Home / โรแมนติก / อุ้มรักมาเคียงเธอ / เรื่องรักร้อนเจ้าสาวตัวแสบ

Share

เรื่องรักร้อนเจ้าสาวตัวแสบ

last update Last Updated: 2025-11-02 11:30:52

ตอนที่1

ขอก่อนยอมแต่งงาน

          “ก้ามปูจะออกไปไหนอีกล่ะ มันดึกแล้ว อีกอย่างตอนนี้ลูกก็มีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว จะมาทำตัวเป็นเด็กๆเหมือนเก่าไม่ได้แล้วนะ”

         ชลธีห้ามปรามลูกสาวเพราะไม่อยากให้เธอทำตัวไม่ดี กลัวครอบครัวของกวินจะไม่ชอบใจเอา

          “ก็เพราะว่าจะต้องแต่งงาน ถึงต้องเที่ยวทุกวัน เที่ยวให้หายเบื่อ พ่อคะก้ามปูเพิ่งเรียนจบ เพิ่งได้มีชีวิตของตัวเอง ขอให้หนูได้มีโอกาสใช้ชีวิตวัยสาวของหนูบ้างเถอะค่ะ”

          ก้ามปูเป็นเด็กที่อยู่ในโอวาทของบิดาและกุ้งนางผู้เป็นพี่สาวมาตั้งแต่เด็ก พอเรียนจบเธอก็ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตให้สนุกสนานสมกับวัยสาว เพราะตอนเรียนก้ามปูไม่เคยไปเที่ยวหรือไปไหนนอกเส้นทางเลย

          “พ่อคะก้ามปูคิดมาตลอดว่าเมื่อไหร่ที่เรียนจบ จะใช้ชีวิตสนุกสนานกับเพื่อนๆ เพราะตลอดเวลาที่เรียนลูกไม่เที่ยวแบบเพื่อนๆเลยนะคะ และใครจะไปคิดว่าอยู่ดีๆ เรียนจบปุ๊บก็หมั้นปั๊บ และก็คงอีกไม่นานก็คงต้องแต่งงาน”

          เมื่อไม่รู้จะห้ามอย่างไร ชลธีก็ต้องยอมปล่อยให้ลูกสาวไปตามที่เธอต้องการ

          ก้ามปูเคยเจอกับกวินก็ในวันหมั้นเลย เพราะชายหนุ่มไปเรียนอยู่ต่างประเทศมา และยังทำงานตามประเทศต่างๆ นานๆทีถึงจะได้อยู่ที่เมืองไทย

         หญิงสาวแอบหวังในใจ ว่าในงานหมั้นชายหนุ่มได้เห็นหน้าและรู้จักกับเธอ เขาอาจจะเปลี่ยนใจ เพราะกวินเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี หล่อกว่ากวีพี่ชายของเขาที่เป็นพี่เขยของเธอเสียอีก ส่วนเธอหน้าตาสวยสู้พี่สาวไม่ได้เลย ก้ามปูจึงคิดว่าเธอไม่ต้องทำอะไร เพราะสุดท้ายแล้ว กวินต้องขอยกเลิกงานแต่งแน่ๆ

         

          “มาแล้ว อนาคตเจ้าสาวของพวกเรา”

          ทรายหนึ่งในเพื่อนสนิทของก้ามปูพูดแซวทันทีที่เพื่อนสาวเดินมาถึงที่โต๊ะในผับดังกลางกรุง

          “พูดกันไป ฉันว่าวันหมั้นพี่เขาเห็นหน้าฉัน คงแทบอยากจะถอนหมั้นไม่ทันเลย แต่ก็คงยอมหมั้นไปแบบนั้นเพราะรักษาหน้าตาพ่อแม่เขามากกว่า”

          ก้ามปูเป็นสาวอวบ ผิวขาว ตาโต เธอมักจะไม่ค่อยมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง เพราะกุ้งนางพี่สาวของเธอเป็นผู้หญิงที่สวยจนหาที่ติไม่ได้ เธอจึงเอาตัวเองไปเปรียบกับพี่สาวตลอด

          “แต่คู่หมั้นแกหล่อจริงๆ นะก้ามปู ไว้ถ้าแกไม่เอาก็ยกให้ฉันได้นะ”

          ส้มพูดทีเล่นทีจริง เพราะเธอชอบผู้ชายที่รูปร่างสูงผิวไม่ขาวมาก มีความเป็นผู้ใหญ่ แถมมีลักยิ้มอีกต่างหาก และกวินก็มีครบตามที่ส้มชอบเลย

          “ส้มแกพูดมากไปแล้ว ใครเขาจะยกสามีในอนาคตให้แกวะ” ทรายรู้ว่าส้มคิดจริงจึงทักท้วงไว้

          “เอาไว้เขามาบอกยกเลิกการแต่งงานเมื่อไหร่ รับรองฉันจะรีบติดต่อแกให้ทันทีเลยยายส้ม”

          ก้ามปูคิดในแบบที่พูดจริงๆ เพราะเธอมองแล้ว ไม่มีทางที่เขากับเธอจะได้แต่งงานกัน

          พ่อของเธอคงคิดว่าทุกอย่างจะต้องลงเอยเหมือนครั้งที่คลุมถุงชนพี่สาวของเธอกับพี่ชายของกวิน แต่นั่นทั้งคู่ต่างรูปร่างหน้าตาเหมาะสมกันทุกอย่าง แถมมีโอกาสได้รู้จักเรียนรู้กันก่อนแต่งงานอีก แต่เธอกับกวินไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย

          “เขามาหมั้นแบบนี้แล้วไม่มีทางที่เขาจะไม่มาแต่งหรอก”

          ทรายหันไปสบตากับส้มและพยักหน้าสนับสนุนกัน เพราะการหมั้นแล้วไม่แต่งสำหรับครอบครัวที่เป็นที่รู้จักแบบนั้น มีหวังเป็นข่าวดังแน่นอน

         “เฮ้ย! แต่ถ้าเขายอมแต่ง แล้วพอแต่งเสร็จก็เลิก ก้ามปูมันไม่เสียตัวฟรีเหรอ”

          ส้มทำท่าไม่ค่อยสบายใจ ที่คิดว่ากวินอาจมีแผนลึกมากกว่าการยกเลิกงานแต่งงาน

          “เสียตัวฟรีที่ไหน พ่อเรียกสินสอดไปหลายล้าน เอาวะยอมสักทีสองที”

          สามคนเพื่อนรักพากันหัวเราะกับคำพูดของก้ามปู ในบรรดาเพื่อนๆ ก้ามปูเป็นคนที่แสบสุดในเรื่องของการวางแผนเวลามีเรื่องกับใคร ถึงแม้เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงที่จัดจ้านก็ตาม

          “เออนี่แก ฉันถามจริงๆนะ ทำไมเดี๋ยวนี้แกออกมาเที่ยวทุกวันเลย แต่ก่อนไม่เห็นจะยอมมา” ส้มถามเพราะสงสัยมาหลายวันแล้ว

          “ก็ตอนนี้ฉันเรียนจบ โตแล้ว แถมกำลังจะต้องมามีคุณสามีสุดหล่อ แล้วยิ่งสวยๆแบบนี้ ก็กลัวว่าถ้าแต่งงานกันไป คุณพี่กวินจะหวงจนไม่ให้มาเที่ยวกับเพื่อนๆ ก็เลยต้องรีบเที่ยวไว้ก่อน”

          ก้ามปูจีบปากจีบคอพูด ทำท่าเหมือนกำลังมั่นใจในความสวยของตัวเอง ทั้งที่ความจริงเพื่อนทั้งสองคนต่างก็รู้ ว่าก้ามปูไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยเลย

          “แกก็ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองบ้าง จะแต่งจริง แต่งแล้วเลิก อย่างไรวันนั้นแกก็ต้องสวยที่สุด”

          ทรายเป็นผู้หญิงที่ความจริงแล้วสวยสู้ก้ามปูไม่ได้เลย แต่ด้วยหุ่นการแต่งตัว การแต่งหน้า ทำให้ทรายมีหนุ่มๆมาขยันขายขนมจีบกันแทบจะไม่เว้นวันเลย

          “แกสองคนคุยกันไปก่อนนะ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน” ส้มพูดแทรกขึ้นมา

          “ไปฉี่นะ ไม่ใช่ไปอ่อยหนุ่ม ขากลับก็ไม่ต้องพาใครติดมือมาด้วยนะจ๊ะ”

          ทรายรู้ทันเพื่อนสาว ส้มเป็นสาวสวยหน้าตาเรียบร้อยตัวเล็ก แต่เรื่องการบริหารเสน่ห์ไม่มีใครสู้เธอได้เลย

          “ก้ามปูแกคอยดูนะ นางคนสวยของเรา มันจะต้องได้ใครตามมาแน่ๆ” ทรายเดาไว้ล่วงหน้าเลย

          “หนุ่มเยอะก็ดี เอาไว้เลือก ไม่เหมือนฉันเลย อยู่ดีๆก็มีคนเลือกให้ ไม่รู้พ่อจะติดใจอะไรกับการดองกับครอบครัวนั้นพี่กุ้งนางก็ไปเป็นสะใภ้คนหนึ่งแล้ว ยังจะมาพ่วงถึงฉันอีก”

          ตั้งแต่ครั้งของกุ้งนาง ชลธีก็ไม่เคยบอกเหตุผลให้ลูกทั้งสองคนได้รู้ว่าเพราะอะไรถึงต้องให้กุ้งนางแต่งงานกับกวี พูดแต่เพียงว่า พ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ

          “แล้วครั้งนี้แกไม่ถามพ่อไปเลยหล่ะ ดูแกกับพ่อสนิทกันจะตาย รับรองเขาต้องบอกแกแน่ๆ”

          ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปี ทรายไม่เคยเห็นพ่อลูกคู่ไหนสนิทกันเท่าก้ามปูกับพ่ออีกแล้ว อาจเป็นเพราะแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่ก้ามปูยังเด็กๆ อยู่มาก ชลธีจึงทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนเดียวกัน

          “เราไม่กล้า กลัวพ่อจะรู้สึกว่าเราไม่เต็มใจ และเรากลัวว่าเหตุผล มันอาจจะเป็นความลับที่พ่อเราอยากจะเก็บไว้คนเดียวก็ได้”

          “ก็จริงของแก ว่าแต่ยายส้มมันไปเข้าห้องน้ำหรือไปนั่งโต๊ะหนุ่มที่ไหนแล้ว ป่านนี้ยังไม่มาอีก” ทรายเริ่มบ่นหาเพื่อน

          “นั่นไงมาแล้ว” ก้ามปูชี้ไปที่ใกล้กับประตูทางไปห้องน้ำ

          “นึกว่ากลับไปกับผู้ชายคนไหนสักคนแล้วเสียอีก” ทรายประชด

          “ที่ไปนานเพราะดันไปเจอคู่หมั้นเพื่อน ก็เลยแกล้งยืนแอบดูว่าเขามากับสาวที่ไหนหรือเปล่า จะได้มารายงานเพื่อนถูก”

          ส้มพูดไปก็หยิบโทรศัพท์ที่เธอแอบถ่ายรูปไว้ ส่งให้เพื่อนทั้งสองคนดู

          “พี่กวิน”

          ทั้งสองคนต่างเอ่ยชื่อพร้อมกัน และหันมามองเจ้าของโทรศัพท์

          “เขาเห็นฉันด้วยนะ แต่คิดว่าคงจำไม่ได้หรอก งานหมั้นวันนั้นคนก็เยอะ ไม่น่าจะรู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็นอะไรกับคู่หมั้นเขา”

          “ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเลย มาดื่มให้กับความโสดในวันนี้กันดีกว่า”

          ก้ามปูยกแก้วเหล้าชนกับเพื่อน ๆ ก่อนจะดื่มจนหมดแก้ว ทั้งทรายและส้มต่างมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ เพราะก้ามปูคออ่อนจะตาบ แล้วกินหมดแก้วแบบนี้ สงสัยได้นอนหน้าผับ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   คำที่รอฟัง

    ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   บาดแผล

    ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความเจ็บปวดซ้ำสอง

    ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความจริง

    ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   เรือนหอ

    ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ครอบครัว

    ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status