LOGINคนเราจะตกหลุมรักคนเดิมซ้ำ ๆ ได้อีกสักกี่ครั้งนะ สำหรับเพียงพอ ต่อให้เขาทำไม่ดีแค่ไหนใจก็ยังรัก
View Moreค่ำคืนอันแสนชอกช้ำ ในผับหรูแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ‘ย่านทองหล่อ’ ที่เป็นแหล่งรวมนักท่องราตรีระดับวีไอพี ที่เพียงพอแอบมาทำงานพิเศษ โดยที่ผู้ปกครองอย่าง ‘อคิน’ไม่รู้
เพราะว่าหลายครั้งโดนหาว่าเป็นเด็กใจแตก ชอบเที่ยวตระเวนราตรีไปเรื่อย แต่ไม่มีสักคำที่แก้ตัวด้วยกลัวจะรู้ว่าเธอแอบทำงานเสี่ยง ๆ ที่เป็นเด็กเสิร์ฟบาร์หรู โชคดีที่เพิ่งผ่านสถานการณ์โควิดมา และพนักงานทุกคนที่ทำงานอนุญาตให้ใส่หน้ากากอนามัยปิดหน้า นั่นราวกับกฎที่สวรรค์ประทานพรของเพียงพอ
เธอจะได้ทำงานโดยที่ไม่มีใครเห็นหน้าที่เป็นอุปสรรคในการทำงานอีกต่อไปแล้ว เพราะเพียงเสี้ยวหน้าด้านล่าง ที่รู้ว่าตัวเองนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจเพศตรงข้ามเพียงใด และนั่นคือการที่เธอต้องหลบเลี่ยงการถูกฉุดกระชากขึ้นรถไปกับนักท่องราตรี
วู้!
เสียงเป่าปากอย่างโล่งอก เมื่อเธอผ่านความโชคร้ายนั้นมาได้เนื่องจากการ์ดในร้านช่วยเอาไว้ทัน แต่พลันเห็นใครบางคนที่เดินเข้ามา และตรงมายังบาร์บาร์บาร์ ซึ่งเป็นผับที่เธอทำงานอยู่ จึงรีบหลบไปด้านหลัง เพราะหากอยู่นอกร้านที่ไฟสว่างกว่าย่อมจับได้แน่นอน เพราะเธออาศัยร่วมชายคาตั้งแต่ผมยังถักเปีย หากจำเธอไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว
ความกลัวที่จะโดนเขาดุและต่อว่าสิ้นสุดลง เมื่อเธอแอบมองอยู่ไกล ๆ เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวสวยเฉี่ยวโชว์แผ่นหลังเนียน เดินเข้ามาหาเขาแล้วทักทายด้วยจูบอันดูดดื่ม ท่ามกลางแสงสีน้ำเงินม่วงของไฟ Black light ที่นิยมตกแต่งในผับเพื่อให้บรรยากาศลึกลับน่าค้นหา กับแสงไฟLED สีส้มนวลบนโต๊ะเพื่อให้ความสว่างเพียงเล็กน้อย พอให้เห็นใบหน้าและเครื่องดื่มบนโต๊ะเท่านั้น
ดนตรีในผับเปิดเพลงสุดโรแมนติกเข้ากับการจูบดูดดื่มของเขาคนนั้น คนที่เป็นผู้ปกครองเธอ กับผู้หญิงคนใหม่ที่เขาควงล่าสุด
มือที่เคยอยู่แนบลำตัวเลื่อนขึ้นมากุมหากัน แล้วบีบจิกเข้าที่ฝ่ามือ เพื่อหยิกให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว ไม่เหม่อลอยไปกับความเสียใจตรงหน้า
‘เจ็บพอหรือยัง’ ฉันถามตัวเองในใจ ว่าสิ่งที่เห็นอยู่เต็มตานี้ควรจะพอให้ตัดใจได้หรือยัง
แต่คำตอบก็ยังคงเป็นคำตอบเดิม คือ ‘ไม่’ ยังเจ็บไม่พอ
เธอรอว่าวันหนึ่งจะด้านชาและตัดใจไปเอง แต่นับวันยิ่งทำให้รักเขายิ่งขึ้นจนยากตัดใจ หัวใจเธอนี่มันแอบรักจนโง่ไปแล้วจริง ๆ
..........................................................................................................................................................................................................................
@ตึกคณะอักษรลานศรีตรัง
ร่างที่เหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน เดินสะโหลสะเหลมาทรุดยังโต๊ะที่เป็นที่ประจำของสามสาวคณะอักษรเอกอังกฤษจับจองเป็นเหมือนของส่วนตัวไปแล้ว
“ไงยะ...ฟัดกับผู้ทั้งคืนจนไม่ได้นอน?” เจเจหรือเจสซี่ชื่อที่ใช้เรียกในวงการ ที่เป็นคนตั้งเองทักทายเพื่อนสาว ที่อารมณ์เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวเศร้า ราวกับผีสางเข้าสิง
“ฟัดกับผีอะไรล่ะ นก!” ถึงแม้ว่าบอบช้ำไปทั้งใจที่เห็นผู้ปกครอง ที่ฉันตั้งว่าให้เป็นผู้ปกครองที่พ่วงสถานะคนของหัวใจของตนเอง จูบกับผู้หญิงอื่นต่อหน้าต่อตา
“สวยขนาดแกนี่ยังนก พวกฉันไม่ขึ้นคานเหรอวะ” นุกหรือเพื่อนอย่างเจสซี่ตั้งชื่อให้ว่า ‘นุกกี้’ เพื่อให้คล้องจองกับตัวเองพูดขึ้นทั้งยังมองอย่างจับผิด
“ผู้ปกครองมันชัวร์” เจสซี่ป้องปากทำเหมือนนินทา แต่ระยะเผาขนขนาดนี้ เรียกว่าพูดย้ำแทงใจดำฉันมากกว่า แต่ขอโทษเถอะไม่สะดุ้งสะเทือนหรอกแค่นี้ ฉันมันหนังหนาร้องไห้เป็นงานอดิเรก
“แน่แหละค่ะคุณเจสซี่” นุกกี้รับมุกเพื่อนที่เปิดมาเพื่อทำให้เพียงพอเลิกเศร้าแสร้งป้องปากกระซิบเสียงดังกลับ
“เออ...แหมคุณเพื่อนคะ ไม่ให้กำลังใจแล้วยังทับถมกันอีกเหรอคะ” เพียงพอแค่เห็นภาพบาดตาบาดใจก็เจ็บพออยู่แล้ว แม้รู้ว่าเพื่อนไม่ได้ตั้งใจว่าจะพูดเพื่อสมน้ำหน้า เพราะฉันรู้ว่าเพื่อนทั้งสองหวังดีกับฉันที่สุด อยากให้ตัดใจ
“ก็แหม...แกชอบเขาข้างเดียวมาตั้งกี่ปีแล้วคะ” เรียกได้ว่าตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย ที่เริ่มมีความรู้สึกรัก เพียงพอก็บอกความลับนี้ให้เพื่อน และช่วยหาวิธีดึงความสนใจด้วยการเรียนให้เก่งที่สุด แต่แล้วผู้ปกครองผู้แสนสุขุมนิ่งสงบและเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกของเพียงพอไม่ได้หันมาสนใจฉันมากขึ้น เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ เมื่อเอาผลการเรียนไปให้ดู
‘ใจดำชะมัด ชมสักคำก็ไม่เคย’
“ปลูกอ้อยก็แล้ว ประชดก็แล้ว สุดท้ายเป็นไงล่ะโดนตัดบัตรเครดิต ฉันกินแกลบแน่ ๆ” ฉันแกล้งไปเลี้ยงเหล้าเพื่อนโดยให้เจสซี่แอ๊บแมนเหมือนมาจีบตัวเอง แต่แล้วผลที่ตามมาคือไม่มีเงินใช้ โดนตัดบัตรเครดิต ให้คนขับรถที่บ้านมาส่งพร้อมกับกล่องอาหารกระจุ๋มกระจิ๋ม จนเอามาให้เพื่อนกินแทน เพราะหมดอารมณ์จะกิน
“ผู้ชายแกนี่เอาใจยากจัง คนดีก็ไม่สน คนเลวก็ไม่สน ต้องเป็นคนยังไงก่อน หรือแกจะตัดใจ เข้าสมาคมแม่บ้านนักบาสของมหาวิทยาลัยดี มีแต่หล่อรวยตัวใหญ่ทั้งนั้น แกจะได้เดบิวต์อย่างสมศักดิ์ศรีหน่อย...”
ก่อนที่เพื่อนจะพูดชงให้ฉันไปเอานักบาสทำผัว ฉันยกมือห้ามทันที
“ให้ฟันแล้วทิ้งอ่ะสิ แกก็รู้หล่อเลือกได้ขนาดนั้น คงอยากกินฉันอ่ะสิไม่ว่า แต่ฉันน่ะถือคติหากไม่รักไม่ยอมนอนด้วยเด็ดขาด”
“ย่ะ...อุดมการณ์หนักแน่นดุจขุนเขา เงินในกระเป๋าเบาดุจขนนก” เจสซี่ซ้ำเติมเพื่อนให้รู้ว่าจนแล้วยังไม่เจียม
“ไม่เป็นไร แกรู้จักพี่เหมียวแฟนอาจารย์ปราชญ์ อาจารย์พิเศษวิชาปรัชญาฝรั่งเศสใช่ป่ะ นั่นแหละฉันไปคุยกับพี่เขาเรื่องหางานพิเศษ และเงินดี”
เพราะตัวเลขค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว เพียงคืนเดียวทิปบวกกับค่าแรงก็สูงเกือบหมื่นแล้ว หากผับมีจัดปาร์ตีธีมต่าง ๆ แต่ฉันมีงานพิเศษอื่นช่วงศุกร์กับเสาร์ที่จะได้วันละหนึ่งพันบาท และเป็นค่าขนมรวมทั้งค่ารถกลับบ้านสิทธิภาคย์ ที่ซุกหัวนอนเดียวที่เหลืออยู่ เพราะญาติเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นคุณอาได้เสียชีวิตไปแล้ว ทิ้งให้เขาเป็นผู้ปกครองมาหลายปี ตั้งแต่เขาเรียนมหาวิทยาลัย จนเขาทำงานจนอายุสามสิบกว่าแล้ว ก็ยังเป็นผู้ปกครองฉัน
“ฉันขายแรงโว้ย...ไม่ได้ขายศักดิ์ศรี” แม้จะต้องกินแกลบก็เถอะ ตอนนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเขาจะเป็นคนดูแลให้ฉันเอง แต่นั่นมันจำกัดจำเขี่ยฉันเกินไป เพียงพอชอบความอิสระมากกว่า แม้ว่ากระเป๋ารองเท้า กระทั่งชุดชั้นในเขาก็สั่งให้แบรนด์หรูมาส่งให้ถึงบ้าน แต่สิ่งเหล่านั้นมันสร้างความสุขให้ฉันได้ที่ไหนกันล่ะ และอยากอวดดีให้เขารู้ว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินเขาคนเดียวเท่านั้น
“แล้วแกเอาไงต่อ”
“เอาไงล่ะหาเงินต่อไปสิคะสาว งานแปลถ้ามีส่งมาให้ฉันเถอะ ก่อนที่ฉันจะกินแกลบ” เธอเองก็หนึ่งในตองอู ไม่ยอมไปคุกเข่าขอร้องคนอย่างเขาหรอก หึ!
แต่นั่นแหละ ที่ไม่ยอมไปขอร้องเขาเพราะยังเสียใจที่เขาจูบกับผู้หญิงอื่นแม้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวเขาก็ตาม
‘ชีวิตทำไมซวยแบบนี้วะ’
“ป่ะไปเถอะเข้าเรียน เดี๋ยววันศุกร์นี้ฉันจะโดดนะ เพราะผู้ปกครองไม่อยู่” เธอแอบได้ยินแม่บ้านกับคนขับรถพูดกันว่าเขาจะบินไปต่างประเทศวันศุกร์นี้ กินเวลาสองสามวัน และเธอจะใช้สองสามวันนี้หาเงินเผื่อไว้ใช้ทั้งเดือน
‘แค่ไปขอโทษเขาเธอก็สบาย แต่เลือกที่จะอวดดีต่อไป แม้เขาไม่เห็นความดีของเธอก็ตาม’
“บี๋...ยั่วมากผมจะไม่ไหวแล้วนะครับ” เขาบีบเคล้าคลึงสองเต้าของฉันอย่างเมามันจนทำให้อารมณ์ฉันเริ่มเตลิดอีกแล้ว แต่...ฉันต้องตั้งสติ มือเล็กเรียวลูบไปตามต้นขาแล้วระเรื่อยขึ้นมาจนส่วนที่ยื่นออกจากร่างกาย บัดนี้มันชูชันดีดผึ่งไปมาตรงหน้าจนอยากตีให้หัวมันแตกจริง ๆ เลย มือฉันโอบรอบตัวตนของเขาสาวขึ้นลงก่อนจะก้มลงไปใช้ปลายลิ้นสัมผัสมัน “โอ๊ย...บี๋...ผมตายแน่ ๆ อย่า...อื้อ” แค่ลิ้นเล็ก ๆ ทำไมร้ายแบบนี้วะ...โอ๊ยเสียวใจจะขาด เขาไม่ปล่อยมือให้อยู่เฉยเช่นกัน รูดรั้งบิกินีตัวจิ๋วออกเปิดเผยเนินเนื้อเนียนใสจนแทบทำให้คนอย่างเขาขาดใจตาย “บี๋...จะฆ่ากันใช่ไหม” เขาวาดมือลูบเนินสวยขึ้นลงสะกิดปลายยอดความเป็นสาวแล้วเธอกลับถอยเบี่ยงสัมผัสที่มือของเขาออก “ใจเย็นสิคะ...ให้บี๋เป็นคนนำสิคะ แล้วค่อยให้คะแนน” พูดจบก็ครอบตัวตนเขาเข้าเต็มปากเต็มคำ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ชิมรสชาติแปลก ๆ ที่เป็นเขาแต่มันไม่ได้แย่ มันเย้ายวนให้อยากกลืนกินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับอารมณ์ที่เร่าร้อนพุ่งทยานขึ้นสูง “อื้อ...อ้า...อย่า...อย่ารูดเร็วเดี๋ยวแตก”
ฉันไปเรียนเหมือนปกติ แต่รับรู้ข่าวเรื่องยายปาลินอะไรนั่นโดนข้อหาหนักอยู่เหมือนกัน ที่เขาบอกไม่ไว้หน้าก็คือจริง เอาเรื่องถึงที่สุดไม่สนความสัมพันธ์ฉันเพื่อนเลยสักนิด แต่นั่นทำให้ฉันรู้ว่าเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับเขาเลยล่ะ “ยิ้มแก้มปริเชียว วันนี้สอบวันสุดท้ายฉลองที่ไหนจ๊ะสาว” เจสซี่ยังคงแซวไม่เลิก และหลังจากวันนั้นฉันก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟัง แต่เพื่อนกลับบอกว่าต้องขอบคุณยายปาลินที่ทำให้เขาพาเธอกลับไปนอนด้วยกันที่บ้านเปิดเปิดตัวเปิดใจ แบบไม่อายใคร “วันนี้จะไปเสม็ด”บอกข่าวดีเพื่อนที่วันนี้จะไปสวีทกับเขาสองคนอีกแล้ว “ทะเลน่าจะไม่เค็มนะว่าไหมนุกกี้” “ใช่คร้า...ทะเลหวาน” ฉันไม่อายเพื่อนแล้ว เรียกได้ว่าแซวจนชิน “แล้วจะซื้อของมาฝากนะ วันนี้แยกย้ายค่ะ” ฉันบอกเพื่อนแล้วก็เดินไปที่ลานจอดรถเพราะว่าเขาส่งข้อความมาบอกว่าถึงแล้ว แต่เมื่อขึ้นรถมาสีหน้าเขาขรึมอีกแล้ว “เป็นอะไรคะ” ฉันรีบเคลียร์ให้เข้าใจ ไม่อย่างนั้นก็จะคิดเองเออเองอีก “ชุดนักศึกษานี่ไม่มีตัวใหญ่ ๆ แล้วเหรอ ใส่กันอยู่ได้รัด ๆ” อะอ่าว...ทำไมมาหาเรื่องเอากับเสื
ไม่รอให้เธอสงสัยนานป้าปิ่นก็เดินเข้ามาพร้อมกับข้าวต้มกุ้งกลิ่นหอมกรุ่น กับน้ำส้มที่เธอชอบดื่มทุกเช้า “ตื่นแล้วเหรอคะ” “ค่ะ...แล้วเพียงมานอนห้องนี้ได้ยังไงคะ” เธอคิดไม่ออกเลย จำได้แค่อยู่โรงพยาบาลจากนั้นก็หลับไปเลย “คุณอคินอุ้มขึ้นมานอนค่ะ เช็ดตัวให้แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ด้วย” อื้อหือ...ทำต่อหน้าป้าปิ่นนี่นะ เขาจะไม่ให้เธอเหลือหน้าไว้พบใครเลยหรือไงกัน “แล้วยังเจ็บตรงไหนไหมคะ ดูสิเนี่ยขนาดไปกินข้าวก็ยังโดนรังแก ป้าไม่ให้ไปนอนที่อื่นแล้วนะ เดี๋ยวจะบอกให้คุณอคินให้กลับมาอยู่บ้าน แล้วให้ตาคมไปรับไปส่ง” น้ำตาของฉันคลอเบ้าทันที ที่เห็นความห่วงใยจากป้าปิ่นซึ่งไม่ใช่ญาติของฉันเลยสักนิด “ป้าปิ่นขา...” สองแขนอ้าออกแล้วก็โอบกอดป้าปิ่นร้องไห้ออกมา บ้านนี้เหมือนบ้านจริง ๆ ด้วยมีคนที่คอยรอและเป็นห่วงเป็นใย ยังไม่ทันได้อ้อนป้าปิ่นนานเขาก็เปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ “ร้องไห้เป็นเด็กอีกแล้วนะ เอาอะไรจากป้าปิ่นอีกล่ะ” เสียงนุ่มของเขาทำให้ฉันเบี่ยงหน้าออกไปมองแล้วก็กลับมาซบป้าปิ่นต่อ “คิดถึงป้าปิ่นจังเลยค่
เสียงกดชักโครกดังขึ้น ทำให้เธอรู้ว่าด้านข้างมีคนเข้า แม้บรรยากาศจะวังเวงไปหน่อยก็ตาม แต่ก็รีบเข้ารีบกลับดีกว่าเดี๋ยวจะไปยืนรอที่ทางเข้า เขาคงคุยไม่นานนัก น่าจะไปจัดการคนที่ส่งเหล้าให้เธอแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ได้เห็นเขาหึงแบบนี้แปลกที่เธอไม่รู้สึกเบื่อ แต่กลับดีใจที่เห็นเขาหึง เหมือนคนคลั่งรักดี เธอเปิดประตูออกมาถึงกับต้องผงะเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ท่าทางไม่น่าไว้ใจ ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มน่ากลัว เธอล้วงไปในกระเป๋ากดเบอร์ฉุกเฉินที่ตั้งเป็นคนเป็นคนแรก “ห้องน้ำผู้หญิงเข้าผิดแล้วค่ะ” “ไม่ผิดหรอกน้องสาว...ผมก็ยาว ผิวก็ขาว เรามาสนุกกันไหม รับรองว่าไม่มีใครมาขัดจังหวะพวกเราแน่นอน” “อ๊าย...ออกไปนะ” เพียงพอถอยไปจนสุดแล้วแต่ก็พยายามมองหาอะไรที่พอจะทำเป็นอาวุธได้ ภาวนาให้เขารับโทรศัพท์เธอแล้วรีบตามมาไวไว “เดี๋ยวเราผลัดกันเข้าผลัดกันออกสิครับ...รับรองสวรรค์ชั้นเจ็ดรอน้องอยู่ มาให้พี่รักซะดี ๆ” “กรี๊ด...ออกไปนะไอ้หน้าหื่น...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ มีคนจะปล้ำในห้องน้ำ...ช่วยด้วย” ฉันพยายามตะโกนแต่เหมือนไร้ความหวัง เพราะประตูด้านนอกห้องน





