Masukเช้าวันรุ่งขึ้น
พี่ผาไม่ได้อยู่ทานข้าวเช้าด้วยกัน เขาออกไปไร่ตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนแสงตะวันจะส่องกระทบหน้าต่างห้องนอนเสียอีก มีแค่ฉันที่นั่งจับเจ่ากับชามข้าวต้มเพียงคนเดียว ความรู้สึกเหงาและเศร้ามันทำให้กินข้าวไปทำเอ็มวีไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ฉันยกหลังมือป้ายน้ำตาออก ละเลียดชิมข้าวต้มหมูสับกลิ่นหอม สองตามองวิวทิวเขาด้านหน้าที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ไม่น่าเชื่อว่าที่ดินสุดหวงแหนของพี่ผา เขาจะแปรเปลี่ยนมันเป็นเรือนหอของเรา บ้านเชิงดอยถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยจำนวนคนมากมายจนเสร็จทันพิธีวิวาห์ของฉันและเขา พี่ผาให้เหตุผลว่าอยากมีบ้านใกล้ๆ ไร่สักหลังมานานแล้ว จะได้ไม่ต้องขับรถไปมาระหว่างบ้านพ่อและไร่ตัวเอง มันเสียเวลา เขาว่าอย่างนั้น พอฉันแต่งงานกับเขาก็เลยย้ายสำมาอยู่ที่นี่ ส่วนบ้านคุณลุงไตรภพก็ปล่อยทิ้งไม่มีคนอยู่ จะมีก็แต่พวกแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดทุกๆ วัน เก็บรักษาคงสภาพเอาไว้เผื่อวันข้างหน้าจำต้องใช้ “คุณเหนือจะเข้าไร่ก่าเจ้า” (คุณเหนือจะเข้าไร่เหรอคะ) “ค่ะ หนูว่าจะแวะไปดูที่รีสอร์ทด้วย” ฉันจับจักรยานคู่ใจที่พี่ผาคงให้คนเอาเข้ามาเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อคืน “ไปก่อนเน้อน้าหมี่ หนูฝากบ้านตวย” (ไปก่อนนะน้าหมี่ หนูฝากบ้านด้วย) จักรยานคันเก่งที่ลุงไตรภพเคยซื้อเป็นของขวัญให้เมื่อตอนสอบได้ที่หนึ่งของชั้นมัธยมปีที่สี่ จนถึงบัดนี้กาลเวลาผ่านไปแต่เจ้าจักรยานคู่ใจยังคงสภาพใช้งานได้เป็นอย่างดี แต่กว่าจะปั่นจักรยานมาถึงรีสอร์ททำเอาลมจับ ฉันพักสูดอากาศหายใจก่อนจะเข้าไปทักทายพวกพี่ๆ ที่บาร์เครื่องดื่ม โซนนี้มีเหล่าคนรู้จักและสนิทสนมกันทั้งนั้น “ยัยน้องเหนือ มาได้ไงคะเนี่ย” “ก่อน้องกึ๊ดเติงหาปี้ๆ” (ก็น้องคิดถึงพี่ๆ) “ขอความจริงอี่น้อง” “เหนือเบื่อ อยู่บ้านเฉยๆ มันฟุ้งซ่าน” ฉันถอนหายใจทิ้งพร้อมยู่ปากตอบเมื่อพี่ๆ รู้ทันกันเสียทุกเรื่อง “มาหาพวกพี่ หนูไม่ฟุ้งซ่านแต่อาจปวดหัวกว่าเดิม” พี่คิตตี้หรือชื่อเดิมกิตติ ชายไม่จริงหญิงไม่แท้เอ่ยพร้อมเสียงหัวเราะ “ยัยน้องมาที่นี่ได้แต่หนูอย่ามาช่วยงานอะไรพวกพี่อีกนะลูก เดี๋ยวได้แผลกลับไปโดนพ่อเลี้ยงดุซ้ำเอาอีก เข้าใจ๋ก่อ” “เข้าใจ๋เจ้า” ฉันรับคำพี่ปรียาเป็นมั่นเหมาะ เธอคือพี่ใหญ่ผู้ควบคุมบาร์เครื่องดื่มของรีสอร์ท เหตุผลที่พี่ๆ ตักเตือนฉันคงเป็นเพราะครั้งหนึ่งอยากทำตัวเป็นคนดีมีประโยชน์ด้วยการช่วยชงกาแฟให้ลูกค้า ไปๆ มาๆ ฉันดันทำครัวไหม้และได้แผลที่นิ้วมานิดหนึ่ง แต่ก็เป็นนิดหนึ่งที่ทำให้พี่ผาโวยวายใหญ่ว่าทุกคนไม่ดูแลฉันทั้งที่ฉันน่ะทำตัวเองทั้งนั้น ตอนพี่ผาโมโหน่ากลัวมาก เปลี่ยนไปคนล่ะคนกับตอนใจดีเลยล่ะ คิดแล้วก็เสียวแผ่นหลังวาบ “น้องเหนือเอากาแฟไหม” “เอาเจ้า น้องขอสองแก้ว” “สองแก้วเลยก่า” ฉันยิ้มแหยเมื่อพี่ใบหม่อนขมวดคิ้วถาม “น้องจะเอาไปให้พี่ผาตวยเจ้า” (น้องจะเอาไปให้พี่ผาด้วยค่ะ) “โอเค พ่อเลี้ยงน่าจะอยู่ที่ฟาร์มม้านะ เอาเข้มๆ เลยไหม” “เข้มๆ เลยเจ้า” ระหว่างที่รอพี่ใบหม่อนชงกาแฟ ฉันมองลูกค้าบางส่วนของรีสอร์ทที่เข้ามานั่งเล่นทานเครื่องดื่มทานขนม ถ่ายรูปวิวตามประสา “ได้แล้วอี่น้อง ถือดีๆ เน้อ” “ขอบใจ๋จั๊ดนักปี้หม่อนคนงาม เดี๋ยวน้องมาเน้อเจ้า” (ขอบใจมากๆ พี่หม่อนคนงาม เดี๋ยวน้องมานะคะ) ฉันยิ้มแป้นก่อนรับแก้วกาแฟเพื่อเตรียมนำไปส่งให้พี่ผา คิดว่าเดี๋ยวจะไปแวะที่ร้านอาหารบนไร่ชาเพื่อเตรียมข้าวกลางวันให้เขาด้วย พี่ผาน่ะชอบโหมงานหนักแล้วทานข้าวไม่ตรงเวลา ต้องมีคนคอยกระตุ้น ขณะเดินมาที่จักรยานกำลังจะเข็นออกมาจากหลืบที่ฉันจอดไว้ สายตาดันสบมองเห็นคนตัวสูงพอดิบพอดี ฉันคงโบกมือ หยอยๆ พร้อมร้องเรียกชื่อเขาไปแล้วหากไม่ติดตรงที่พี่ผามากับผู้หญิงคนหนึ่ง ดูท่าทางสนิทสนมกันพอสมควร ในมือเขาเข็นกระเป๋าเดินทางสีชมพูใบโต คงเป็นกระเป๋าของผู้หญิงคนนั้น ใบหน้าชื่นมื่นมีความสุขของทั้งสองคนที่พูดคุยกันทำเอาฉันยืนเป็นใบ้อยู่นานสองนาน กระทั่งพี่ผาเดินไปยังหน้าฟรอนต์ คงพาผู้หญิงคนนั้นไปเช็คอินเข้าพัก ฉันมองแก้วกาแฟพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ หรือจะรับจบทั้งสองแก้วดี เอาให้ตาถ่างไม่ต้องนอนไปเลย “นั่นตัวอะไรน่ะ..” “ไอ้เหนือไปยืนทำอะไรตรงนั้น” เสียงที่คุ้นเคยของคนทั้งสองกระชากอารมณ์ดำดิ่งของฉันให้กลับมาสดใสและยิ้มได้อีกครั้ง “ไอ้เปา ไอ้หนาว! มาที่นี่ได้ไงน่ะ” ฉันแทบจะทิ้งจักรยานเมื่อเจอเพื่อนรักทั้งสองคนที่ลากกระเป๋าใบโตลงมาจากรถแดง “ก็มาหาแกน่ะสิ” ฉันโผกอดทั้งสองคนทั้งน้ำตา จากที่คิดว่าตั้งแต่เมื่อเช้าอารมณ์เริ่มคงที่แล้วแต่มันไม่ใช่เลย “ฮึก ฮือออ คิดถึงจะตายอยู่แล้วพวกบ้า ทำไมพึ่งมา” กลายเป็นว่าเพื่อนต้องลากตัวฉันไปสงบสติอารมณ์ยังห้องพักที่จองเอาไว้ กว่าจะหยุดร้องไห้ฉันตาบวมปูดเป็นลูกมะนาว “ขอโทษนะแกที่ไม่ได้มาวันเผา คิดว่าจะทันแต่มันผิดแผนไปหมดเลยว่ะ” น้ำหนาวเอ่ยพร้อมสีหน้ารู้สึกผิด ฉันก็พยักหน้าให้เพื่อนอย่างเข้าใจ เธอเป็นเพื่อนรักของฉันตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่เช่นเดียวกับอั่งเปา น้ำหนาวและฉันมีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกัน อย่างเช่นอาหารการกิน หนัง เพลง แม้แต่ชื่อเราสองคนยังคล้ายๆ กันเลย “ส่วนเจ๊ติดธุระค่ะ เอกสารเรื่องย้ายโรงเรียนมั่วไปหมด กว่าจะจัดการได้เล่นเอาเหงื่อตก” ยัยคนนี้มีนามว่าอั่งเปา เป็นคุณครูและเป็นชายไม่แท้เพียงคนเดียวที่เป็นเพื่อนรักฉัน “พวกฉันรีบมาที่นี่ให้ไวที่สุดเพื่อที่แกจะได้ไม่ต้องคิดมากเวลาอยู่คนเดียว ตอนนี้ก็ยังไม่โอเคขึ้นเลยสินะ” “ก็มีช่วงจังหวะดาวน์ๆ บ้าง แต่โอเคขึ้นเยอะแล้วนะ” “แล้วเมื่อกี้อีตัวไหนมันร้องเพลง” อั่งเปาแซวที่ฉันร้องไห้ “อี่ตัวนี้แม่นก่อ” (อีตัวนี้ใช่ไหม) น้ำหนาวชี้มาทางฉัน เป็นจังหวะที่เสียงขำดังขึ้นพร้อมกันอย่างไม่นัดหมาย “ไอ้พี่ศรุตยังติดต่อแกมาอยู่ไหม” จู่ๆ น้ำหนาวก็วกมาถามเรื่องแฟนเก่าของฉัน นิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ ในหัวนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของอดีตคนรัก “ก็มีบ้าง ทั้งส่งข้อความและโทรมา แต่ฉันไม่ได้ติดต่ออะไรกลับไปนะ” แค่บอกเลิกเขาฉันก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว การที่ให้เขาได้ยินเสียงฉันหรือเห็นหน้า มันไม่ดูเป็นการใจร้ายตอกย้ำความรู้สึกคิดถึงของอีกคนเหรอ ปล่อยให้เวลาลืมฉันไปเถอะ… “ดีแล้วล่ะแก แกกับพี่ภูผาจะได้ไม่ผิดใจกัน” ฉันหัวเราะ ไม่รู้ว่าทำไมต้องหัวเราะ “พี่ผาเขาคงไม่สนใจหรอก ต่อให้ฉันแต่งงานกับเขา แต่สถานะของเรามันไม่ได้ขยับขึ้นมามากกว่าพี่น้องเลย” “พึ่งแต่งกันไปได้ไม่เท่าไรเอง รอดูต่อจากนี้เถอะ ยังไงคนขึ้นชื่อว่าเป็นสามีภรรยา มีทะเบียนสมรส ความสัมพันธ์มันต้องยกระดับอยู่แล้ว แกน่ะอย่าคิดมาก” ฉันถอนหายใจผะแผ่วในขณะที่เพื่อนกำลังปลอบใจ สามีภรรยางั้นเหรอ? สามีภรรยาในนามล่ะสิไม่ว่า“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
เหตุการณ์ก่อนที่อั่งเปาจะกลับบ้านพักครูมาเจอภูผา…เขาไม่ได้ไปทำธุระเกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง หรือเรื่องนักเรียน แต่ที่ดั้นด้นออกไปจนถึงชุมชนในหมู่บ้าน ก็เพื่อหาสัญญาณคุยโทรศัพท์กับเพื่อน เพื่อนที่ตอนนี้ทะเลาะกับผัวและได้รับความช่วยเหลือจากเขา โดยการส่งนางไปอยู่บ้านเก่าของเขาเอง “ถึงบ้านแล้วเป็นไง
หากตอนนั้นเธอไตร่ตรองลองคิดดูก่อน ก็คงไม่ต้องเจอโชคชะตาเล่นตลกร้ายกันแบบนี้ ลูกแพรไม่เข้าใจเลยว่าเธอเสียค่าโง่ให้มันได้ยังไง ไอ้ผู้ชายที่ดูจะไม่มีพิษมีภัยแต่จริงๆ กลับเลวระยำสิ้นดี “ฮึก! ฉันเกลียดแก! เกลียดแกที่สุดเลย” เป็นความเกลียดที่อยากจะฆ่าให้ตายด้วยน้ำมือ ทว่ามันก็ได้แค่คิด ความเป็นจริงเธอท
จิรกิตติ์ถอนหายใจดังเฮือก คิดตามที่แฟนสาวพูดก็ไม่มีข้อโต้เถียง “เออก็ได้” เงินหนึ่งล้านได้มารวดเร็วทันใจ ก็หายไปในชั่วพริบตาเช่นกัน ทั้งสองคนนัดเจ้าหนี้หน้าเลือดให้มาเอาเงินงวดแรกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทว่าเท่าที่เห็นก็มีเพียงลูกน้องของมัน ไร้เงาผู้เป็นนาย “ไปหาจากไหนตั้งล้าน ไหนบอกไม่มีเงิน”
คนมีความรักมักจะดูเด็กลงไปนิดหนึ่ง น้ำเหนือและภูผากำลังเป็นแบบนั้น เหมือนโลกของคนทั้งสองถูกย้อมด้วยสีชมพู มันอบอวลไปด้วยกลิ่นบางอย่างที่ให้ความรู้สึกสดชื่น อบอุ่นและมีความสุข น้ำเหนือตามผู้เป็นสามีมาช่วยเก็บใบชา ร่างเล็กในชุดเอี๊ยมสีขาวมีผ้าโพกหัวลายดอกไม้ ปล่อยผมยาวสลวยคลอเคลียไหล่ มือคล้องตะก







