Share

ตอนที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-03-22 22:36:57

ฤทธิกดรหัสหกตัวตรงแป้นบริเวณลูกบิดก่อนจะเปิดประตูห้องเดินนำเข้าไป

                “ห้องน้ำอยู่ทางนั้น” เขาชี้ไปทางห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ “เข้าไปอาบน้ำสระผมก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปหาชุดมาให้ ส่วนชุดที่เปียก...เดี๋ยวเอาเข้าเครื่องซักแล้วก็ปั่นแห้ง สักสองชั่วโมงก็น่าจะเสร็จ”

                ฤทธิพาเดินไปที่ห้องนอนแล้วเปิดประตูห้องน้ำให้เด็กสาว ก่อนที่ตัวเขาจะเดินกลับไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชักหาเสื้อผ้าที่จะให้เด็กสาวใส่ชั่วคราว ได้ชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวลายทางฟ้ามาหนึ่งชุด เป็นเสื้อแขนยาวกับกางเกงขายาว

                ชายหนุ่มเดินไปที่ห้องน้ำ เคาะประตูบอกคนข้างใน แล้วยืนรอครู่หนึ่ง

ทว่าข้างในกลับเงียบ...ไม่ขานและไม่มาเปิดประตู อารามเป็นห่วงฤทธิจึงบิดลูกบิด พบว่าไม่ได้ล็อก เขาจึงเปิดเข้าไป

                แต่แล้วก็ต้องชะงักยืนตัวแข็งอยู่กับที่เมื่อมองเข้าไปเห็นร่างที่ยืนอยู่หน้าอ่างล้างหน้า ทว่าหันหลังให้กับประตูห้องน้ำ

                ร่างอ้อนแอ้นนั้นกำลังเปลื้องเสื้อผ้าเปียกโชกออกจากตัว เสื้อนักศึกษาถอดวางข้างอ่างล้างหน้าแล้ว เจ้าตัวกำลังรูดซิปกระโปรงแล้วปล่อยให้เลื่อนหลุดจากร่างลงไปกองอยู่บนพื้น

                เรือนร่างเกือบเปลือยนั้นขาวผ่องเป็นยองใยทั้งยังมีสัดส่วนงดงามจนฤทธิหายใจไม่ทั่วท้อง เอวคอดกิ่วเล็กจนคนมองนึกสงสัยว่าสองมือของเขาน่าจะโอบรอบได้พอดี

ต่ำลงมาคือสะโพกที่ผายออกและบั้นท้ายกลมกลึงน่ามอง แม้จะไม่เห็นทรวงอกชัดเจน แต่ยามเจ้าตัวเคลื่อนไหวเขาก็เห็นความอวบอิ่มกระเพื่อมตามการขยับเขยื้อน

รูปร่างราวนาฬิกาทรายเป็นเช่นนี้เอง ไม่น่าเชื่อว่าความอรชรอ้อนแอ้นที่เห็นภายนอกนั้นช่างซ่อนรูปเสียจริง

                เลือดในกายชายหนุ่มสูบฉีดแล่นพล่านจนต้องผ่อนลมหายใจออกมา เส้นเลือดในกายทุกสายดูเหมือนจะพร้อมใจกันส่งไปยังสิ่งที่นอนสงบอยู่ในเป้ากางเกงของเขา

ฤทธิไม่แน่ใจว่านานเท่าไรแล้วที่เจ้าสิ่งนั้นไม่ได้สัมผัสเนื้อนุ่มนิ่มของเพศตรงข้าม

เขาไม่เคยนับ ไม่คิดจะนับ เพราะถ้าหากทำ เขานั่นแหละที่จะทนไม่ได้!

ชายหนุ่มถอยออกมาจากประตูก่อนจะปิดมันลงอย่างเบามือ            แล้วเดินไปที่ปลายเตียงวางชุดในมือไว้ตรงนั้น คนที่ออกมาจากห้องน้ำคงเห็นได้ไม่ยาก ส่วนตัวเขาก็เดินออกจากห้องนอนทันที

ฤทธิตรงไปที่ตู้เย็น นาทีนี้เขาอยากดื่มน้ำเย็นจัดๆ เผื่อว่าความเย็นจะดับความร้อนของแรงปรารถนาที่กำลังก่อตัวลงได้บ้าง

บ้าจริง!’

เขาสบถในใจเมื่อน้ำเย็นจัดล่วงเข้าคอแล้ว ทว่าพอหลับตาลงภาพเรือนร่างขาวขาวผ่องนั้นกลับวาบขึ้นมาในความคิด!

ไม่นานนักเด็กสาวก็เดินออกมา สวมชุดที่เขาวางทิ้งไว้ให้ ชุดหลวมโคร่งนั้นพรางรูปร่างได้เป็นอย่างดีก็จริง ทว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิดเมื่อสมองของเขาจดจำภาพที่เห็นเอาไว้หมดสิ้น แค่เห็นเจ้าหล่อนเดินออกมาลมหายใจก็พาลสะดุด ภาพที่อยากจะลืมกลับแจ่มชัดขึ้นมาอีกหน

หยุดคิดบ้าๆ เสียทีเถอะวะ’

บอกตัวเองเช่นนั้น ทว่าที่หลุดจากปากกลับเป็นคำถามเมื่อสาวน้อยที่เดินมาหยุดยืนไม่ไกล

“ดื่มอะไรอุ่นๆ ไหม...ชา กาแฟ โกโก้”

“เอ่อ...น้ำเปล่าก็ได้ค่ะ” หล่อนตอบเมื่อเหลือบเห็นในมือเขาแก้วน้ำเปล่า

ฤทธิก้มมองตามสายตาอีกฝ่าย ก่อนจะชูแก้วน้ำเย็นในมือขึ้นมา

“มันอุ่นที่ไหน ตากฝนมาเปียกๆ ดื่มน้ำเย็นเดี๋ยวก็ป่วยกันพอดี โกโก้ไหม...มาฉันชงให้”

พูดจบเขาก็จัดการเปิดตู้แล้วหยิบถ้วยออกมาวาง หยิบซองโกโก้แบบทรีอินวันมาหนึ่งซอง ฉีกเทแล้วก็กดน้ำร้อนจากกระติกที่ต้มเอาไว้ เสียงช้อนกระทบแก้วดังกรุ๊งกริ๊ง

ครู่ต่อมาเขาก็ยื่นถ้วยโกโก้ที่มีควันสีขาวลอยกรุ่นให้เด็กสาว เจ้าหล่อนสูดลมหายใจดอมดมกลิ่นช็อกโกแล็ตเข้มข้นของโกโก้ชงใหม่ๆ

ก่อนจะเอื้อมมารับสาวน้อยกระพุ่มมือไหว้พลางเอ่ยด้วยเสียงเบาๆ

“ขอบคุณค่ะ”

วินาทีนั้นภาพเด็กหญิงตัวผอมบางที่คุ้นตาคล้ายทาบทับกับภาพเด็กสาววัยนักศึกษาตรงหน้า เพราะภาพนั้นเอง ฤทธิจึงดึงสติที่คิดอะไรเลยเถิดกลับคืนมา

หล่อนยังเด็ก...เด็กมาก อายุห่างจากเขากี่ปีกันนะ...สิบ...ไม่สิ!

“เรียนปีไหนแล้วล่ะ” คำถามเหมือนที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งพึงถามถึงความเป็นไปของเด็กที่ไม่ได้พบเจอกันหลายปี

คนถามเดินไปทรุดนั่งตรงโซฟา ขณะคนถูกถามยังคงยืนที่เดิม ในมือถือถ้วยโกโก้เอาไว้แต่ยังไม่ได้ยกขึ้นดื่ม

“ปีสองค่ะ”

“ปีสอง? อายุ...” เขาหยุดไปนิด คล้ายกำลังคิดเลขในใจ “สิบเก้า?”

“ค่ะ”

สิบหกปี!...ห่างกันสิบหกปีเชียวหรือ...

ฤทธิถอนใจเบาๆ พลางยกแก้วในมือขึ้นดื่มรวดเดียวก่อนวางแก้วเปล่าไว้บนโต๊ะกลางหน้าโซฟา

“ให้หนูรินเพิ่มไหมคะ?” เด็กสาวถามทำท่าจะหันไปเปิดตู้เย็น แต่ฤทธิโบกมือห้ามเสียก่อน

“ไม่ต้องๆ ไม่เป็นไร แล้วเสื้อผ้าเธอล่ะอยู่ไหน เอามาสิ เดี๋ยวฉันจะสอนวิธีใช้เครื่องซักผ้ากับเครื่องอบผ้าให้ แล้วก็รีบดื่มโกโก้นั่นให้หมดเสียที ก่อนมันจะเย็น”

“ผึ่งไว้ในห้องน้ำค่ะ เดี๋ยวหนูไปหยิบมาก่อนนะคะ”

เด็กสาวตอบพลางยกแก้วโกโก้ในมือขึ้นจรดริมฝีปาก ลืมไปสนิทว่ามันยังร้อนจึงลวกปากเข้าเต็มๆ

“โอ๊ย!” หล่อนร้อง...ปากลิ้นพองไปหมดแล้วแน่ๆ อารามตกใจโกโก้ในถ้วยจึงกระฉอกเลอะอกเสื้อที่ใส่จนเป็นรอยด่างดวง

ฤทธิผุดลุกขึ้นแล้วก้าวพรวดเดียวถึงตัวเด็กสาว เปิดลิ้นชักตรงเคาน์เตอร์ด้วยความว่องไว คว้าผ้าเช็ดปากสีขาวที่พับวางไว้อย่างเป็นระเบียบขึ้นมาผืนหนึ่ง ซับคราบโกโก้ที่เลอะให้เด็กสาวอย่างลืมตัว

“เป็นอะไรไหม? เจ็บตรงไหน?”

“เอ่อ...ม ไม่เป็นไรค่ะ” น้ำเสียงกระอักกระอ่วนพร้อมกับเจ้าตัวพยายามยกมือขึ้นมาปัดป้องเรียกสติอีกฝ่าย

ฤทธิผงะถอยหลัง ยืนนิ่งงันไปครู่ก่อนจะเอ่ยคำขอโทษ

“ฉัน...ฉันขอโทษ ลืมไป...” เสียงเขาขาดหาย ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดไปด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “เธอไม่ใช่เด็กแล้ว”

“...” รอยยิ้มจืดเจื่อนทำให้ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกผิดที่ทำตัวรุ่มร่ามใส่เจ้าหล่อน

“ไปหยิบเสื้อผ้าที่จะซักมาสิ” เขาเอ่ยเสียงเคร่งขรึม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 56 (จบ)

    แปดปี...นอกจากจะพิสูจน์ให้รู้ว่าเด็กสาวที่อุปการะเลี้ยงดูนั้นมีจิตใจมั่นคงแน่วแน่กับบุตรชายของตนเพียงไร ในทางกลับกันก็พิสูจน์ความรักที่บุตรชายมีต่อเจ้าหล่อนด้วยเช่นกันหลังจากสูญเสียภรรยา...ช่วงแรกเขาก็เสียศูนย์ไปบ้าง ยิ่งเมื่อกลับมาแล้วเจอว่าพนิตนันท์หายไป ก็กลายเป็นคนเงียบขรึม ทำแต่งานจนแทบไม่ได้หยุดพัก ไหนจะตอนที่เข้าใจผิดว่าสาวเจ้ามีแฟนอีก แต่ถึงจะเจออะไรมามากขนาดไหนฤทธิไม่เคยชายตาแลหญิงสาวคนไหนอีกเลย คุณวจีเคยถามว่าเขาคิดจะแต่งงานอีกไหม‘แล้วแม่จะให้ผมแต่งกับใครล่ะครับ...ผู้หญิงที่ผมจะแต่งด้วยก็ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้’ คือคำตอบของเขาซึ่งทำให้รู้ว่า...เขาปักใจอยู่กับพนิตนันท์เพียงคนเดียว“เดี๋ยวค่อยคุยไม่ได้เหรอครับ?” ฤทธิหันไปต่อรองทว่าสายตากลับมองตามเรือนร่างบอบบางที่ลับหายเมื่อประตูห้องพระปิดลง“ไม่ได้!” คุณวจีเสียงแข็ง “ถ้าไม่คุยตอนนี้ แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังนะ”“ครับ...ผมตามใจแม่เสมอแหละ แม่จะคุยเรื่องอะไรครับ?”“เดี๋ยวหนูนันท์เปลี่ยนชุดม

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 55

    เมื่ออยู่กันตามลำพังความรู้สึกประหม่าเหมือนจะเกาะกุมคนทั้งสอง เวลาแปดปีที่ไม่เคยได้พบกันทำให้เกิดความเหินห่าง ต่างจึงยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม...จะมีก็แต่ดวงตาสองคู่ที่สานสบกันนิ่ง ร่องรอยแห่งความคิดถึงห่วงหาลึกซึ้งฉายชัดฤทธิเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหาหญิงสาวก่อน เขาหยุดยืนตรงหน้าหล่อนพลางกวาดตามองคนตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม“นึกว่านันท์คงจะเกลียดฉันจนชาตินึ้คงไม่กลับมาให้เห็นเสียแล้ว” เขารำพึงออกมา คนฟังกลั้นน้ำตาพลางส่ายหน้า“นันท์ไม่เคยเกลียดคุณ”“ฉันขอโทษ” จู่ๆ เขาก็เอ่ยคำนี้ออกมา ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างขึ้น...ไม่เข้าใจว่าเขาขอโทษเรื่องอะไร “ขอโทษที่ตอนนั้นฉันไม่ได้ดูแลนันท์เลย”ดวงตาของหญิงสาวฉายแววที่ทำให้คนพูดรู้ว่าหล่อนเข้าใจสิ่งที่เขาพูด“ไม่เป็นไรค่ะ นันท์เข้าใจ...ตอนนั้นคุณลินิน เอ่อ...” คำพูดขาดหาย...เหมือนใจที่หายไปยามนึกถึงคนที่ไม่อยู่แล้วในวันนี้ ขนาดหล่อนเป็นคนอื่นแท้ๆ ยังวูบไหวแล้วเขาเล่า...จะไม่รู้สึกได้อย่างไร“ลินินไปดีแล้ว ไม่ต้องเจ็บต้องทรมาน เ

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 54

    ตึกรามบ้านช่องและถนนหนทางที่เปลี่ยนไปอย่างมากสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งผู้โดยสารไม่น้อย นี่เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่พนิตนันท์เดินทางกลับมาประเทศไทยนับแต่ไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาจวบจนกระทั่งเรียนจบและทำงาน หล่อนไม่เคยย่างกรายกลับมาเลยสักครั้งไม่ใช่...ไม่คิดถึงบ้าน ไม่คิดถึงแม่...หล่อนคิดถึงเมืองไทยรวมไปถึงคนที่อยู่ทางนี้ทุกขณะจิต ทว่าตั้งเป้าหมายกับตนเองไว้ว่า จะไม่กลับจนกว่าจะคว้าปริญญามาได้ ครั้นเรียนจบหล่อนก็ได้รับข้อเสนอจากบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งให้เข้าทำงานในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่ควรปฏิเสธอย่างยิ่ง หล่อนจึงรับข้อเสนอนั้นและเลื่อนเรื่องกลับเมืองไทยออกไปอีกสองปีที่ผ่านมาพนิตนันท์สนุกกับการทำงานมากจนแทบจะลืมเวลา และลืมเรื่องกลับเมืองไทยไปเลย กระทั่งคุณวจีมีจดหมายมาหาในทำนองถามไถ่ว่าจะกลับเมื่อไร ประจวบกับน้องชายของหล่อนส่งข่าวเรื่องที่แม่ป่วยหล่อนจึงตัดสินใจลาออกเพื่อกลับเมืองไทยหลังจากที่หล่อนย้ายไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือได้ไม่นาน แม่ก็เลิกรากับพ่อเลี้ยง จากนั้นก็กลับเนื้อกลับตัวเลิกเ

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 53

    หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเอ็ดปียืนเคว้งอยู่กลางกลุ่มคนเยอะแยะมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ที่จบการศึกษาในปีนี้ ในอ้อมแขนเขามีช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่เตรียมมาเพื่อมอบให้บัณฑิตจบใหม่ที่เขาเฝ้ารอมานานถึงหกปีเต็มเดินหาอยู่พักหนึ่ง...หากในที่สุดเขาก็เจอหล่อนจนได้!พนิตนันท์ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ต่างก็สวมใส่ชุดครุยเพื่อรับปริญญา หล่อนสวยบาดตาบาดใจจนฤทธิใจสั่นไหว เขาก้าวเท้าตรงไปหาหล่อนพลางกระชับช่อดอกไม้ในมือ ใจก็คิดหาคำพูดที่จะเอ่ยกับหล่อนเป็นประโยคแรกแต่แล้วเขาก็ชะงักและหยุดเดินเมื่อหนุ่มหล่อผมสีทองล้อแสงอาทิตย์จนเป็นประกายปรากฎตัว หนุ่มตาน้ำข้าวคนนั้นสวมกอดพนิตนันท์หอมแก้มซ้ายขวาก่อนจะโยกตัวไปมา คงจะแสดงความดีใจกันนั่นแหละ จากนั้นก็ยืนคล้องแขนถ่ายรูปกันไม่ยอมห่างฤทธิยืนคอตก มือที่ถือช่อดอกไม้ตกอยู่ข้างตัวเขาหันหลังกลับแล้วเดินออกมา ทิ้งช่อดอกไม้แสนสวยไว้ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่เดินผ่านพอดีพนิตนันท์คงไม่ได้มีใจตรงกันกับเขา หล่อนก้าวข้ามอดีตและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้โดยสมบูรณ์เขาควรจะยินดี...ทว่าหัวใจกลับแน่นหนัก ทั้งอ่

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 52

    ฤทธิเดินกลับออกมาจากบ้านหลังเล็กซอมซ่อนั้นด้วยความผิดหวัง ชายหนุ่มดูออกว่าภายใต้คำปฏิเสธที่ได้รับจากมารดาของพนิตนันท์ มีคำตอบที่เขาต้องการอยู่แน่นอนทว่าคงมีเหตุผล...หรือไม่ก็..ใครสักคน...ที่ไม่ต้องการให้เขาได้รับคำตอบนั้น และไม่ต้องเดาฤทธิก็รู้ว่าใครคือคนคนนั้น!เขาเข้าใจในเจตนาของมารดาว่าต้องการปกป้องพนิตนันท์ เหตุหนึ่งก็เพื่อชดเชยในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวที่ต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษา...สูญเสียชิวิตในช่วงวัยที่สดใสและสนุกสนาน แม่จึงอยากให้พนิตนันท์ได้ใช้ชีวิตของตนอย่างเต็มที่...ได้เรียนหนังสือจนจบตามที่ตั้งใจฤทธิเชื่อว่าถ้าเด็กสาวอยากจะเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไป แม่ของเขาก็ยินดีที่จะส่งเสียแน่นอนชายหนุ่มกลับมาที่บ้านของตน มารดานั่งรออยู่แล้วในห้องนั่งเล่น สีหน้าของผู้สูงวัยบอกชัด...รู้ว่าเขาไปไหนและทำอะไรมา ทว่ากลับไม่มีคำถามสักคำ เขาเสียอีกเป็นฝ่ายถาม“แม่...นันท์เขา สบายดีใช่ไหม?” คุณวจีถอนหายใจพลางสบตาลูก...วัยวุฒิทำให้อ่านออกว่าแววห่วงใยที่ฉายออกมาจากดวงตาคมนั้นหาใช่การเสแสร้ง“สบายดี ถ้าจะหมายถึงทางกายนะ ยังเด็ก

  • อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ   ตอนที่ 51

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน คนที่กำลังมองเหม่อจึงสะดุ้งทั้งตัว หล่อนรีบคว้าโทรศัพท์มาดูตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าโรงพยาบาลกระทั่งมาพักฟื้นที่นี่ หล่อนเพิ่งจะมีโอกาสเปิดโทรศัพท์มือถือของตนเองเป็นครั้งแรกก็ตอนต่อสายหาแม่ ครั้นคุยจบวางสายก็ลืมปิดเครื่อง ทั้งที่ตั้งใจว่ายังไม่อยากรับสายหรือติดต่อกับใครอื่นพอโทรศัพท์ดังหล่อนจึงรู้ว่าตัวเองลืมปิด ชื่อและหมายเลขที่ปรากฎวนหน้าจอ ก็คือเพื่อนของหล่อน...วิจิตราพนิตนันท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มั่นใจว่าเพื่อนน่าจะรู้เรื่องจากอาชว์มาบ้างแล้ว ถึงได้โทรศัพท์มาสุดท้ายหล่อนก็ตัดสินใจกดรับเมื่อตัดสินใจได้ว่าไม่มีเหตุผลที่จะหลบเลี่ยงอีกต่อไป เสียงที่ดังจากปลายสายทั้งตื่นเต้นยินดีจนคนฟังรู้สึกได้“นันท์ โอ๊ยยย...แกรู้ไหมฉันโทรหาแกตั้งกี่รอบ แกหายไปไหน เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่เปิดโทรศัพท์เลย เป็นห่วงนะเว้ย”“เราโดนรถชนน่ะ เข้าโรงพยาบาลเพิ่งจะออก”“เฮ้ย! จริงอะ เป็นไรมากป่าววะ แล้วตอนนี้อยู่ไหน เราจะได้ไปเยี่ยม” วิจิตรารัวคำถามกลับมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง“เพชรบูรณ์”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status