เข้าสู่ระบบภูผาถูกส่งตัวถึงมือหมอ ต้องตรวจเช็คอาการรวมไปถึงเอ็กซเรย์ร่างกายอย่างละเอียดเลยล่ะ น้ำเหนือนั่งรอเขาแทบไม่ลุกไปไหน แม้อินและตึ๋งจะขอให้ไปทำแผล เพราะตอนที่เธอล้ม ข้อศอกมันครูดไปกับพื้นจนได้เลือดมานิดหน่อย กระนั้นน้ำเหนือก็ปฏิเสธและยืนกรานรอให้ภูผาฟื้นก่อน ดวงซวยอะไรขนาดนี้นะ แค่สามเดือนที่ผ่านมาก็เจ็บตัวเข้าโรงพยาบาลกันไปแล้วตั้งเท่าไร เธอน่ะเจ็บไม่มากหรอก เทียบกับพี่ผาที่หัวแตกไม่ได้เลย ในเวลาต่อมาเมื่อภูผาฟื้น หมอก็อนุญาติให้เธอเข้าไปเยี่ยมได้ น้ำเหนือมองคนเจ็บบนเตียงซึ่งหัวของภูผามีผ้าพันแผลสีขาวพันรอบ ซ้ำหมอยังบอกอีกว่าภูผาต้องรอดูอาการที่โรงพยาบาลไปก่อน “พี่ผา..” “เหนือเจ็บตรงไหนบ้าง เป็นอะไรตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงแหบแห้งไถ่ถามกันอย่างเป็นห่วง น้ำเหนือมองสภาพเขาแล้วก็น้ำตาคลอด้วยความซึ้งใจ ตัวเองเจ็บหนักแท้ๆ แต่กลับเป็นห่วงเป็นใยถามถึงอาการเธอก่อน “เหนือไม่เจ็บเลย แต่พี่ผานี่สิ..เจ็บมากไหม” มือเรียวกุมประสานฝ่ามือหยาบกร้านของอีกคน นึกโทษตัวเองที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ “ไม่เอาไม่ร้อง ร้องทำไมพี่ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย” “ฮึก..หัวแตกเลยนะ จะไม่เป็นอะไรมากได้ไง”
สายตาคมกริบของพ่อเลี้ยงภูผาไล่มองผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเก่า แฟนเก่าก็คือคนที่มีความสัมพันธ์ดีๆ กันมาก่อน ดีจนไม่คิดว่าวันหนึ่งต้องมาเลิกรากันด้วยเหตุผลโคตรจะเฮงซวย ย้อนกลับไปเมื่อหกปีก่อน ภูผามีความรักครั้งแรกตอนเรียนมหาลัย จริงๆ ตอนมัธยมเขาก็ฮ็อตพอตัว เพียงแต่ไม่คิดจะคบใครจริงจังเพราะไม่ได้มีใครน่าสนใจกับเขาขนาดนั้น จนกระทั่งมาเจอชะเอม เพื่อนผู้หญิงในคณะเดียวกัน สิ่งที่ทำให้เขาตกหลุมรักชะเอมก็คือความสดใสน่ารักและใจดีของเธอ ชะเอมเป็นคนชอบเอาใจใส่ รักใครก็ทุ่มเททำให้ได้หมดทุกอย่าง ทว่ายิ่งนานวันไปความรักของเราทั้งคู่มันไม่ได้หวานชื่นตราบนานเท่านานอย่างที่ควรจะเป็น เรารักกันดีมาตลอด ภูผาเลยไม่ได้สังเกตว่าเราไม่รักกันตอนไหน…. ชะเอมค่อยๆ ทำตัวเปลี่ยนไป จากเดิมเป็นคนน่ารักก็เริ่มเอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ชอบใช้อารมณ์ ภูผาค่อยๆ หาสาเหตุสิ่งที่ทำให้แฟนตัวเองกลายเป็นอีกคน จนในที่สุดเขาก็พบว่าต้นเหตุทั้งหมดมันเกิดมาจากผู้ชายคนหนึ่ง ไม่สิ…จะโทษผู้ชายคนนั้นซะทีเดียวก็คงไม่ถูกนักในเมื่อชะเอมเป็นฝ่ายเข้าหาก่อน เธอนอกใจเขามีคนอื่นตั้งแต่ตอนไหน ทำไมทำกันได้ลง เราไม่รักกันแล้วเหรอ ‘ผา..ม
“เอ้อ..เอมได้ยินมันคุยกันว่าจะไปทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารด้วยนะ เจมส์ก็โทรบอกคุณเขาด้วยสิ”(แล้วเอมไม่ไปด้วยกันกับพวกมันเหรอ เผื่อจะรู้อะไรบ้าง)“ไปกับผีน่ะสิ ภูผามันเมินใส่เอมขนาดนั้น ถ้ายังหน้าด้านตามไปทุกที่มีหวังมันจับเอมโยนจากรีสอร์ตกันพอดี” ชะเอมตอบด้วยน้ำเสียงประหวั่นพรั่นพรึงเพราะเธอเคยเห็นนิสัยด้านดิบเถื่อนของพ่อเลี้ยงภูผามาแล้ว เธอจึงไม่ขอลองดี (แล้วเอมรู้รึเปล่าว่ามันจะไปร้านไหน)“ไม่รู้ เดินออกมาก่อน”(เอ้า อะไรวะ ไม่รู้อะไรสักอย่างเลย โคตรไม่ได้เรื่องเลยว่ะ)“ไอ้เจมส์!” เสียงโกรธจัดตะโกนใส่มือถือ มีหน้ากล้าดียังไงมาบอกว่าเธอไม่ได้เรื่อง “กูยอมเสี่ยงเอาตัวเองมาอยู่ที่นี่ ไม่ให้มึงโดนฆ่าตายเพราะหนี้พนันที่มึงสร้าง กูทำเพื่อมึงอยู่นะ ถ้ายังปากดีอีก มึงก็มาทำเอง!”จิรกิตติ์ควรเรียนรู้ว่าห้ามแหย่ผู้หญิงขณะอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เพราะมันจะเป็นแบบที่เขาต้องเจออยู่นี่ไง (เออๆ เค้าขอโทษ)“ลูกน้องไอ้เจ้าหนี้หน้าเลือดของมึงมีเยอะแยะ ก็ให้มันไปสะกดรอยตามเอาสิ นี่มันก็คงใกล้จะออกกันไปแล้ว คราวหน้าถ้าไม่มีสมองรู้จักคิดก็หุบปาก โง่ก็แค่อยู่เงียบๆ น่ะรู้จักไหม”ติ๊ด!ชะเอมพ่นสกิลแร็ป
ครบรอบทำบุญวันตายหนึ่งร้อยวันให้กับคุณลุงไตรภพที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อจะได้รับบุญกุศลและนำผลบุญที่ว่านี้เดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดีภูผาได้ทำการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์และเลี้ยงอาหารที่บ้าน แน่นอนว่าไม่ใช่บ้านเชิงดอยแต่เป็นบ้านหลังเก่าของไตรภพที่ทั้งสองคนถูกเลี้ยงให้เติบโตกันมาที่นี่ พิธีการต่างๆ เสร็จสิ้นลุล่วงไปได้ด้วยดี เฉกเช่นเดียวกับความรู้สึกในใจของน้ำเหนือ มันไม่ได้วูบโหวงเหมือนเมื่อตอนงานเผาศพคุณลุง คงเป็นเพราะเธอเริ่มรู้จักปล่อยวางและอยากให้คุณลุงไปสบายหมดห่วงอย่างที่ภูผาบอก อินกับตึ๋งลูกน้องคนสนิทของภูผาเป็นคนขับรถไปส่งพระท่านที่วัดหลังเสร็จพิธี ส่วนน้ำเหนือและภูผาต้องเข้าไปคุยเรื่องพินัยกรรมกับทนายความที่ไตรภพสั่งเสียไว้เมื่อตอนยังมีชีวิต หลังครบรอบวันตายหนึ่งร้อยวันถึงจะเปิดพินัยกรรม ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้รับอนุญาตให้ตามเข้ามาด้านใน จะมีก็เพียงภูผา น้ำเหนือ และคุณทวีเดชผู้เป็นทนายความ ทุกอย่างดูจะราบรื่นเป็นไปด้วยดี ในพินัยกรรมระบุไว้ว่าทรัพย์สินส่วนไหนแบ่งให้ใครบ้าง กว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นของลูกชายแท้ๆ อย่างภูผา ส่วนอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือยกใ
ระหว่างทานอาหารฉันก็สวมวิญญาณป้าข้างบ้าน คอยจับพิรุธท่าทางสีหน้าของแต่ล่ะคนว่าใครเป็นยังไง ซึ่งเท่าที่เห็นก็มีพี่ชะเอมที่เอาแต่ลอบมองพี่ผากับพี่ลูกแพรคุยกัน สองคนนี้เขาซี้กันมากเลยล่ะ ไม่ว่าจะพูดคุยอะไรก็เข้าขากันตลอด แถมพี่ผายังยิ้มได้บ่อยๆ เพราะเสียงหัวเราะสดใสของพี่ลูกแพรอีก ไปๆ มาๆ ไม่ใช่แค่พี่ชะเอมคนเดียวที่เอาแต่มองพวกเขาสองคน ฉันเองก็เช่นกัน เห็นแล้วมันใจ๋ขึ้น (อารมณ์เสีย)ทานอาหารกันจนเสร็จ พี่ผาออกตัวเป็นคนเก็บจานให้เอง สาวๆ จะได้มีเวลาพูดคุยตามลำพัง“แพรช่วยนะผา”“ไม่ต้องเลยแพร ผาเก็บเอง แพรไปนั่งคุยกับคนอื่นเถอะ”“แต่ว่า…”“ดื้ออีกแล้วนะ” “ไปก็ได้” พอพี่ลูกแพรหันหลังเดินมาทางพวกฉันสองคน พี่ผาก็ยกยิ้มตามหลัง“หวัดดีค่ะ เราชื่อลูกแพรนะ เป็นเพื่อนกับผา” ใบหน้าละมุนไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเอ่ยแนะนำตัวเองกับพี่ชะเอม “เราชะเอม เป็นแฟนเก่ากับผา” “อ๋อค่ะ” สองสาวมองหน้ากันราวหยั่งเชิงก่อนจะยื่นมือแตะเป็นอันความทำความรู้จักกันแล้ว แต่ทำไมนะวิญญาณป้าข้างบ้านที่อยู่ในตัวฉันมันเอาแต่พร่ำบอกว่าสองคนนี้ดูจะไม่กินเส้นในภายภาคหน้า “พี่ปวดฉี่จังเลย ห้องน้ำไปทางไหนคะ”“ทางนั
ตกเย็นอากาศก็เริ่มเย็นตามไปด้วย น้าหมี่ทำอาหารเสร็จก็ขอตัวกลับเลย เดิมทีน้าหมี่เป็นแม่บ้านทำงานรับใช้คุณลุงไตรภพมาตั้งแต่รุ่นแม่ของตัวเอง เมื่อคุณลุงเสียชีวิตจากไป พี่ผาไม่อยากให้น้าหมี่ตกงานก็เลยจ้างให้มาทำความสะอาดบ้าน คอยทำอาหาร น้าหมี่มีเวลาทำงานจันทร์ถึงศุกร์ หยุดเสาร์อาทิตย์ ค่าตอบแทนพี่ผาให้เพิ่มกว่าตอนที่อยู่กับคุณลุง ช่วงเย็นเวลาน้าหมี่ทำอาหาร ก็แค่ทำเพิ่มสองสามอย่างหรืออุ่นอาหารจากที่เหลือตอนเช้า เสร็จแล้วกลับบ้านได้เลยไม่ต้องตั้งโต๊ะรอ เพราะช่วงเวลานี้ไม่แน่นอนว่าฉันและพี่ผาจะทานเมื่อไรเพราะหลายครั้งทานไม่พร้อมกัน ฉันอาบน้ำเสร็จอยู่ในชุดพร้อมนอน อยู่กับพี่ผาแค่สองคนไม่จำเป็นต้องสวยเยอะ ฉันจึงไม่อายที่ต้องเปลือยหน้าสดกับเขาทุกวัน “นั่งด้วยคนน้า” วางสะโพกตัวเองบนโซฟานุ่มๆ ข้างคนตัวสูงที่กำลังนั่งไถไอแพดทำงานของตัวเองเช่นกัน หลักๆ ก็เรื่องดูยอดขายผลผลิต ดีลเรื่องส่งส้มออกขายต่างประเทศ การแปรรูปและอีกหลายอย่างที่พี่ผาต้องจัดการ ไหนจะเรื่องในองค์กรแบล็ค เรดอีก กว่าจะมั่งคั่งอย่างทุกวันนี้ก็ล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ“วาดอะไร”“อ๋อ งานลูกค้าค่ะ” เขาปรายตามองหน้าจอไอแพดฉันซึ่งมี







