로그인ญาติคนไข้เพิ่งจะออกไป ประตูบานเดิมกลับถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง ศัลยแพทย์เจ้าของห้องกดล็อกหน้าจอมือถือจับคว่ำหน้าลงทันทีที่เห็นว่าเป็นปัณณ์ แสร้งหยิบรายงานอาการป่วยคนไข้ในการดูแลมาอ่าน แต่อย่าหวังว่าจะเล็ดลอดสายตาสอดรู้สอดเห็นของปัณณ์ไปได้ มาถึงมันไม่ทักทาย กลับคว้าโทรศัพท์เขาไปใส่รหัส เตชธรรมชำเลืองสายตาเกรี้ยวโกรธไปทางเพื่อนสนิท ที่สนิทเกินไปจนอาจจะต้องขอทวงคืนความสนิทมาสักนิด เผื่อมันจะรู้จักคำว่าเกรงใจ
“ส่งโพรไฟล์ผู้ช่วยดูแลคนป่วยมาให้เลือกค่ะ พี่ธามสนใจคนไหนบอกเฟิร์นนะคะ เฟิร์นจะเรียกไปให้พี่ธามสัมภาษณ์ถึงที่ หรือจะให้น้องเพียงช่วยเลือกก็ได้ค่ะ ไหนดูซิ ส่งประวัติใครมาบ้างเอ่ย...”
ลากเสียงยาวกวนประสาทเจ้าของเครื่องที่กำหมัดรอแล้ว เท้าเกี่ยวเก้าอี้มานั่งพลางกดเข้าไปในไฟล์พีดีเอฟ เลื่อนดูรูปและชื่อแต่ละคนแล้วปัณณ์หัวเราะ
“เหอะ รุ่นแม่ทั้งนั้นเลยว่ะ ยายเฟิร์นมันเขี้ยวลากดิน สงสัยจะกันซีนไม่ให้มีพนักงานสาวๆ สวยๆ มาใกล้ชิดคนที่เล็งไว้”
“เสียมารยาทน่าปัณณ์” เหลือแค่รหัสเข้าแอปธนาคารของเขามั้ง ที่มันไม่รู้ หรืออาจจะรู้แต่เก็บเงียบไว้
“กูว่าแล้วว่ามึงต้องตามหาน้องไอ มึงยังรักน้องเขาอยู่ใช่ไหม”
“เปล่า” หมุนเก้าอี้หันหลังให้แล้ว ปัณณ์ยังกวนประสาทบังคับหมุนเก้าอี้ให้เขาทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่มัน เตชธรรมอารมณ์ขึ้น “ก็บอกว่าเปล่าไงจะเซ้าซี้ทำไมนักหนา แม่กูป่วย กูอยากได้คนไปช่วยน้องกูดูแลแม่ก็เท่านั้นมึงจะสงสัยอะไร”
“ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียเลย”
หวนนึกถึงวันรับปริญญาบัตรซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบไอญารินทร์ เธอไม่ได้เข้ามาหาแต่แอบมองเขากับกลุ่มเพื่อนอยู่ห่างๆ เธอคงหวังว่าจะได้พบคนเคยรักแต่เมื่อเตชธรรมปฏิเสธการเข้ารับ การมาของเธอจึงเสียเปล่า
ไอญารินทร์ร้องไห้ มือของเธอจับที่หน้าท้อง ปัณณ์จำภาพติดตาลืมไม่ลงมาเกือบหกปี เขาไม่รู้ว่าเด็กในท้องจะใช่ลูกไอ้เตจริงหรือเปล่า
ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป แต่ถ้าใช่ล่ะ?
หกปีเชียวนะที่ผู้หญิงคนนั้นต้องเลี้ยงลูกคนเดียว
ปัณณ์คืนโทรศัพท์ให้เพื่อน “ถ้าละลาบละล้วงมากเกินไปเอาเป็นว่ากูขอโทษแล้วกัน”
“มาหากูมึงมีอะไรพูดมา”
“ช่างมันเถอะ”
“ประชดทำไม”
แม่ป่วย นอนน้อย ทำงานหนัก ทำให้เตชธรรมหงุดหงิดง่าย ปัณณ์ไหวไหล่ มันไม่ต่อปากต่อคำแต่เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นให้บรรยากาศไม่แย่ไปมากกว่านี้
“เดวิลคลับตอนสี่ทุ่ม เผื่อสนใจ ไอ้ปุณณ์ฝากชวนไปปาร์ตี้วันเกิด แต่กูก็บอกมันไปแล้วแหละ ว่าแม่มึงป่วย มึงคงอยากอยู่กับแม่มากกว่า ไม่ไปก็ไม่เป็นไร แค่ชวนตามมารยาท ไม่รบกวนแล้ว ตามสบาย”
เตชธรรมพยักหน้าให้เขาออกไปได้เลย ปัณณ์เกือบจะออกไปแล้วถ้าหากภาพไอญารินทร์ในวันรับปริญญาไม่ผุดเข้ามาในหัวอีกครั้ง
“หกปีแล้วนะเต ถ้าเด็กในท้องเป็นลูกมึงจริง เด็กคนนั้นน่าจะโตมากแล้ว มึงไม่อยากเห็นหน้าเด็กหน่อยเหรอ”
“กูจะอยากเห็นหน้าลูกคนอื่นทำไม มึงไปได้แล้ว ไม่ต้องพูดมาก” แสร้งทำเหมือนงานยุ่งมาก หยิบชาร์ตมาอ่าน สลับเลื่อนเมาส์อ่านผลตรวจคนไข้ถ่วงเวลาจนปัณณ์ออกไปหัวไหล่เตชธรรมก็ลู่แนบข้างลำตัว ยกมือกุมขมับเพื่อลบภาพคนรักเก่าออกไปจากสมอง แต่จะลบได้อย่างไร ในเมื่อไอญารินทร์ทำเขาเจ็บแสบถึงขั้นที่เขาไม่กล้าเปิดใจคบใครมาจนถึงวันนี้
ใบหน้าเคร่งเครียดเหลียวมองโทรศัพท์คว้ากลับมาเลื่อนดูประวัติของแต่ละคน ไม่มีไอญารินทร์จริงตามที่ปัณณ์ท้วง คนปากไม่ตรงกับใจออกอาการกระวนกระวายนั่งไม่ติดที่ ถึงขั้นที่เขาต้องกดเบอร์โทรหาใครคนหนึ่งที่จะเป็นสะพานเชื่อมไปหาไอญารินทร์
“เธอยังมีหน้ากลับมาที่นี่อีกเหรอยายไอ!”
เรือนร่างผ่ายผอมของไอญารินทร์ กำลังก้าวถอยหลังอัตโนมัติหลบออกจากแฟ้มเอกสารที่เจ้าของโต๊ะปัดทิ้งลงมา ก่อนคุณตุ้ม หญิงวัยกลางคนเจ้าของบริษัท Health at home จะตบโต๊ะแล้วยืนขึ้นจ้องหน้า
“พี่ตุ้มฟังไออธิบายก่อนนะคะ ไอไม่ได้ตั้งใจค่ะ ไอขอโทษ...”
“ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ สองปีมานี้เธอพูดคำว่าขอโทษไปกี่ครั้ง ฉันฟังมาจนเบื่อแล้ว! ถ้าไม่สร้างปัญหาในที่ทำงาน ก็มีปัญหากับลูกค้า ไม่ก็ขอลาป่วย ลาหยุด ลามันได้ทั้งปี ในบริษัทของฉันไม่มีใครลาเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าเธออีกแล้วยายไอ ฉันหมดความอดทนกับเธอเต็มที ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวความรู้สึกที่อยากจะให้โอกาสเธอ! ฉันไล่เธอออก! ไปเขียนใบลาออกมายื่นให้ฉันในวันนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คุณมงคลเอาผิดเธอ ที่เธอไปทำร้ายร่างกายเขาให้บาดเจ็บจนต้องนอนโรงพยาบาล ค่ารักษาตั้งเท่าไหร่เธอรู้ไหม ฉันต้องหมดเงินไปเท่าไหร่เพื่อไม่ให้คุณมงคลเอาเรื่องนี้ไปบอกสื่อ ถ้าเขาไม่ยอมจบให้ฉัน ชื่อเสียงบริษัทที่ฉันสั่งสมมาไม่ฉิบหายเพราะเธอเหรอ”
“อย่าไล่ไอออกเลยนะคะ ไอขอโทษ ที่ไอทำไปเพราะคุณมงคลมีเจตนาจะล่วงเกินไอจริงๆ ไอป้องกันตัว ขอร้องนะคะพี่ตุ้ม ไอจำเป็นต้องใช้เงิน ตอนนี้ลูกไอเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว ถ้าไอตกงานตอนนี้ลูกไอต้องแย่แน่ ค่าใช้จ่ายที่บ้านไอก็ต้องหามาจ่ายคนเดียว สิ้นเดือนมาก็ค่าเช่าบ้าน ค่าหมอ ค่ายา ไอตกงานไม่ได้ค่ะ”
“ฉันมีหน้าที่แบกรับปัญหาการเงินของครอบครัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่! ฉันให้เวลาครึ่งชั่วโมง ไปเขียนใบลาออก! ถ้าไม่ยอมจบให้ฉันดีๆ ฉันจะให้คุณมงคลแจ้งความจับเธอข้อหาทำร้ายร่างกาย ได้เข้าไปอยู่ในคุกเมื่อไหร่ แม้แต่หน้าลูกก็อย่าหวังเลยว่าเธอจะได้เจอ!”
เหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าไอญารินทร์จะได้รับโอกาสแก้ตัว เธอจำยอมเขียนใบลาออกตามคำสั่งคุณตุ้ม แล้วสถานะพนักงานประจำก็สิ้นสุดลงในเวลานี้ ไอญารินทร์เก็บน้ำตาไม่ไหว ดวงตาบวมแดงของเธอหลั่งน้ำใสตลอดเวลา ออกจากบริษัทมาแล้วในหัวของเธอยังคิดไม่ตกจะเอาเงินจากไหนจ่ายค่าหมอค่ายาให้ลูก ตั้งใจจะมาขอยืมเงินเจ้านายแต่ถูกเขาด่าสาดเสียเทเสียมาขนาดนี้แล้วอย่าฝันเลยว่าจะได้แม้แต่แดงเดียว ต่อมามือถือไอญารินทร์สั่นในกระเป๋า เธอเช็ดน้ำตาก่อนกดรับสาย “ค่ะพ่อ”
“น้องไอ คุยธุระกับเจ้านายเสร็จแล้วเหรอลูก ว่ายังไงบ้าง” ก่อนออกมาไอญารินทร์อ้างกับบิดาว่าจะมาขอยืมเงินจากนายจ้าง เธอไม่ได้เล่าปัญหาที่เกิดขึ้น ลำพังน้องไอติมป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลบิดาของเธอก็น่าจะเครียดมากแล้ว กลั้นน้ำตาไม่ไหวไอญารินทร์ปล่อยให้มันไหลจากนั้นเธอเช็ดมันออกแล้วก้าวเดินต่อไป
“ไอยังอยู่ที่บริษัทอยู่เลยค่ะ พ่อโทรมา มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือ...”
“หลานไม่ได้เป็นอะไร นอนตาแป๋วมองพ่ออยู่เลยตอนนี้” จินตนาการถึงดวงตาใสแป๋วของตุ๊กตาไร้ถ่านตัวน้อย ไอญารินทร์ก็พลอยมีรอยยิ้ม คิดถึงที่สุด เธออยากกลับไปกอดลูก
“ที่พ่อโทรมา เพราะ... ทางโรงพยาบาลเพิ่งจะเอาบิลค่ารักษามาให้ บอกว่าเราต้องจ่ายเงินภายในวันนี้ แต่ถ้าหากหมอยังไม่อนุญาตให้หลานออกจากโรงพยาบาล ค่าเตียง ค่าหมอ ค่ายา ค่าอาหารก็จะถูกคิดเป็นวันต่อวัน พ่อถ่ายรูปส่งเข้าไลน์น้องไอแล้ว ลองเปิดดูหน่อยลูกว่าพอจะจ่ายไหวไหม ไม่ไหว จะได้ช่วยกันคิด...”
น้ำเสียงชวพลอาทรต่อลูกสาว เทียบกับอัญญาณีแล้ว ชวพลห่วงไอญารินทร์มากกว่า เพราะไอญารินทร์มีลูกเล็ก อีกทั้งยังต้องรับภาระค่าเช่าบ้าน ค่ารักษาลูก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน ต่างจากอัญญาณีที่ย้ายออกไปเช่าอพาร์ทเมนต์อาศัยตามลำพัง เงินเดือนที่หาได้อาจจะไม่ได้มากมาย แต่กินอยู่คนเดียวถือได้ว่าสบาย
ร่างกายของไอญารินทร์โอนเอนดุจใบไม้พลิ้วไหวไปตามแรงลม ชายที่แอบมองแต่ต้นหลบเข้ามุมตึก
เธอจะเป็นลมไปกับตัวเลขในหน้ากระดาษ ขุ่นเคืองครูประจำชั้นทำไมไม่พาเข้าโรงพยาบาลรัฐฯ นะ แต่อีกใจ ที่นี่ใกล้กว่า ถ้าพาไปไกลกว่านั้นลูกอาจจะออกเดินทางไกลไปแล้วก็ได้
“น่าจะ... ไหวค่ะ พอดีเลยค่ะพ่อ เมื่อกี้... พี่ตุ้มแนะนำงานพิเศษให้ไอ บอกว่า... ด่วนมาก แต่ไอไม่รู้กลับช้าหรือเปล่า ถ้าพยาบาลทวงถามพ่อบอกว่าพรุ่งนี้เช้าไอจะเอาเงินไปจ่ายนะคะ ฝากพ่อดูแลไอติมด้วยนะคะ ไอ... อาจจะกลับดึกค่ะ”
“ไม่ต้องเป็นห่วง พ่อจะอยู่ดูแลนางฟ้าตาแป๋วให้เอง สู้ๆ นะลูก” ไอญารินทร์ขานรับเสียงอ่อนแรง หลังวางสายเธอหมดแรงถึงขั้นทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น เงินมากมายขนาดนั้นจะหาจากไหนภายในคืนเดียวมาจ่ายให้ลูก ตั้งสติได้ ไอญารินทร์ไปหาที่นั่งพักก่อนต่อสายหาอัญญาณี
โทรไปหลายสายไม่มีการตอบรับ พี่สาวเธอทำงานหรือเปล่า ไอญารินทร์เปลี่ยนเป็นส่งข้อความ ‘พี่อัญ ขอโทษที่โทรไปรบกวนนะคะ ลูกไอเข้าโรงพยาบาล ต้องจ่ายเงินค่ารักษาวันนี้ พี่อัญพอจะมีให้ไอยืมหรือเปล่าคะ แล้วไอจะรีบหามาคืน’ ขึ้นอ่าน แต่ผ่านไปนานเกินสิบนาทีไม่มีข้อความตอบกลับ ไอญารินทร์ร้อนใจ ลองกดเบอร์โทรหาอีกครั้งน้ำตาเกือบร่วง ‘บริการฝากหมายเลขโทรกลับ...’
ถ้าจะโกรธใครสักคน ไอญารินทร์จะเลือกโกรธตัวเอง
“ขอรบกวนเวลาหนุ่มโสดสักครู่นะคะ”เพียงพิณเปล่งเสียงกระแอมกระไอเรียกหนุ่มๆ จากด้านหลัง สองหนุ่มไหล่สั่นเรียงหน้ากระดาน หนาวสายตาของเพียงพิณถึงขั้นที่ไม่กล้ามองใบหน้าง้ำงอ เตชธรรมแค่อายน้องสาว ปัณณ์อาการหนักกว่า เขาเหงื่อตก กลัวจะถูกน้องสาวเพื่อนหักคะแนนความประพฤติ “พี่ปัณณ์ลืมโทรศัพท์ไว้อ่างล้างมือค่ะ เพียงเอามาคืน”“ขอบคุณครับ น้องเพียงมาเงียบๆ พี่ปัณณ์ตกใจหมดเลยครับ”“ทำไมคะ กลัวเพียงบังเอิญได้ยินความลับของหนุ่มๆ เหรอคะ เพียงไม่ใช่เมียพี่ปัณณ์ แล้วพี่เตก็เป็นพี่ชายเพียง เพียงไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายค่ะ อยากจะไปเที่ยวไหนก็ไป แต่อย่าลืมป้องกันด้วยแล้วกัน เซเว่นหน้าโรงพยาบาลมี ไปติดโรคกลับมาแล้วจะยุ่ง”“โอ๊ะ” ปัณณ์จุกท้องน้อย รับโทรศัพท์จากสาวน้อยหน้าหวานแต่ขี้งอนเป็นที่หนึ่งเกือบไม่ทัน เจ้าตัวทุ่มเข้าที่ท้องน้อยเขาแล้วสะบัดต้นคอหมุนตัวกลับไป ปัณณ์ปรายตามองเพื่อ “เชี่ยแล้วไหมล่ะ กูโดนหักคะแนนความประพฤติแหงเลย เปลี่ยนใจไม่ไปดีไหมวะ”“นัดต้องเป็นนัด” ไม่ไปเขาจะได้เจอไอญารินทร์เหรอ เตชธรรมลากเพื่อนเข้าลิฟต์ “เลิกทำหน้าเหมือนผีตายซากสักที ถ้ามึงจริงจัง มึงก็ห้ามใจตัวเองให้ได้ แวะไปให้ปุณณ์เห็นหน
‘คุณตุ้ม’เตชธรรมกดปิดเสียงเรียกเข้าก่อนรีบลงจากรถแท็กซี่ไล่ตามอดีตคนรักเข้าไปในสถานที่อโคจร แต่ถูกการ์ดสองนายเข้ามาขวางไว้ไม่ยอมให้เขาผ่านเข้าไปข้างใน ชื่อหน้าร้านก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นอาบอบนวด เขาเป็นผู้ชาย ทำไมจะเข้าไปไม่ได้“ผมเป็นลูกค้า”“ยังไม่ถึงเวลาเปิดให้บริการครับ รบกวนกลับมาใหม่ตอนหกโมงเย็น”“แต่นี่มันก็สี่โมงเย็นแล้ว ขอเข้าไปก่อนไม่ได้หรือไง!”“ไม่ได้ครับ ยังไม่ถึงเวลาเปิดให้บริการ”หน้าโหด แต่ตอบกลับสุภาพทุกคำ คนที่น่ากลัวมากกว่ากลับเป็นลูกค้าหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี คงจะเครียดจากงานอยากมาระบายอารมณ์แต่เพิ่งจะเคยมาครั้งแรกสินะ ชายร่างหนาทั้งสองมองตามลูกค้าหนุ่มที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป“โธ่เว้ย” เหวี่ยงเท้าเตะถังขยะปลิว ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ปีไอญารินทร์ตกอับถึงขั้นนี้เลยเหรอ ได้ยินว่าเธอทำงานประจำในบริษัทรับดูแลคนป่วยว่าน่าทึ่งมากแล้ว แอบสะกดรอยตามมาเห็นที่ทำงานอีกแห่งเตชธรรมแทบเสียสติ ลูกก็มีแล้ว เธอไม่อายลูกบ้างเหรอ ถึงต้องมาทำงานพวกนี้ อ้าขาให้แขกไม่ซ้ำหน้าเอา ผู้หญิงสกปรก! รปภ. ก้าวอาดๆ เข้ามาจะตักเตือน เตชธรรมนิสัยเสีย เขาควักแบงก์พันโยนทิ้งไว้พื้นก่อนย่ำเท้าออกไปเรีย
ญาติคนไข้เพิ่งจะออกไป ประตูบานเดิมกลับถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง ศัลยแพทย์เจ้าของห้องกดล็อกหน้าจอมือถือจับคว่ำหน้าลงทันทีที่เห็นว่าเป็นปัณณ์ แสร้งหยิบรายงานอาการป่วยคนไข้ในการดูแลมาอ่าน แต่อย่าหวังว่าจะเล็ดลอดสายตาสอดรู้สอดเห็นของปัณณ์ไปได้ มาถึงมันไม่ทักทาย กลับคว้าโทรศัพท์เขาไปใส่รหัส เตชธรรมชำเลืองสายตาเกรี้ยวโกรธไปทางเพื่อนสนิท ที่สนิทเกินไปจนอาจจะต้องขอทวงคืนความสนิทมาสักนิด เผื่อมันจะรู้จักคำว่าเกรงใจ“ส่งโพรไฟล์ผู้ช่วยดูแลคนป่วยมาให้เลือกค่ะ พี่ธามสนใจคนไหนบอกเฟิร์นนะคะ เฟิร์นจะเรียกไปให้พี่ธามสัมภาษณ์ถึงที่ หรือจะให้น้องเพียงช่วยเลือกก็ได้ค่ะ ไหนดูซิ ส่งประวัติใครมาบ้างเอ่ย...”ลากเสียงยาวกวนประสาทเจ้าของเครื่องที่กำหมัดรอแล้ว เท้าเกี่ยวเก้าอี้มานั่งพลางกดเข้าไปในไฟล์พีดีเอฟ เลื่อนดูรูปและชื่อแต่ละคนแล้วปัณณ์หัวเราะ“เหอะ รุ่นแม่ทั้งนั้นเลยว่ะ ยายเฟิร์นมันเขี้ยวลากดิน สงสัยจะกันซีนไม่ให้มีพนักงานสาวๆ สวยๆ มาใกล้ชิดคนที่เล็งไว้”“เสียมารยาทน่าปัณณ์” เหลือแค่รหัสเข้าแอปธนาคารของเขามั้ง ที่มันไม่รู้ หรืออาจจะรู้แต่เก็บเงียบไว้ “กูว่าแล้วว่ามึงต้องตามหาน้องไอ มึงยังรักน้องเขาอยู่ใช่ไ
เตชธรรมปรับที่นั่งเอนหลังพักสายตาทันทีที่กลับมาถึงรถ เปิดเปลือกตาอิดโรยขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาเห็นคือโลโก้สปอร์ตคาร์ ทั้งที่รถญี่ปุ่นหรือรถยุโรปเกรดสี่ห้าล้านก็ขับได้เหมือนกัน เขากลับทุ่มเงินกว่าแปดหลักซื้อรถคันนี้มาครอบครอง เพื่อลดปมด้อยจากอดีตที่ตามมาหลอกหลอนไม่หยุด เป่าหูเขาให้จ่ายเงินซื้อทุกอย่างที่ใครคนหนึ่งจะเสียดายเมื่อกลับมาเจอเขาในวันที่เพียบพร้อมเสียงนั้นกระซิบบอกถ้าได้ขับรถแพงๆ จะไม่มีใครดูถูกว่าจน ไม่คู่ควรจะเป็นคนรักของผู้หญิงคนไหน ขอแค่เขามีเงิน มีบ้าน มีรถ ทุกคนก็จะพร้อมใจอ้าแขนต้อนรับ ไม่ได้กีดกันความรักถึงขั้นจะนัดเจอกันแต่ละครั้ง ต้องแอบหนีออกจากบ้านเหมือนในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ที่เขาเติบโตมาในครอบครัวยากจน มีแม่คนเดียวต้องทำงานรับจ้างสารพัดเพื่อหาเงินมาส่งลูกชายเรียนหนังสือปมด้อยในใจเตชธรรมเริ่มต้นมาจากวันนั้นโค้งสุดท้ายในการสอบจบคณะแพทยศาสตร์ เตชธรรมขลุกอยู่ในห้องเพื่ออ่านหนังสือสำหรับการสอบใหญ่ นอกจากกินข้าวกับเข้าห้องน้ำ เขาแทบจะไม่ปลีกตัวออกจากกองหนังสือ มุ่งมั่นจะจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมเหรียญทองเตรียมจะใช้มันเป็นเครื่องยืนยันแก่พ่อของแฟนสาว ให้ท่านมั่นใจ และใจ
“พี่ปัณณ์ หมอจ๋ามีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ ไปเรียนเมืองนอกด้วยกัน ทำไมขากลับ กลับคนเดียวแล้วมาวอแวพี่ธามของเฟิร์น!” ใบหน้าโค้งงอเพ่งมองไปทางชายในดวงใจ เขาร่วมแสดงความยินดีกับผู้อำนวยการคนปัจจุบัน โดยมีหมอจ๋ายืนอยู่ข้างๆด้านหน้าที่การงาน การศึกษา สองคนนี้อาจจะเหมาะสมกันเป็นเรื่องจริง แต่เจาะลึกลงไป เตชธรรมเป็นรองฝ่ายหญิง สุชาดามีศักดิ์เป็นถึงลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาล หรือสุชาดารู้ตัวเองว่ามีแต้มต่อ ก็เลยคิดจะใช้แต้มต่อนั้นมาเปิดศึกแย่งชิงหมอธามจากเธอ เธอมันร้ายลึกนักนะ ยายคุณหมอจ๋า ยายลูกคนรวย!“เต็มปากเต็มคำเลยนะ เบาๆ หน่อยก็ได้เสียงน่ะ” เจตนาจะจับเจ้าเตชธรรมโจ่งแจ้งทั้งในและนอกสถานพยาบาลอย่างนี้ เพื่อนพยาบาลไม่จับกลุ่มนินทาสนุกปากแล้วเหรอ“เฟิร์นไม่เบาหรอก หมอจ๋าเชียวนะ ถ้าพี่ธามเกิดสนใจหมอจ๋าขึ้นมา ท่านสิทธิเดชจะไม่รีบยกขันหมากมาสู่ขอพี่ธามเหรอ ก็เห็นๆ กันอยู่ ว่าท่านสิทธิเดชกับหมอปลื้มชอบพี่ธามของเฟิร์นมาก”พี่ธามของเฟิร์น ช่างกล้าพูด! ปัณณ์ฟังผ่านๆ ไม่ได้สนใจทุกรายละเอียดเฟิร์นย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลนี้ก็เพราะอยากใกล้ชิดเตชธรรม ได้ร่วมงานกันไม่ถึงปีกลับโมเมจะยัดเยียดความเป็นเมียให้ฝ่ายชา
“พี่เตคะ” แววตาเพียงพิณอ่อนลง เมื่อชายผู้เปรียบเสมือนพ่อ พี่ชาย และเพื่อน สลบเหมือดหลับกลางวันเหมือนเด็กอนุบาลบนชุดรับแขกตัวยาว เพียงพิณเขย่าแขนปลุกพี่ชาย เมื่อเข็มนาฬิกาเลื่อนผ่านมาถึงเวลาสิบเจ็ดนาฬิกา ใจจริงอยากให้เขานอนพักนานกว่านี้ แต่ต้องปลุกเพราะเขาต้องไปงานเลี้ยงในโรงพยาบาลช่วงแรกที่แม่เข้าโรงพยาบาล แม่ถูกจัดเตียงให้อยู่ใกล้หมอและพยาบาล แพทย์เพิ่งจะอนุญาตย้ายเตียงเข้ามาในห้องพักพิเศษช่วงบ่ายวันนี้ เพียงพิณขอกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าและของใช้จำเป็น ให้พี่ชายเฝ้าแม่ตามลำพัง กลับมาเห็นพี่ชายหลับไปด้วยสีหน้าอิดโรยก็นึกห่วงใยสุขภาพเขาทำงานหนักเพื่อครอบครัวมาหลายปี เป็นแพทย์ด้านหัวใจ และประกอบธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ จนมีฐานะทางการเงินที่มั่งคั่ง ถึงขั้นซื้อบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ด้วยเงินสด พาแม่กับเพียงพิณย้ายจากทางเหนือมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เข้าปีนี้ ก็ปีที่สอง“หืม” เตชธรรมสะลึมสะลือเปิดเปลือกตาขึ้นมามองหน้าน้องสาวต่างสายเลือด ที่แม่เขารับมาเลี้ยงตั้งแต่เพียงพิณอายุสิบสองขวบ จากความสงสารที่หญิงสาวกำพร้า“ตื่นได้แล้วค่ะ พี่เตต้องไปงานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ”“กี่โมงแล้ว” เขาชันกายขึ้น







