เข้าสู่ระบบลงมาซ้ำเติมเธออีก ท่อนแขนเล็กรวบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาไว้แนบอก เพราะกลัวว่าน้ำฝนจะชะล้างน้ำหมึกในใบประกาศอิสรภาพของเธอจนเปียกปอน แล้วรีบพาร่างสวยได้สัดส่วนเข้าไปหลบอยู่ตรงป้ายรถโดยสารประจำทางที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากที่ว่าการอำเภอนัก มือบางปาดหยาดน้ำฝนที่เปียกปอนตามกรอบหน้ารูปไข่ และท่อนแขนเรียวทั้งสองข้างที่โผล่พ้นแขนเสื้อเชิ้ตสีขาว ที่ถูกพับขึ้นมาถึงข้อศอกเพื่อความทะมัดทะแมง
นัยน์ตาคู่สวยคมชะเง้อไปมองหารถโดยสารประจำทางที่จะพาเธอกลับบ้านโดยเร็ว ก่อนที่เธอจะล้มป่วยไม่สบายเพราะความหนาวเย็นจากเสื้อผ้าที่เปียกฝนจนชุ่ม แต่กลับพบรถสปอร์ตคูเป้สีขาวราคาเจ็ดหลักจอดเทียบฟุตบาทตรงหน้าเธอพร้อมกับลดกระจกลงครึ่งหนึ่ง เสียงแว่วๆ จากคนขับเหมือนร้องเรียกหาใครบางคน แต่ว่าฝนตกหนักเกินไป ทำให้ณัฐกฤตามองไม่ชัดและฟังไม่ถนัดว่าเจ้าของรถคันนั้นเป็นใครและพูดว่าอะไร จึงได้แต่หันรีหันขวางด้วยความงุนงง ก็ทั้งป้ายรถเมล์นี้มีเพียงแค่เธอคนเดียว แต่ทว่าเธอนั้นไม่มีคนรู้จักที่ขับรถหรูราคาแพงแบบนี้มาก่อน
ชั่วอึดใจร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มก็วิ่งปราดลงมาจากรถของเขามาหยุดตรงหน้าเธอ มือหนายกขึ้นเสยผมที่เปียกชุ่ม เผยให้เห็นใบหน้าหล่อใสสะดุดตา
“อ้าว! หมอกรเองเหรอคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้นทักทายชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาใกล้
แม้ณัฐกฤตาจะรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เป็นหมอกรภัทร์ สูตินรีแพทย์หนุ่มคิวแน่น และเวลานี้เขาควรอยู่ที่โรงพยาบาลมากกว่า ทว่ารอยยิ้มอ่อนที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อละมุนก็ทำให้เธอรู้สึกใจชื้นอย่างน่าประหลาด
“ครับ คุณน้ำตาลมาทำธุระที่อำเภอเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ น้ำตาลมาเซ็นใบหย่า เพื่อให้พี่ภพกับคุณยาหยีได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ค่ะ นี่ ไงคะ” ณัฐกฤตายิ้มแห้ง พลางยกซองกระดาษสีน้ำตาลขึ้นมาอวด
“เสียใจด้วยนะครับ ถึงผมกับยาหยีจะเป็นพี่น้องต่างมารดา แต่ผมก็ต้องขอโทษคุณน้ำตาลแทนยัยยาหยีด้วยนะครับ ที่เป็นต้นเหตุให้ครอบครัวของคุณน้ำตาลต้องพังแบบนี้” กรภัทร์พูดอย่างละอายใจ
แม้ณัฐกฤตาจะมารู้ภายหลังว่าคนทำให้ครอบครัวเธอแตกร้าวคือน้องสาวต่างมารดาของหมอหนุ่มแต่เธอก็แยกแยะไม่ได้ฟาดใส่เขาว่าเป็นความผิดของเขาด้วย
“หมอกรไม่ต้องขอโทษหรอกนะคะ น้ำตาลโอเค และก็ไม่ได้ถือโทษโกรธพวกเขาหรอกค่ะ ถือซะว่าน้ำตาลกับพี่ภพ เราไม่ใช่คู่กัน เราทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ ตอนนี้น้ำตาลมีแค่กัปตันก็เพียงพอแล้วค่ะ”
“แล้วนี่คุณน้ำตาล จะทำอย่างไรต่อไปครับ”
“ตอนแรกน้ำตาลตั้งใจจะทำข้าวกล่องส่งตามโรงเรียนและสำนักงานใกล้ๆ ก็คงพออยู่พอใช้กันสองคนแม่ลูก แต่เมื่อกี้น้ำตาลเพิ่งทราบว่าพี่ภพเอาบ้านไปรีไฟแนนซ์มาใหม่ ทำให้น้ำตาลต้องร่วมชำระหนี้บ้านด้วยครึ่งหนึ่ง อืม...ก็คงต้องหางานพิเศษหลังจากทำข้าวกล่องเพิ่มแล้วล่ะค่ะ” ณัฐกฤตาหยุดพูดเล็กน้อย ใบหน้าสวยเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ฝืนยิ้มสู้และกล่าวติดตลกต่อว่า
“นี่น้ำตาลก็เพิ่งรู้นะคะว่าการหย่า นอกจากจะเป็นหม้าย แล้วยังทำให้เราเป็นหนี้อีกด้วย หึหึ” ณัฐกฤตาแค่นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
กรภัทร์กระตุกยิ้มบางๆ และมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม แม้สถานการณ์ที่เธอกำลังนั้นเผชิญมันหนักหน่วงเกินสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างณัฐกฤตา แต่เธอกลับไม่ได้เสียศูนย์แถมยังมีกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมสู้กับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาอีก
“ผมดีใจนะครับที่เห็นคุณน้ำตาลเข้มแข็งและปล่อยวางได้แบบนี้ นี่ กำลังจะกลับบ้านใช่ไหมครับ”
“ค่ะ กำลังรอรถเมล์อยู่ค่ะ เดี๋ยวก็คงมา” ณัฐกฤตาพูดพลางย้ายสายตาไปมองหารถโดยสารประจำทางทางขวามือ
“ฝนตกหนักขนาดนี้ น่าจะอีกนานกว่ารถโดยสารจะมาถึง คุณน้ำตาลกลับกับผมก็ได้นะครับ ยังไงบ้านเราก็ไปทางเดียวกัน”
“อุ้ย! จะดีเหรอคะ น้ำตาลตัวเปียกขนาดนี้ จะทำให้รถหมอกรเลอะเสียเปล่าๆ ค่ะ”
“ถ้าอย่างคุณน้ำตาลเรียกว่าเปียก แล้วอย่างผม...เอ่อ เรียกว่าลูกหมาตกน้ำใช่ไหมครับ”
ณัฐกฤตากวาดสายตามองร่างสูงใหญ่ที่เปียกชุ่มไปทั้งตัว หยาดน้ำฝนที่เปียกชุดสูทราคาแพงยังหยดแหมะๆ ตามชายแขนเสื้อและชายกางเกงไม่หยุด ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วหลุดหัวเราะออกมา
ใบหน้าเศร้าหมองไร้ชีวิตชีวาเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นเปื้อนรอยยิ้มสดใส และส่งเสียงหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี
เพียงชั่วหนึ่งลมหายใจดวงตาคู่หวานเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง เมื่อหมอหนุ่มถอดเสื้อสูทสีเข้มออกจากร่างหนา แล้วยกขึ้นเหนือศีรษะเล็ก เพื่อบดบังเม็ดฝนให้เธอและเอ่ยปากเชื้อเชิญให้ณัฐกฤตาเดินไปขึ้นรถของเขา
“เชิญครับ”
ทว่าลายกล้ามเนื้อแน่นที่แนบสนิทกับเสื้อเชิ้ตสีขาว ทำให้หัวใจดวงน้อยที่ห่างกันเพียงคืบเต้นตุบตับไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าสวยแดงก่ำได้แต่ก้มหน้างุด แล้วเดินเคียงร่างหนาไปอย่างว่าง่าย และไม่กล้าพูดอะไรต่อ กระทั่งกรภัทร์เดินขึ้นมานั่งประจำที่คนขับรถ
กรภัทร์ยังคงจับมือเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย "ขอบคุณนะ...ที่เลือกฉันเป็นพ่อ ฉันจะดูแลเธออย่างดีเจ้าหนู" เขาพูดเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ โดยไม่รู้เลยว่า...มีอีกคนหนึ่งกำลังมองดูอยู่ น้ำตาลตื่นขึ้นมา เธอก็พบภาพตรงหน้าหมอกรยังนั่งอยู่ข้างเตียงมือหนึ่งกุมมือกัปตันไว้แน่นอีกมือคอยลูบผมลูกชายของเธอไม่หยุดสายตาที่เขามองลูกชายของเธอ เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย ไม่มีแม้แต่นิดเดียวที่ดูเหมือนกำลังดูแล "ลูกของคนอื่น" หัวใจของณัฐกฤตาอุ่นวาบขึ้น ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดว่าจะรักกัปตัน แต่ทุกการกระทำของเขากลับพูดแทนทุกคำเธอเดินเข้าไปหาเบา ๆ ชายหนุ่มหันมาเห็นก็ยิ้มบางส่งให้เธอ "ขอโทษนะน้ำตาล...ผมทำให้คุณตื่นหรือเปล่า" เขากลัวว่าเธอจะนอนไม่พอเพราะตั้งแต่น้องกัปตันล้มป่วยแม่ของแกแทบไม่ได้พักเลยเขาสงสารทั้งลูกและแม่ น้ำตาลส่ายหน้าหวือก่อนสายตาจะตกลงไปที่มือของเขาซึ่งยังจับมือลูกชายไว้แน่น "เหนื่อยไหมคะที่ต้องเฝ้าน้องกัปตัน ฉันที่ต้องเฝ้าลูกยังเผลอหลับให้คุณเฝ้าไปด้
เพราะทุกหน้าที่เปิดออกนั้นล้วนแต่เป็นหลักฐานที่เขาคิดว่าไม่มีวันมีใครหาเจอและในวินาทีนั้นเองเขาก็เริ่มเข้าใจว่าคนที่กำลังดึงเขาลงจากทุกสิ่งที่เคยมี ‘ไม่ใช่โชคชะตา’ ‘แต่มันเป็นผลจากการกระทำของตัวเอง’ สองสัปดาห์ผ่านมาณัฐกฤตาโหมงานหนัก ร้านอาหารเล็กๆ ของเธอเป็นไปด้วยดีเพราะเธอตั้งใจทำ เธอไม่อยากให้คนลงทุนให้ผิดหวัง และเธอเองก็เป็นคนทำอะไรจริงจัง ยอมรับว่าทั้งทำงานเลี้ยงลูกดูแลคนรัก แต่ละวันเหนื่อยมากแต่เธอมีความสุขจนกระทั่งคืนหนึ่ง ค่ำคืนนั้น ฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย ละอองฝนกระทบกระจกหน้าต่างห้องเป็นจังหวะแผ่วเบา แต่คนในห้องไม่มีใครได้นอนเลย ร่างเล็กของน้องกัปตันนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มลายกาตูนตัวโปรด ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ แม้ไข้จะเริ่มลดลงหลังได้รับยา แต่เจ้าตัวก็ยังละเมอเป็นพักๆ ดูน่าสงสาร หมอหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำด้วยความเป็นห่วงทั้งในฐานะของหมอและว่าที่พ่อเลี้ยง เขาเปลี่ยนผ้าเย็นให้เด็กน้อยครั้งแล้วครั้งเล่า เช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามหน้าผากอย่างแผ่วเบาถนุถนอม ก่อนใช้ปลายนิ้วแตะข้อมือเล็กเพื่อ
คุณ.." กรภัทร์ยิ้มอ่อนเหมือนเดาออกว่าน้ำตาลกำลังคิดอะไรอยู่ "วันนี้..." "ผมไม่ได้เร่งรีบจะขอคุณแต่งงาน ผมรู้ว่าต้องให้เวลาคุณบ้าง" ถึงภายในใจอย่างเร่งเร้าแล้วก็ตามเขาอยากมีครอบครัวพร้อมจะสละโสดถ้าได้น้ำตาลคนนี้มาเป็นเมีย หญิงสาวแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะทุกอย่างมันเร็วเกินไป บางทีคนที่ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งก่อนช็อกตายในความโชคดีทั้งที่ยังไม่ทันได้ใช้เงิน แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ แม่หม้ายลูกติดมีสิทธิ์จะโชคดีแบบนี้ด้วยเหรอ ชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดฝากล่อง ภายในไม่ใช่แหวนขอแต่งงาน แต่เป็น... กุญแจร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าหญิงสาวจะต้องชอบมันเป็นร้านที่เขาสืบรู้มาว่าเธอมีความฝันอยากมีร้านอาหารเล็กๆ แบบนี้เป็นของตัวเอง "ผมซื้อร้านอาหารร้านนี้ไว้แล้ว ตั้งใจมอบให้คุณ" น้ำตาลเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ ซื้อร้านอาหาร” เธอแทบไม่เชื่อหู เคยเห็นผู้หญิงคนอื่นโชคดีถูกแฟนเปย์ด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เงินสด ส่วนเธอไม่เคยได้มาก่อน ไม่คิ
ภายในร้านอาหารริมแม่น้ำ แสงเทียนอันอุ่นละมุนสะท้อนดวงตาคมของกรภัทร์ เวลานี้แม้บรรยากาศจะโรยราด้วยสีของรัตติกาล แต่สำหรับคุณหมอหนุ่มเขาเหมือนถูกโอบล้อมด้วยสีชมพู สีแห่งความรัก เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาวางตรงหน้าน้ำตาลเบิกตากว้างสงสัยว่าผู้ชายตรงหน้าจะทำอะไรบางอย่างให้เธอประหลาดใจ "หมอ..." ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเริ่มสารภาพแบบตรงไปตรงมา "ตั้งแต่วันที่ผมทำคลอดน้องกัปตัน..." "ผมก็แอบตกหลุมรักน้ำตาล คุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากแต่วันนั้นคุณมีครอบครัวแล้ว ผมจึงทำได้แค่เก็บความรู้สึกเอาไว้ ผมรู้ขอบเขตว่าคิดอะไรไปเกินกว่านั้นไม่ได้" เขาอยากบอกเธอมานานแล้วเขาไม่ได้เพิ่งชอบเธอแต่ชอบเธอนานแล้ว "แต่ต่อจากนี้ที่คุณกับผมไม่ได้ติดอยู่ในความสัมพันธ์กับใคร...ปล่อยให้ผมดูแลคุณกับกัปตันได้ไหม" น้ำตาลยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก น้ำตาค่อย ๆ เอ่อคลอโดยไม่รู้ตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เธอรู้สึกว่า ความรักไม่จำเป็นต้องหวือหวาแค่ม
ณัฐกฤตาตามลูกชายไปอย่างงงๆ ซ้ำยังรู้สึกผิดที่เช้านี้เธอเผลอตื่นสายเพราะเมื่อคืนนี้เจ้าของบ้านทำให้เธอหมดแรงคาเคาน์เตอร์เขาแทบจะอุ้มเธอมาส่งที่ห้องนอน หลังจากพากัปตันเข้านอนและกล่อมจนเด็กน้อยหลับสนิท น้ำตาลค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงอกลูกชาย ก่อนก้มลงจูบหน้าผากเล็กเบา ๆ แล้วปิดไฟหัวเตียง เห
ณัฐกฤตาเพิ่งเคยเห็นกล้ามท้องและแผงอกแน่นสมบูรณ์แบบอย่างนี้เป็นครั้งแรก ฝ่ามือเล็กเผลอยกมือขึ้นลูบไล้สัมผัสกล้ามทองลอนใหญ่“ชอบเหรอ” เสียงทุ้มต่ำถามคนใต้ร่างที่กำลังสนใจลูบไล้กล้ามทองมัดงามของเขาอยู่หญิงสาวชักมือกลับเมื่อถูกทัก แต่ถูกฝ่ามือใหญ่ยึดกลับมาได้ “จับอีกสิ ผมอยากให้คุณสัมผัส” หมอหนุ่มเชื้อเชิญอย่างไม่หวงตัว“ไม่คิดว่าฉันจะอายบ้างเหรอคะ” ถึงเธอเคยผ่านการแต่งงานแต่ก็ไม่ใช่ประเภทสาวร้อนแรงออกจะขี้อายในเรื่องนี้ดวย“ผมอยากให้จับอีก สัมผัสผมอีกนะคนดี”ริมฝีปากหนักโน้มลงงับเม็ดยอดเนินอกอวบขบเม้มสองข้างอย่างดูดดื่มจนผิวขาวเนียนแดงช้ำเป็นปื้น“เจ็บค่ะ”หญิงสาวแอ่นตัวยกอกรับแรงดูดอย่างต้านทานไม่อยู่ กรภัทร์ไม่รอช้าจัดการปลดเปลื้องอุปสรรคที่ขวางกันส่วนล่างของตัวเองออกจนหมดสิ้นโชว์ความใหญ่โตมโหฬารเด่นตระหง่านให้หญิงสาวคลายความสงสัย‘คุณหมอไม่ใช่เกย์แน่นอน’จากนั้นฝ่ามือใหญ่ก็จัดการรูดแพนตี้ตัวจิ๋วที่ชื้นแฉะบนร่างบางถอดโยนทิ้งไป“คราวนี้มั่นใจได้หรือยังข่าวลือว่าผมเป็นเกย์มันไม่มีมูลความจริง เกย์ที่ไหนเขาอยากเอาผู้หญิงจนแข็งขนาดนี้” เจ้าของร่างใหญ่ยิ้มยกมุมปากอย่างพอใจ เ







