เข้าสู่ระบบตอนเย็น อลีนาขอตัวกลับบ้านเพื่อจะไปคุยกับอันนา โดยอ้างกับไออุ่นว่าจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านแค่แป๊บเดียวแล้วจะกลับมานอนด้วย
“แม่เอิงไปแค่แป๊บเดียวแล้วจะรีบกลับมา ไออุ่นต้องเป็นเด็กดี ไม่งอแงกับคุณพ่อนะคะ”
“แม่เอิงต้องกลับมาจริงๆ นะคะ” เด็กน้อยทำหน้าจ๋อย กลัวถูกทิ้ง
“จริงสิคะ แม่เอิงรักหนู ยังไงก็ต้องกลับมาหาหนูอยู่แล้ว” อลีนาหอมแก้มทั้งสองข้างของไออุ่นด้วยความรักและสงสารจับใจที่หัวใจดวงน้อยของเด็กหญิงมีแต่ความหวาดระแวงว่าจะถูกทิ้ง จากนั้นจึงหันไปบอกคิรากรที่นั่งอยู่ที่ขอบเตียงอีกด้าน “เรื่องข้อเสนอของคุณ ฉันจะลองไปคุยกับเอยดูก่อน ยังไงฉันก็อยากให้เอยได้ทำหน้าที่ของตัวเอง”
“ถ้าคุณอยากลองก็ตามใจ” ชายหนุ่มไม่คาดหวังอยู่แล้วว่าคนที่ทิ้งลูกไปเมื่อสี่ปีก่อนจะยอมกลับมาดูแลลูก
“ฉันไปนะ ได้เรื่องยังไงจะรีบส่งข่าว” หญิงสาวในชุดออกกำลังผู้ชายตัวหลวมโคร่งเดินไปหยิบกระเป๋าถือและเปลี่ยนรองเท้าจากสลิปเปอร์เป็นรองเท้าส้นสูงคู่เดิม ส่วนเสื้อผ้าที่เปื้อนอาเจียนของไออุ่นอยู่ในถุงพลาสติกใบใหญ่ที่ไปขอมาจากพยาบาล
“คุณจะไปยังไง”
“ก็คงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปเอารถที่หน้าโรงเรียนไออุ่นก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน”
“จะไปชุดนี้เหรอ” คิรากรกวาดตามองชุดที่เธอสวมอยู่ตั้งแต่หัวจดเท้า
“ค่ะ” หญิงสาวก้มมองตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นถาม “ตลกเหรอ”
“ไม่หรอก...น่ารักดี” ท้ายประโยคนั้นแผ่วเบาเหมือนจะติดอยู่แค่ในลำคอ แต่ก็ดังพอที่อลีนาจะได้ยิน
“ขอบคุณสำหรับชุด ‘น่ารัก’ ชุดนี้นะคะ...คุณลุง” หญิงสาวส่งยิ้มล้อเลียนให้คนตรงหน้าอย่างร่าเริง ตั้งแต่เขารู้ว่าเธอไม่ใช่อันนา เขาก็พูดจากับเธอดีขึ้นและเป็นมิตรกับเธอมากขึ้น แต่พอถูกเรียกว่า ‘คุณลุง’ ปุ๊บ เขาก็กลับมาทำตาดุใส่เธอเหมือนเดิมทันที
“ถ้าอยากนับญาติกับผม เรียก ‘พี่’ ก็พอ”
อลีนายิ้มขำกับการปล่อยมุกหน้าตายของเขา “นี่คุณ ฉันขอบคุณนะที่คุณไม่พานโกรธฉันไปด้วย”
“ผมแยกแยะได้ คุณกับน้องสาวคุณเป็นคนละคนกัน น้องสาวคุณเองก็เถอะ ถ้าเขายอมรับผิดแล้วกลับตัวใหม่ยอมมาทำหน้าที่ของตัวเอง ผมก็ให้อภัยได้เพื่อความสุขของไออุ่น”
“ฉันดีใจนะคะที่ไออุ่นมีคุณเป็นพ่อ” หญิงสาวชื่นชมเขาจากใจจริง และถือเป็นความโชคดีขั้นสูงสุดของไออุ่นที่ได้อยู่ในการอุปการะของคุณลุงหน้าดุแต่ใจดีมากคนนี้
อลีนากลับมาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมานั่งรออันนาที่ชั้นล่าง แต่รอจนกระทั่งสามทุ่มอันนาก็ยังไม่กลับ ในขณะเดียวกันคิรากรก็ส่งข้อความมาบอกเป็นระยะว่าไออุ่นถามหาแม่หนักมาก และไม่ยอมนอนจนกว่าแม่จะไปหา
หญิงสาวร้อนใจมากเพราะเป็นห่วงไออุ่นจึงโทร. ตามอันนาให้รีบกลับบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมกลับ เพราะกำลังสนุกกับเพื่อนอยู่ อลีนาจึงตัดสินใจตามไปที่ผับแล้วลากตัวน้องสาวที่เริ่มเมาออกมาคุยกันที่มุมสงบด้านนอก
“มีธุระสำคัญอะไรนักหนา ทำไมไม่รอคุยกันที่บ้าน” อันนาอารมณ์เสียมากที่ถูกขัดจังหวะ ถ้าอลีนาไม่ลากตัวเธอออกมาเสียก่อน เธอคงได้แลกเบอร์กับลูกชายนักการเมืองใหญ่ไปแล้ว
“เอิงไปหาเด็กคนนั้นมาแล้ว แกเป็นลูกสาวเอยจริงๆ”
“แล้วไง” อันนาไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“แกไม่สบาย แล้วแกก็กำลังต้องการแม่มาก” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ทั้งที่ตอนนี้กำลังโมโหมากจนอยากจะจับตัวน้องสาวเขย่าแรงๆ ที่เธอทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบนั้น “เอิงคุยกับคุณลุงที่เป็นคนอุปการะไออุ่นแล้ว เขายินดีถ้าเอยจะไปทำหน้าที่แม่ให้ไออุ่น เขาจะยอมให้เอยไปอยู่บ้านเขาเพื่อดูแลไออุ่นด้วย”
“อี๋...จะให้ไปอยู่กับคุณลุงเนี่ยนะ ไม่เอาหรอก” อันนาทำปากคว่ำ กลอกตามองบน นึกถึงภาพคุณลุงแก่ๆ หัวล้าน ลงพุงแล้วอยากจะอาเจียน
“นี่เอยจะไม่สนใจลูกตัวเองจริงๆ เหรอ”
“เอยบอกเอิงแล้วว่าเอยไม่ได้ต้องการเด็กคนนั้น แกเกิดมาจากความผิดพลาด แล้วตอนนี้แกก็มีคนดูแลแล้วก็ปล่อยให้เขาดูแลกันไปสิ”
“แต่เด็กต้องการแม่นะ!”
“แต่เอยไม่ต้องการลูก!” อันนาสวนกลับเสียงแข็ง “ถ้าเอิงสงสารเด็กคนนั้นมากนักก็รับเป็นแม่เองเลยสิ เอยยกให้”
อลีนาโกรธจัดจนทนไม่ไหว ตวัดมือขึ้นตบหน้าน้องสาวอย่างแรง “เอยใจดำมาก”
“แล้วเอิงจะให้เอยทำยังไง เอยกำลังจะมีชีวิตที่ดีกับผู้ชายดีๆ เอิงจะให้เอยทิ้งอนาคตตัวเองเพราะเด็กนั่นเหรอ” อันนาเจ็บจนน้ำตาซึม ทั้งเจ็บหน้าและเจ็บใจ เธอกับอลีนาทะเลาะกันบ่อยก็จริง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะลงไม้ลงมือกันแบบนี้
“เด็กนั่นที่เอยพูดถึงคือลูกเอยนะ!” อลีนาโกรธจนน้ำตารื้นตัวสั่น ยิ่งอันนาแสดงออกว่าไม่ต้องการไออุ่นมากเท่าไร เธอก็ยิ่งสงสารหลานมากขึ้นเท่านั้น “เอิงขอถามเป็นครั้งสุดท้าย เอยไม่ต้องการลูกคนนี้จริงๆ ใช่มั้ย”
“ใช่...เอยไม่ต้องการ” อันนาย้ำเสียงหนัก
“งั้นเอิงขอ เอิงจะเป็นแม่ให้แกเอง ส่วนเอยจะไปหัวหกก้นขวิดที่ไหนก็เชิญตามสบาย เอิงจะไม่บอกให้ไออุ่นรู้ว่ามีแม่ใจดำแบบเอย แล้วเอยก็ห้ามยุ่งกับแกเด็ดขาด”
“อยากได้ก็เอาไปเลย แล้วไม่ต้องมาพูดเรื่องเด็กคนนี้กับเอยอีกนะ เอยไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น” พูดจบอันนาก็สะบัดหน้าเดินกลับเข้าไปในผับอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด
อลีนามาถึงโรงพยาบาลตอนเกือบห้าทุ่ม หญิงสาวหยุดยืนที่หน้าประตูเพื่อปรับอารมณ์ขุ่นมัวให้เป็นปกติ ก่อนจะบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างเพื่อไม่ให้ไออุ่นเห็นว่าเธอกำลังเศร้า
“แม่เอิงมาแล้วค่ะไออุ่น”
“ชู่...ลูกหลับแล้ว” คิรากรที่นั่งอยู่ข้างเตียงลูกสาวหันมาจุ๊ปากให้เธอเบาเสียงลง “เพิ่งหลับไปเมื่อกี้นี้เอง”
“คุณเก่งนะเนี่ย ทำยังไงแกถึงยอมนอนคะ” อลีนาเดินเข้ามามองใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักของเด็กหญิงที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม ในอ้อมกอดมีตุ๊กตากระต่ายหูยาวสีชมพูตัวโปรดที่คนเป็นพ่อสั่งให้พี่เลี้ยงเอามาให้
“ผมบอกว่าถ้าแกตื่นขึ้นมาแล้วแกจะได้เจอคุณ แกก็เลยยอมนอน” ชายหนุ่มระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยล้าแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก เขาสูญเสียพลังงานไปมากกับเด็กป่วย “บางครั้งเด็กก็หลอกง่ายแบบนี้แหละ”
“ทำไมพูดแบบนั้นคะ คิดว่าฉันจะไม่กลับมาหาแกเหรอ” อลีนาวางกระเป๋าเสื้อผ้าไว้บนโต๊ะกินข้าวตัวเล็กแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดียวกับเขาด้วยสีหน้าหม่นหมอง ในเมื่อไออุ่นหลับแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่เธอจะต้องแสร้งทำเป็นร่าเริง
“ผมไม่กล้าคาดหวังให้คุณกลับมาหรอก”
“ยังไงฉันก็ต้องกลับมาค่ะ ฉันจะไม่ทิ้งไออุ่นเหมือนแม่ของแกเด็ดขาด” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยพร้อมกับมีน้ำตารื้นขึ้นแตะขอบตาจนร้อนผ่าว
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ชายหนุ่มเอียงตัวยกขาข้างหนึ่งขึ้นวางบนโซฟาเพื่อจะมองหน้าคนที่นั่งข้างกันให้ถนัดตา
“ฉันคุยกับเอยแล้ว” เธอบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าอ่อนใจ
“น้องสาวคุณไม่ต้องการไออุ่น?...” เขาเดาไว้อยู่แล้วว่าผลจะต้องออกมาเป็นแบบนี้
อลีนาพยักหน้ารับพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงพรูออกมาจากดวงตาคู่สวยอย่างกลั้นไม่อยู่
“คุณร้องไห้ทำไม” คิรากรตกใจที่อยู่ๆ เธอก็ร้องไห้ออกมา
“ฉันทะเลาะกับเอย ฉันตบหน้าเขา” หญิงสาวบอกทั้งน้ำตาด้วยความรู้สึกผิด พ่อกับแม่สอนมาตลอดว่าเป็นพี่น้องกันต้องรักกัน แต่วันนี้เธอโมโหมากจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ “เราทะเลาะกันบ่อยก็จริง แต่ก็ไม่เคยทำรุนแรงกันแบบนี้ แต่ฉันโกรธมากจริงๆ ที่เอยพูดถึงไออุ่นแบบนั้น”
“เอยพูดอะไร” ชายหนุ่มถามเสียงอ่อน
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







