หลิงเยว่ ตัวร้ายที่เกิดใหม่ได้เป็นนางเอกในนิยายน้ำเน่า

หลิงเยว่ ตัวร้ายที่เกิดใหม่ได้เป็นนางเอกในนิยายน้ำเน่า

last updateLast Updated : 2026-04-01
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 rating. 1 review
36Chapters
6.6Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เกิดใหม่ในนิยายทั้งทีกลับได้รับบทเป็นนางเอกผู้ใสซื่อ หึ! นางเอกที่ต้องคอยทำดีเพื่อให้พระเอกหันมามองน่ะหรือ ฝันไปเถอะ! ไฉนเลยข้าจะต้องวิ่งตามบุรุษ

View More

Chapter 1

1.นิยายน้ำเน่า

ณ เมืองโจว เมืองหน้าด่านก่อนจะถึงเมืองหลวง ซึ่งเมืองนี้ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้นหากควบม้าเร็ว

ยามนี้เสียงประทัดแปดหมื่นนัดกำลังดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับจะประกาศให้สวรรค์และปฐพีได้ยินเสียงของงานมงคลสมรสอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจัดขึ้นในเมืองนี้

ขบวนรับเจ้าสาวที่เคลื่อนตรงมานั้นทอดยาวจนสุดสายตา สีแดงฉานของผ้าไหมและโคมไฟย้อมถนนจนดูคล้ายกับแม่น้ำสายโลหิตก็มิปาน เพราะนี่มิใช่เพียงการแต่งงาน ทว่ามันคือการประกาศศักดา และการรวมตัวกันของสองตระกูลใหญ่

นั่นคือหลี่และเสิ่น ตระกูลมหาอำนาจของราชสำนัก

และผู้พระราชทานสมรสนี้ให้พวกเขาก็คือ ฮองเฮาองค์ปัจจุบัน หรือบุตรสาวของมหาเสนาบดีฝ่ายขวา เสิ่นจี้หยาง

เหตุที่พระนางออกราชโองการก็เพราะต้องการอำนาจทางทหารของตระกูลหลี่มาไว้เกื้อหนุนโอรสที่เพิ่งเกิดมาของตน

โดยไม่แยแสเลยว่า น้องสาวต่างมารดาของตนจะปวดร้าวเพียงใด เมื่อต้องแต่งกับชายที่นางไม่ได้รักและไม่เคยเห็นหน้า

นางถึงขั้นยอมปลิดชีพกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย พวกเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยให้นางมีชีวิตอย่างที่ต้องการ เมื่อหายดีก็จับแต่งองค์ทรงเครื่อง แล้วส่งขึ้นเกี้ยวมาแต่งงานยังต่างเมืองอย่างที่เห็น

เมื่อถึงยามมงคล เกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามที่ประดับประดาด้วยทองคำและหยกอย่างวิจิตรบรรจงก็เคลื่อนตัวออกมาอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงอวยพรเซ็งแซ่ของชาวบ้านที่มามุงดูวาสนาของคู่บ่าวสาวที่ใคร ๆ ต่างก็กล่าวขวัญว่าพวกเขาคือ

“กิ่งทองใบหยก” และ “คู่สวรรค์สร้าง”

ทว่า... ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสดที่ปักลวดลายหงส์คู่พยัคฆ์นั้น กลับมีความเยือกเย็นยิ่งกว่าหิมะในฤดูหนาวซ่อนอยู่

เสิ่นหลิงเยว่ กำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ไม่ใช่เพราะความประหม่าขัดเขินของเจ้าสาวอย่างที่ควรจะเป็น ทว่ามันมาจากความอดทนที่กำลังจะหมดลงต่างหาก

‘ร้อนชะมัด... มงกุฎหงส์บ้านี่ก็หนักอย่างกับใส่หินถ่วงไว้’

นางพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ดวงตากลมโตภายใต้ผ้าคลุมกลอกไปมาอย่างเบื่อหน่าย สำหรับนางแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในยามนี้มันคือตลกร้ายชัด ๆ “เฮ้อ! อึดอัดชะมัด เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย”

“คุณหนู อดทนหน่อยนะเจ้าคะ แล้วก็อย่าส่งเสียงด้วยเจ้าค่ะ” เสียงเตือนดังแว่วมาจากด้านล่างของเกี้ยว

“อดทนอะไร นี่ข้านั่งเกี้ยวมาครึ่งค่อนวันจนก้นแฉะไปหมดแล้วนะ จวนแม่ทัพอะไรนี่ยังไม่ถึงอีกเหรอ” คุณหนูเก้าตระกูลเสิ่นหาได้ฟังคำเตือนของสาวใช้ไม่ นางมีแต่บ่นเพิ่มมากกว่า

“คุณหนู อย่าเอ็ดไปสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวหมัวมัวก็ได้ยินหรอก”

เมื่อได้ยินนามของสตรีจอมเผด็จการ เสิ่นหลิงเยว่ก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจยาวจนได้ยินไปข้างนอก

‘เป็นนักฆ่าอยู่ดีดี กลับต้องมาเกิดใหม่เป็นนางเอกในนิยายน้ำเน่า ที่มีเมตตา ว่านอนสอนง่ายงั้นเหรอ หึ! ฉันยอมก็เพื่อจะได้จัดการกับคนที่กล้ามาบงการชีวิตฉันเท่านั้นแหละ คอยดูเถอะ แม่จะเอาให้นิยายเรื่องนี้พังไปเป็นแถบ ๆ เลย’  นางบ่นในใจ

พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ถูกเพื่อนสนิทที่เป็นนักเขียนใช้ของแข็งทุบเข้าที่หัว เพียงเพราะนางกล่าววิจารณ์นิยายของอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาจนเกินไป

และหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมา หลิงเยว่ก็พบว่าตนนั้นไม่ได้อยู่ในโลกใบเดิมอีกแล้ว ซ้ำร้ายนางยังมาอยู่ในร่างของคุณหนูเก้าตระกูลเสิ่น ผู้ที่แสนบอบบางราวกับเครื่องปั้นดินเคลือบ ซ้ำยังเป็นนางเอกผู้แสนดี ที่มักจะถูกนางร้ายรังแกอยู่เสมอ

ทว่าเกิดใหม่ได้แค่เดือนเดียว ร่างนี้ก็ถูกจับใส่พานถวายให้กับบุรุษที่ไม่เคยเห็นหน้า ค่าตัวของนางในฐานะสะใภ้จวนแม่ทัพนั้นมีมูลค่ามหาศาลนัก เรียกว่าเป็นเส้นทางก้าวสู่ความมั่นคงก็ว่าได้ ทว่าทั้งหมดทั้งมวนนี้หาได้มีไว้เพื่อเจ้าของร่างนี้ไม่

ที่กล่าวมา ล้วนแต่เป็นอำนาจของผู้อื่นทั้งนั้น

“ไร้สาระสิ้นดี” นางพึมพำแผ่วเบา “นี่มันไม่ใช่การแต่งงาน มันคือการควบรวมกิจการชัด ๆ และฉันก็เป็นแค่สินทรัพย์ในสัญญา ที่ต้องทนแบกรับเอาความมั่นคงของคนอื่นมาใส่บ่า มันน่าเอาระเบิดมาทิ้งบอมให้ตายทั้งตระกูลกันจริง ๆ” แม้จะถูกเตือนอยู่หลายครา ทว่าเสิ่นหลิงเยว่ผู้นี้หาได้ใส่ใจไม่ นางยังคงบ่นต่อไป  

ในขณะเดียวกัน ที่หน้าขบวนเกี้ยวเจ้าสาว

บุรุษร่างสูงสง่าในชุดเจ้าบ่าวสีแดงเข้มปักดิ้นทองลายกิเลน ก็ยังคงควบม้าสีดำปลอดรูปร่างกำยำเดินนำต่อไป ทว่าใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักหยก กลับยังคงเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับเขากำลังขี่ม้าไปสนามรบ มิใช่ไปรับเจ้าสาว

เสียงโห่ร้องยินดีรอบข้างไม่ได้เข้าหูเขาแม้แต่น้อย ในห้วงความคิดของแม่ทัพหนุ่มมีเพียงภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มที่แสนบริสุทธิ์ของใครคนหนึ่งที่เขาเฝ้าคิดถึง นางผู้มีกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ เหมือนดอกมะลิป่า มิใช่กลิ่นเครื่องหอมราคาแพงแต่ฉุนจมูก

เหมือนสตรีที่อยู่ในเกี้ยวทางด้านหลัง

“เสี่ยวเยียน ยามนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาพึมพำแผ่วเบา ก่อนจะกัดฟันแน่นจนแก้มขึ้นสันนูน เขาเกลียดตนเองที่ไร้ความสามารถ แม้จะมีอำนาจ แต่ก็ยังต้องยอมจำนนแต่งงานกับคุณหนูสูงศักดิ์ที่เขาไม่เคยคิดอยากชายตามอง

เพียงเพื่อรักษาเกียรติยศและสถานะของตระกูลตามคำสั่งบิดาที่เอ่ยถ้อยคำประกาศิตกับเขาว่า หากไม่ทำตาม สตรีที่เขาอยากใช้ชีวิตด้วย จะต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ

เขารู้ว่าบิดาทำจริงแน่ เหตุนี้หลี่จวินเหิงจึงต้องยอมทำตาม ทว่าหลังจากนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้วว่าจะเอาอย่างไร  

หลังจากขบวนรับเจ้าสาวเดินทางมาถึงหน้าจวน จวินเหิงก็ลงจากหลังม้าด้วยท่วงท่าองอาจสมชายชาติทหาร

เขาเดินตรงไปยังเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อทำตามธรรมเนียมที่ควรปฏิบัติ ปลายเท้าเตะประตูเกี้ยวเบา ๆ สามครั้งเป็นการเรียกขวัญ

ทันทีที่ม่านเกี้ยวถูกเปิดออก กลิ่นหอมฉุนของเครื่องประทินโฉมราคาแพงก็พุ่งเข้าใส่จมูกจนเขาต้องย่นคิ้วเล็กน้อยถึงอย่างนั้นแม่ทัพหนุ่มก็ยังต้องเก็บอาการไว้

จากนั้นแม่สื่อก็ประคองมือเจ้าสาวที่สวมแหวนหยกเนื้อดีส่งให้เขา อึดใจที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ทั้งสองต่างก็ชะงักไปชั่วครู่

ทว่าความรู้สึกที่พวกเขามีหาได้เกี่ยวกับความพึงใจไม่

หลี่จวินนั้นสัมผัสได้ถึงความเย็นชาจากมือนุ่มนิ่ม มันไม่ใช่ความเย็นจากอากาศ แต่เป็นความเย็นเยือกจากจิตใจ

ส่วนเสิ่นหลิงเยว่ นางกลับแสยะยิ้มมุมปากพลางนึก

‘พระเอกผู้มีใจรักมั่นต่อนางร้าย เพราะเชื่อว่านางคือสตรีที่ดี และคู่ควรจะเป็นมารดาของบุตรตน หึ! ช่างเป็นนิยายน้ำเน่าที่ไร้สมองจริง ๆ คอยดูเถอะ ฉันจะเล่นให้หนักเชียว’ นางนึกในใจ ก่อนจะเดินตามแรงชักนำของอีกฝ่ายที่ไม่ได้อ่อนโยนเลยสักนิด ราวกับเขาต้องการทำให้มันจบ ๆ ไปไวไวเสียอย่างนั้น

มือหยาบกร้านยังคงออกแรงดึงมากกว่าจะประคองนางเดินเหมือนเจ้าบ่าวทั่วไป เสิ่นหลิงเยว่ที่ไม่ได้ตั้งตัวถึงกับเซไปข้างหน้าเล็กน้อยตามแรงกระชาก ทว่าปลายเท้าเล็กภายใต้ชุดคลุมที่ยาวถึงพื้น กลับยังคงทรงตัวได้อย่างมั่นคง ซ้ำนางยังก้าวตามจังหวะการเดินที่ดุดันของเจ้าบ่าวได้อย่างไม่สะดุดสักนิด

หลี่จวินเหิงกระตุกหางคิ้วเล็กน้อยอย่างคนประหลาดใจ สตรีในห้องหอที่บอบบางราวกับกิ่งหลิว ซ้ำยังสวมมงกุฎหงส์และชุดเจ้าสาวที่หนักอึ้ง กลับก้าวเดินตามจังหวะเท้าของชายชาติทหารเช่นเขาได้โดยไม่ล้มลุกคลุกคลานกระนั้นหรือ

 

 

 

 

 

 

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

SSMT
SSMT
สนุก ชอบพระเอกคลั่งรัก นางเอกเก่ง
2026-05-30 09:14:15
0
0
36 Chapters
1.นิยายน้ำเน่า
ณ เมืองโจว เมืองหน้าด่านก่อนจะถึงเมืองหลวง ซึ่งเมืองนี้ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้นหากควบม้าเร็วยามนี้เสียงประทัดแปดหมื่นนัดกำลังดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับจะประกาศให้สวรรค์และปฐพีได้ยินเสียงของงานมงคลสมรสอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจัดขึ้นในเมืองนี้ขบวนรับเจ้าสาวที่เคลื่อนตรงมานั้นทอดยาวจนสุดสายตา สีแดงฉานของผ้าไหมและโคมไฟย้อมถนนจนดูคล้ายกับแม่น้ำสายโลหิตก็มิปาน เพราะนี่มิใช่เพียงการแต่งงาน ทว่ามันคือการประกาศศักดา และการรวมตัวกันของสองตระกูลใหญ่นั่นคือหลี่และเสิ่น ตระกูลมหาอำนาจของราชสำนักและผู้พระราชทานสมรสนี้ให้พวกเขาก็คือ ฮองเฮาองค์ปัจจุบัน หรือบุตรสาวของมหาเสนาบดีฝ่ายขวา เสิ่นจี้หยางเหตุที่พระนางออกราชโองการก็เพราะต้องการอำนาจทางทหารของตระกูลหลี่มาไว้เกื้อหนุนโอรสที่เพิ่งเกิดมาของตนโดยไม่แยแสเลยว่า น้องสาวต่างมารดาของตนจะปวดร้าวเพียงใด เมื่อต้องแต่งกับชายที่นางไม่ได้รักและไม่เคยเห็นหน้านางถึงขั้นยอมปลิดชีพกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย พวกเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยให้นางมีชีวิตอย่างที่ต้องการ เมื่อหายดีก็จับแต่งองค์ทรงเครื่อง แล้วส่งขึ้นเกี้ยวมาแต่งงานยังต่างเมืองอย่างที่เห็นเมื่อถึงยาม
Read more
2.เปิดอก
กระทั่งทั้งคู่ผ่านพิธีด้านหน้าจนมาถึงจุดสำคัญในห้องโถงพิธีการดำเนินต่อไปท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อและขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยานรวมถึงคนในวังด้วย ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยขนบธรรมเนียมที่เคร่งครัด ทว่าสำหรับบ่าวสาวที่ยืนอยู่กลางโถงพิธี มันกลับแห้งแล้งและจอมปลอมสิ้นดีเมื่อถึงเวลามงคล แม่สื่อก็เริ่มทำพิธีอย่างไม่รีรอ กระทั่งถึงขั้นตอนสุดท้าย หลี่จวินเหิงก็หันหน้าเข้าหาเจ้าสาว เขาประสานมือค่อมศีรษะลงด้วยท่วงท่าแข็งทื่อดุจท่อนไม้ ไร้ซึ่งความอ่อนโยนหรือแววตาแห่งความปีติ ส่วนเสิ่นหลิงเยว่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสดนั้น นางกำลังย่อเข่าลงพลางกัดฟันกรอด‘กราบกันไปกราบกันมาอยู่นี่แหละ คอฉันจะหักเพราะมงกุฎบ้า ๆ นี่อยู่แล้วนะ เมื่อไหร่จะส่งเข้าหอไปให้พ้น ๆ สักที’ หญิงสาวก่นด่าในใจ ขณะที่หูยังคงต้องทนฟังเสียงอวยพรว่า‘ขอให้รักใคร่กลมเกลียว มีบุตรเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง’ซึ่งคำอวยพรนี้ฟังดูแล้วชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนักทว่าไม่นานนัก ช่วงเวลาที่แสนอึดอัดก็สิ้นสุดลง เมื่อบ่าวสาวถูกส่งตัวเข้าสู่ห้องหอ ที่อยู่ในเรือนหลักของจวนแม่ทัพภายในห้องหอที่จุดเทียนมังกรหงส์สว่างไสว อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานมงค
Read more
3.ทำข้อตกลง
หลิงเยว่วางจอกสุราลง แล้วช้อนสายตาขึ้นมองสบกับสามีที่กำลังจ้องนางอยู่ “ข้าขอเสนอการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ...ข้ารู้ว่าท่านถูกบังคับ และข้าเองก็รังเกียจการแต่งงานแบบคลุมถุงชนนี่พอ ๆ กับที่ท่านรังเกียจข้านั่นแหละ ที่สำคัญ ข้ารู้ด้วยว่าท่านมีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว... นางชื่อ ‘เสี่ยวเยียน’ ใช่หรือไม่”ทันทีที่ได้ยินนามของสตรีอันเป็นที่รัก นัยน์ตาของจวินเหิงก็เบิกกว้างขึ้น พร้อมกับเผยรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาอย่างคนเหลืออด เขาสาวเท้าเข้าประชิดตัวนางในพริบตา มือแกร่งดุจคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ลำคอระหงของภรรยาสาวที่เพิ่งแต่งเข้า “เจ้าสืบเรื่องของข้า!” เสียงรอดไรฟันเปล่งออกมาทันที “กล้ามากนะเสิ่นหลิงเยว่ อยากตายตั้งแต่ยังสาวกระนั้นหรือ” แววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารเผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง “หากเจ้ากล้าแตะต้องคนรักของข้าแม้แต่ปลายก้อย ข้าจะหักคอเจ้าทิ้งเสียตรงนี้โดยไม่สนราชโองการใด ๆ ทั้งสิ้น”ทว่าแทนที่เสิ่นหลิงเยว่จะดิ้นรนทุรนทุรายหรือร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สตรีในห้องหอควรจะเป็นนางกลับยกยิ้มมุมปาก พลางยกมือขึ้นมาจับข้อมือหนาของเขาไว้ ตำแหน่งที่ปลายนิ้วของนางกดลงไปนั้นคือจุดชีพจรสำคัญ และหากน
Read more
4. มืออาชีพ
เขาทำท่าจะอ้าปากทักท้วงด้วยความรังเกียจ เมื่อร่างอรชรของเจ้าสาวขึ้นมานั่งคร่อมบนตัว ทว่ามือบางกลับเอื้อมมาปิดปากเขาไว้ แต่ยังพอให้เปล่งเสียงออกมาต่อว่าได้“เจ้า! เจ้าคิดจะทำอะไร” เขาเค้นเสียงลอดไรฟันพลางเบือนหน้าหนีด้วยท่าทางขยะแขยงราวกับกำลังพบเจอสิ่งที่น่ารังเกียจ“อยู่เฉย ๆ แล้วดูมืออาชีพเขาทำงาน” หลิงเยว่กระซิบเสียงต่ำ จากนั้นนางก็เริ่มใช้มืออีกข้างเขย่าเสาเตียงไม้แกะสลักอย่างแรงจนมันเกิดเสียง เอี๊ยดอ๊าด มั่นคงเป็นจังหวะเนิบช้าและเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ และตามมาด้วยเสียงครางชวนสยิว“อ๊า... ท่านแม่ทัพ... อื้อ... เบาหน่อยเจ้าค่ะ อย่าฉีกอาภรณ์ข้าเช่นนั้น อื้อ… ท่านพี่ อ่อนโยนกับข้าด้วย”เสียงหวานที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางกระเส่าพร่าเลือนที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ใคร่ เพราะหลิงเยว่จงใจดัดเสียงให้สั่นระริก พลางส่งเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังสุขสมอย่างยิ่งยวด จากนั้นนางก็ใช้กำปั้นกระทุ้งฟูกหนาให้เกิดเสียงกระทบกระทั่งที่ชวนให้คนด้านนอกจินตนาการไปไกล คิดว่าร่างกายของทั้งคู่กำลังบดเบียดเข้าหากันทว่าคนใต้ร่างกลับเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า เขาจ้องมองสตรีที่อย
Read more
5. เข้ากันได้ดี
แสงอรุณในเช้าวันใหม่เริ่มสาดส่องผ่านรอยแยกของบานหน้าต่าง เข้ามากระทบใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงขมวดคิ้วแม้ในยามหลับใหล หลี่จวินเหิงลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง แผ่นหลังปวดร้าวเพราะความแข็งกระด้างของพื้นไม้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต็มตาคือความทรงจำเรื่อง งิ้วโรงใหญ่ ของเมื่อคืนที่ยังคงแจ่มชัดเขารีบผุดลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองบนเตียงกว้าง ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า ซ้ำผ้าห่มแพรต่วนยังถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย ช่างผิดวิสัยสตรีที่ไร้ซึ่งมารยาทอย่างเสิ่นหลิงเยว่นัก ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมา ประตูที่ปิดอยู่ก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างอรชรในชุดลำลองสีเรียบทว่าดูคล่องแคล่วกำลังเดินเข้ามาเช้านี้หลิงเยว่ไม่ได้อยู่ในชุดหรูหราเหมือนเมื่อวาน ใบหน้าก็ไม่ได้ผัดแป้งหนาเตอะทว่ามันกลับดูผุดผ่องสะอาดตาอย่างน่าประหลาด จนผู้ที่นั่งอยู่เผลอมองอย่างลืมตัว“ตื่นแล้วไยไม่ลุก ท่านอยากให้คนของบิดามาเห็นหรือ”หลิงเยว่เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความกระดากอาย “รีบลุกขึ้นมาจัดการตัวเองเสีย อีกประเดี๋ยวบ่าวไพร่คงจะยกน้ำล้างหน้าเข้ามา จะให้พวกนางเห็นว่าท่านนอนตรงนี้ไม่ได้นะ มิเช่นนั้นงิ้วที่ข้าเล่นเป็นได้เส
Read more
6. ต้องเปิดโปง
หลิงเยว่แสร้งก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก มือบางยกขึ้นมาบีบแขนเสื้อของจวินเหิงเบา ๆ “ท่านพ่อเอ่ยชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ เป็นเพราะท่านพี่เมตตาและเอ็นดูข้า คืนแรกของเราจึงผ่านพ้นไปด้วยดีเจ้าค่ะ” เอ่ยจบนางก็เผยยิ้มเอียงอายจนน่าหมั่นไส้ในสายตาสามี ซึ่งบัดนี้ได้แต่กัดฟันข่มความรู้สึกเอาไว้ถึงกระนั้นเขาก็จำต้องยื่นมือขึ้นมากุมมือนางต่อหน้าบิดา เพื่อแสดงงิ้วที่พวกเขาได้ตกลงกันให้มันสำเร็จ “เป็นเช่นนั้นขอรับท่านพ่อ หลิงเยว่ดูแลข้าเป็นอย่างดี ข้าจึงไม่อยากให้นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ อย่างไรเสียเราสองคนก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว ควรต้องรักและสามัคคีกันจึงจะถูก” จวินเหิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มหากคนไม่รู้ฟังแล้วคงเข้าใจว่าเขาตัดใจจากสตรีอันเป็นที่รัก และยอมรับการแต่งงานนี้แต่โดยดี แต่ที่เขากล่าวมานั้น คนข้างกายกลับมิได้ทราบซึ้งใจแม้แต่น้อย ทว่าหลิงเยว่ก็ยังแสร้งยิ้ม“ท่านพี่ก็ เอ่ยเช่นนี้ ข้าอายนะเจ้าคะ”ฮูหยินรองมู่ที่ลอบสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ ถึงกับลอบเบะปากอย่างหมั่นไส้ พลางยกพัดในมือขึ้นมาโบกจนลมโกรก“แหม... ข้าก็เพิ่งจะรู้วันนี้เองว่า ท่านแม่ทัพของเรานั้นช่างเป็นงานเป็นการเสียจริง เห็นเจ้าทั้งสองรักใค
Read more
7.ไม่รอเวลา
หลิงเยว่ยกยิ้มกับท่าทางร้อนรนจนผิดวิสัยของมารดาเลี้ยงสามี ซึ่งจวินเหิงก็ลอบสังเกตพฤติกรรมที่ต่างออกไปของคนที่นั่งอยู่ข้างบิดาตนเช่นกัน ก่อนจะหันมาเอ่ยเตือนสติภรรยาว่า“พูดมา เจ้ามีข้อสงสัยใดกันแน่ อย่ามัวแต่ยึกยัก” เขาจ้องหน้านาง แม้จะไม่ค่อยเชื่อที่หลิงเยว่กล่าว ทว่าท่าทางของใครบางคนก็ทำให้เขาต้องสอบถามเรื่องทั้งหมดให้ชัดเจน“ข้อสงสัยที่หนึ่ง… คนที่คิดทำเรื่องนี้น่าจะรู้ผลลัพธ์ว่า หากท่านพ่อดื่มชาเข้าไปแล้ว ต้องเกิดอาการคลื่นไส้ทำให้อาเจียนและคิดว่าคงไม่ถึงตาย จากนั้นค่อยใส่ร้ายว่าข้าเป็นคนทำ” หลิงเยว่ทิ้งจังหวะคำพูดพลางปรายตาไปทางมู่ชินฟานที่เริ่มนั่งไม่เป็นสุขทว่าในใจ นางไม่ได้มองแค่แม่เลี้ยงขี้อิจฉาผู้นี้เท่านั้น ดวงตาคู่สวยยังลอบสังเกตไปทั่วห้องโถง ทั้งคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง แม่บ้านพ่อบ้านหรือแม้แต่ควันกำยานที่ลอยตลบอบอวลทั่วห้อง ในสัญชาตญาณยังบอกนางว่าเรื่องนี้อาจมีมือที่สามก็ได้“เจ้าพูดจาส่งเดช! หาเรื่องปรักปรำผู้คน” มู่ชินฟานแหวลั่น พัดในมือสั่นระริก “แค่เรื่องชาธรรมดา เจ้ากลับโยงไปถึงเรื่องความเป็นความตาย ตระกูลเสิ่นสั่งสอนบุตรีให้เป็นคนสับปลับเช่นนี้หรือ” มู่ชินฟานรีบใ
Read more
8. ทำลายแผน
หลิงเยว่จึงหันขวับกลับไปจ้องมารดาเลี้ยงของสามีอย่างไม่กลัวเกรงเช่นกัน พร้อมกันนั้นนางก็นึกถึงเรื่องราวที่ตนได้อ่านก่อนจะมาอยู่ในร่างนี้ ในนิยายมู่ชินฟานใส่ร้ายเสิ่นหลิงเยว่จนสำเร็จ ทำให้หลี่จวินเหิงยิ่งเกลียดชังภรรยาเข้าไปใหญ่ ‘ทว่าที่ข้าเปิดโปงเจ้าในวันนี้ มิใช่เพราะต้องการให้พระเอกของเรื่องพึงใจข้าหรอกนะ ข้าเพียงแต่ต้องการอยู่อย่างสงบสุข การกำจัดแม่เลี้ยงใจร้ายอย่างเจ้า จึงเป็นสิ่งแรกที่ข้าควรทำเมื่อมีโอกาส มู่ชินฟาน ถือว่าเจ้าโชคร้ายเองที่มาพบกับนางเอกใจร้ายเช่นข้า’ นางนึกในใจ ก่อนจะเดินตามแรงรั้งของสามีที่เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่ายังแสดงต่อ“นั่งรอตรงนี้ หากคำพูดของเจ้าไม่เป็นจริงดั่งว่า คืนนี้ข้าจะลงโทษเจ้าอย่างหนักเชียว” จวินเหิงเอ่ยเสียงทุ้มอ่อน ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับแข็งกระด้างราวกับกำลังจะบอกว่า ถ้อยคำที่เขาพูดเมื่อครู่คือคำเตือนที่หมายถึงบทลงโทษที่แสนสาหัส หาใช่การกระทำที่แสนอ่อนโยนเหมือนคำพูดที่เขาได้กล่าวออกมาไม่หลิงเยว่มองหน้าเขาพลางเผยยิ้มเอียงอาย ราวกับคนไม่รู้ว่าสามีนั้นกล่าวประชดข่มขู่ หาได้ตั้งใจเอ่ยคำหวานด้วยไม่“เจ้าค่ะท่านพี่” นางรับคำ ก่อนจะหันมาสั่งคนของตนรินชา จากนั
Read more
9. ขอหย่า
จากนั้นหลิงเยว่ก็หันไปสบตากับหลี่เหวินซานที่กำลังขมวดคิ้วแน่น แววตาของนางนิ่งสงบจนบิดาสามีเริ่มจะโอนเอียงแล้ว“ท่านพ่อเจ้าคะ คนที่รู้เรื่องพิษและยามีมากมาย แต่ก็มิได้หมายความว่าคนผู้นั้นจะเป็นคนวางยา ทว่าคนที่เป็นคนนำของเหล่านี้เข้ามาในจวนต่างหากที่ต้องตอบคำถามเรื่องทั้งหมด หากข้าเป็นคนเบื้องหลังจริง ข้าจะปล่อยให้หลี่เป่ามาทดสอบยาให้ตนเองถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาท่านทำไม สู้ข้านั่งเงียบ ๆ รอดูท่านพ่อล้มพับไป มิมันหยดกว่าหรือเจ้าคะ”ถ้อยคำของหลิงเยว่ทำให้คนในห้องเริ่มครุ่นคิด ส่วนคนที่หมายจะดึงศัตรูลงนรกมาด้วย กลับเริ่มมีใบหน้าซีดเผือดอีกครั้งถึงกระนั้นนางก็ยังไม่ยอมแพ้ “เสิ่นหลิงเยว่ ไม่เป็นเจ้าแล้วจะเป็นใครได้ ต้องเป็นเจ้านั่นแหละ วางแผนจัดการใส่ร้ายข้า”ด้านจวินเหิงที่นิ่งฟังอยู่ข้าง ๆ แม้ในใจจะยังสงสัยในที่มาของความรู้ฮูหยินตน ทว่าเหตุผลที่นางยกมาอ้างนั้นฟังดูมีน้ำหนักกว่าวาจาเพ้อเจ้อของมารดาเลี้ยงมากนักเขาเป็นคนเดินทางไปรับนางมาเอง ตลอดทางเกี้ยวเจ้าสาวแม้ไม่ได้อยู่ในสายตาเขา ทว่าโดยรอบก็ยังมีคนของเขาอารักขาอยู่ นางไม่มีทางเล็ดลอดออกไปพบหรือรักษาคนที่ใดได้แน่คิดได้ดังนั้น เขาจ
Read more
10. หน้าเงิน
แรงผลักนั้นมหาศาลพอจะทำให้สตรีทั่วไปลอยละลิ่วจนร่างกระแทกกับต้นไม้ที่ยืนต้นห่างออกไปได้เลยทีเดียว ซึ่งยามนี้ ร่างอรชรของหลิงเยว่ที่เสียหลักหงายหลังวูบตามแรงส่งนั้น กำลังทำให้จวินเหิงใจเสียอย่างหนัก เมื่อนึกได้ว่าตนพลั้งมือทำร้ายสตรีอ่อนแอเข้าให้แล้ว ทว่าสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาเขา กลับไม่ใช่ภาพร่างบางเซไปกระแทกกับต้นไม้หรือล้มลงพื้น ทว่าสตรีที่เขาออกแรงผลักไปเมื่อครู่ นางกำลังม้วนตัวกลับหลังลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศด้วยท่วงท่างดงามและมั่นคง เพียงพริบตาเดียว ปลายเท้าข้างหนึ่งของนางก็ยันเข้ากับต้นไม้ด้านหลัง ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อย ๆ ขยับเรียวขาตนให้กลับมายืนราวกับเมื่อครู่ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นเลย ท่าทางตกใจก็ไม่มีให้เห็น “ฮูหยินเป็นวรยุทธด้วยหรือ” หลี่เทาหันมาเอ่ยกับสหาย “ข้าก็เพิ่งรู้พร้อม ๆ กับเจ้านี่แหละ” คนสนิทของจวินเหิงเอ่ยกระซิบกระซาบกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผู้เป็นนายก็สงสัยด้วย “ใจร้ายไม่เบานะท่านพี่” หลิงเยว่เผยยิ้มให้เขา ทว่าแววตานั้นกลับคมกริบดุจปลายเข็ม “นี่น่ะหรือคือวิธีที่ท่านใช้กับสตรีที่ท่านบอกจะคุ้มครอง หึ! หากข้าเป็นเพียงคุณหนูเก้า ที่วัน ๆ เอาแต่เรียนปักผ้าเรียนการครองเรื
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status