เข้าสู่ระบบ“ถ้าคุณทำเองเป็นผมก็ไม่สำคัญน่ะสิ” คิรากรยิ้มพรายพลางผูกโบสีฟ้าพาสเพลที่หางเปียทั้งสองข้างของไออุ่น เสร็จแล้วก้มลงกระซิบบางอย่างที่ข้างหูลูกสาว
“แม่เอิงขา” ไออุ่นรับสารจากคุณพ่อเสร็จก็หันมาเรียกคุณแม่น้ำเสียงสดใส
“ว่าไงคะ”
“คุณพ่อบอกให้ไออุ่นบอกแม่เอิงว่าไออุ่นอยากมีน้องค่ะ”
“เดี๋ยวนะคะ” อลีนาเหลือบตามองคุณพ่อที่นั่งขนาบอยู่อีกด้านของลูกสาวอย่างข้องใจ “ตกลงไออุ่นอยากมีน้องเอง หรือคุณพ่อบอกให้ไออุ่นอยากมีคะ”
เด็กหญิงกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด ในขณะที่คุณพ่อของเธอก็ใจตุ๊มๆ ต้อมๆ กลัวจะโดนดุที่ใช้ลูกเป็นเครื่องมือ
“ไออุ่นอยากมีน้องค่ะ น้ำหอมก็มีน้อง น้องน้ำหอมเป็นเบบี๋เหมือนตุ๊กตาเลยค่ะ”
คิรากรยิ้มแฉ่งแล้วหอมแก้มกลมนุ่มนิ่มของลูกสาวดังฟอด “ทำดีมากค่ะลูกสาว คุณพ่อจะรีบทำให้แม่เอิงมีน้องให้หนูเร็วๆ เลย”
“เย้ๆ เอาน้องผู้หญิงนะคะคุณพ่อ น้องผู้หญิงตัวเล็กๆ เหมือนตุ๊กตา”
“ได้เลยค่ะ คุณพ่อเก่ง คุณพ่อทำได้ ทำหลายๆ คนก็ได้นะ ไออุ่นอยากมีน้องกี่คนคะ”
“สิบคนเลยค่ะ” เด็กหญิงยกมือทั้งสองข้างขึ้นกางนิ้วมือประกอบอย่างจริงจัง
“คุณพ่อแถมให้เป็นสิบสองคนเลย”
อลีนาเห็นสองพ่อลูกตกลงกันเป็นตุเป็นตะโดยไม่ถามเธอสักคำแล้วอดยิ้มขำไม่ได้ อีกทั้งยังทึ่งในความพยายามของคิรากรอีกด้วย นับจากนี้อีกเจ็ดวันที่เขาจะแตะต้องเธอไม่ได้ คงเป็นช่วงที่เขาทรมานที่สุด เธอแน่ใจว่าในความต้องการที่พลุ่งพล่านของเขามันไม่ได้มีแต่ความต้องการทางเพศเพียงอย่างเดียว เธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีที่เขามีให้อย่างจริงใจ สองครั้งที่ผ่านมา หากเขาดึงดันที่จะทำต่อให้สุดปลายทางเธอก็คงสู้แรงเขาไม่ได้ แต่เขาก็ยอมหยุด ทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะต้องทรมาน เห็นทีว่าคราวหน้าเธอคงต้องตอบแทนความดีของเขาบ้าง
คิรากรกับอลีนาจูงมือเล็กของไออุ่นคนละข้างพาเดินเข้าประตูโรงเรียน ตลอดทางหนูน้อยจะคอยบอกกับคุณครูและเพื่อนๆ ที่เดินผ่านไปมาว่าวันนี้ ‘พ่อกับแม่’ มาส่งพร้อมกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขมาก จนคุณพ่ออดแซวลูกสาวไม่ได้
“รู้สึกว่าวันนี้ลูกสาวคุณพ่อจะมีความสุขมากเป็นพิเศษนะคะ”
“ไออุ่นมีความสุขมากค่ะ ความฝันของไออุ่นเป็นจริงแล้ว”
“ความฝันอะไรคะ” คุณพ่อแกล้งถามด้วยรอยยิ้มทั้งที่รู้อยู่เต็มอก
“ความฝันว่าจะมีคุณพ่อกับคุณแม่มาส่งที่โรงเรียนพร้อมกันแบบนี้ไงคะ” เด็กหญิงบอกคุณพ่อแล้วหันไปออดอ้อนคุณแม่ “แม่เอิงมาส่งไออุ่นกับคุณพ่อทุกวันได้มั้ยคะ”
“แม่เอิงต้องมาส่งหนูทุกวันอยู่แล้วค่ะ”
“แม่เอิงใจดีที่สุดเลย ไออุ่นรักแม่เอิง”
“แม่เอิงก็รักไออุ่นที่สุดในโลกเลย” อลีนาก้มตัวลงหอมแก้มนุ่มของลูกสาวแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ “เรื่องที่แม่เอิงสัญญาไว้ว่าถ้าไออุ่นออกจากโรงพยาบาลแล้วเราจะไปเที่ยวทะเลกัน แม่เอิงยังไม่ลืมนะคะ เสาร์อาทิตย์นี้เราไปกัน”
“ไออุ่นอยากให้ถึงวันเสาร์อาทิตย์เร็วๆ” เด็กหญิงพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“คุณพ่อก็อยากให้ถึงเร็วๆ เหมือนกัน” คิรากรผสมโรงแล้วยกนิ้วขึ้นมานับ “อีกแค่...หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า...หก...เจ็ดวันเอง เจ็ดวันที่คุณพ่อรอคอย” ประโยคสุดท้ายนั้นเขาหันไปมองสบตากับอลีนาแบบรู้กันสองคนว่า วันที่เขารอคอยหมายถึงวันอะไร และได้รับการตอบกลับด้วยการกลอกตาใส่ด้วยความเอือมระอาที่เขาหมกมุ่นกับเรื่องนี้จนเกือบจะเกินงาม แต่เขาไม่แคร์หรอก เขาจะรุกจนกว่าจะได้เธอมาเป็นภรรยาอย่างสมบูรณ์สมใจอยาก
หลังจากส่งไออุ่นเข้าห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว คิรากรก็ขับรถไปส่งอลีนาที่ทำงาน แต่ระหว่างทางเขาสังเกตเห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามมาตลอดทาง ทั้งที่มีจังหวะให้แซงได้หลายครั้งแต่ก็ไม่แซง
“ผมว่ามอเตอร์ไซค์คันนั้นขับตามเรามานะ”
อลีนาทำท่าจะเอี้ยวตัวไปมองทางด้านหลัง แต่คิรากรห้ามไว้เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ตัว หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกมองหลังแทน
“ฉันจำมอเตอร์ไซค์คันนี้ได้ วันที่ฉันสะกดรอยตามคุณมาที่โรงเรียนไออุ่น รถคันนี้ก็ตามคุณมาเหมือนกัน”
“คุณแน่ใจเหรอ”
“ฉันจำลายที่หมวกกันน็อกได้ ลายแบบนี้ต้องสั่งทำพิเศษ ไม่ได้มีขายทั่วไป ถ้าคุณไม่เชื่อตอนเย็นเราไปดูคลิปจากกล้องหน้ารถฉันกันก็ได้”
“แล้วทำไมวันนั้นคุณไม่บอกผม”
“วันนั้นฉันก็มัวแต่เป็นห่วงไออุ่น เลยไม่ได้สนใจเรื่องนี้”
“ว่าแต่คุณแน่ใจนะว่ามันตามผม ไม่ใช่ตามคุณ”
ชายหนุ่มตั้งข้อสังเกตด้วยความเป็นห่วงหญิงสาวข้างกาย เขาไม่กลัวสักนิดถ้ามันจะตามเขา เพราะแน่ใจว่าดูแลตัวเองได้ แต่ถ้ามันตามเธอนี่ต้องถือว่าเป็นวาระแห่งชาติสำหรับเขา เพราะคงเป็นห่วงเธอจนไม่เป็นอันทำอะไร
ตั้งแต่ก้าวแรกที่อลีนาเหยียบเข้าออฟฟิศก็ถูกเพื่อนร่วมงานแซวเกรียวกราวถึงเรื่องการแต่งงานสายฟ้าแลบ ไม่เว้นแม้แต่มาทินา บอสสุดเฮี้ยบของเธอ
“เป็นไง แต่งงานแล้วซู่ซ่าอย่างที่ฉันบอกมั้ย”
“ก็ดีค่ะ” คนที่เพิ่งผ่านการแต่งงานมาได้สามวันตอบด้วยรอยยิ้มขวยเขินแล้วรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาก่อนจะถูกถามเจาะลึกมากไปกว่านี้ “เรื่องคุณแพรวพราวตอนนี้ไปถึงไหนแล้วคะคุณทีน่า”
“ฉันให้คนเช็กข่าวแล้ว คนที่แซวคุณแพรวเรื่องขาใหญ่ในโซเชียลคนแรกคือคุณพาย”
“คุณพายไหนคะ!” หญิงสาวยังไม่อยากคิดว่าจะเป็นพายคนเดียวกับที่เธอรู้จัก
“คุณพาย ดานิกา ลูกสาวเจ้าของบริษัทส่งออกเครื่องประดับและอัญมณีรายใหญ่ของประเทศไทย” มาทินาบอกพลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเซิร์ชหารูปของดานิกาในกูเกิลแล้วยื่นให้อลีนาดู “คนนี้ไง”
“คุณพายจริงด้วย” อลีนาไม่อยากเชื่อเลยว่า ‘น้าพาย’ ที่แสนดีของไออุ่นจะเป็นคน ‘ปากจัด’ แซวคนอื่นในโซเชียลในเชิงเสียหายแบบนั้นได้
“รู้จักเหรอ”
“คุณพายสนิทกับคุณคิม สามีเอิงค่ะ”
“แหม เรียกสามีเต็มปากเต็มคำเลยนะ” มาทินาอดแซวไม่ได้
อลีนาอายม้วนไปเลยแต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นงานเป็นการเพราะกำลังคุยเรื่องปัญหาใหญ่ของบริษัทอยู่ “แล้วคุณทีน่าคุยกับคุณแพรวหรือยังคะ”
“ยังเลย คุณแพรวไปดูงานด้านศัลยกรรมที่เกาหลี เห็นว่าจะกลับพรุ่งนี้”
คนฟังพยักหน้ารับทราบ ถึงว่า เธอไม่เห็นแพรวพราวไปร่วมงานแต่งงานทั้งที่สนิทกับคิรากรมากไม่แพ้ดานิกา ต่อให้ไม่อยากมาร่วมแสดงความยินดี ก็น่าจะมาตามมารยาท เพราะสองครอบครัวสนิทกันมาก
“รอให้คุณแพรวกลับมาก่อน แล้วฉันจะไปคุยกับเขาเอง”
“เอิงไปด้วยนะคะ ในฐานะที่เอิงเป็น บ.ก. แล้วก็เป็นคนเขียนคอลัมน์เจ้าปัญหานั่น เอิงอยากไปแสดงความรับผิดชอบค่ะ”
“อย่าเลย ฉันกลัวว่าถ้าคุณแพรวเห็นหน้าเธอแล้วจะยิ่งโกรธ แล้วเรื่องมันจะไม่จบง่ายๆ”
“จะมาโกรธเอิงเรื่องอะไรคะ”
“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ”
หญิงสาวส่ายหน้าพรืด
“ใครๆ ก็รู้ว่าคุณแพรวรอคุณคิมมาตั้งหลายปี แล้วอยู่ๆ ก็โดนเธอฉกไปต่อหน้าต่อตา เธอคิดว่าคนเสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้อย่างคุณแพรวจะโกรธมั้ย”
อลีนากลอกตามองบน ไม่ค่อยเข้าใจความคิดของผู้หญิงประเภทที่คอยวิ่งไล่ตามผู้ชายทั้งที่รู้ว่าเขาไม่รักสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับผู้ชายที่แต่งงานแล้ว
“ส่วนคุณพาย เธอระวังผู้หญิงคนนี้เอาไว้หน่อยก็ดีนะ”
“ระวังเรื่องอะไรคะ”
“อย่าให้เขาเข้าใกล้สามีเธอมากนัก พวกเซเลบซุบซิบกันอยู่ว่าคุณพายนี่ก็ชอบคุณคิมอยู่เหมือนกัน ถึงได้หาเรื่องงัดข้อกับคุณแพรวบ่อยๆ”
“เอิงเชื่อใจคุณคิมค่ะ” อลีนาไม่ได้มั่นใจว่าเขารักเธอ แต่มั่นใจว่าเขาจะรักษาสถานภาพ ‘ครอบครัว’ ที่ช่วยกันสร้างขึ้นมาเพื่อไออุ่นอย่างดีที่สุด และเธอเองก็เช่นกัน “แต่ถ้าผู้หญิงหน้าไหนจะมายุ่งกับสามีเอิง เอิงก็ต้องขอใช้สิทธิ์ ‘ภรรยา’ ให้เต็มที่ แต่อาจจะต้องรบกวนคุณทีน่าช่วยสอนเอิงหน่อยนะคะว่าจะตบพวกแมลงวันแมลงหวี่พวกนี้ยังไง”
“เธอนี่ร้ายกว่าที่ฉันคิดไว้มากนะ” มาทินาหัวเราะชอบใจ
“ถ้าไม่จำเป็นเอิงก็ไม่อยากร้ายหรอกค่ะ” อลีนายิ้มเจื่อน ภาวนาขออย่าให้มีใครมายุ่งกับครอบครัวของเธอเลย
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”






![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
