Share

ความเยี่ยนชิง

last update Last Updated: 2026-01-31 15:58:36

เวลาคล้อยต่ำเชื่องช้า แสงยามเย็นจางหาย ความมืดคืบคลานเข้ามาแทนที่ อากาศเย็นลงจนปลายนิ้วเล็กชาน้อยๆ เยี่ยนชิงแวะเล่นข้างทางตลอดทางกว่าจะถึงบ้านห่างจากเมืองก็เย็นย่ำ ปากเล็กเปรอะคราบขาวแดงของผลไม้ข้างทาง เยี่ยนชิงพ่นลมหายใจเป็นไอสีขาวออกมา

"ฟู้ว~อูยยย หนาว รีบเข้าบ้านดีกว่า"

ทางเดินยาวอยู่ในแสงสุดท้ายของวัน เยี่ยนชิงซุกมือในแขนเสื้อเพราะลมเย็นเริ่มกัดผิวขาวบางจนแดงเป็นหย่อมหนาวสั่น เยี่ยนชิงเลือกเดินเลียบกำแพงไปทางสวนชาวบ้าน หลบเข้าเส้นทางที่ไม่มีผู้คน

วันนี้ก็ผ่านไปอีกวันโดยไม่เกิดอะไรขึ้น…เพราะถูกแกล้งประจำ

ช่วงวัยรุ่นของผู้อื่นอาจเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่ของคนแซ่หยางนามเยี่ยนชิงผู้นี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย

แอ้ด~

ประตูเรือนเก่าราวกับไม่ค่อยถูกใช้งานนักถูกผลักเปิดออกอย่างแผ่วเบา แสงตะเกียงในบ้านส่องออกมารับร่างบางที่ยืนอยู่หน้าธรณี เยี่ยนชิงหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง ภาพบ้านเงียบเหงาร้างซ้อนทับความสะอาดสะอ้านจัดวางเป็นระเบียบตามแบบฉบับนักกวีผู้หลงไหลในศิลปะ ป้ายเข้าประตูบ้านมียันต์ไม้แปะกำกับ เยี่ยนชิงแหงนมองป้ายครู่หนึ่นก่อนก้าวเข้าไปภายใน ปากเล็กมอมแมมกรุ่นกลิ่นผลไม้หวานยกแขนเสื้อเช็ดปากพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

‘กลับมาแล้วหรือเยี่ยนชิงลูกรัก...นั่นเจ้า..นำสิ่งใดกลับมาด้วย?’

"คัมภีร์ปราบสัตว์อสูรขอรับ กู้หมิงเยว่ให้ลูก..ช่วยดูความเรียบร้อยให้ แห่ะ แห่ะ"

'อ้อ..'

"อาหารเสร็จรอข้าอีกแล้วนี่ลูกกลับบ้านช้าเกินไปใช่หรือไม่ข้ามาไม่ท้นช่วยท่านเตรียมอาหารเสียที ท่านแม่ทำอาหารเช่นไรครัวยังคงสะอาดสะอ้านราวกับๆ ม่ได้แตะต้องเช่นนี้ลูกละเชื่อเลยเป็นหญิงคงลำบากกับงาสนบ้านน่าดู คราวหลังข้าจะช่วยท่านแม่เอง"

'ไม่เป็นไรเลยลูกเจ้าไปล้างมือมากินข้าวจะได้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า มอมแมมไปหมดแล้วดูสินั่น เหมือนเด็กเล็กเลย ลูกโตเป็นหนุ่มแล้วนะเยี่ยนชิง'

"โอ้~ มอมแมมจริงด้วย ข้าไปล้างมือก่อน"

รอยยิ้มอบอุ่นส่งมาให้เช่นทุกวัน กลิ่นอาหารลอยมาตามลมเข้ามาในเรือน กลิ่นเดียวกับอาหารในบ้านไม่น่าแปลกใจเท่าใดเพราะมีเรือนไม้หลังเล็กพึ่งมาสร้างไม่นานมานี้

ความหนาวจากภายนอกพลันจะจางลงเมื่อเข้ามาอยู่ในบ้าน เยี่ยนชิงคลี่ยิ้มงดงามให้ความสงบในบ้าน ใบหน้าน่ารักพยักหน้าหงึกหงั่กเดินตัวปลิวแทนคำตอบ ก่อนจะถอดรองเท้าเรียบร้อยวางเข้าที่เหมือนเด็กดีไม่ขาดตกบกพร่อง

ร่างบางเดินผ่านห้องที่หยางไป่ฮัวท่านพ่อที่มักอ่านหนังสืออยู่ภายในจึงยกมือคำนับค้อมหัวลง แววตาสีอ่อนมองมาที่บุตรชายด้วยความเอ็นดูมุมปากหยักยกยิ้มน้อยๆ พลางพยักหน้าให้ ภาพครอบครัวสุขสันต์ทั้งที่ที่บ้านก็ดูมีความสุขดีแต่เยี่ยนชิงกับรู้สึกเชื่องช้าราวกับชีวิตขาดบางอย่างไป

แกร่ก..

ระหว่างมื้ออาหาร เยี่ยนชิงนั่งหลังตรงใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปากอย่างสุภาพ ทั้งที่มีสามคนพ่อแม่ลูกแต่เสียงตะเกีียบกระทบจานชามกลับมีเพียงหนึ่งบรรยากาศรอบบ้านเงียบสงัดแต่ลานบ้านภายในประตูรั้วกลับมีเงาที่แสงตะเกียงตกกระทบร่างนับสิบเดินไปเดิินมาไม่เว้นแม้แต่ลำธารด้านล่างระเบียงเรือนไม้ที่เยื้องออกไป

‘หากไม่ชอบพูดก็เขียนเรื่องไม่สบายใจไว้ที่สมุดเล่มเดิมนะ พ่อจะเขียนตอบปัญหาให้เอง'

“ขอรับท่านพ่อ”

คำพูดของบิดาลอยผ่านโต๊ะอาหารแผ่วเบาอ่อนโยน เยี่ยนชิงชะงักเดียงเสี้ยวนาทียามมองผ่านใบหน้าบุพการีเลยไปเบื้องหลังราวกับเห็นบางอย่างที่ไม่ใช่สมาชิกในบ้าน แต่ใบหน้าน่ารักก็กลับมายิ้มสดใสให้คนที่มีรอยยิ้มงดงามสมคำล่ำลือ ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชอบ

“ขอรับ”

หลังอาหารเย็นเมื่อกลับเข้าห้องเยี่ยนชิงปิดประตูเบาๆ ไม่ให้เกิดเสียงรบกวนผู้คนในเรือน ร่างบางเดินมาหยุดอยู่ริมระเบียงติดธารน้ำหลังบ้านทรุดกายลงนั่งช้าๆ รอยยิ้มที่มีค่อยๆ เลือนหายไปเหลือไว้เพียงใบหน้าที่อ่อนล้าอย่างไม่อาจปิดบังได้

เยี่ยนชิงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ชมดวงดาวและดวงจันทร์ก่อนนอน ทั้งบ้านเงียบสงบเพราะเป็นครอบครัวนักกวี..เงียบมาก...

เงียบราวกับไม่มีผู้คน..ทั้งที่มีควันดำเคลื่อนที่ไปมาล้อมรอบเรือนเอาไว้

ภายนอกเสียงน้ำไหลสัตว์ตัวเล็กร้องดังแว่วเข้ามาชวนให้เคลิบเคลิ้มกระทั่งเปลือกตาสีอ่อนปิดลงสนิทลงปล่อยให้ความเงียบเจือจางความรู้สึกอ้างว้างเช่นทุกคืน

...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   อยู่คู่โลก

    ห้องกลับมาเงียบอีกครั้งเยี่ยนชิงยืนอยู่ที่เดิม มองแท่นหมึกที่เอียงเล็กน้อย หมึกหยดหนึ่งไหลช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเยี่ยนชิงเม้มริมฝีปากบาง เงยหน้ามองหน้าต่าง ลมด้านนอกพัดผ่านกิ่งไม้เบาๆ“กับผู้อื่นกลัวหัวหดทีกับข้าแทบจะกินหัวแถมบ่นจนหูชา”เสียงที่ลอยมาตามลมของร่างสูงที่ยืนกอดอกปรายหางตามองมาแสยะยิ้มหนึ่งหนราวกับคนไม่เคยยิ้มแล้วเบะปากบึ้งตึงดังเดิมเยี่ยนชิงปาพูกันลอยละลิ่วปลิวไปถึงเสียงนั้นแต่มันก็ถูกหยุดลงแล้วกระเด็นออกนอกหน้าต่างไปเพียงโบกมือปัดผ่านลมเบาๆฟิ้วววตุ้บ!'โอ๊ย! ใครปาพู่กันมาใส่หัวข้า!'เสียงคนนอกห้องดังเล็ดลอดเข้ามาทำให้เยี่ยนชิงหดหัวหมอบลงบนโต๊ะแยกเขี้ยวใส่เจ้าของผลงาน“เยี่ยนชิงปาข้าวของทำไมไม่พอใจสิ่งใด~”เยี่ยนชิงสูดลมหายใจเข้ากัดฟันกรอด ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับคืนสู่ท่าทางเรียบร้อยเมื่อท่านอาจารย์ถือพู่กันเข้ามา"นี่ของเจ้า เยี่ยนชิง"“เอ่อ..ศิษย์ไล่แมลง ใช่ๆ ปาไล่แมลงน่ารำคาญอยู่ขอรับในห้องเรียนมีแมลง...น่ารำคาญอยู่่"เยี่ยนชิงหันมองหน้าต่างจัดชายแขนเสื้อ ทั้งที่สายตาแวบมองเงาสะท้อนบนพื้นอย่างระแวดระวังแน่ใจว่ามีเพียงคนตรงหน้าเห็นเหตุการณ์เมื่อค

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ความไม่สงบ

    “ได้ยินข่าวฆ่ายกครัวตระกูลหยางหรือไม่”เสียงสนทนากดต่ำดังลอดมาจากแถวหน้าในสำนักเรื่องเล่าเช้านี้คงไม่พ้นเรื่องนี้เพราะมันชวนสยดสยองเสียจนอดเล่าลือไมาได้ ช่วงนี้มีการเข่นฆ่ายกครัวเกิดขึ้นจนราชสำนักยุ่งเหยิงพอสมควรบรรยากาศอันหนักอึ้งไม่สดชื่นนัก“น่ากลัวมาก เด็กก็ไม่เว้น ฝีมือใครกันนะ”“สัตว์อสูรไง มันออกอาละวาดหลายหนผู้ใดใช้แซ่หยางก็ลำบากหน่อยนะไม่ว่าจะอดีตหรืออนาคต ก็คงย่ำแย่ราวกับต้องสาป”“ถ้าเป็นเช่นนั้นจะรับมือเช่นไรดี”ข่าวการตายยกครัวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันพิษ ลอยคลุ้งอยู่ในโรงน้ำชา ตลาด และลานประลองยุทธ์ ไม่มีผู้ใดไม่พูดถึง และไม่มีผู้ใดไม่หวาดหวั่นแซ่หยางเป็นแซ่ต้องสาปจริงหรือเยี่ยนชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเรียน ปลายพู่กันชะงักกลางตัวอักษร ได้ยินข่าวนั้นชัดเจนหากเป็นสัตว์อสูรละก็...มีตรงนี้หนึ่งตัวนะ...ไอ้คนที่ตามติดเป็นเงาตามตัวนี่ไง!ตาคู่สวยเผลอเหลือบลงไปใต้โต๊ะเตี้ยแม้ตรงนั้นจะไร้แสง แต่่เงาบนพื้นไม้กลับทอดยาวผิดธรรมชาติ ยาวเสียจนดูคล้ายกับเยี่ยนชิงตัวสูงใหญ่นักหนาจึงได้ทอดยาวบนพื้นไม้เช่นนี้ ราวกับเป็นเงาของใครอีกคนที่ซ้อนอยู่เยี่ยนชิงขยับตัวเล็กน้อยเงานั้น

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   จะอยู่ก็อยู่ไป

    "เจ้าเด็กนี่..อะไรที่ทำให้เป็นแบบนี้กัน ทำไมไม่เห็นความว่างเปล่า ทำไมต้องติดยันต์เชื้อเชิญสัตว์อสูร คนผู้นี้ปลดผนึกที่ไม่มีผู้ใดปลดได้ให้ข้าเพราะเหตุใด"ร่างสูงพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเรียบเฉยปรายสายตาคู่คมสอดส่ายทั่วเรือนไม้กว้างขวางสะอาดสะอ้านแต่ไร้วี่แววของการใช้ชีวิตอื่นนอกจากเสียงเดินของเท้าเล็ก ไม่มีกลิ่นอายมนุษย์อื่นนอกจากเจ้าของบ้าน“ที่นี่…เป็นบ้านใครกันแน่”คำถามที่เปล่งออกมาทำให้หมอกควันรอบบ้านสงบนิ่งราวกับหมดหน้าที่ลงแล้วร่างสูงยืนนิ่งมองร่องรอยแห่งการเข่นฆ่า เลือดสาดกระเซ็นทั่วบ้านเพียงแตะต้องผนัง สิ่งของ หรือแม้แต่ตอนแตะต้องเจ้าตัวเล็กเมื่อครู่ ก็เห็นบางอย่างย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำเพียงแต่เลือนลางไหลเข้ามาเร็วเสียจนจับต้นสายปลายเหตุไม่ได้ก็เท่านั้นตกดึกร่างหนาสวมผ้าที่เย็บต่อกันลวกๆ แต่กลับไม่ดูแย่ลงสักนิด อาจเป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่เข้าได้กับทุกสถาณการนั่นก็เป็นได้ห้้องนอนเยี่ยนชิงเงียบลงอีกครั้งท่ามกลางความมืด มีเพียงเสียงลมกับน้ำพัดผ่าน“ข้าไม่เข้าใจ…ว่าทำไมเจ้าถึงยอมให้ผู้อื่นแตะต้องร่างกายแรงเช่นนั้น”เสียงหนึ่งดังในความเงียบเยี่ยนชิงนอนไม่หลับแม้จะดึกดื่นมากแล

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   กลิ่นที่คุ้นเคย

    “รอยบนร่างกายเจ้ามีมากเพียงนี้เพราะซุ่มซ่ามสินะมือนั่นก็ด้วยผิวสวยเสียเปล่าไม่รักษา”เสียงเอ่ยตำหนิจากด้านหลังของเยี่ยนชิงมองชายผู้มีผิวพรรณเรียบเนียนดั่งอัญมณีแต่ปล่อยให้มีตราประทับเป็นรอยแผลเป็นมากมาย ราวกับเป็นคนทนุถนอมสิ่งของอย่างดีแม้สีหน้าน้ำเสียงจะราบเรียบแต่แววตาและถ้อยคำคุ้นหูราวกับมีคนพูดเช่นนั้นกับเยี่ยนชิงมาก่อนมือเล็กจึงชะงักมือที่จับสวมเสื้อผ้าชั่วขณะกึก..“นี่เจ้ายังไม่ออกไปอีกข้าผลัดผ้าอยู่ถึงเป็นบุรุษเช่นเดียวกันก็ไม่ควรมายืนมองคนไม่รู้จักกันเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่รู้จักมารยาท เป็นคนป่าหรือไร” เยี่ยนชิงหมุนตัวกลับทันที มือกุมเสื้อที่กำลังจะถอดแน่น“แค่สงสัย”“ไม่ต้องมายุ่งกับร่างกายข้าหันหลังไปข้าไม่เคยเห็นผู้ใดที่หน้าไม่อายเช่นเจ้า”เยี่ยนชิงรีบสวมเสื้อผ้าตัวใหม่ มือสั่นเล็กน้อยทั้งเพราะความหนาวเหน็บ“กลิ่นบ้านเจ้าเหมือนกลิ่นเจ้า”กลิ่นสะอาดอ่อนๆ ของดอกพลับพลึงที่ส่งกลิ่นยามค่ำกลิ่นไม้เก่าและกลิ่นหมึกซึมฝังเจืออยู่ในทุกอณูของผู้อาศัย ทุกซอกทุกมุม“บ้านข้ากลิ่นไม่เหมือนข้าจะเหมือนเจ้าหรือ” เยี่ยนชิงสวนตอบกลับเร็วตอกย้ำว่าที่นี่คือถิ่นตนชายแปลกหน้ายังคงถามต่อพลางกวาดสายตาม

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ถ้าเข้ามาได้ก็…

    “ถ้าคนในบ้านเห็นล่ะ”คราวนี้หันไปมองทางเรือน แสงตะเกียงจากในบ้านเลือนรางส่องออกมาผ่านช่องหน้าต่าง เส้นแสงสั่นไหวตามแรงลม เหมือนดวงตาของใครบางคนที่อาจหันมามองได้ทุกเมื่อ“ไม่เห็นหรอก”“เจ้าว่าอะไรนะ?”“ที่นี่มียันต์ด้วยนี่ ข้าเข้าได้”เยี่ยนชิงชะงัก หยุดแม้แต่การขยับปลายเท้า เขาหันกลับมามองชายตรงหน้าอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก สายตากวาดจากดวงตาสีทองที่สะท้อนแสงจันทร์บางเบา ไล่ไปตามสันจมูกคม เส้นกรามชัด และสีหน้าที่นิ่งสนิทราวกับไม่รู้เลยว่าสิ่งที่คนตรงหน้านี้พูดนั้นประหลาดเพียงใดยันต์ที่ติดหน้าประตูรั้วนี้ท่านพ่อบอกว่าสิ่งที่ไม่ควรเขามาในบ้านจะเข้ามาไม่ได้ หากเจ้าคนเถื่อนเข้าไม่ได้ก็แปลว่า..."เช่นนั้นเจ้าก็เข้าประตูไปสิ""ทำไมเจ้าไม่รีบเข้าไป ไม่หนาวหรือ?"ชายแปลกหน้าถามใกล้ใบหูเยี่ยนชิงสะดุ้ง เนื้อตัวเปียกปอนสั่นเทาด้วยความหนาว ปากบางซีดสั่นหงึกๆ หันมาตวาดชายตัวโตเสียงแหบน้อยๆ คล้ายคนจะเป็นหวัด“หนาวเซ่…”เยี่ยนชิงเดินไปเดินมาสลับกับมองประตูอย่างใช้ความคิด ราวกับหาทางเข้าบ้านไม่ถูก ทั้งที่ประตูรั้วอยู่ตรงหน้าชายแปลกหน้าเปลือยท่อนบนยังคงยืนตรงไหล่ผายกว้างไม่่ต้องห่อตัวกอดอกสั่นเทาด้วยค

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   อย่าตามข้ามา

    “เจ้ามาจากแคว้นใดกัน เอ่ยวาจาร้ายกาจด้วยใบหน้าเย็นชาดั่งคนตายเช่นนี้เสียมารยาทจริง!” เยี่ยนชิงยกแขนขึ้นกอดอกตัวเองเพราะหนาวจนปากสั่นซีดเซียวร่างบางสาวเท้าก้าวเร็วเข้าใกล้รั้วบ้านทุกทีลมหนาวพัดเอากลิ่นดอกไม้กลางคืนเช่นดอกพลับพลึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศกลิ่นหอมจาง ๆ นั้นตัดกับความมืดเงียบรอบตัวเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงน้ำหยดจากชายคาและเสียงฝีเท้าที่เปียกชื้นเดินไปตามทางดินแป่ะ…แป่ะ…แปะเยี่ยนชิงก้มหน้าก้าวเดินไหล่บางห่อเข้าหากันเพราะความหนาวปลายผมเปียกน้ำแนบแก้มจนรู้สึกเย็นเฉียบในอกเต็มไปด้วยความรำคาญปนสับสนไม่ใช่รำคาญความหนาวแต่รำคาญคนที่เดินตามหลังมาไม่เลิกกึ่ก…ร่างเล็กหยุดฝีเท้าฉับเสียงแว่วซ้อนทับการก้าวเดินก็หยุดตาม เยี่ยนชิงหันกลับไปมองด้วยหางตาเงาร่างสูงใหญ่ยังคงอยู่ตรงนั้นยืนเงียบๆ ใต้แสงจันทร์สลัวใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีทองนิ่งสนิทน่ากลัวหากมองเพียงผิวเผินแต่ท่าทางเหมือนเด็กน้อยแปะ แปะ ๆๆๆๆกึก..“เจ้าจะตามข้ามาทำไม!”เยี่ยนชิงหลุดเสียงหงุดหงิดหลุดออกมาอีกทั้งที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อนแม้แต่คนในเรือน เขายังไม่เคยบ่นมากขนาดนี้ชายผู้นั้นหยุดยืนหลังตั้งตรงใกล้ร่างเล็กของเยี่ยนชิงเย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status