เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา จางฟ่านปิงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น แต่แล้วกลับต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อหันไปเจอสายตาของหลี่จงเหอที่กำลังมองมา
“ท่านพี่ไม่รีบตื่นหรือ มองข้าทำไมกัน” นางเอ่ยถามพร้อมกับส่งสายตาไม่พอใจที่เขาทำให้นางตกใจ ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ ‘แต่จะว่าไปแล้วเขาจะมองข้าก็ไม่แปลก เพราะเวลานี้ข้าคือฮูหยินจวนแม่ทัพ’
“หากข้าไม่มองฮูหยินตนเอง แล้วจะให้ข้าไปมองผู้ใด” ชายหนุ่มตอบและส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู แล้วรีบลุกขึ้นนั่ง และกล่าวอีกว่า “น้องหญิงเจ้าลุกก่อนเถิด เดี๋ยวต้องมีแม่นมมาเอาผ้าขาว ข้าขอจัดการสักหน่อย”
จางฟ่านปิงฟังแล้วก็พอจะเข้าใจ เนื่องจากเมื่อคืนนางไม่ได้เข้าหอกับเขาอย่างสมบูรณ์ แล้วจะเอาผ้าเปื้อนเลือดมาจากไหน หากไม่ทำปลอมขึ้นมา จึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากเตียง
หลี่จงเหอใช้กริชกรีดนิ้วตนเองเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลหยดลงบนผ้าปูเตียง เมื่อคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้ว จึงตะโกนเรียกสาวใช้ให้เอาน้ำเข้ามา
ชิงชิงและชิงเยว่ที่รออยู่แล้ว จึงเข้ามาพร้อมอ่างน้ำอุ่น สายตาของทั้งสองมองไปที่เตียงเล็กน้อย และเข้าใจว่านี่คงเป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเมื่อคืนไม่มีการเรียกหาน้ำอาบ
จางฟ่านปิงเดินไปหลังม่านเพื่อจัดการล้างหน้าบ้วนปากให้เรียบร้อย แล้วแต่งตัวสมฐานะออกมา เพื่อไปยกน้ำชาให้กับพ่อแม่สามีตามธรรมเนียม
ทั้งสองเดินมายังเรือนกลาง ซึ่งเวลานี้มีผู้ใหญ่และเครือญาติมารออยู่ หลี่จงเหอเดินนำฮูหยินของตนเข้ามา แล้วยกน้ำชาให้กับบิดาก่อน
หลี่โม่ไม่ได้สนใจอันใดมากนัก เขาคิดเพียงว่าไม่ว่าสะใภ้ผู้นี้จะเป็นผู้ใดมาก่อนก็ตาม แต่เมื่อมาอยู่ในแคว้นจงอี้และแต่งเข้าจวนสกุลหลี่แล้ว นางย่อมต้องเป็นคนของสกุลหลี่ เขาจึงยื่นมือไปรับถ้วยชามาอย่างผู้ใหญ่ใจดี
“นี่ของรับขวัญสะใภ้จากข้า รับไว้เถิด” หลี่โม่บอกอย่างอ่อนโยนพร้อมกับส่งของรับไหว้ไปให้สะใภ้
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ” จางฟ่านปิงยื่นมือไปรับอย่างว่าง่ายเช่นกัน ท่ามกลางสายตาดูหมิ่นของคนทั้งตระกูล
“พี่ใหญ่ ท่านให้ของมีค่ากับนางอย่างนั้น มันจะดีหรือเจ้าคะ” ฮูหยินนายท่านรองเห็นของขวัญแล้วจึงกล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจ เพราะยามที่บุตรชายของนางแต่งสะใภ้เข้าจวน บ้านใหญ่ให้ของรับขวัญเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“นี่ลูกสะใภ้ข้า ข้าจะให้อะไรกับนาง เจ้าสอดปากได้ด้วยหรือ น้องรอง เห็นทีเจ้าควรสั่งสอนฮูหยินเจ้าสักหน่อยเถอะ” หลี่โม่กล่าวตำหนิและปรายตามองน้องชายอย่างไม่พอใจ ที่น้องสะใภ้กล้าเอ่ยปากกล่าวเช่นนี้
“พี่ใหญ่ ฮูหยินข้ากล่าวมาผิดเสียที่ไหนกัน สะใภ้ของท่านผู้นี้ถูกแคว้นจื่อหลิงโจวทอดทิ้ง ด้วยการส่งมาแต่งงานกับแม่ทัพอันดับหนึ่งของแคว้น ท่านคิดว่านางควรถูกยกย่องเช่นนั้นหรือ” หลี่ควนกล่าวอย่างไม่พอใจ สายตามองไปที่หลานสะใภ้อย่างดูแคลน
จางฟ่านปิงได้ฟังการโต้เถียงก็ยิ้มเยาะอยู่ในใจ นางมองว่าการอยู่สกุลหลี่แห่งแคว้นจงอี้ คงมีเรื่องสนุกให้ดูทุกวัน ทว่าเวลานี้นางกลับนิ่งเฉย ยอมให้ญาติทางฝ่ายสามีดูหมิ่นจนหนำใจเสียก่อน
“ท่านอารอง ดูเหมือนว่าพวกท่านจะสนใจในตัวฮูหยินของข้าเหลือเกินนะ ข้าเป็นผู้แต่งกับนางยังไม่สนใจเลยว่าแคว้นจื่อหลิงโจวจะทอดทิ้งนางหรือไม่ แต่ถึงถูกทอดทิ้งแล้วอย่างไร อย่าลืมว่าจางฟ่านปิงก็คือองค์หญิง ยศของนางสูงกว่าพวกท่านเสียอีก ดังนั้นการที่พวกท่านเอ่ยถึงนางเช่นนั้น สมควรแล้วหรือ”
หลี่จงเหอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้เขาจะไม่ได้รักนางในยามนี้ ทว่าเมื่อนางแต่งเข้าสกุลหลี่แล้ว อย่างไรเขาก็ต้องออกหน้าปกป้องฮูหยินของตน อย่างน้อยยามที่เขาต้องไปออกรบ คนในจวนจะได้เกรงใจนางบ้าง
เมื่อชายหนุ่มเอ่ยมาเช่นนี้ แล้วจะมีผู้ใดจะกล้าสอดปากอีก เนื่องจากคนตระกูลหลี่สายรองทั้งหมด ล้วนรู้ถึงนิสัยของแม่ทัพหลี่ผู้นี้ดีว่าเด็ดขาดเพียงใด จึงได้แต่ปิดปากจนสนิท
ตอนพิเศษ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแข่งกับเสียงครางของสองสามีภรรยามีขึ้นไม่ขาดสาย“อ่าร์สสส น้องหญิงมีความสุขหรือไม่ น้องหญิงอยากให้พี่รักน้องเช่นนี้หรือไม่” เสียงกระเส่าของแม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามภรรยาเมื่อเขากำลังใกล้ถึงแดนสวรรค์“ซี๊ดด ฮื่ม น้องมีความสุข น้องอยากให้ท่านพี่รักเช่นนี้ตลอดไป เร่งอีก ๆ”จางฟ่านปิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระเส่าไม่ต่างกัน นางลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว นางรู้สึกเพียงความสุขที่สามีมอบให้ แต่ยังรู้สึกว่ามันยังช้าไป จึงร้องขออย่างไม่อายหลี่จงเหอได้ยินก็ยกยิ้ม เขาเร่งจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้นตามคำขอของสตรีอันเป็นที่รักหลี่จงเหอหยัดตัวขึ้นมานั่งคุกเข่าอีกครั้ง เขาจับเอวของนางไว้ แล้วกระแทกสะโพกส่งแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างรัวเร็วและลึก จางฟ่านปิงแทบจะหายใจไม่ทัน นางใช้สองมือมาจับแขนของเขาเอาไว้ สายตาสองคู่สอดประสานด้วยความรักหลี่จงเหอยิ้มให้ภรรยาซึ่งนางก็ยิ้มตอบ จากนั้นเขาก็กระแทกแรง ๆ ส่งท้ายอีกสี่ห้าครั้ง ก่อนที่ร่างทั้งสองจะเกร็งกระตุกไปพร้อมกัน แท่งหยกที่ใหญ่เท่าแขนเด็กปล่อยน้ำแห่งความสุขที่จะก่อเกิดเจ้าก้อนแป้งออกมาจนล
ตอนพิเศษ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลี่จงเหอเริ่มกระแทกแท่งหยกใส่จางฟ่านปิงอย่างหนักหน่วงเร่าร้อนขึ้นจนนางแทบทนไม่ไหว ร่างบางบิดเร้าตามแรงกระแทกที่กดส่งแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างเป็นจังหวะ แรงกระแทกหนักหน่วงรัวเร็วขึ้นตามเสียงครางกระเส่าของนาง“อ่าร์สสส ท่านพี่ เร็ว ๆ แรง ๆ อีกเจ้าค่ะ โอ๊ววว มันเสียวแทบขาดใจ”เสียงสั่น ๆ ที่ได้ยินนั้น จางฟ่านปิงแทบอยากไม่เชื่อว่าเป็นเสียงของตนเอง แต่ในยามนี้นางไม่มีอะไรจะต้องอายอีกแล้ว ขอเพียงหลี่จงเหอเร่งจังหวะให้นางถึงฝั่งฝันก็พอ“โอ๊ววว น้องหญิง เราไปเที่ยวแดนสวรรค์พร้อมกันเถอะ พี่ก็จะไม่ไหวแล้ว อ่าร์ส” หลี่จงเหอเองก็แหงนหน้าครางอย่างเสียวซ่าน เขายกขาของนางพาดบ่าแล้วใช้สองมือหนาจับเอวบางนางไว้ ก่อนจะอัดกระแทกแท่งหยกใส่ร่องรักของนางอย่างหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไม่ขาดระยะ แข่งกับเสียงร้องครางเสียวของสองร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหลี่จงเหอเร่งจังหวะอัดแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างไม่คิดชีวิต จนจางฟ่านปิงทนไม่ไหว นางส่ายหัวไปมา มือจิกลงที่ผ้าปูเตียง สองเต้าอวบอิ่มของนางกระเด้งขึ้นลงตามจังหวะกระแทกสะโพกของเขา ซึ่งเป็นภาพที่เขาชอบมองอย
ตอนพิเศษ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหกเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของทั้งสองคนดำเนินอย่างราบเรียบ แม้ว่าจะมีทุกอย่างพร้อมจนแทบไม่ต้องทำอันใดในชีวิตนี้อีก ทว่าหลี่จงเหอยังคงทำงานในตำแหน่งแม่ทัพ เพียงแค่คอยรักษาเมืองหลวง อีกทั้งยังคอยช่วยงานองค์รัชทายาทส่วนจางฟ่านปิงยังคงดูแลหอกุ้ยเหมยและหอประมูลจันทร์เสี้ยวเหมือนเดิม และยังดูความเรียบร้อยของจวนแม่ทัพอย่างไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้เมื่อหลี่จงเหอกลับจากวังหลวงจึงคิดจะให้รางวัลฮูหยินตนเอง เมื่อเห็นจางฟ่านปิงที่ศาลาจึงรีบอุ้มนางขึ้นมา จากนั้นจึงตรงดิ่งเข้าห้องนอนแล้ววางนางลงที่เตียงกว้าง มือหนาเริ่มถอดเสื้อผ้าของทั้งคู่ออกจากร่างอย่างรวดเร็ว“วันนี้พี่จะให้รางวัลจะให้น้องหญิงที่คุมเรือนและดูแลจวนได้ดี” หลี่จงเหอกระซิบบอกด้วยเสียงแหบพร่า ใบหน้าของเขาที่อยู่แนบชิดกับอกอวบอิ่มของหญิงที่รัก“ของรางวัลเช่นนี้ น้องคงจะเหนื่อยกายไม่น้อย แต่น้องก็ยินดีรับเจ้าค่ะ” จางฟ่านปิงตอบอย่างอ่อนหวาน นางยกมือขึ้นโอบกอดไหล่หนาไว้ พร้อมกับแอ่นอกเข้าไปชิดปากหลี่จงเหอมากขึ้น“อ่าร์สสส ท่านพี่ น้องเสียวเหลือเกิน” นางครางเสียงหวานออกมาเมื่อโดนสามีดูดดึงยอดอ
บททส่งท้าย องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดสิ้นเสียงของนาง สองแม่ลูกได้หันมาสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ดวงตาของทั้งสองคนเบิกกว้างอย่างตกใจ“องค์หญิง ท่านรู้หรือว่าเป็นผู้ใดที่ทำเช่นนี้” ซื่อจื่อที่นั่งเงียบอยู่นานหันมาทางเจ้าของเรือนแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น เขาเองก็สงสัยในอาการป่วยของตนเองเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะกินยาขนานใด ร่างกายของเขาก็ไม่ดีขึ้นเลย เขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกวางยาพิษ“ผู้ที่วางยาท่าน ก็คือบิดาของท่านอย่างไรล่ะ ภายใต้ความอ่อนโยนของเขานั้น ไม่มีความจริงใจหรอกนะ” นางตอบซื่อจื่อก่อนจะหันมามองหยางฮูหยินแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หากหยางฮูหยินไม่จัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ดูเหมือนว่าต่อไปจวนโหวคงร้อนเป็นไฟแน่”“องค์หญิงช่วยซื่อจื่อได้หรือไม่เพคะ หากท่านทำได้ หม่อมฉันยินดีจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด และต่อไปหากผู้ใดเป็นภัยต่อจวนโหว หม่อมฉันจะทำให้พวกมันอยู่ไม่สู้ตาย” หยางฮูหยินเอ่ยขึ้นมาอย่างแข็งกร้าว สายตาของนางฉายแววโกรธเคืองและบ่งบอกว่าทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้“ชิงชิง เจ้าไปตามท่านแม่ทัพมาหาข้าหน่อย” นางยังไม่ตอบ แต่กลับหันไปเอ่ยบอกกับคนสนิทให้ไปตามสามีมาที่นี่ นั่นเพราะว่าเขาให้คว
บทที่ 49 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลังจากผ่านคืนแห่งความคิดถึง วันเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบเดือนแล้ว ยามนี้จางฟ่านปิงไม่คิดจะหลบซ่อนความสามารถอีกต่อไป ผู้ใดรู้ก็คือรู้ ผู้ใดไม่รู้นางก็ไม่คิดที่จะอธิบายอีกทั้งยามนี้องค์ชายใหญ่จ้าวเฟยหลงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทแล้ว ส่วนขุนนางฝ่ายองค์ชายสามต่างก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ในราชสำนักเวลานี้จึงสงบยิ่งกว่าเมื่อก่อนมากฮ่องเต้เองเริ่มคิดที่จะพักราชกิจ เนื่องจากพระองค์เห็นการทำงานขององค์รัชทายาทแล้วก็วางใจได้มาก อีกทั้งรัชทายาทยังมีหอกุ้ยเหมยและหอประมูลจันทร์เสี้ยวหนุนหลัง ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะออกนอกลู่นอกทางส่วนชาวบ้านก็ต่างอยู่กันอย่างสงบสุข นั่นเพราะว่าจางฟ่านปิงสร้างงานให้กับคนไร้บ้านและขอทาน ทำให้บ้านเมืองสงบยิ่งขึ้นส่วนหลี่จงเหอนั้น ยามนี้เขาได้มาคุมอำนาจทหารรักษาเมือง แต่หากมีศึกที่ชายแดน เขาก็พร้อมไปทำศึกเช่นกัน“ท่านพี่ อีกไม่นานฟางเซียนก็จะแต่งเข้าจวนโหวแล้ว ข้าอยากมอบร้านค้าในเครือหอกุ้ยเหมยให้นางสักหน่อย อย่างน้อยท่านโหวและอนุของเขา จะได้ไม่กล้าเข้ามายุ่งกับน้องสาวของพวกเรา และหากมีผู้ใดกล้ารังแกนาง จวนโห
บทที่ 48 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียงเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน ซึ่งภรรยาก็ทำตามอย่างว่าง่าย นางก้มหน้าลงแล้วใช้ลิ้นเลียไปตามแท่งหยก และยิ่งนางเลียและดูดที่ปลายหัวที่มีรอยแยก ยิ่งได้ยินเสียงคราวกระเส่าของสามีดังขึ้นเรื่อย ๆ“ซี๊ดดดด เสียวมาก ลิ้นของน้องนุ่มมาก อ้าปากแล้วอมในเข้าไป อมเข้าไปลึก ๆ ได้หรือไม่” หลี่จงเหอครางออกมาด้วยความเสียวเมื่อถูกดูดปลายหัวหยัก แต่แค่นั้นยังไม่พอ เขาจึงเอ่ยบอกนางอีกครั้ง“ฮ่าร์สสสสสส น้องหญิง พี่รักน้องหญิงที่สุด รักน้องหญิงผู้เดียว” คราวนี้แม่ทัพหนุ่มครางและบอกรักเสียงดังลั่น เมื่อภรรยาอ้าปากอมแท่งหยกเข้าไปเต็มปาก นางอมแล้วรูดปากขึ้นลงเป็นจังหวะ ลิ้นก็ตวัดเลียเช่นเดียวกันกับที่เขาปรนนิบัตินาง“น้องหญิง พี่จะไม่ไหวแล้ว” หลี่จงเหอครางออกมาแล้วกระดกสะโพกส่งแท่งหยกเข้าปากของนางอย่างอดไม่ไหวจางฟ่านปิงที่ถูกแท่งหยกแทงคอก็ทำได้เพียงอ้าปากกว้างๆ ไว้ มือเรียวสวยจิกเล็บลงที่ต้นขาของสามีเพื่อคลายความจุกในลำคอเสียงน้ำลายในปากดังขึ้นในปากของนาง และมีน้ำลายบางส่วนไหลย้อยลงมาจนเปียกชุ่มไปหมด“โอ๊ววว พี่จะไม่ไหวแล้วน้องหญิง” หลี่งจง







