Masukไออุ่นจากกายแกร่งแม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเธอนอนเปลือยกายกอดกับเขาบนเตียง ในพื้นที่เล็กๆ ที่เขาอนุญาตให้อยู่ เธออาจจะปล่อยให้เขาเข้าใกล้นานกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขากำลังจะแต่งงาน และเธอไม่อยากจะได้ชื่อว่าเป็น ‘ชู้’ กับสามีคนอื่น
“เจ็บก็พูดว่าเจ็บแต่แรกก็จบ ทำไมต้องรอให้ตะคอกถึงบอก”
“เพราะมาร์คิดว่าอาจารย์น่าจะเห็นอยู่แล้ว ว่ามาร์เจ็บ”
“รู้ว่าเจ็บ! ก็จะพาไปหาหมออยู่นี่ไง ลุกไหวไหม หรืออยากให้อุ้ม”
“ไม่ไปค่ะ แผลแค่นี้มาร์ทายาเองได้ มาร์จะกลับรีสอร์ต”
“จะทายาเองให้เสี่ยงแผลติดเชื้อเหรอ ไม่ใช่น้อยๆ นะมาร์”
“มาร์มีนัดกับแม่เลี้ยง มาร์ต้องกลับรีสอร์ตตอนนี้ค่ะ”
“อย่าดื้อให้มันมากนักจะได้ไหม!” แทนคุณชักสีหน้าไม่พอใจใส่เด็กนักศึกษาจอมดื้อ
“เธอคิดว่า ถ้าเธอเป็นอะไรไปตอนอยู่ในม่อนแลดาว จะมีใครสนใจพาเธอไปหาหมอ เหมือนที่ฉันเสนอหรือเปล่ามาร์ เธอเชื่อฉันสิ ว่าไม่มี ทุกคนในม่อนแลดาวรวมถึงแม่เลี้ยงแจ่มไม่มีใครสนใจเธอ พวกเขามีแต่จะปล่อยเธอให้นอนตายกลางร้านอาหาร ไม่คิดจะสนใจว่าเธอจะเจ็บ จะป่วย หรือจะตาย!”
“มาร์ทราบดีค่ะ ว่ามาร์อยู่ตัวคนเดียวไม่มีใครเหลียวแลมาร์ แต่มาร์โตแล้ว มาร์ไม่ใช่เด็ก มาร์ดูแลตัวเองได้ค่ะ อาจารย์ห่วงมาร์จะตาย หรือห่วงกิจการของว่าที่ภรรยาจะเจ๊ง ถ้ามีข่าวว่ามาร์นอนตายตรงนั้นเหรอคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ คนอย่างมาร์ไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะ หรือถ้าจะตายจริงๆ มาร์จะขอใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มี กระเสือกกระสนพาตัวเองข้ามไปตายที่ฝั่งไร่ภูวราของอาจารย์ ทำแบบนั้น กิจการรีสอร์ตม่อนแลดาวของคุณลิตาจะได้ไม่เสียหาย ดีไหมคะ”
“แล้วเธอจะประชดฉันทำไม คิดว่าพูดไปแล้วฉันจะแคร์เธอขึ้นมาเหรอ!”
“มาร์ไม่เคยคิดว่าอาจารย์แคร์มาร์ เพราะฉะนั้นมาร์จะไม่ขอความช่วยเหลือ มาร์ดูแลตัวเองได้ เราแยกกันกลับเถอะค่ะ”
ให้แยกกันกลับ มาลินีจะบ้าไปแล้วเหรอ กับสภาพร่างกายแบบนี้
แทนคุณหัวเสียจนจะหน้ามืด “ฉันจะไม่ทิ้งเธอ จอดรถของเธอไว้ที่นี่ ไปขึ้นรถ ฉันจะพาไปทำแผลที่คลินิกในเมือง”
“ไม่ได้ค่ะ จะให้มาร์ทิ้งรถได้ยังไง มาร์กลัวคนจะขโมยรถของมาร์”
“งั้นก็รออยู่ด้วยกันตรงนี้ ฉันจะโทรเรียกคนในไร่มาเอาไป”
“ไม่ค่ะ มาร์จะเอารถของมาร์กลับเอง อาจารย์ไม่ต้องมายุ่ง”
“ยุ่ง?” เหอะ! เขาเป็นห่วงเธอถึงขนาดนี้เธอกลับตำหนิว่าเขา ยุ่ง
ฝ่ามือใหญ่ถูกนักศึกษาสาวปัดทิ้งไม่ไยดี แทนคุณได้แต่ข่มอารมณ์โกรธ
เขาเวทนากระโปรงนักศึกษาที่ขาด และเสื้อนักศึกษาที่เปื้อนคราบเลือด ทั้งที่เลือดออกหลายจุดยืนเองยังจะไม่ไหว เธอกลับเข็นมอเตอร์ไซค์หนักไปชิดขอบถนน ก่อนพาเรือนร่างบอบช้ำกลับมาเก็บสัมภาระที่ตกเกลื่อนบนถนน
ความดื้อของเธอทำให้เขาโกรธ
แทนคุณกำหมัดเหนื่อยใจกับเด็กดื้อที่เขาเคี่ยวเข็ญสอนเธอทั้ง ‘ในห้องเรียน’ และ ‘นอกห้องเรียน’ มานานเกือบสี่ปี เข้าไปกระชากสายกระเป๋าสะพายหลังจากฝ่ามือเรียวเล็ก
“อาจารย์จะกระชากไปทำไม ขอกระเป๋าของมาร์คืนด้วยค่ะ”
แล้วมาลินีก็แย่งกลับแทบจะในวินาทีต่อมา
อุณหภูมิในร่างกายบุรุษตอนนี้เลยจุดเดือดไปแล้ว เขายืนตัวสูงท้าลมท้าฝน จับจ้องมองเรือนร่างอรชรที่กอดกระเป๋าเดินลากขาข้างที่เจ็บกลับไปสำรวจความเสียหายของมอเตอร์ไซค์คู่ใจ คอรถของเธอเอียง กระจกข้างหนึ่งหัก ข้างหนึ่งเบี้ยว
ความดื้อด้านของเธอทำให้แทนคุณโกรธจนลมออกหู เขาปรี่เข้าไปดับเครื่องยนต์ดึงกุญแจมาสอดเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง ไม่ยอมให้เธอขับหนีไปต่อหน้า ตามด้วยออกแรงขยุ้มข้อศอกบางดึงเธอลงมาจากเบาะก่อนลากเธอตรงไปทางรถยุโรป
ใบหน้าแทนคุณเคร่งเครียด มาลินีร้องเจ็บตลอดทาง เขาไม่สนใจ
เป็นเพราะเธอดื้อ ถ้าเธอไม่ดื้อกับเขา เขาคงไม่รุนแรงกับเธอ
“อาจารย์ มาร์เจ็บ!”
“อาจารย์! มาร์บอกว่า มาร์เจ็บ!”
มาลินีเอ่ยประโยคนั้นเกินสามครั้งแทนคุณกลับไม่สนใจ เขาเปิดประตูรถค้างไว้ อุ้มเธอขึ้นไปวางบนที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร การฉุด ลาก อุ้ม และวางจากเขาไม่มีออมแรง มาลินีเจ็บทั้งตัวจนน้ำตาไหล
“โอ๊ย อาจารย์ ฮึก... มาร์บอกว่ามาร์เจ็บไงคะ!”
“เจ็บสิดี! จะได้เลิกดื้อ นั่งนิ่งๆ อย่าให้เห็นว่าลงจากรถจะโดนดี”
“แต่มอเตอร์ไซค์ของมาร์จะหาย ถ้าหาย...”
“เงียบ!” เขาตะคอกเสียงดังจนมาลินีตกใจ ตามมาด้วยเสียงปิดประตูดัง โครม
คนถูกดุปิดปากเงียบ นั่งนิ่งในรถ มองออกไปข้างนอกเมฆฝนตั้งเค้ามาแล้ว ลมพัดแรงมากขึ้น ใบไม้ใบหญ้าปลิวมาทางแทนคุณที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างถนน ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นรถกระบะจากไร่ภูวรามาจอดหน้ารถแทนคุณ มีผู้ชายสองสามคนมาช่วยกันยกมอเตอร์ไซค์
มาลินีกลัวกลุ่มคนงานจะจำเธอได้ แทบจะหมอบนอนไปบนเบาะรถ
เธอเจ็บแผลจนร่างกายอ่อนแรง กวาดตามองตามท่อนแขนท่อนขาขาวนวลเนียนที่เวลานี้มีรอยถลอกเต็มไปหมด เจ็บหนักสุดบริเวณหัวเข่า มันแตกถึงขั้นที่มีเลือดไหล เลือดหลายหยดเปรอะเปื้อนเบาะหนัง มาลินีคอยใช้ทิชชูเช็ดเบาะรถให้เขาจนมีทิชชูเปื้อนเลือดเต็มกำมือ
“หน้าซีดเหมือนคนใกล้ตาย อย่ามาตายในรถล่ะ ขี้เกียจซื้อคันใหม่”
แทนคุณสอดกายสูงใหญ่เข้ามาประจำที่คนขับ ทักคำแรกก็ไม่เป็นมงคล มาลินีไม่พูดด้วย เธอเลิกซ่อนตัวเมื่อท้ายรถกระบะลับสายตา
“จะให้ศิลป์ช่วยซ่อม น่าจะเร่งเสร็จให้ทันไปเรียนวันจันทร์ได้”
“ขอบคุณค่ะ” อย่างน้อยเขาก็มีน้ำใจ
“ไม่ต้องขอบคุณ เพราะฉันจะส่งบิลค่าซ่อมตามมาทีหลัง”
จากเพลียจนจะหน้ามืด ใบหน้าหวานกลับมีเลือดฝาดบนแก้มเพราะหงุดหงิดในความขี้งกของคนปากร้าย
ใจเต้นแรงไปกันใหญ่ เมื่อแทนคุณเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ ดวงตาคู่ที่หลอมละลายหัวใจได้สบประสานกับสายตาเธอ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเขาชวนให้ใจเต้น อยู่กับเขาในที่ลับๆ มาสี่ปี มีเหรอจะไม่หวั่นไหว
มาลินีผ่อนคลายความตึงเครียดบนใบหน้า หลับตารอตามความเคยชิน คาดหวังว่าจะได้รับจูบหวานๆ กลับมีเสียงลากสายรัดนิรภัยดังขึ้นข้างหูเตือนให้ลืมตาได้แล้ว มุมปากหยักคมกระตุกยิ้มครั้งเดียวเท่านั้น มาลินีหน้าแดงซ่านอายจนอยากจะมุดดินหนี มองข้างกระจกตลอดเส้นทางที่รถคันหรูเลี้ยวกลับเข้าไปในเมือง
ใครกัน!ที่อ้อนวอนพ่อเลี้ยงธงไทยขอให้รับเลี้ยงมันไว้ อย่าเอามันที่ยังแบเบาะไปทิ้งบ้านเด็กกำพร้า หรือทิ้งข้างถังขยะให้หมาจรจัดแทะหัวจนตาย ก็ท่านไม่ใช่เหรอ! แม่เลี้ยงแจ่มจันทร์นั่งรอในร้านอาหารกลางรีสอร์ตจนดึก มาลินียังไม่โผล่หัวมา ทดเวลาให้อีกนิดมันก็ยังไม่มา ในเมื่อมันใช้งานไม่ได้ก็ไม่คิดจะเลี้ยงมันไว้อีก เดินนำกลุ่มคนรับใช้ขึ้นไปบนชั้นสองสั่งให้เก็บกวาดข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดในห้องนอนมันไปทิ้งรวมกับขยะหลังร้าน ไม่เว้นแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มันเก็บเงินซื้อด้วยตัวเอง“ทำอะไรครับ! นั่นมันของใช้ในห้องนอนน้องมาร์ไม่ใช่เหรอ”ดนุคว้าข้อมือแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ไม่ทัน เธอจุดไฟเผาข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดของมาลินีจนวายวอด กลัวที่นอนปิกนิกของเธอจะไหม้เข้าไปลากปลายผ้าออกมา แต่ลูกไฟร้อนก็ลามค่อนข้างเร็วจนเอาไม่ทัน เขาหันไปเอาเรื่องภรรยาของเจ้านาย“คุณแจ่มทำไปทำไมครับ! จะรังแกน้องมาร์ไปถึงไหน!”“ฉันลงโทษมัน ที่มันขัดคำสั่งฉัน!”“คำสั่งอะไรอีก!”“ฉันสั่งให้มันกลับบ้าน แต่ป่านนี้แล้วมันยังไม่ยอมโผล่หัวมา ฉันจะทำให้มันเห็นว่ามือคู่นี้ชุบเลี้ยงมันได้ ก็ทำลายมันได้เหมือนกัน!”“คุณแจ่มทำลายน้องมาร์มามากพ
“แต่อาจารย์สัญญากับมาร์แล้ว ว่า...” จะจบ“เพราะงั้นอาจารย์ก็ไม่ควรมาแตะต้องตัวมาร์อีก”“สัญญาอะไร? ฉันสัญญาอะไรกับเธอ”คว้าข้อมือเล็กไว้ เธอกลับพยายามจะดึงออก ท่าทีรังเกียจเขาจากเธอทำให้อาจารย์หนุ่มโกรธ ขยุ้มข้อมือบางให้แรงขึ้นและปีนขึ้นเตียงมากดเธอไว้ใต้ร่างกำยำ“อาจารย์ ปล่อยมาร์...”“ทำไม? ไม่พอใจที่ฉันแตะต้องตัวเธองั้นเหรอ ได้ค่าเทอมครบแล้วต่อมรังเกียจฉันมันเพิ่งทำงานหรือไง เธอถึงถอยออกห่าง ไม่ยอมให้ฉันแตะต้องเนื้อตัวเธอ ทั้งที่เธอเป็นเมียฉัน!”“ไม่ใช่ค่ะ แต่... อาจารย์สั่งลามาร์ไปแล้ว”เธอเม้มปากหลายครั้งกว่าจะกล้าพูดคำนั้นออกมา‘สั่งลา’ใช่... เขาสั่งลาเธอไปแล้วในคืนนั้นแลกกับเงินค่าเทอมก้อนสุดท้ายในการเรียนปีสี่เทอมสอง“ฉันพูดเหรอว่าจะจบกับเธอในคืนนั้น เธอคิดว่าเงินสองหมื่นที่ฉันจ่ายให้เธอทุกเทอมจนเธอใกล้จะเรียนจบ มันคุ้มค่ากับการนอนกับเธอแค่ครั้งเดียวเหรอ ก่อนหน้านี้เธอเคยนอนกับฉันถี่แค่ไหน เธอก็ต้องนอนกับฉันถี่เท่าเดิมไปจนกว่าเธอจะเรียนจบ ตราบใดที่เธอยังใส่ชุดนักศึกษาไปนั่งในชั้นเรียนด้วยเงินค่าเทอมของฉัน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความต้องการของฉัน!”“มาร์ไม่ได้พูดเอง อาจารย์บอก
‘คนไข้เพิ่งจะผล็อยหลับไปเมื่อครู่นี้เองค่ะ ทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถชำระเงิน รับยา แล้วปลุกคนไข้เดินทางกลับได้เลยนะคะ’ มาลินีนอนน่ารักเกินไป แทนคุณไม่ยอมปลุกเธอ ปล่อยให้เธอนอนพักสบายๆ ก่อนจะอุ้มเธอกลับมานอนต่อในรถขับรถครึ่งชั่วโมงก็เห็นป้ายรีสอร์ตม่อนแลดาว แทนคุณไม่ไปส่งมาลินี จงใจขับรถผ่านเข้าไปในไร่ภูวรา ขับเลียบบนถนนเล็กๆ ระหว่างเขตแดนไร่เขากับรีสอร์ตของเธอ ไปหยุดรถหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จไม่นานฟ้ามืดมากแล้ว แทนคุณอาศัยไฟจากหน้ารถสะท้อนกลับมาให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของสาวน้อยนักศึกษากลิ่นหอมอ่อนๆ จากกลีบปากอิ่ม และความนิ่มของแก้ม ล่อลวงแทนคุณให้ตกลงไปในหลุมที่เธอขุดไว้ แก้มนี้เขาหอมมาสี่ปี ยังไม่รู้สึกเบื่อ ปากนี้เขาจูบมาสี่ปี ก็ยังอยากจะจูบซ้ำๆ ไม่เชิงรัก แต่ผูกพัน เขาอยู่กับเธอมานานคล้ายกับว่าเขาเสพติดเธอกดริมฝีปากหยักหอมแก้มมาลินีส่งท้าย ก่อนค้นมือถือเธอมาดูว่าใครกัน ทั้งโทร ทั้งส่งข้อความเข้ามาก่อกวนไม่หยุดการแจ้งเตือนทั้งหมดส่งมาจากแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์แทนคุณกดเข้าไปอ่าน‘นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วนังมาร์ แกหายหัวไปไหน!’‘โทรไปก็ไม่รับ แกอยากโดนตีห
ไออุ่นจากกายแกร่งแม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเธอนอนเปลือยกายกอดกับเขาบนเตียง ในพื้นที่เล็กๆ ที่เขาอนุญาตให้อยู่ เธออาจจะปล่อยให้เขาเข้าใกล้นานกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขากำลังจะแต่งงาน และเธอไม่อยากจะได้ชื่อว่าเป็น ‘ชู้’ กับสามีคนอื่น“เจ็บก็พูดว่าเจ็บแต่แรกก็จบ ทำไมต้องรอให้ตะคอกถึงบอก”“เพราะมาร์คิดว่าอาจารย์น่าจะเห็นอยู่แล้ว ว่ามาร์เจ็บ”“รู้ว่าเจ็บ! ก็จะพาไปหาหมออยู่นี่ไง ลุกไหวไหม หรืออยากให้อุ้ม”“ไม่ไปค่ะ แผลแค่นี้มาร์ทายาเองได้ มาร์จะกลับรีสอร์ต”“จะทายาเองให้เสี่ยงแผลติดเชื้อเหรอ ไม่ใช่น้อยๆ นะมาร์”“มาร์มีนัดกับแม่เลี้ยง มาร์ต้องกลับรีสอร์ตตอนนี้ค่ะ”“อย่าดื้อให้มันมากนักจะได้ไหม!” แทนคุณชักสีหน้าไม่พอใจใส่เด็กนักศึกษาจอมดื้อ“เธอคิดว่า ถ้าเธอเป็นอะไรไปตอนอยู่ในม่อนแลดาว จะมีใครสนใจพาเธอไปหาหมอ เหมือนที่ฉันเสนอหรือเปล่ามาร์ เธอเชื่อฉันสิ ว่าไม่มี ทุกคนในม่อนแลดาวรวมถึงแม่เลี้ยงแจ่มไม่มีใครสนใจเธอ พวกเขามีแต่จะปล่อยเธอให้นอนตายกลางร้านอาหาร ไม่คิดจะสนใจว่าเธอจะเจ็บ จะป่วย หรือจะตาย!”“มาร์ทราบดีค่ะ ว่ามาร์อยู่ตัวคนเดียวไม่มีใครเหลียวแลมาร์ แต่มาร์โตแล้ว มาร
‘คุณหนูของแกหนีออกจากบ้าน ป่านนี้ไปถึงไหนแล้วไม่รู้ เรียนเสร็จกี่โมงแกรีบกลับบ้านเลยนะ ฉันจะให้แกไปตามคุณหนูกลับมา’‘ได้ค่ะ อีกสิบนาทีเลิกเรียน เก็บของเสร็จมาร์จะรีบกลับนะคะ’อากาศยามเย็นค่อนข้างขมุกขมัว สายลมแรงพัดเอาใบไม้ใบหญ้าและเศษฝุ่นจากบนถนนมาทางเธอ ใบหน้าสวยหวานใต้หมวกกันน็อกทรงครึ่งหัวแหงนมองท้องฟ้า กังวลว่าเมฆฝนที่ตั้งเค้าจะปล่อยหยดน้ำมาเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง สองมือเล็กกำรอบแฮนด์มอเตอร์ไซค์ให้แน่นขึ้น บิดรถผ่านทัศนวิสัยแย่มุ่งตรงไปยังรีสอร์ตม่อนแลดาวกว่ายี่สิบเอ็ดปี ที่มาลินีอาศัยห้องเก็บของเล็กๆ ในร้านอาหารกลางรีสอร์ตเป็นที่ซุกหัวนอน เธอเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีญาติ จะกิน จะนอน หรือจะป่วยก็ไม่เคยมีใครสนใจเธอ ทุกคนจะคุยกับเธอเฉพาะเวลาเรียกใช้งาน นอกเหนือจากนั้นมาลินีไม่เคยเป็นที่ต้องการของใครตั้งแต่จำความได้มาลินีก็ถูกเกลียด และถูกคนรอบข้างเรียกว่า ‘ลูกชู้’ มาตลอด ตอนยังเป็นเด็กเธอไม่เข้าใจความหมาย จนเริ่มโตถึงรู้ว่าเป็นคำเรียกที่น่าเกลียด คนแก่บางคนแก่แล้วแก่เลย ฝังใจเกลียดเธอมากว่ายี่สิบปีทั้งที่เธอไม่เคยทำร้ายใครคนที่ทำ คือแม่ของเธอต่างหากยี่สิบก







