอามันสนุกกว่าใช่ไหม ถึงได้ลืมไอรินคนนี้” นางขึ้นเสียงแหว กรี๊ดอย่างไม่ยอมลดละ“ไปให้พ้น...พ้น ไปซะ...ก่อนผมจะ!!!” เสียงสุราชตะคอก หน้าแดงก่ำโกรธจนตัวสั่น ยกมือค้างอยากตบหน้านางไปสักสิบฉาดขณะถกเถียงกันอยู่นั้นเขากลัวว่าอัญชนาจะอับอาย จึงรีบไปหยิบเอาผ้าห่มขึ้นมา แล้วกระโดดขึ้นเตียงห่มร่างสั่นระริกที่งอตัวอยู่ ขณะกำลังหันไปเหลียวมองยังประ
ทั้งเขาและเธอยังถูกคุกคาม...ตามหลอนจากคนในอดีต---------------------------------------คืนนั้นดร.ปริญและอัญชนาถูกคุกคามตามหลอน ขณะยังคุยกันฟินๆ อยู่นั้น ประตูถูกผลักเข้ามาโดยทั้งคู่ไม่ทันตั้งตัว“Hi… My Angel Un นางฟ้าอัญของผม ทำไมมาอยู่ที่นี่ ... Oh...oh!!! ดร.ปริญ” น้ำเสียงหนุ่มฮ่องกงเยาะหนุ่มไทยข้างเธอ“Why here? ยังไงมาที่นี่ สวัสดีครับ” ดร.ปริญมีสีหน้าแปลกใจ จึงทักทายตามมารยาทไม่กี่วินาทีประตูถูกผลักเข้ามา โทนเสียงสูงเสียดสีแหว...เข้ามาทันที“โห...ต๊ายตาย แม่หม้ายเนื้อหอม เลิกกันยังไม่ถึงอาทิตย์ มาเอาหนุ่มดีกรีดอกเตอร์” แววตาท้าทายดูถูกอัญชนา“ขอโทษนะครับ... เชิญออกไปเดี๋ยวนี้ ห้องนี้วีไอพีนะครับ คนที่ไม่ได้รับเชิญไม่ควรเข้ามาวุ่นวาย” ชายหนุ่มยืนขึ้นปะทะหน้าหนุ่มฮ่องกง จ้องตากันอยู่ชั่วอึดใจ หนุ่มจีนหน้าขาวจึงหันหลังกระชากข้อมือสาวที่ตามเข้ามา ผลักประตูก้าวออกไปกับเสียงลอดออกมาจากไรฟันดังฟุดๆดร.ปริญหันหน้ามายิ้มกับอัญชนา ยกแก้วไวน์จิบต่อ“เราคุยกันถึงไหนครับ...” ชายหนุ่มมีมารยาทมาก“ค่ะ... กำลังถามกันว่า เราเคยมีใครไหมในอดีต”“ผมชอบคุณ...ตรงดี ผู้หญิงบางคนอย่างที่คุณเห็นกับแจ็ค
ความสุขจากการเป็นอิสระ ช่วยฟื้นฟูหัวใจที่อ่อนล้า แม้จะรู้สึกขาดอะไรไปบางอย่างก็ตาม------------------------------------------------อัญชนาได้กลับไปทำงานที่บริษัทประกันภัยของคุณพ่อเต็มเวลา เธอมีความสุขที่ได้เป็นอิสระจากเขา ไม่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ตัดสินใจได้ทันทีว่าจะต้องเดินหน้าต่อไปกับการหาผู้ถือหุ้นรายใหม่เพชรลดาเสนอให้คุณธนูเข้ามาซื้อหุ้นอีกครึ่งหนึ่งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารในสัปดาห์ถัดมา มติของที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ อรรถพล...คุณพ่อของเธอประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท และให้คณะกรรมการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งคนใหม่ในการประชุมครั้งถัดไประหว่างนี้อัญชนาจะช่วยทำหน้าที่แทนคุณพ่อไปพลางๆ แต่ละวันหมดไปกับการประชุมขอรายละเอียดเพื่อผู้บริหารคนใหม่ ซึ่งคุณธนูจะเข้าประชุมครั้งถัดไปในวันศุกร์ที่จะถึง เพื่อลงมติคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งคนใหม่“คุณเพชร... ยินดีด้วยนะคะ คุณกับคุณวิราชได้กลับไปคืนดีกันแล้ว” อัญชนาเอ่ยขึ้นก่อนชวนสาวน้อยหน้าหวาน ที่เข้ามาอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยประธานบริษัท ออกไปกินข้าวมื้อเที่ยงด้วยกันแถวในเมือง“วันนี้ เพชรนัดดร.ปริญมาทานข้าวด้วยนะคะ” เพชรลดายิ้มอย่างเบิกบาน หน้า







