LOGINคิรากรให้อลีนาเป็นคนเลือกว่าอยากกินอะไรแล้วให้สั่งเองตามสบาย เขาจะเป็นคนจ่ายเงินให้ หญิงสาวเลือกสั่งอาหารทะเลจากร้านดิลิเวอรีเจ้าประจำ ทั้งกุ้งเผา ปูม้านึ่ง ปูม้าดองยำ ข้าวผัดปู และยังมีพุดดิงมะพร้าวอ่อนของโปรดอีกหลายถ้วย
“สั่งไม่เกรงใจคนจ่ายเงินเลยนะ” ชายหนุ่มมองอาหารที่วางเรียงเต็มโต๊ะแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า อลีนากินจุขนาดนี้แต่ทำไมถึงได้รูปร่างดีอย่างกับนางแบบได้
“แค่นี้ไม่สะเทือนเงินในบัญชีคุณหรอกน่า” หญิงสาวพูดพลางแกะกุ้งเผาด้วยช้อนส้อมอย่างคล่องแคล่ว ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้แบบนี้ “คุณเอากุ้งมั้ย ฉันแกะให้”
“คุณกินไปเถอะ ไม่ต้องมายุ่งกับผม” เขาพูดจาห่างเหินและมีระยะห่างพอสมควร ใครจะอยากทำตัวสนิทสนมกับผู้หญิงที่ทำให้น้องชายตัวเองตาย แถมเธอยังทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับความผิดที่ตัวเองก่อไว้อีก
“เอาเถอะน่า” เธอตักกุ้งตัวโตที่เพิ่งแกะเปลือกเสร็จไปวางในจานให้เขา “ฉันเห็นคุณมองอยู่หลายรอบแล้ว อยากกินแต่แกะไม่เป็นก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องเขิน”
คิรากรทำเป็นใช้ส้อมจิ้มกุ้งตัวใหญ่จุ่มลงในน้ำจิ้มซีฟูดแล้วส่งเข้าปากแบบไม่เต็มใจเท่าไร ความจริงกุ้งเผาเป็นอาหารโปรดของเขา และเธอพูดถูก เขาแกะกุ้งไม่เป็น ถ้าไปกินตามร้านอาหารเขาจะให้พนักงานแกะมาให้เลย ถ้าเป็นที่บ้านก็จะให้แม่บ้านแกะเปลือกออกก่อนเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ หรือไม่ก็จะเลือกกินกุ้งแม่น้ำตัวโตที่ใช้วิธีผ่าหลังครึ่งซีกก่อนเผา
“เมื่อกี้ที่คุณบอกว่าคุณต้องการฉัน หมายความว่ายังไง” อลีนาถามอย่างข้องใจ เธอไม่เคยเก็บความสงสัยไว้ในใจ ถ้าไม่เข้าใจหรือสงสัยอะไรเธอจะรีบเคลียร์ทันที
“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดก็แล้วกัน” เขาพูดเหมือนอ่านสายตาไม่ไว้วางใจของเธอออก
“คุณรู้เหรอว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่”
“คุณคงคิดว่าผมอยากได้คุณแบบที่ผู้ชายอยากได้ผู้หญิงเพื่อเอาไปเป็นเมียน้อย เมียเก็บ นางบำเรออะไรพวกนี้ใช่มั้ย”
อลีนาขำพรืดออกมาทันที “ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้น แต่คิดไปคิดมา ฉันว่าคุณคงไม่พิศวาสฉันเท่าไหร่หรอก สีหน้าคุณแสดงออกชัดมากว่าคุณเกลียดฉันจะตาย จริงมั้ย”
“รู้ตัวก็ดี” สีหน้าเขาเย็นชา ทั้งที่ในใจแอบหวั่นไหวกับเสน่ห์เฉพาะตัวบางอย่างของเธออยู่ไม่น้อย
“ก่อนที่คุณจะเกลียดฉันไปมากกว่านี้ ฉันมีอะไรบางอย่างจะสารภาพกับคุณ” อลีนาวางช้อนส้อมแล้วมองหน้าเขาจริงจัง
“อะไร”
หญิงสาวหันไปมองที่เตียงคนไข้เพื่อดูให้แน่ใจว่าไออุ่นยังหลับสนิทอยู่ และจะไม่ได้ยินเรื่องที่เธอกำลังจะพูด “ฉันไม่ใช่แม่ของไออุ่น ฉันเป็นพี่สาวฝาแฝดของแม่ไออุ่น”
“ว่าไงนะ!”
“มันอาจจะฟังดูน้ำเน่าไปหน่อย แต่มันคือเรื่องจริง” อลีนาเปิดรูปในโทรศัพท์มือถือที่เธอกับอันนาถ่ายคู่กันให้เขาดู
“หน้าเหมือนกันมาก” คิรากรไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง และแวบหนึ่งในห้วงความคิด เขาแอบดีใจที่เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจดำที่เขาจงเกลียดจงชัง ที่สำคัญเขาจะได้ไม่ต้องห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ให้วูบวาบหวั่นไหวกับเธออีกต่อไป “คุณชื่อเอิงใช่มั้ย”
“คุณรู้ได้ไง”
“ผมได้ยินผู้ชายคนนั้นเรียกคุณเมื่อคืนนี้”
“ใช่ค่ะ ฉันชื่อเอิง อลีนา ส่วนแม่ของไออุ่นชื่อเอย อันนา หลังจากจบ ม. ปลาย เอยก็ไปเรียนอเมริกา ส่วนฉันเรียนที่เมืองไทย ฉันไม่รู้หรอกว่าตอนอยู่ที่โน่นเอยก่อเรื่องอะไรไว้บ้าง ส่วนเรื่องที่เอยมีลูก ฉันก็เพิ่งรู้หลังจากเจอไออุ่นเมื่อคืนนี้”
“แล้วคุณไปทำอะไรที่โรงแรมนั่นกับผู้ชายคนนั้น” คำถามนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของไออุ่นเลย แต่ที่ถามเพราะเขาอยากรู้ว่าเธอกับผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรกัน
“ฉันกับพี่พอลไปดูห้องจัดเลี้ยงงานแต่งงาน”
“คุณกำลังจะแต่งงานเหรอ” เขาถามเสียงแผ่วคล้ายแอบผิดหวังอยู่ลึกๆ
“เปล่าค่ะ คนที่จะแต่งงานคือเอย แต่เอยไม่ว่างไปดูห้อง ฉันเลยต้องไปช่วยดูให้แทน”
คิรากรอยากจะบ้าตาย เมื่อครู่เขาเพิ่งโดนความผิดหวังถีบลงก้นเหว แต่ไม่ถึงครึ่งนาทีก็ถูกกระชากกลับขึ้นมายิ้มรับแสงแห่งความหวังอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะตีลังกา
“แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรกับคุณ” เขาอยากรู้ว่าเธอยัง ‘โสด’ อยู่หรือเปล่า
“คุณจำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอคะ” อลีนาย้อนถาม เพราะไม่รู้ว่าเขาจะอยากรู้ไปทำไม
“โอเค เรื่องส่วนตัวของคุณ ไม่ต้องตอบก็ได้” คิรากรปั้นหน้านิ่งกลบเกลื่อนความรู้สึกและบังคับตัวเองให้สงบนิ่ง ไม่ให้แสดงออกโจ่งแจ้งเกินไปว่าเขากำลังสนใจเธออยู่
“พี่พอลเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเอยค่ะ” ในที่สุดเธอก็บอก
ชายหนุ่มพยายามซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจเอาไว้ไม่ให้คนตรงหน้าเห็นแล้ววกกลับมาคุยเรื่องไออุ่นต่อ “น้องสาวคุณกำลังจะแต่งงาน แบบนี้เขาก็คงไม่สนใจไออุ่นแล้ว”
“ไม่ใช่เอยไม่สนใจ แต่เอยบอกว่าถูกน้องชายคุณแย่งลูกไป และขู่ไม่ให้มายุ่งกับลูกอีก ไม่อย่างนั้นเขาจะทำร้ายเอย”
“ไม่จริง!” คิรากรขบกรามแน่น “น้องสาวคุณนั่นแหละที่เป็นคนทิ้งน้องชายผมกับไออุ่นไป แล้วน้องสาวคุณเป็นคนทำให้น้องชายผมตาย”
อลีนาขอให้ชายหนุ่มเล่าเรื่องระหว่างเปรมอนันต์และอันนาให้ฟังอย่างละเอียด เพราะข้อมูลที่เธอรับรู้จากน้องสาวไม่ตรงกับที่เขาพูด และหลังจากฟังจบ หญิงสาวก็ได้แต่ยิ้มเฝื่อนๆ
“ตลกมั้ย ถ้าฉันจะบอกว่าฉันเชื่อเรื่องที่คุณเล่ามากกว่าเรื่องที่เอยเล่าให้ฉันฟัง”
“ไม่หรอก เพราะคุณคงรู้นิสัยน้องสาวตัวเองดีอยู่แล้ว”
“คุณพูดถูก ฉันรู้ว่าเอยเป็นคนยังไง แล้วฉันก็รู้สึกว่าตัวเองโง่มากที่หลงเชื่อคำพูดของเอยง่ายๆ อีกแล้ว”
“คุณทำถูกแล้วที่เลือกเชื่อคนในครอบครัวเดียวกันก่อน” เขาออกความเห็นอย่างเป็นกลาง “ยังไงผมก็ขอบคุณคุณมากที่วันนี้คุณอุตส่าห์มาหาไออุ่น คุณทำให้แกมีความสุขมาก ถึงจะเป็นความสุขแค่ชั่วคราวก็เถอะ”
“ฉันมาเพราะเมื่อคืนนี้แกร้องไห้น่าสงสารมาก ฉันดูออกว่าแกกำลังโหยหาความรักจากแม่ ถ้าปล่อยให้แกโตไปกับความรู้สึกขาดแบบนี้ต่อไป มันจะกลายเป็นปมในใจที่ผูกแน่นจนแก้ไม่หลุด”
“แต่แม่แท้ๆ ของแกไม่ต้องการแก คุณจะให้ผมทำยังไง” คิรากรสงสารไออุ่นจับใจ
“ฉันจะกลับไปคุยกับเอย ให้เอยมาเยี่ยมไออุ่น”
“คุณคิดเหรอว่าน้องสาวคุณจะมา” ชายหนุ่มแค่นยิ้ม
อลีนาเห็นด้วย เพราะตอนที่คุยกันเมื่อเช้า อันนาบอกชัดเจนว่าไม่ต้องการลูก เธออยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ และไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเคยมีลูกมาก่อนอีกด้วย “ก็ต้องลองคุยดูก่อนค่ะ”
“ไออุ่นไม่ได้ต้องการแม่แค่ชั่วคราวแบบที่ไปๆ มาๆ นะคุณ แกต้องการให้แม่อยู่กับแกตลอดเวลา แค่คุณหายไปไม่กี่ชั่วโมงแกยังร้องไห้จนผมแทบขาดใจ ถ้าน้องสาวคุณไม่พร้อมทำหน้าที่แม่ ผมขอร้องว่าอย่าพาเขามาเจอไออุ่น ผมไม่อยากให้ลูกเสียใจมากไปกว่านี้”
อลีนาครุ่นคิดอย่างหนักใจ เพราะรู้ว่าเปอร์เซ็นต์ที่อันนาจะมาดูแลไออุ่นในฐานะแม่มีน้อยมากจริงๆ “ถ้าเอยไม่ยอมมาทำหน้าที่ของตัวเอง ฉันขอเป็นแม่ให้ไออุ่นแทนได้มั้ย”
คิรากรมองสบตาอลีนานิ่งงัน อย่างคาดไม่ถึงว่าเธอจะยื่นข้อเสนอแบบนี้ “คุณจะมาเป็นแม่ให้ไออุ่นก็ได้ แต่คุณจะเอาแกไปจากผมไม่ได้”
“แบ่งวันกันได้มั้ยล่ะ จันทร์ถึงศุกร์อยู่กับคุณ เสาร์อาทิตย์อยู่กับฉัน หรือจะสลับวันกันก็ได้แล้วแต่คุณ” เธอยอมอ่อนข้อ เพราะถือว่าเขาเลี้ยงไออุ่นมาตั้งแต่แรกเกิด
“แล้วแต่ผมแน่นะ”
“ค่ะ”
“งั้นก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน มาช่วยกันทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ไออุ่นไปพร้อมๆ กัน”
ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากให้ ‘คุณป้าน่ารัก’ ที่มาเขย่าหัวใจของเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ถูกเนื้อต้องตัวกัน มาอยู่ใกล้ตัวมากถึงขนาดนี้
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







