FAZER LOGINภายในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นในโทนสีขาวดำบนชั้นยี่สิบเอ็ดของอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์ช่อง 66 HD ศิวภัทรผู้รั้งตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารและดูแลด้านการผลิตรายการและละครกำลังนั่งครุ่นคิดถึงเรื่องความลับการแต่งงานของอลีนากับคิรากรที่เขาได้คุยกับดานิกาเมื่อหลายวันก่อน เขาแน่ใจว่าเธอไม่ได้หลุดปากพูด เธอตั้งใจ แต่เขาไม่รู้ว่าเธอทำไปเพื่ออะไร
“คุณพอลคะ คุณดานิกามาขอพบค่ะ”
เสียงเลขานุการหน้าห้องดังผ่านอินเตอร์คอมเข้ามาในจังหวะที่เหมาะเจาะราวจัดวาง
“ให้เข้ามาได้เลย”
เจ้านายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุขุม จากนั้นไม่ถึงครึ่งนาทีดานิกาก็เปิดประตูห้องเข้ามา เจ้าของห้องลุกจากเก้าอี้หนังตัวใหญ่เข้าไปต้อนรับแล้วเชิญผู้มาเยือนไปนั่งที่โซฟารับแขกชุดเล็กซึ่งจัดไว้ที่มุมห้อง
“ผมกำลังคิดถึงคุณอยู่พอดี”
“คิดถึงฉัน?” ปลายเสียงขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ และอดคิดไม่ได้ว่าเขาตั้งใจหยอด ก็เขาน่ะขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้แล้วนี่
“ขอโทษ ผมพูดจากำกวมไปหน่อย ผมหมายถึง ผมกำลังคิดถึงเรื่องที่เราคุยกันที่ร้านคุณเมื่อหลายวันก่อน”
ศิวภัทรรีบบอกเมื่อเห็นหญิงสาวยืดหลังขึ้นตรงและเชิดหน้าเล็กน้อยอย่างมั่นใจในความสวยเซ็กซี่ของตัวเอง ความจริงดานิกาจัดว่าเป็นผู้หญิงแบบที่เขาชอบ แต่เขาเข็ดผู้หญิงสไตล์นี้จากอันนามาแล้วจึงไม่ตื่นตาตื่นใจกับความงามภายนอกที่ฉาบฉวยอีกต่อไป
“ที่ฉันมาหาคุณวันนี้ก็เพราะไม่สบายใจเรื่องที่คุยกับคุณวันนั้นเหมือนกันค่ะ”
“คุณไม่สบายใจเรื่อง?”
“เรื่องที่ฉัน ‘เผลอ’ พูดความลับของพี่คิมกับคุณเอิงให้คุณรู้”
ดานิกาดึงสีหน้าให้สลดลงอย่างคนรู้สึกผิด แต่ชายหนุ่มที่คลุกคลีกับนักแสดงและผ่านการแคสติงคัดเลือกนักแสดงด้วยตัวเองมาหลายปีก็ดูออกว่าเป็นการแอกติง แถมเป็นแอกติงที่ไม่ค่อยเนียนอีกต่างหาก
“อย่าเล่นละครกับคนทำละครอย่างผม”
รอยยิ้มเยาะหยันแกมรู้ทันของศิวภัทรทำให้ดานิกาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติไม่ให้หลุดสีหน้าเหวี่ยงวีนที่แท้จริงออกมา
ผู้ชายคนนี้ร้ายกว่าที่เธอคิดไว้มาก!
“บอกความต้องการของคุณมา” ศิวภัทรพูดเสียงเรียบ “ผมมีเวลาไม่มาก อีกครึ่งชั่วโมงผมต้องเข้าประชุมผู้ถือหุ้น”
“ถ้าคุณรีบ ฉันก็จะไม่อ้อมค้อม” ในเมื่อเขามองเธอขาดขนาดนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องแอ๊บใสอีกต่อไป “ฉันรู้ว่าคุณชอบคุณเอิง ส่วนฉันก็ชอบพี่คิม เราควรร่วมมือกันทำให้สองคนนั้นเลิกกัน”
“นี่มันชีวิตจริงนะคุณ ไม่ใช่ละคร ที่จะมาชวนกันไปทำลายครอบครัวคนอื่นหน้าตาเฉยแบบนี้”
“แต่พี่คิมกับคุณเอิงไม่ได้รักกัน” ดานิกาย้ำเสียงแข็งอย่างเอาแต่ใจ “คุณเองก็ดีใจไม่ใช่เหรอตอนที่รู้ว่าคุณเอิงไม่ได้รักพี่คิม”
ศิวภัทรนิ่งเงียบอย่างยอมรับ เขาดีใจมากตอนที่รู้ว่าอลีนาไม่ได้รักคิรากร แต่ความคิดที่จะไปตีท้ายครัวคนอื่นก็ไม่เคยมีอยู่ในหัวเขาเลย ต่อให้เขาเจ้าชู้ โลเล หลายใจแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยคบซ้อน ไม่เคยแย่งแฟนคนอื่น โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วยิ่งไม่เคยคิด
“เดี๋ยวก่อนนะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบเอิง” ชายหนุ่มเอะใจ
ดานิกายอมบอกความจริงว่า เธอจ้างนักสืบตามสืบเรื่องของอันนาเพื่อจะหาจุดอ่อนมาแก้แค้นที่อันนาเคยแย่งเปรมอนันต์ไป จึงทำให้รู้ข้อมูลส่วนตัวของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอันนาไปด้วย
“ผมนึกว่าเรื่องแบบนี้จะมีแต่ในละครซะอีก”
“คุณไม่เคยได้ยินเหรอ ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร” ดานิกาแค่นยิ้มให้แก่ความไม่ยุติธรรมที่โลกใบนี้มอบให้แก่เธอ “ห้าปีก่อนเอยแย่งเปรมไปจากฉัน มาตอนนี้ คุณเอิงก็แย่งพี่คิมไปจากฉันอีก ทำไมต้องเป็นสองพี่น้องนี่ด้วย!”
“ความรักไม่ใช่เรื่องที่จะแย่งชิงกันได้ ถ้าคุณคิมไม่รักคุณ ต่อให้คุณตีครอบครัวเขาแตกเขาก็ไม่รักคุณอยู่ดี”
“พูดแบบนี้แปลว่าคุณจะไม่ร่วมมือกับฉันใช่มั้ย” หญิงสาวลุกพรวดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เธออุตส่าห์ขับรถฝ่ารถติดมาตั้งไกลเพื่อหวังหาพันธมิตร แต่ก็คว้าน้ำเหลว “คุณมันก็ผู้ชายเห็นแก่ตัว”
“อ้าวคุณ อยู่ดีๆ มาด่ากันทำไม” ศิวภัทรลุกขึ้นตาม
“ก็ถ้าฉันทำให้พี่คิมเลิกกับคุณเอิงได้ คุณก็ได้คุณเอิงไปโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย”
“เขาเรียกว่าวิถีของคนฉลาด ได้กินเนื้อโดยไม่ต้องออกไปล่าเอง”
“แถวบ้านฉันเรียกว่าเอาเปรียบ” ดานิกาเชิดหน้าใส่เขาแล้วเดินตรงดิ่งไปที่ประตูห้อง
“เดี๋ยวก่อน” ศิวภัทรก้าวยาวๆ ตามไปจับลูกบิดประตูไว้ได้ทันก่อนที่หญิงสาวจะเปิดประตูออกไป “ผมไม่อยากเอาเปรียบผู้หญิง เอาเป็นว่าผมจะร่วมมือกับคุณก็แล้วกัน”
“อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนใจ มีแผนอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวหรี่ตามองอย่างหวาดระแวง
“ถ้าไม่ไว้ใจกันก็ตามใจ” ชายหนุ่มปล่อยมือจากลูกบิดประตูแล้วเดินกลับไปนั่งไขว่ห้าง กางแขนทั้งสองข้างพาดพนักโซฟาด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท “ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้นั่งรอเอิงแบบหล่อๆ ไม่ต้องตกนรกที่ไปตีครอบครัวเขาแตก แล้วอย่ามาด่าว่าผมเอาเปรียบคุณอีกก็แล้วกัน”
ดานิกาจิกเล็บลงกลางฝ่ามือเพื่อข่มอารมณ์ เธอรู้สึกว่าตัวเองพลาดมากที่มาเปิดประเด็นนี้กับเขา ใครจะคิดว่าผู้ชายหน้าเศร้าๆ จ๋อยๆ วันที่เอาแหวนแต่งงานไปขายจะเหลี่ยมจัดขนาดนี้ ในเมื่อเธอแบไต๋ให้เขารู้ขนาดนี้แล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเก็บเขาไว้เป็นพวกเพื่อความปลอดภัย
“ว่าไงคุณ ตกลงจะยอมรับผมเป็นผู้ร่วมขบวนการป้ะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามอย่างน่าหมั่นไส้
“รับ”
“งั้นก็ดีล”
“ดีล!!!” ดานิกาเบ้หน้าใส่คนที่นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาแล้วกระชากประตูให้เปิดกว้างแล้วเดินออกไป
ศิวภัทรลุกขึ้น จัดเสื้อสูทให้เข้าที่แล้วเดินผิวปากกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานอย่างอารมณ์ดี เขานึกขอบคุณการมาของดานิกา อย่างน้อยเธอก็ทำให้ช่วงชีวิตที่กำลังเหี่ยวเฉาของเขามีสีสันขึ้น
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







