Home / โรแมนติก / หย่าหวนรัก / บทที่ 6 เซ็นซะแล้วฉันจะไม่ยุ่งกับคุณ

Share

บทที่ 6 เซ็นซะแล้วฉันจะไม่ยุ่งกับคุณ

last update Last Updated: 2026-01-02 12:28:04

ปรินทรเมื่อรู้ว่าลลิษาอยู่โรงพยาบาลเดียวกันกับรัชนี แต่เขาก็ช้าเพียงก้าวเดียว เมื่อลลิษาออกจากโรงพยาบาลแล้ว และตอนนี้ไม่รู้ว่าเธอไปพักอยู่ที่ไหน

         เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นเพื่อโทรหาเธอ แต่ก็ไม่มีคนรับสายจนเขาอารมณ์เสียและเลิกติดต่อไปเอง

         ลลิษาเห็นแล้วว่าเป็นเบอร์สามีโทรมา แต่เขาจะมีอะไรนอกจากมาต่อว่าเธอ และต้องการให้เธอกลับไปเป็นสะใภ้รอง ที่แปลว่า ‘รองมือรองเท้า’ ยอมทุกคนในบ้าน

         ต่อไปนี้ไม่มีลลิษา จะมีแต่คุณหนูห้าจางลี่คนนี้เท่านั้น เหลือเพียงยื่นเอกสารขอหย่า เธอก็จะเป็นอิสระจากบ้านหลังนั้นโดยปริยาย

         ในโรงพยาบาลรัชนีกำลังรูดโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ กับข่าวซุบซิบเรื่องสะใภ้รองแห่งชโลธรอิจฉาสะใภ้ใหญ่อย่างเธอ จึงต้องทำเรื่องเลวทรามจนถึงขั้นแท้งลูก

         “เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่ไม่รู้จักสู้ ปรินทรต้องเป็นของฉันเท่านั้น” หลังจากที่ปวรรุจเสียชีวิตกะทันหัน เธอก็รีบหาทางเพื่อดำรงอยู่ในบ้านชโลธรต่อ เพราะทรัพย์สมบัติของสามีนั้นมากมาย และสิ่งเดียวที่ยึดตำแหน่งนี้ไว้ได้คือ ลูกของเธอ

         ใช่เธอมีลูกแต่...ไม่ใช่ทายาทชโลธร เพราะปวรรุจนั้นทำให้เธอต้องทนเหงาและเปล่าเปลี่ยวกายอยู่หลายครั้ง เพราะเอาแต่โหมงานหนัก

         กับปรินทรนั้นก็แสนจะเป็นคนดี ไม่ยอมกินพี่สะใภ้ง่าย ๆ

         หากตอนนั้นรู้ว่าปวรรุจจะเกิดอุบัติเหตุเธอคงไม่เลือกแต่งกับเขา นับว่าเธอไม่ล่วงรู้อนาคต แต่ว่าเธอทำปัจจุบันได้

         ยิ่งเมื่อเห็นปรินทรเป็นห่วงเป็นใยแม่ลลิษา ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของตัวเธอและเขาเป็นไปได้ยากมากขึ้น

         เธอไม่เสี่ยงเอาลูกของคนที่เธอดึงมาแก้ขัด เพื่ออุ้มชูขึ้นมาเป็นคุณชายแห่งบ้านชโลธรแล้วทำให้คนพวกนี้ครางแครงใจในอนาคต

         แต่เธอจะจับหลานคนรองของตระกูลทำผัวอีกคน และปั้นทายาทขึ้นมาใหม่ อย่างนั้นมันจะปลอดภัยสำหรับเธอมากกว่า

         ตอนนี้รับรู้จากคนในบ้านว่ามันเก็บข้าวของออกไปจากบ้านแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า หมดเสี้ยนหนามตำใจไปหนึ่ง ดูสิคราวนี้ปรินทรจะเอาอะไรมาอ้างอีก

         สามวันผ่านไป น้ำมนต์ที่ขลุกอยู่ในคอนโดกับเพื่อนสาวจางลี่ ที่กำลังวางแผนทำบางอย่างกับเธอ

         เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเพราะเอกสารเงื่อนไขการหย่าของเธอนั้นร่างเสร็จแล้ว และเมสเซนเจอร์เอามาส่งจึงออกไปรับมา

         น้ำมนต์เงยหน้าจากจอโทรศัพท์แล้วมองเพื่อนอย่างสงสัยและตัดสินใจถามไปในที่สุด

         “แกจะไม่เรียกร้องอะไรจากเขาจริงเหรอ” น้ำมนต์คิดว่าแค่หย่าให้จบไปมันดูง่ายไปหน่อย

         “แกอยากให้ฉันเรียกร้องอะไร เงินเหรอ ฉันขัดสนขนาดนั้นเลยหรือไง”

         “แต่ว่า...”

         “ฉันเป็นใครแกลืมไปแล้วเหรอ ถ้าลืมแล้วก็จำเสียใหม่ ฉันจางลี่ หรือคุณหนูลี่ลี่แห่งตระกูลจางเชียวนะ” จางลี่พูดด้วยความภาคภูมิใจ ลลิษาก็แค่ชื่อไทยที่เธอใช้ตอนมาเรียน และตกลงแต่งงานกับเขา

         เขาไม่แม้จะถามประวัติเธอว่าเป็นมาอย่างไร เธอจึงบอกเขาเท่าที่จำเป็น เพราะตอนนั้นไม่อยากพึ่งพาผู้เป็นบิดาของตัวเอง และอยากให้บิดาเห็นว่าตนนั้นอยู่ได้

         “จ้า...คุณหนูห้า” น้ำมนต์อดหมั่นไส้เพื่อนไม่ได้ พอเข้มแข็งก็ทำเอาเธอประหลาดใจ คงโดนมามิใช่น้อยสินะ

         “ปะ...ไปบริษัทชโลธรกรุ๊ปกัน”

         “ไปทำไม”

         “เอาเอกสารไปให้สามีฉันเซ็นไง”

         น้ำมนต์ลุกตั้งทันที ที่เพื่อนสาวจะไปก็ไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

         “เอาจริงเหรอ!”

         “อื้ม”

         น้ำมนต์ตื้นตันแทบน้ำตาไหล ในที่สุดเพื่อนเธอก็ตาสว่างเสียที ต่อไปนี้พวกชโลธรออกไปจากชีวิตจางลี่ซะ

         “สู้ ๆ จางลี่” น้ำมนต์รอคอยวันนี้มาตลอดเกือบสองปี เธอไม่เห็นด้วยที่เพื่อนแต่งงานกับปรินทร เพราะมันเร็วเกินไปที่จะศึกษาให้ดี แค่เขารวยอย่างเดียวไม่อาจจะเลี้ยงเธอให้มีชีวิตที่ดีได้หรอก

         แล้วก็จริงอย่างที่เธอคิด เพราะว่าจางลี่แต่งเข้าไปเหมือนคนรับใช้ก็ไม่ปาน เสื้อผ้าของเธอและสามี คนในบ้านก็โยนให้เธอเป็นคนรับผิดชอบ ซักเองรีดเอง

         ทำความสะอาดห้องก็ให้เธอทำเอง ทั้งที่คนงานเต็มบ้าน ชีวิตคุณหนูที่อยู่สุขสบายมาทั้งชาติ ต้องมาทนลำบากทำงานบ้านทั้งที่ตัวเองไม่ควรทำ

         แล้วคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่สั่ง คือปรินดา น้องสาวสุดที่รักของสามีเธอ

         น้ำมนต์ฟังเรื่องราวชีวิตเพื่อนก็รู้สึกรันทดนัก จากนี้ขอให้พบเจอแต่สิ่งที่ดีก็แล้วกัน

         เมื่อน้ำมนต์แต่งตัวเสร็จแล้ว พร้อมกับแต่งหน้าทาปากที่ซีดเซียวและเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับผู้หญิงโสดอีกครั้งให้เพื่อนรัก

         “ไปค่ะเพื่อน สวยต้อนรับความโสดหน่อย” น้ำมนต์เชียร์อัปเพื่อนเสมอ

         เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง รถมินิคูเปอร์ของเพื่อนสาวลลิษาก็แล่นมาถึงหน้าบริษัทของปรินทร เธอสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดแล้วมองหน้าเพื่อนรัก

         “จำไว้ว่า เธอต้องสตรองแล้วเชิดเข้าไว้”

         “โอเคร...ฉันไปแล้วนะ” หญิงสาวเดินเข้าไปในบริษัท โดยที่พนักงานประชาสัมพันธ์ไม่ได้รั้งเธอไว้ เพราะรู้ว่าเธอคือใคร เพียงแต่โทรบอกคุณทศทิศให้เรียนคุณปรินทรให้ทราบ

         ทศทิศได้ฟังดังนั้นก็รีบรายงานทันที เพราะกลัวจะชักช้าเหมือนคราวก่อนอีก แล้วเขาจะโดนเจ้านายดุ

         ปรินทรยกยิ้มมุมปาก ในที่สุดเธอก็โผล่หัวมาให้สามีอย่างเขาเห็นหน้า

         ก็ดี อยากรู้นักว่าเธอจะแก้ตัวว่าอย่างไร คิดว่าเธอก็แค่อยากกลับมาให้ง้อนั่นแหละ ผู้หญิงจะมีอะไร

         ชายหนุ่มรอคอยด้วยจิตใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ จากตอนแรกที่เป็นห่วงเธอที่ไม่สบายจนเข้าโรงพยาบาล เห็นมาปรากฏตัวที่บริษัทของเขาได้ก็ค่อยสบายใจ

         ลลิษาเดินตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหารแล้วกดที่ชั้นบนสุด ลิฟต์ตัวนี้มีให้ใช้เฉพาะคนสำคัญเท่านั้น คือครอบครัวชโลธร

         วันนี้เธอก็ยังถือเป็นครอบครัวชโลธรอยู่อีกวัน แต่พรุ่งนี้จะไม่มีลลิษา ชโลธรอีกต่อไป

         หลังจากออกจากลิฟต์เธอเดินตรงไปยังห้องทำงานของปรินทร ที่มีโต๊ะของเลขาอย่างทศทิศตั้งอยู่หน้าห้อง

         “ฉันมาขอพบคุณปรินทรค่ะ” เธอเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่เปื้อนด้วยรอยยิ้มเหมือนที่เคยเป็น

         เธอไม่มีความยินดีใดจะมาเหยียบที่นี่หากไม่ใช่ต้องการมาคุยเรื่องหย่ากับเขา

         “เชิญคุณเข้าไปด้านในได้เลยครับ คุณปรินทรรออยู่”

         ลลิษาขมวดคิ้วแปลกใจเล็กน้อย ‘เขารอเธออยู่งั้นเหรอ’

         เธอไม่คิดให้มากความ แต่น่าจะเดาว่าเขาคงรอให้เธอมานัดหย่า ใบหน้าสวยเชิดขึ้นจนคอแข็ง เมื่อรับรู้ได้ว่าสามีไม่ได้อาลัยอาวรณ์เลยแม้เพียงนิด

         ก๊อก ก๊อก !!

         เธอเคาะประตูแต่ไม่รอให้เขาตอบรับก็เปิดเข้าไปเลย ตลอดสองปี เธอมีมารยาทมามากพอแล้ว ตอนนี้ขอไร้มารยาทกับอดีตสามีหน่อยเถอะ

         ปรินทรเงยหน้ามองภรรยาที่เดินเข้ามาด้วยชุดที่เปรี้ยวซี้ดจนเขารู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ความเป็นชายที่มันไม่ได้ปลดปล่อยมานานหลายวันนั้น ตื่นตัวอย่างไร้เหตุผล

         เขาต้องนั่งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ไปด้านหลัง ไม่อาจจะนั่งตัวตรงได้ เพราะว่ารู้สึกอึดอัดตรงเป้ากางเกง

         ‘หายไปไม่กี่วันเปรี้ยวเข็ดฟันเลยนะ’ เขากัดฟันกรอดมองดูเธอที่สวมรองเท้าบูท เดรสสั้นอวดต้นขาเรียวสวยสะโพกกลมกลึง และเนินอกทรงโตนั่นอีก

         “มาหาผมถึงที่นี่สำนึกผิดแล้วใช่ไหม” เขากอดอกมองเธอพยายามซ่อนสายตาหื่นกามกับเมียไว้

         ปกติเขาไม่เคยแสดงว่ารักหรือพิศวาสในตัวเธอเลย นั่นเพราะพยายามกดความรู้สึกตัวเองไว้ ไม่ให้มันหลุดออกมาให้เธอรู้ว่า เขานั้นพึงพอใจในตัวเธอ มากกว่าเมื่อสองปีก่อนที่อยากแค่รับผิดชอบ และต้องการประชดครอบครัวเรื่องที่พี่ชายแต่งงาน

         “เซ็นซะแล้วฉันจะไม่ยุ่งกับคุณอีก พรุ่งนี้แปดโมงเจอกันที่เขต”

         เธอวางเอกสารบนโต๊ะทำงานของเขา แล้วก็เดินออกไปโดยไม่หันหลังมามองว่าเขาจะว่าอย่างไร  

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าหวนรัก   ตอนพิเศษ โซ่ทองคล้องรัก

    @วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทสาวโสด

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 29 เริ่มต้นกันใหม่นะ(บทส่งท้าย)

    “ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแววตาวาววับที

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 28 ตัดสินใจครั้งสำคัญ

    ตฤณสวนกับเธอที่ทางเข้าไร่ แต่เลือกจะขับรถออกไปก่อน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง ยิ่งนานวันผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของเขามากขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วยเทียนไข” เขาบ่นกับตัวเอง ทุกวันเขาไปยืนหน้าห้องของเธอ ยืนอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเคาะประตู จนแล้วจนรอดเขาก็ได้แค่ยืนแล้วเดินกลับห้องทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตลอด คืนนี้เขาไม่เห็นไฟที่ห้องเธอเปิดจึงคิดว่าเธอนอนแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับกลับเป็นเขาเอง “เธอร่ายมนต์ใส่ฉันใช่ไหมเทียนไข” เวลาที่เธอเรียกเขาว่าพี่ตฤณ เสียงนั้นมันกังวานในหูแล้วภาพที่เธอครางอยู่ใต้ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น “ไหนเธอบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับเขา ทำไมเขาเห็นภาพนี้ เขาจิตนาการเพราะมีอารมณ์งั้นเหรอ” ตฤณไม่เข้าใจตัวเอง เขาคิดจนปวดหัวแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า เมื่อแสงสีทองฉาบทาท้องฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของวันใหม่ร่างที่มองไปยังสุดขอบฟ้ามองภาพเบื้องหน้าที่สวยงามอย่างรู้สึกขมขื่นใจ เธอพาตัวเองที่ไม่ได้นอนทั้งคืนออกไปจากบ้านกลางภู เพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบตาที่บวมช้ำจากการที่ร้องไห้มาเกือบทั้งคืนบวกกั

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 27 อยู่ให้ได้ถ้าเธอไม่อยู่

    ผ่านมาหนึ่งเดือน ร่างกายของตฤณเริ่มดีขึ้น การตอบสนองและนิ้วมือเริ่มขยับ “คุณหมอคะ ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมคะ” เทียนไขรีบวิ่งไปหาคุณหมอ เพราะเขาเริ่มกำมือเธอตอบกลับ “ดีใจด้วยครับ อีกไม่นานน่าจะฟื้นได้แล้วครับ” เมื่อดูความดันอัตราการเต้นของหัวใจหมอจึงให้ถอดเครื่องช่วยหายใจ “คนไข้ได้ยินหมอไหมครับ” คุณหมอตบที่แก้มเบา ๆ ต้องการปลุกเขาให้ตื่นขึ้น และแล้วเปลือกตาของเขาค่อย ๆ ขยับขึ้นความพร่ามัวของแสงที่ลอดเข้าม่านตาทำให้เขาขยับปรับสายตาตามสัญชาติญาณ “พี่ตฤณคะ ได้ยินเทียนไหม” เทียนไขยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเขาเริ่มขยับตัว ตฤณตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาลืมตาไปรอบ ๆ มองคนแปลกหน้าทั้งสองก็รู้สึกแปลกใจ “พวกคุณเป็นใคร” คำถามแรกที่เปล่งออกจากปากของคนที่ป่วยมานานแรมเดือน ทำเอาคนที่เฝ้าคอยอย่างมีหวังใจแป้ว “เทียนไงคะพี่ตฤณ เทียนเป็นเมียพี่ไงคะ” “เมีย...!” ตฤณขมวดคิ้ว แล้วหลับตานึกถึงภาพเมียของตัวเอง แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก “อ่า! ปวดหัว” “ญาติรอด้านนอกก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอขอประเมินอาการของคนไข้ก่อน” สีหน้ากัง

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 26 เรื่องไม่คาดฝัน

    เสียงเรียกเข้าของมือถือของเทียนไข ทำให้เธอตกใจไม่คิดว่าเขาจะรู้เร็วว่าเธอออกจากบ้านมา “รับสิเทียน รับสิ” เขาขับไปก็บ่นไป แต่ทว่าเมียรักก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ไม่รู้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรเขาอีกถึงได้เก็บเสื้อผ้าออกมาจากบ้าน เทียนไขชั่งใจเมื่อรถเข้าสู่ตัวเมืองแล้ว คิดว่าอย่างไรเขาก็ตามเธอไม่ทันแน่นอน จึงตัดสินใจกดรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล” “เทียนอยู่ไหน” “อยู่ในที่ที่ควรจะอยู่” “อยู่ตรงไหน ห้ามขยับไปไหนเราต้องคุยกัน” ตฤณขับรถด้วยความเร็วเพื่อเร่งให้ทันคนรัก เพราะรถที่เธอนั่งมานั้นไม่ได้แรงมาก และคนขับก็ยังเป็นคนที่มีอายุไม่ขับเร็วอยู่แล้ว “ฉันอยู่สถานีรถไฟ” “ไม่จริง คุณโกหกผมได้ยินเสียงรถวิ่งบีบแตรเหมือนอยู่ในตัวเมือง” ตฤณเป็นคนพื้นถิ่น แน่นอนว่าเขารู้สถานีรถไฟนั้นไม่ได้อยู่ในชุมชนที่มีรถพลุกพล่านและตั้งอยู่ชานเมือง “ถ้าคุณรู้แล้วจะโทรหาฉันทำไม” หลังจากลงรถเธอต้องลากกระเป๋าเพื่อไปซื้อตั๋วรถทัวร์ สัมภาระที่พะรุงพะรังนั้นเป็นอุปสรรคกับเธอมาก “เทียนรอผมตรงนั้นอย่าขยับไปไหน” ตฤณพอจะเดาออกได้ว่าเธอน่าจะไปขึ้นรถทั

  • หย่าหวนรัก   บทที่ 25 สายลับจับชู้

    “ทานเยอะ ๆ นะคะ จะได้ทานยาก่อนนอนอีกครั้ง” เทียนไขตักมะเขือยาวชุบไข่ที่ทอดออกมาเหลืองน่ารับประทานจนเธอเองก็อยากลงมือทานเสียแล้ว แต่เห็นใบหน้าของสามีที่อ่อนล้าผิดปกติ จึงอยากเอาใจเขาเสียหน่อย “ไม่สบายเหรอตาตฤณ” การันต์หันมองใบหน้าลูกชายที่พบว่าซีดไปหน่อยสงสัยช่วงนี้โหมงานหนัก “รู้สึกล้า ๆ ครับพ่อมีปวดหัวบ้างนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ” ตฤณตอบผู้เป็นบิดาไป ไม่อยากให้เป็นห่วง “งานในไร่หากไม่มีอะไรมากก็รับพนักงานมาช่วยทำงานเพิ่มเถอะเราจะได้มีเวลาพักผ่อน ลุยงานคนเดียวสักวันก็ต้องล้า อย่าไปเสียดายเงิน ให้เสียดายเวลาที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพเถอะ” การันต์คิดว่าตอนนี้ที่บ้านก็ไม่ได้ขาดเหลืออะไรทั้งยังมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ หากจะรับพนักงานเพิ่มสักสองสามคนก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา “ไว้ผมจะลองหาดูนะครับ” ตฤณก็คิดว่าดีเหมือนกันที่จะรับพนักงานเพิ่ม อย่างน้อยพวกงานตัวเลขบัญชีต้องมีคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้เข้ามาดูแล เพราะไม่ไว้ใจจึงรวบเข้ามาดูแลคนเดียวเอาเสียหมด ท่านกลางบทสนทนาบนโต๊ะอาหารที่เป็นเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ เทียนไขกลับไม่ได้คิดถึงเรื่องที่พูดเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status