Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-02-15 21:47:46

คำพูดนั้นของหยางห่าวหมิงไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่กลับตกลงในใจของรุ่ยหลินหนักหน่วงกว่าคำใด

“จะจำได้หรือจำไม่ได้ เจ้าก็เป็นหยางรุ่ยหลิน เป็นคุณหนูตระกูลหยางที่ทุกคนรักเสมอ”

ในวินาทีนั้นรุ่ยหลินรู้สึกราวกับมีบางอย่างอุ่นวาบขึ้นกลางอก ความตึงเครียดที่นางแบกไว้เงียบ ๆ ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้คล้ายถูกปลดออกทีละน้อย นางเคยกลัวมากกลัวว่าหากพูดผิด หากทำพลาด หากไม่เหมือนหยางรุ่ยหลินคนเดิมวันหนึ่งความอบอุ่นเหล่านี้จะหายไป แต่คำพูดของพี่ชายทำให้นางเข้าใจเป็นครั้งแรกว่าความรักของตระกูลหยาง ไม่ได้ผูกติดกับความทรงจำไม่ได้ผูกติดกับความสมบูรณ์แบบและไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใด ๆ หยางห่าวหมิงไม่ได้มองนางด้วยสายตาสงสัย ไม่มองว่าเป็นคนแปลกหน้า ไม่เร่งเร้าให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม หยางห่าวหมิงมองว่าถึงรุ่ยหลินจะเปลี่ยนไปอย่างไร น้องเล็กก็ยังคงเป็นน้องสาวไม่ว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เขาก็รักน้องสาวคนนี้เสมอไม่เปลี่ยนแปลง

ดวงตาของรุ่ยหลินร้อนผ่าวแต่ริมฝีปากกลับยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ฝืนไม่ได้ซ่อนอะไร ในใจของนางน้ำผึ้งหญิงสาวจากอีกโลกหนึ่งค่อย ๆ ยอมรับความจริงอย่างสงบ บางทีนางอาจไม่จำเป็นต้องแยกตัวเองออกจากหยางรุ่ยหลิน เพราะในสายตาของคนที่รักนาง นางไม่เคยหายไปเลยตั้งแต่ต้น

“เป็นอย่างไรขนมอร่อยหรือไม่ ตั้งแต่หายป่วยเจ้ากินเยอะขึ้น ดูสิขนมกุ้ยฮวาเจ้าก็กินจนหมด ปกติพามาทีไรเจ้ากินแค่ชิ้นเดียวเอง แต่ก็ดีแล้วล่ะกินเยอะ ๆ จะได้ร่างกายแข็งแรง”

พูดจบห่าวหมิงก็มือลูบหัวน้องสาวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

“เจ้าค่ะพี่สี่ ข้าจะกินเยอะ ๆ เลย แต่ที่จริงข้าก็ทำอาหารทำขนมได้นะเจ้า ช่วงเดือนหนึ่งที่ผ่านมาข้าแอบศึกษาตำราอาหารต่างแคว้นมาเยอะเลย”

“เจ้าไปศึกษาอาหารต่างแคว้นได้อย่างไรกันน้องเล็ก”

“อ เออ...ก็ตำราที่ข้าเคยซื้อไว้เจ้าค่ะ มีอาหารแปลกตามากมาย ไว้วันไหนว่าง ๆ ข้าจะทำให้ทุกคนได้ลองชิมนะเจ้าค่ะ”

“ได้สิ พี่ขอลองเป็นคนแรกเลย”

นางเกือบเผลอหลุดปากดีที่มีไหวพริบดีสามารถหาข้ออ้างมารองรับได้ทัน ไม่เช่นนั้นโดนซักไซ้ไปกันใหญ่แน่ จากนั้นห่าวหมิงก็พารุ่ยหลินเดินทางต่อไปที่สำนักสราญรมย์

สำนักสราญรมย์ ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างหุบเขาและสายน้ำ เป็นสถานที่ที่เมื่อก้าวเข้าไปแล้วผู้มาเยือนจะสัมผัสได้ถึงความสงบ ราวกับโลกภายนอกถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง แนวเขาโอบล้อมสำนักดั่งอ้อมแขน ต้นสนเก่าแก่เรียงรายตามทางหิน

ใบเขียวเข้มไหวเอนตามสายลม เกิดเสียงซู่ซ่าแผ่วเบาไม่ขาดสาย ช่วยกลบเสียงก้าวเท้าและลมหายใจของผู้คน ทำให้ที่นี่ดูราวกับหายใจไปพร้อมธรรมชาติ

อาคารของสำนักเป็นเรือนไม้สีอ่อนหลังคากระเบื้องเขียวหม่น ไม่โอ่อ่าฟุ่มเฟือยแต่ทุกเสาทุกคานล้วนผ่านการดูแลอย่างประณีต สะท้อนรสนิยมที่เรียบง่ายแต่มั่นคงของตระกูลหยาง ลานฝึกตั้งอยู่ใจกลางสำนัก พื้นหินเรียบกว้างมีรอยแตกร้าวจากการฝึกยุทธมานับสิบปี เช้ายามรุ่งเสียงดาบฟันอากาศ เสียงฝีเท้า และเสียงลมหายใจที่ควบคุมอย่างมีจังหวะจะดังประสานกันอย่างเป็นระเบียบ

รอบลานฝึกคือเรือนพักของศิษย์โรงครัวและศาลาพักผ่อนกลิ่นชาสมุนไพรลอยอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นไม้และหญ้า สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด แม้จะเป็นสำนักยุทธภพแต่กลับไม่กดดันหรือแข็งกร้าว ด้านหลังสำนักเป็นสวนไผ่และลำธารใสเสียงน้ำไหลเบา ๆ ช่วยขัดเกลาจิตใจผู้ฝึกวิชา ว่ากันว่าผู้ใดฝึกกำลังภายในท่ามกลางเสียงน้ำและลมจะเข้าถึงสภาวะสงบได้ง่ายกว่า

ถ้าถึงเวลายามค่ำโคมไฟถูกจุดเรียงรายตามทางเดิน แสงสีส้มอุ่นสะท้อนเงาไผ่บนผนังไม้เกิดเป็นภาพนิ่งงดงามราวกับภาพวาดหมึกจีน สำนักสราญรมย์จึงไม่ใช่เพียงที่ฝึกยุทธ์ แต่เป็นบ้านเป็นที่พักใจและเป็นสถานที่ที่หล่อหลอม ให้จอมยุทธ์รู้จักทั้งความแข็งแกร่งและความอ่อนโยนไปพร้อมกัน

สำหรับหยางรุ่ยหลินการก้าวเข้าสู่สำนักสราญรมย์ครั้งแรก ไม่ต่างจากการเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกประหลาดในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ก้าวพ้นซุ้มประตูไม้เก่าแก่หัวใจของนางก็เต้นแรงโดยไม่รู้ตัวลมหายใจแผ่วลงเล็กน้อย สายตากวาดมองไปรอบด้านอย่างอดไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าล้วนมีน้ำหนักของเรื่องเล่าที่นางไม่เคยอยู่ในความทรงจำของตน เสียงดาบที่ฟาดผ่านอากาศจากลานฝึกทำให้นางสะดุ้งเบา ๆ ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะความตื่นเต้น มันเป็นเสียงที่บอกชัดเจนว่าที่นี่คือสถานที่ซึ่งผู้คนใช้ชีวิตด้วยพลังและวินัย

กลิ่นไม้สดกลิ่นชาสมุนไพรและกลิ่นดินชื้นจากสวนไผ่ผสมกันอย่างลงตัว รุ่ยหลินสูดลมหายใจลึก รู้สึกเหมือนร่างกายตอบสนองก่อนสมองกำลังภายในที่อ่อนแอของนาง พลันสั่นไหวแผ่ว ๆ ราวกับถูกปลุกให้ตื่น ศิษย์ในสำนักบางคนหยุดฝึกชั่วครู่มองมาทางนางด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ไม่มีความดูแคลน มีเพียงความเกรงใจและความเคารพ ในฐานะคุณหนูตระกูลหยาง รุ่ยหลินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดผสมปนเป ระหว่างความกดดัน ความคาดหวัง และความตื่นเต้นที่แอบซ่อนอยู่ลึก ๆ

ในใจของน้ำผึ้งหญิงสาวจากอีกโลกหนึ่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ที่แห่งนี้อาจไม่ใช่เพียงฉากหลังของชีวิตใหม่ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่นางกำลังจะเลือกเดินด้วยหัวใจที่สั่นไหว และเต็มไปด้วยความหวังครั้งแรกตั้งแต่ข้ามภพมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 5

    คำพูดนั้นของหยางห่าวหมิงไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่กลับตกลงในใจของรุ่ยหลินหนักหน่วงกว่าคำใด“จะจำได้หรือจำไม่ได้ เจ้าก็เป็นหยางรุ่ยหลิน เป็นคุณหนูตระกูลหยางที่ทุกคนรักเสมอ”ในวินาทีนั้นรุ่ยหลินรู้สึกราวกับมีบางอย่างอุ่นวาบขึ้นกลางอก ความตึงเครียดที่นางแบกไว้เงียบ ๆ ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้คล้ายถูกปลดออกทีละน้อย นางเคยกลัวมากกลัวว่าหากพูดผิด หากทำพลาด หากไม่เหมือนหยางรุ่ยหลินคนเดิมวันหนึ่งความอบอุ่นเหล่านี้จะหายไป แต่คำพูดของพี่ชายทำให้นางเข้าใจเป็นครั้งแรกว่าความรักของตระกูลหยาง ไม่ได้ผูกติดกับความทรงจำไม่ได้ผูกติดกับความสมบูรณ์แบบและไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใด ๆ หยางห่าวหมิงไม่ได้มองนางด้วยสายตาสงสัย ไม่มองว่าเป็นคนแปลกหน้า ไม่เร่งเร้าให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม หยางห่าวหมิงมองว่าถึงรุ่ยหลินจะเปลี่ยนไปอย่างไร น้องเล็กก็ยังคงเป็นน้องสาวไม่ว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เขาก็รักน้องสาวคนนี้เสมอไม่เปลี่ยนแปลงดวงตาของรุ่ยหลินร้อนผ่าวแต่ริมฝีปากกลับยิ้มบาง ๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ฝืนไม่ได้ซ่อนอะไร ในใจของนางน้ำผึ้งหญิงสาวจากอีกโลกหนึ่งค่อย ๆ ยอมรับความจริงอย่างสงบ บางทีนางอาจไม่จำเป็นต้องแยกตัวเองออกจากหยางรุ่ยหลิน เ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 4

    วันนี้เป็นวันแรกที่หยางรุ่ยหลินจะได้ออกจากจวนตระกูลหยาง หลังจากที่ถูกกักบริเวณมาครบหนึ่งเดือน ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงขึ้นมากจนท่านพ่อท่านและพี่ชายทั้งสี่ยังตกใจ ว่ารุ่ยหลินไปทำอะไรถึงร่างกายแข็งแรงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ผิวที่เคยซีดกลับมีเลือดฝาดอย่างเห็นได้ชัดเจน ร่างกายที่ผอมแห้งกลับมีน้ำมีนวลขึ้น ปกติรุ่ยหลินเป็นคนกินน้องมากแต่ทุกวันนี้ต้องเติมข้าวตลอด ถึงจะตกใจแต่ทุกคนกลับรู้สึกดีมากที่ดวงใจของพวกเขานั้นแข็งแรงสดใสมากกว่าเดิม ทำให้จวนตระกูลมีชีวิจชีวามากขึ้นไปอีกรุ่ยหลินนัดกับพี่ชายคนที่สี่หยางห่าวหมิงไว้ว่าจะไปเดินตลาดกัน เพื่อพานางไปผ่อนคลายหลังจากที่ถูกกักบริเวณมาเป็นแรมเดือน ยามเช้าในตลาดเมืองสมัยราชวงศ์ซ่ง คึกคักตั้งแต่แสงแรกยังไม่พ้นขอบฟ้า หมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือถนนหินก่อนจะถูกเสียงผู้คนปลุกให้สลายหายไป สองข้างทางเรียงรายด้วยร้านค้าไม้ป้ายผ้าสีซีดโบกสะบัดตามลม ตัวอักษรพู่กันเขียนชื่อร้านอย่างสง่างาม บางแผ่นเอียง บางแผ่นเก่า แต่ล้วนบอกถึงกาลเวลาที่ยาวนานของเมืองนี้ เสียงพ่อค้าตะโกนเรียกลูกค้า แทรกกับเสียงหัวเราะ เสียงต่อรอง เสียงเงินทองกระทบกันเบา ๆ เกิดเป็นท่วงทำนองเฉพาะของตลาดยุ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 3

    หยางรุ่ยหลินวัยสิบแปดปีบุตรสาวคนเดียวของหยางฟานไฉ เจ้าสำนักสราญรมย์ นางมิใช่ความงามที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น แต่เป็นความงามที่ค่อย ๆ แทรกซึมราวสายน้ำเย็นที่ไหลผ่านหัวใจโดยไม่รู้ตัว ผิวขาวเนียนราวหยกขัดซีดบางจากร่างกายอ่อนแอ กลับยิ่งขับให้ดูบอบบางน่าสงสารราวดอกเหมยแรกแย้มท่ามกลางหิมะดวงหน้ารูปไข่คิ้วเรียวโค้งเป็นธรรมชาติ ดวงตาเรียวยาว หางตาตกเล็กน้อย เมื่อมองเผิน ๆ จะดูอ่อนโยนว่าง่าย แต่หากสบตานานพอจะเห็นแววลึกซึ้งเหมือนซ่อนคลื่นใต้น้ำเอาไว้ จมูกโด่งได้รูปริมฝีปากบางสีอ่อน ยามเงียบงันดูบอบบาง ยามยิ้มกลับอ่อนหวานจนยากจะละสายตาเรือนผมยาวดำสนิทมักถูกรวบอย่างเรียบร้อย ไม่ประดับอาภรณ์ฉูดฉาดเพียงปิ่นหยกขาวเรียบ ๆ กลับยิ่งขับให้สง่างามสมฐานะคุณหนูใหญ่ รูปร่างของหยางรุ่ยหลิน สูงโปร่ง อรชร ไหล่บาง เอวคอด กิริยาทุกการเคลื่อนไหวสุภาพ อ่อนช้อย ดั่งบุตรีผู้เติบโตในสำนักใหญ่นางมิใช่งามคมคาย มิใช่งามเร่าร้อนแต่เป็นความงามที่ทำให้ผู้พบเห็น อยากปกป้อง อยากทะนุถนอม และยิ่งนานวันยิ่งยากจะละสายตา งามสงบ งามลึก งามจนไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่า ภายใต้ร่างบอบบางนั้น กำลังซ่อนจิตวิญญาณของนักสู้ จากอีกโลกหนึ่งที่

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 2

    น้ำผึ้งแชมป์โลกมวยไทยหญิงลืมตาขึ้นมาในร่างที่ไม่ใช่ของตน เธอหายใจแรงหัวใจเต้นรัวกล้ามเนื้อทั้งร่าง ตึงเครียดโดยสัญชาตญาณนักสู้นี่ไม่ใช่ห้องของเธอ กลิ่นยาเสื้อผ้าโบราณและมือเล็ก ๆ ที่ไม่คุ้นเคยในขณะที่ทุกคนดีใจราวปาฏิหาริย์ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณหนูหยางรุ่ยหลินได้ตายไปแล้วจริง ๆ และผู้ที่กลับมาคือวิญญาณของหญิงแกร่งจากอีกโลกหนึ่งที่เพิ่งเริ่มต้นชะตาใหม่ในร่างลูกสาวเจ้าสำนักผู้อ่อนแอ“หลินเอ๋อร์ลูกแม่...เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ ด้วย ฮึก ฮือ...ขอบคุณสวรรค์ ”“ด เดี๋ยวนะ แม่เหรอ คุณเป็นใคร...แล้วที่นี่ที่ไหนเนี่ย โอ๊ย...ปวดหัว”ในระหว่างที่น้ำผึ้งที่ปวดหัวอยู่นั้นความทรงจำมากมายของคุณหนูหยางรุ่ยหลินก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ราวกับมีการฉายภาพยนตร์ให้ดูเป็นฉาก ๆ จึงทำให้น้ำผึ้งรู้ตัวเองตายไปแล้ว แต่มาอยู่ในร่างของหยางรุ่ยหลินลูกสาวของท่านเจ้าสำนักหยางฟานไฉของสำนักสราญรมย์หนึ่งในสำนักใหญ่ของฝ่ายธรรมะหยางรุ่ยหลิน อายุ 18 ปี เป็นลูกสาวคนเดียวคนสุดท้องท่านเจ้าสำนัก มีชายสี่คนโตชื่อหยางห่าวตง อายุ 28 ปี คนที่สองหยางห่านฟาง อายุ 27 ปี คนที่สามห่าวอัน อายุ 25 ปี คนที่สี่หยางห่าวหมิง อายุ 22 ปี ทั้งสี่คนล้วนแต

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 1

    เสียงเฮลั่นสนามรอบสังเวียนเต็มไปด้วยเสียงเชียร์พร้อมด้วยธงชาติไทยโบกสะบัด หลังจากที่กรรมบนเวทีชูแขนผู้ชนะในนัดชิงมวยไทยหญิงแชมป์โลก ผู้ที่ได้รับชูแขนในครั้งนี้คือ น้ำผึ้ง ส.พยัคฆ์ หรือ นางสาวธาราทิพย์ บุญมาลา แชมป์โลกมวยไทยหญิงคนล่าสุด วัย 25 ปี สาวสวยนักสู้จากแผ่นดินที่ราบสูงของประเทศไทยจังหวัดสกลนครเธอคือแชมป์คนล่าสุดและวันนี้ชื่อเธอจะดังสนั่นเวทีมวยดังไกลไปทั่วโลก แต่ก่อนจะมาเป็นแชมป์โลก น้ำผึ้ง เธอคือลูกสาวอีสานขนานแท้ จากผืนแผ่นดินที่ราบสูงจังหวัดสกลนครที่แดดแรงลมแรงและชีวิตไม่เคยปรานีใครง่าย ๆ น้ำผึ้งเป็นผู้หญิงที่สวยแบบไม่ต้องพยายาม ผิวสีน้ำผึ้งสมชื่อ ดวงตาคม คิ้วเข้ม รอยยิ้มสดใสแต่แฝงความดื้อและความมุ่งมั่นเวลาขึ้นเวทีความสวยนั้นถูกแทนที่ด้วยสายตานักล่า นิ่ง คม และเยือกเย็น หมัดของเธอหนัก ศอกของเธอเฉียบ เข่าของเธอทรงพลัง สไตล์มวยไทยแท้ ดุดัน อึด ไม่ถอย คู่ชกหลายคนเคยพูดตรงกันว่า“น้ำผึ้งไม่ใช่แค่มวยหญิง…แต่เป็นมวยที่มีหัวใจนักสู้เต็มร้อย”เบื้องหลังความแข็งแกร่งเธอเป็นคนอ่อนโยนรักครอบครัว พูดอีสานชัด หัวเราะง่าย กินข้าวเหนียวส้มตำเหมือนเด็กบ้าน ๆ คนหนึ่ง เธอไม่ลืมรากเหง้า ไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status