로그인ไออุ่นจากกายแกร่งแม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเธอนอนเปลือยกายกอดกับเขาบนเตียง ในพื้นที่เล็กๆ ที่เขาอนุญาตให้อยู่ เธออาจจะปล่อยให้เขาเข้าใกล้นานกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขากำลังจะแต่งงาน และเธอไม่อยากจะได้ชื่อว่าเป็น ‘ชู้’ กับสามีคนอื่น
“เจ็บก็พูดว่าเจ็บแต่แรกก็จบ ทำไมต้องรอให้ตะคอกถึงบอก”
“เพราะมาร์คิดว่าอาจารย์น่าจะเห็นอยู่แล้ว ว่ามาร์เจ็บ”
“รู้ว่าเจ็บ! ก็จะพาไปหาหมออยู่นี่ไง ลุกไหวไหม หรืออยากให้อุ้ม”
“ไม่ไปค่ะ แผลแค่นี้มาร์ทายาเองได้ มาร์จะกลับรีสอร์ต”
“จะทายาเองให้เสี่ยงแผลติดเชื้อเหรอ ไม่ใช่น้อยๆ นะมาร์”
“มาร์มีนัดกับแม่เลี้ยง มาร์ต้องกลับรีสอร์ตตอนนี้ค่ะ”
“อย่าดื้อให้มันมากนักจะได้ไหม!” แทนคุณชักสีหน้าไม่พอใจใส่เด็กนักศึกษาจอมดื้อ
“เธอคิดว่า ถ้าเธอเป็นอะไรไปตอนอยู่ในม่อนแลดาว จะมีใครสนใจพาเธอไปหาหมอ เหมือนที่ฉันเสนอหรือเปล่ามาร์ เธอเชื่อฉันสิ ว่าไม่มี ทุกคนในม่อนแลดาวรวมถึงแม่เลี้ยงแจ่มไม่มีใครสนใจเธอ พวกเขามีแต่จะปล่อยเธอให้นอนตายกลางร้านอาหาร ไม่คิดจะสนใจว่าเธอจะเจ็บ จะป่วย หรือจะตาย!”
“มาร์ทราบดีค่ะ ว่ามาร์อยู่ตัวคนเดียวไม่มีใครเหลียวแลมาร์ แต่มาร์โตแล้ว มาร์ไม่ใช่เด็ก มาร์ดูแลตัวเองได้ค่ะ อาจารย์ห่วงมาร์จะตาย หรือห่วงกิจการของว่าที่ภรรยาจะเจ๊ง ถ้ามีข่าวว่ามาร์นอนตายตรงนั้นเหรอคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ คนอย่างมาร์ไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะ หรือถ้าจะตายจริงๆ มาร์จะขอใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มี กระเสือกกระสนพาตัวเองข้ามไปตายที่ฝั่งไร่ภูวราของอาจารย์ ทำแบบนั้น กิจการรีสอร์ตม่อนแลดาวของคุณลิตาจะได้ไม่เสียหาย ดีไหมคะ”
“แล้วเธอจะประชดฉันทำไม คิดว่าพูดไปแล้วฉันจะแคร์เธอขึ้นมาเหรอ!”
“มาร์ไม่เคยคิดว่าอาจารย์แคร์มาร์ เพราะฉะนั้นมาร์จะไม่ขอความช่วยเหลือ มาร์ดูแลตัวเองได้ เราแยกกันกลับเถอะค่ะ”
ให้แยกกันกลับ มาลินีจะบ้าไปแล้วเหรอ กับสภาพร่างกายแบบนี้
แทนคุณหัวเสียจนจะหน้ามืด “ฉันจะไม่ทิ้งเธอ จอดรถของเธอไว้ที่นี่ ไปขึ้นรถ ฉันจะพาไปทำแผลที่คลินิกในเมือง”
“ไม่ได้ค่ะ จะให้มาร์ทิ้งรถได้ยังไง มาร์กลัวคนจะขโมยรถของมาร์”
“งั้นก็รออยู่ด้วยกันตรงนี้ ฉันจะโทรเรียกคนในไร่มาเอาไป”
“ไม่ค่ะ มาร์จะเอารถของมาร์กลับเอง อาจารย์ไม่ต้องมายุ่ง”
“ยุ่ง?” เหอะ! เขาเป็นห่วงเธอถึงขนาดนี้เธอกลับตำหนิว่าเขา ยุ่ง
ฝ่ามือใหญ่ถูกนักศึกษาสาวปัดทิ้งไม่ไยดี แทนคุณได้แต่ข่มอารมณ์โกรธ
เขาเวทนากระโปรงนักศึกษาที่ขาด และเสื้อนักศึกษาที่เปื้อนคราบเลือด ทั้งที่เลือดออกหลายจุดยืนเองยังจะไม่ไหว เธอกลับเข็นมอเตอร์ไซค์หนักไปชิดขอบถนน ก่อนพาเรือนร่างบอบช้ำกลับมาเก็บสัมภาระที่ตกเกลื่อนบนถนน
ความดื้อของเธอทำให้เขาโกรธ
แทนคุณกำหมัดเหนื่อยใจกับเด็กดื้อที่เขาเคี่ยวเข็ญสอนเธอทั้ง ‘ในห้องเรียน’ และ ‘นอกห้องเรียน’ มานานเกือบสี่ปี เข้าไปกระชากสายกระเป๋าสะพายหลังจากฝ่ามือเรียวเล็ก
“อาจารย์จะกระชากไปทำไม ขอกระเป๋าของมาร์คืนด้วยค่ะ”
แล้วมาลินีก็แย่งกลับแทบจะในวินาทีต่อมา
อุณหภูมิในร่างกายบุรุษตอนนี้เลยจุดเดือดไปแล้ว เขายืนตัวสูงท้าลมท้าฝน จับจ้องมองเรือนร่างอรชรที่กอดกระเป๋าเดินลากขาข้างที่เจ็บกลับไปสำรวจความเสียหายของมอเตอร์ไซค์คู่ใจ คอรถของเธอเอียง กระจกข้างหนึ่งหัก ข้างหนึ่งเบี้ยว
ความดื้อด้านของเธอทำให้แทนคุณโกรธจนลมออกหู เขาปรี่เข้าไปดับเครื่องยนต์ดึงกุญแจมาสอดเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง ไม่ยอมให้เธอขับหนีไปต่อหน้า ตามด้วยออกแรงขยุ้มข้อศอกบางดึงเธอลงมาจากเบาะก่อนลากเธอตรงไปทางรถยุโรป
ใบหน้าแทนคุณเคร่งเครียด มาลินีร้องเจ็บตลอดทาง เขาไม่สนใจ
เป็นเพราะเธอดื้อ ถ้าเธอไม่ดื้อกับเขา เขาคงไม่รุนแรงกับเธอ
“อาจารย์ มาร์เจ็บ!”
“อาจารย์! มาร์บอกว่า มาร์เจ็บ!”
มาลินีเอ่ยประโยคนั้นเกินสามครั้งแทนคุณกลับไม่สนใจ เขาเปิดประตูรถค้างไว้ อุ้มเธอขึ้นไปวางบนที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร การฉุด ลาก อุ้ม และวางจากเขาไม่มีออมแรง มาลินีเจ็บทั้งตัวจนน้ำตาไหล
“โอ๊ย อาจารย์ ฮึก... มาร์บอกว่ามาร์เจ็บไงคะ!”
“เจ็บสิดี! จะได้เลิกดื้อ นั่งนิ่งๆ อย่าให้เห็นว่าลงจากรถจะโดนดี”
“แต่มอเตอร์ไซค์ของมาร์จะหาย ถ้าหาย...”
“เงียบ!” เขาตะคอกเสียงดังจนมาลินีตกใจ ตามมาด้วยเสียงปิดประตูดัง โครม
คนถูกดุปิดปากเงียบ นั่งนิ่งในรถ มองออกไปข้างนอกเมฆฝนตั้งเค้ามาแล้ว ลมพัดแรงมากขึ้น ใบไม้ใบหญ้าปลิวมาทางแทนคุณที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างถนน ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นรถกระบะจากไร่ภูวรามาจอดหน้ารถแทนคุณ มีผู้ชายสองสามคนมาช่วยกันยกมอเตอร์ไซค์
มาลินีกลัวกลุ่มคนงานจะจำเธอได้ แทบจะหมอบนอนไปบนเบาะรถ
เธอเจ็บแผลจนร่างกายอ่อนแรง กวาดตามองตามท่อนแขนท่อนขาขาวนวลเนียนที่เวลานี้มีรอยถลอกเต็มไปหมด เจ็บหนักสุดบริเวณหัวเข่า มันแตกถึงขั้นที่มีเลือดไหล เลือดหลายหยดเปรอะเปื้อนเบาะหนัง มาลินีคอยใช้ทิชชูเช็ดเบาะรถให้เขาจนมีทิชชูเปื้อนเลือดเต็มกำมือ
“หน้าซีดเหมือนคนใกล้ตาย อย่ามาตายในรถล่ะ ขี้เกียจซื้อคันใหม่”
แทนคุณสอดกายสูงใหญ่เข้ามาประจำที่คนขับ ทักคำแรกก็ไม่เป็นมงคล มาลินีไม่พูดด้วย เธอเลิกซ่อนตัวเมื่อท้ายรถกระบะลับสายตา
“จะให้ศิลป์ช่วยซ่อม น่าจะเร่งเสร็จให้ทันไปเรียนวันจันทร์ได้”
“ขอบคุณค่ะ” อย่างน้อยเขาก็มีน้ำใจ
“ไม่ต้องขอบคุณ เพราะฉันจะส่งบิลค่าซ่อมตามมาทีหลัง”
จากเพลียจนจะหน้ามืด ใบหน้าหวานกลับมีเลือดฝาดบนแก้มเพราะหงุดหงิดในความขี้งกของคนปากร้าย
ใจเต้นแรงไปกันใหญ่ เมื่อแทนคุณเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ ดวงตาคู่ที่หลอมละลายหัวใจได้สบประสานกับสายตาเธอ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเขาชวนให้ใจเต้น อยู่กับเขาในที่ลับๆ มาสี่ปี มีเหรอจะไม่หวั่นไหว
มาลินีผ่อนคลายความตึงเครียดบนใบหน้า หลับตารอตามความเคยชิน คาดหวังว่าจะได้รับจูบหวานๆ กลับมีเสียงลากสายรัดนิรภัยดังขึ้นข้างหูเตือนให้ลืมตาได้แล้ว มุมปากหยักคมกระตุกยิ้มครั้งเดียวเท่านั้น มาลินีหน้าแดงซ่านอายจนอยากจะมุดดินหนี มองข้างกระจกตลอดเส้นทางที่รถคันหรูเลี้ยวกลับเข้าไปในเมือง
ทารกน้อยเพศชายนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจหน้ากระจกใส อวดความน่ารักให้คุณปู่คุณย่าและทุกคนที่จับจ้องมองจากด้านนอก แทนคุณมองหน้าลูกชายคนแรกด้วยความดีใจ ลูกเขาปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวผ่องน่าเอ็นดูที่สุด น้องชายฝาแฝดเข้ามาแตะบ่าแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ของตระกูล“ยินดีด้วยนะพี่ หลานชายของพวกผมน่ารักมาก”“ขอบใจมากนะ พวกนายเป็นน้องชายที่ดีที่สุดในโลกเลย”“ลิตาก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่แทน หลานน่ารักมาก”“ยินดีด้วยนะครับ ขอให้หลานเป็นเด็กดี เลี้ยงง่ายครับ”“ขอบใจจ้ะลิตา ขอบคุณสารวัตรด้วยนะครับที่แวะมาเยี่ยม สารวัตรมาช่วยผมดูแลลูก ไว้รอคิวสารวัตร ผมจะไปช่วยเลี้ยงนะครับ”ลลิตามาพร้อมกับสารวัตรหนุ่ม ตัวติดกันจนแทนคุณเบื่อจะแซวแล้วเพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าน่าจะคบกัน แต่อยากรอให้มั่นใจกว่านี้ก่อนจึงจะเปิดตัวแทนคุณแค่พูดนิดเดียวน้องสาวของเขาแก้มแดงลามไปถึงใบหู แทนคุณดีใจที่ทุกคนรอบตัวเขามีความสุข“ลุงแทนขา มาดูใกล้ๆ น้องตัวนิดเดียวเอง ทำไมตัวเล็กจัง น้องจะโตตอนไหนคะ”หลานสาวคนแรกของตระกูลถามลุงแทน ขณะเข้าไปเกาะขอบกระจกดูความน่ารักของน้องชายลุงแทนคุณของหนูน้อยเข้ามายืนข้างๆ ตวัดวงแขนอุ้มหลานสาวขึ้
หลังจากค่ำคืนแห่งฝันร้ายได้ผ่านพ้นไป มาลินีลืมตาตื่นในเช้าวันต่อมา เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดใหม่ การผ่านความเป็นความตายมาได้ทำให้เธอมีสติอยู่กับปัจจุบัน และตระหนักรู้คุณค่าของเวลาซึ่งเธอไม่รู้ว่ามีเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าเธอจะต้องตายในเร็วๆ นี้ เธอก็อยากจะใช้เวลาต่อจากนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับคนที่เธอรักและรักเธอ จับมือกัน ดูแลกันไปจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะตายจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจนกระทั่งมั่นใจว่าลูกน้อยในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี แพทย์เจ้าของไข้จึงอนุญาตให้มาลินีกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธออยากช่วยเก็บเสื้อผ้าและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ภายในห้องพักฟื้น แต่ถูกแทนคุณและคุณแม่ของเขาจูงแขนเธอคนละข้างมานั่งพักบนชุดรับแขก หน้าห้องพักฟื้นมีคุณลมเหนือเข็นวีลแชร์มารอมาลินีไม่เคยได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวมาก่อน เธอตื้นตันใจเคยเป็นคนที่ไม่มีบ้านให้กลับ แต่ตอนนี้มาลินีมีบ้านถึงสองหลังที่เต็มใจจะเปิดประตูต้อนรับเธอเข้ามาพักพิงได้ตลอดเวลา หลังแรกคือบ้านของแทนคุณ และหลังที่สองคือบ้านหลักของต้นตระกูลภูวรา“พักที่นี่กับแม่เถอะนะ ให้พ้นสามเดือนแรก ให้แม่มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนค่อยกลั
“ฮึก... มาร์รู้ว่ายังไงมาร์ก็ไม่รอด คงไม่มีใครมาช่วยมาร์ มาร์ไม่ร้องขอการมีชีวิต แต่มาร์อยากได้ยินเสียงของคนที่มาร์รักเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแก่ที่มาร์คอยดูแลคุณแจ่ม เห็นแก่ที่มาร์รักคุณแจ่มเหมือนแม่ ฮือ... คุณแจ่มช่วยทำให้มาร์สมหวังเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ มาร์คงไม่มีโอกาสได้บอกรักพี่แทนอีกแล้ว ฮือ... มาร์จะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขา มาร์อยากบอกให้เขารู้ ว่ามาร์ไม่ได้อยู่กับเขาอีกแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรอมาร์ เหมือนกับพ่อเลี้ยงที่รอการกลับมาของแม่ ฮึก... มาตลอดยี่สิบปี มาร์แค่ไม่อยากให้เขารอมาร์ มาร์อยากให้เขาใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่มีมาร์ คุณแจ่มก็รู้ ว่าการรอคอยสักคนโดยที่คนๆ นั้น ไม่มีทางกลับมาหา มันทรมานมากแค่ไหน มาร์ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดกับการรอ ฮือ...”“...”เสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำขอครั้งสุดท้ายจากเด็กสาว สามารถทำให้อดีตแม่เลี้ยงของม่อนแลดาวหยุดชะงักปีแล้วปีเล่าเธอต้องทนมองพ่อเลี้ยงธงไทยคิดถึงเมียรักและคาดหวังให้มันกลับมารับลูกสาว ใจหนึ่งแจ่มจันทร์เจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็สะใจและอยากจะตะโกนบอกว่ามันตายไปแล้วถ้าหากแทนคุณต้องมาตกอยู่ในวังวนเดียวกัน เขาอาจจะใช้เวลาอีกยี่สิบปีเพื่อรอให้ม
ป่านนี้แม่โฉมจะโทรบอกแทนคุณหรือยังเขาจะมารับเธอกลับบ้านทันทีเลยหรือเปล่า หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธออยู่กับฆาตกรนานกว่านี้มาลินีพยายามหักห้ามความกลัวของตัวเอง มองคุณแจ่มจันทร์ให้เป็นแค่ผู้หญิงสูงวัยที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เธอถูกท่านดุถูกท่านตีไม่เคยเก็บมาโกรธเคือง ทุกๆ วันเธอจะวิ่งเล่นหลังบ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้คุณแจ่มได้ยินว่าเธออยู่ตรงนี้ ขอแค่เห็นหน้าท่านวันละไม่กี่นาทีเด็กหญิงตัวน้อยก็มีความสุขวันหนึ่ง มาลินีในวัยเด็กอยากลองเรียกท่านให้เหมือนกับลลิตา“แม่แจ่ม...”การเกิดมาเป็นกำพร้า ความฝันของมาลินีมีอย่างเดียวแค่เรียกใครสักคนว่า แม่มาลินีมีแม่ลดา เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในหมู่บ้านที่ยอมให้เธอเรียกแม่ และคอยทำกับข้าวให้เธอกินทุกครั้งที่เธอแวะไปช่วยล้างจานแม่ลดาใจดี เคยชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน แต่เพราะที่บ้านของแม่มีลูกสาวอีกคนที่ชื่อพี่เพียงอยู่แล้ว และมาลินีก็มีห้องนอนใต้หลังคาของเธออยู่แล้ว เธอจึงไม่ไป เธออยากจะอยู่ที่ม่อนแลดาวและอยู่ใกล้ๆ คุณแจ่ม แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักแต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเปรียบกันแล้วคุณแจ่มจันทร์ก็ให้ข้าวให้น้ำเธอเหมือนกัน เด็ก
“ขออภัยครับ แต่ตอนนี้ทางตำรวจตามหามอเตอร์ไซค์คันนั้นเจอแล้วคาดว่าเราจะคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้ มอเตอร์ไซค์ถูกแยกส่วนส่งให้ร้านขายของเก่า บังเอิญว่าเจ้าของร้านเห็นข่าวและติดต่อมาที่ตำรวจ ถือว่าเป็นพยานปากเอกเลยก็ว่าได้ เล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเอามาให้ฟรีๆ ไม่ได้คิดเงิน คุณมาร์คิดสิครับ ถ้าเป็นคนที่ดักปล้นจี้จริงเขาจะให้ฟรีเหรอครับ ทางตำรวจได้ลายนิ้วมือแฝงมาแล้ว คาดว่าในอีกวันสองวันนี้ก็จะยืนยันได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปในคืนนั้นจะใช่ผู้ตายจริงหรือเปล่า และถ้าหากไม่ใช่... เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากเยี่ยมคุณลิตาด้วย”“ค่ะ เรื่องที่คุยกัน มาร์กับพี่แทนสัญญาว่าจะไม่เอาไปพูดต่อ”“ขอบคุณครับ อีกหนึ่งเหตุผล ผมแค่อยากให้พวกคุณระวังตัวไว้”สาเหตุที่นายตำรวจหนุ่มขอตัวกลับก่อน เพราะแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ตั้งใจเดินตรงมาทางนี้ บังเอิญว่าตำแหน่งห้องพักฟื้นพิเศษของลลิตาอยู่ใกล้ๆ แม่เลี้ยงเอาแก้วมาล้างมองผ่านกรอบหน้าต่างมาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่เธอรีบเดินมาอย่างเร็ว“สารวัตรโจโกรธที่ฉันไม่ให้เขาเข้าเยี่ยมคุณลิตาหรือเปล่า เขาพูดอะไรกับพวกเธอ สีหน้าท่าทางถึงได้ดูจริงจังชอบกล”มาลินีสบต
“เที่ยงแล้วไปกินข้าวด้วยกันไหมพี่ หรือสั่งอาหารมากินที่นี่”เดิมทีพี่ชายคนโตจะเข้ามาช่วยงานเอกสารในไร่ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่หลังจากที่พ้นสภาพการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเก็บของย้ายกลับมาอยู่บ้าน แทนคุณก็เข้ามาช่วยงานเต็มตัว สบายศาสน์ เขาอินโทรเวิร์ดพูดน้อยต่อยหนักไม่ชอบงานเอกสาร และไม่ชอบงานที่จะต้องติดต่อกับคนอื่น จึงโยนให้พี่ชายทำทั้งหมด“เที่ยงแล้วเหรอ”ถ้าน้องชายไม่บอกแทนคุณก็ไม่รู้เลยว่าเที่ยงแล้ว เขาทำงานเพลินไปหน่อยรีบเก็บเอกสารเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ“พี่ดีลงานคอนเสิร์ตประจำปีเรียบร้อยแล้วนะ ปีนี้จัดยาว 3 วัน วงดนตรีจะคอนเฟิร์มอีกที สัปดาห์หน้าพี่นัดทีมงานเข้ามาดูสถานที่จัดงาน ถ้าเรียบร้อยแล้วเอกสารอื่นๆ จะส่งมาให้นายทีหลัง ส่วนข้าวเที่ยง ไปกินคนเดียวเลยน้องชาย พี่มีเมีย ขอกลับไปกินกับเมียดีกว่า สั่งข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไปล่ะนะ”“เจอกันทั้งคืนยังไม่เบื่ออีกเหรอ พักกลางวันยังจะกลับไปกินข้าวกับเมีย”เหม็นความรักโว้ย!ขับรถออกจากสำนักงานไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงบ้านที่อยู่ท้ายไร่ ชายหนุ่มหิ้วถุงอาหารทั้งคาวและของหวานเต็มสองมือเข้ามาในบ้าน“มาร์ หิวข้าวหรือยัง พี่กลับมาแล้ว ม
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเข
“ไม่งั้นก็หวงมาร์” เธอทำปากดีทั้งที่เริ่มประหม่า“ใช่...” มุมปากอาจารย์หนุ่มมีรอยยิ้มนุ่มลึก“เธอเพิ่งรู้เหรอ”“...”“ว่าฉันเป็นคนหวงของเล่น...”“...”“แล้วก็จะหวงเป็นพิเศษ ถ้าม
สวนลำไยสิบไร่มีคุณค่าทางจิตใจกับคุณแจ่มมาก มันเปรียบดั่งตัวแทนสามีและลูกชายที่ตายจากของท่าน ทุกฤดูกาลนับจากจำความได้มาลินีมักจะถูกสั่งให้คอยเป็นลูกมือช่วยท่านดูแลลำไยทุกต้น ไปถึงช่วงเก็บเกี่ยวคุณแจ่มก็จะคุมคนงานเก็บเกี่ยวด้วยตัวเอง ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่คุณแจ่มได้ลงสวน เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของคนใหม
“อาพูดตรงๆ นะแทน อาไม่มีเงินจ่ายดอกให้แทนหรอก มันตั้งหลายล้าน รีสอร์ตอาไม่มีลูกค้า ร้านอาหารก็มีคนเข้ามากินแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ นอกนั้นก็ร้าง ผลไม้ในสวนก็ออกลูกไม่มาก มีรายได้แค่พอให้อาได้ใช้จ่าย เงินไม่กี่ล้าน เล็กน้อยมากสำหรับแทน แทนยกให้อาพร้อมกับเงินต้นไม่ได้เหรอ ยังไงพวกเราก็จะดองกันอยู







