INICIAR SESIÓNอลีนาวางอ่างแก้วใบเล็กที่ใส่น้ำอุ่นมาเพื่อเช็ดตัวให้คิรากรลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วหันไปมองหน้าเขาด้วยความเคอะเขิน ได้แต่ยืนละล้าละลังทำอะไรไม่ถูกจนคนเจ็บอดแซวด้วยรอยยิ้มไม่ได้
“แค่จะเช็ดตัวให้สามีต้องเขินขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เปล่าซะหน่อย” คนเป็นภรรยาปฏิเสธหน้าแดงจัด ก่อนจะหันกลับไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กจุ่มลงในน้ำอุ่นแล้วบิดหมาด แต่พอหันกลับมาเห็นสายตาของสามีที่จ้องมองอยู่ด้วยแววตาเป็นประกายก็เกิดอาการทำตัวไม่ถูกขึ้นมาอีกครั้ง
“มัวแต่ยืนเขินอยู่นั่น วันนี้ผมจะได้เช็ดตัวมั้ยครับคุณภรรยา” ชายหนุ่มกระเซ้า เธอทำเหมือนไม่เคยผ่านคืนเร่าร้อนมาด้วยกัน “ตอนที่ผมไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นคุณก็เคยเห็นมาแล้ว แค่ถอดเสื้อเช็ดตัวให้ผมแค่นี้ไม่เห็นต้องเขินเลย”
“ก็มันยังไม่ชินนี่นา” อลีนาก้มหน้าตอบเสียงเบาพลางนั่งลงที่ขอบเตียง
“ถ้างั้นคุณยิ่งต้องเห็นบ่อยๆ จะได้ชิน” คิรากรจับมือเรียวเล็กข้างหนึ่งมาวางลงบนสาบเสื้อบริเวณกระดุมเม็ดแรกพลางมองสบตาเธอด้วยแววตาเว้าวอน พร้อมบอกด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่ “ถอดเสื้อให้ผมสิ”
อลีนาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อชุดคนไข้ออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้าตั้งแต่เม็ดแรกจนถึงเม็ดสุดท้ายแล้วแหวกสาบเสื้อออกจากกัน และทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและตุ่มไตสีชมพูเข้มสองจุดซึ่งโดดเด่นบนผิวเนื้อขาวจัด ใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่ออย่างช่วยไม่ได้
“ผมคงต้องหาวิธีทำให้คุณเลิกเขินสามีตัวเองแล้วละ” ว่าแล้วคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอยู่ก็โน้มคอภรรยาลงไปแนบริมฝีปากจูบอย่างนุ่มนวลเนิ่นนานโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
หญิงสาวตกใจในคราแรกที่ริมฝีปากสัมผัสกัน แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็โอนอ่อนผ่อนตาม ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ในช่วงเช้าที่เธอเกือบจะสูญเสียเขาไปก็ยิ่งทำให้ ‘รัก’ ผู้ชายคนนี้มากขึ้นอีกร้อยเท่าพันเท่า
“พอแล้วค่ะ เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเห็น”
“หายเขินหรือยัง”
อลีนาพยักหน้ารับทั้งที่หัวใจยังเต้นผิดจังหวะอยู่ และทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของคิรากรที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้กับอ่างแก้วก็ส่งเสียงเตือนข้อความเข้า หญิงสาวหันไปมองที่หน้าจอเห็นว่าเป็นข้อความจากดานิกา
“คุณพายส่งรูปมาค่ะ”
“ช่างเถอะ คุณมาเช็ดตัวให้ผมต่อดีกว่า” ชายหนุ่มบอกอย่างไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ
“ดูหน่อยเถอะค่ะ คุณพายเป็นห่วงคุณมากนะ ตอนที่คุณสลบอยู่เธอก็มาเยี่ยม” อลีนาหยิบโทรศัพท์มือถือมายื่นให้ แต่เขาไม่ยอมรับ
“ถ้างั้นคุณก็เปิดดูให้ผมหน่อย”
“เรื่องส่วนตัวของคุณ คุณดูเองเถอะ”
“ผมไม่มีความลับกับภรรยา” คนเป็นสามีบอกด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าคุณหึงหวง อาละวาด โวยวายที่มีผู้หญิงส่งข้อความมาให้ผมก็คงดี”
“อยากให้ฉันทำตัวร้ายๆ แบบนั้นจริงเหรอคะ”
“ผมอยากให้คุณหึง เพราะมันหมายความว่าคุณรักผม”
“ใครว่าฉันไม่รักคุณ” อลีนาพูดอ้อมแอ้มเสียงเบา แต่ก็ดังพอที่อีกฝ่ายจะได้ยิน
“คุณรักผมจริงเหรอ” คิรากรยิ้มกว้างอย่างชื่นใจ ความเจ็บปวดจากบาดแผลแทบหายเป็นปลิดทิ้ง
อลีนาพยักหน้ารับแล้วรีบยัดโทรศัพท์มือถือใส่มือเขาเพื่อตัดจบสถานการณ์ที่ชวนให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “เปิดดูรูปเถอะค่ะ เผื่อคุณพายรอข้อความตอบกลับจากคุณอยู่”
รอยยิ้มบนใบหน้าของคิรากรเลือนหายไปทันทีที่เห็นรูปซึ่งดานิกาส่งมา เขากำโทรศัพท์มือถือแน่นจนแทบจะแหลกคามือ ความโกรธพวยพุ่งอยู่ในอกจนต้องผ่อนลมหายใจยาวเพื่อควบคุมอารมณ์
“คุณพายส่งรูปอะไรมาคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
คิรากรส่งโทรศัพท์มือถือให้อลีนาดูแทนคำตอบ เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเป็นรูปที่ศิวภัทรจับมือเธอและกอดเธอที่หน้าห้องฉุกเฉินก็ใจหายวาบ
“เรื่องนี้ฉันอธิบายได้” อลีนายังไม่ทันได้พูดอะไร ดานิกาก็โทร. เข้ามาพอดี เธอจึงส่งโทรศัพท์คืนให้เจ้าของ “คุณพายโทร. มา”
คิรากรรับโทรศัพท์มือถือไปแนบหูแล้วบอกปลายสายด้วยน้ำเสียงกดต่ำ “พี่เห็นรูปที่พายส่งมาให้แล้ว พี่จะเคลียร์กับเมียพี่เอง พายช่วยลบรูปนี้ทิ้งให้ด้วย อย่าให้หลุดไปถึงมือนักข่าวเด็ดขาด”
“พายไม่ให้รูปหลุดแน่นอนค่ะ เพราะพายก็เป็นห่วงชื่อเสียงของพี่คิมเหมือนกัน” ดานิกาตอบกลับมา
ชายหนุ่มกดวางสายแล้วกระแทกโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงอย่างแรง เขากับศิวภัทรต่างก็เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและเป็นที่จับตามองของสังคม โดยเฉพาะศิวภัทรซึ่งเป็นเจ้าของสื่อที่มีอิทธิพลมากเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศ หากรูปนี้หลุดออกไปคงได้เป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์แน่
“แค่เห็นรูปแค่นี้คุณก็โกรธฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวถามเสียงเรียบ ไม่ได้กังวลอะไร เพราะแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด แต่จะผิดหวังมากหากเขาหูเบาเชื่อคำยุยงของดานิกา
“ผมไม่ได้โกรธคุณ”
“คะ?” อลีนาแปลกใจ
“ผมโกรธพอลที่ฉวยโอกาสกับคุณตอนที่คุณกำลังเสียขวัญ”
“พี่พอลแค่มาปลอบใจ ตอนนั้นฉันเป็นห่วงคุณจนแทบจะเป็นลม ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”
“ผมเชื่อคุณ” เขาบอกพลางดึงมือเล็กที่เย็นเฉียบไปกุมไว้เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้โกรธเธอจริงๆ “แล้วผมก็โกรธพายด้วย”
“โกรธคุณพายเรื่องอะไรคะ”
“ผมคิดว่าพายจงใจส่งรูปนี้มาให้ผมดูเพื่อให้ผมเข้าใจคุณผิด”
“ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นคะ”
“ถ้าพายหวังดี ไม่อยากให้เรามีปัญหากัน พายจะไม่ส่งรูปแบบนี้มาให้ผมดู”
อลีนาผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก “ฉันนึกว่าเราจะต้องทะเลาะกันจนบ้านแตกเพราะรูปนี้ซะแล้ว”
“ผมกินข้าวนะ ไม่ได้กินหญ้า แต่ถ้าได้กินเมียบ่อยๆ ก็จะยิ่งรักเมีย หลงเมียมากขึ้นรู้มั้ย” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้หมายจะจูบ แต่ถูกเธอหยุดไว้ด้วยการแตะปลายนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากและดันใบหน้าเขาให้ออกห่าง
“รอให้แผลหายก่อนค่ะ” คนเป็นภรรยาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน แต่ในใจยังกังวลเรื่องดานิกาอยู่ ตอนนี้เธอแน่ใจแล้วว่า ผู้หญิงคนนั้นอยากได้สามีของเธอ แต่ก็สบายใจอยู่อย่างหนึ่งที่คิรากรหนักแน่นและมีเหตุผล ไม่หูเบาเชื่อคนง่าย
“ผมเชื่อแล้วว่าเซนส์ผู้หญิงแรง” อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
“เซนส์อะไรคะ”
“ผมจำได้ว่าก่อนแต่งงาน คุณเคยบอกผมว่าพายน่าจะคิดกับผมมากกว่าพี่ชาย แต่ตอนนั้นผมไม่เชื่อคุณ”
“ตอนนี้เชื่อแล้ว?...”
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







