LOGINเขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว
“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”
เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า
“พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก”
“แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง
“นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”
หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว
ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม
“เขามากับข้า”
ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสียใจอยู่เหมือนกัน ท่านอ๋องเคยเป็นคนที่นับถือ เป็นผู้มีพระคุณ ให้โอกาสเธอ แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกโล่งใจ เพราะว่าท่านอ๋องจะได้ไม่ต้องกลายเป็นปีศาจแล้ว
“ท่านอ๋องตายแล้ว คงจบแล้วสินะ” เซาโลพูดขึ้นมา
“ยังหรอกไอ้สองตัวนั่นอยู่ที่ตำหนักของท่านอ๋อง ข้าให้ทหารเอาอาวุธที่มียันต์แปะไว้แล้ว จริง ๆ อยากใช้กางเขนนะ แต่พวกไม่มีศรัทธา กางเขนจะไม่แสดงพลัง” อวี่จิ้งเซียงพูด มือเธอกำร่มอาวุธคู่กายตอนนี้มันเหลือแต่โครงแล้ว
“ข้าว่าพวกเจ้าอย่าไปยุ่งกับสองคนนั่นดีกว่านะ ปล่อยมันไปเถอะ เอาคนไปเยอะก็จริง แต่เจ้าทำอะไรมันไม่ได้หรอกนะ จะมีคนตายเพิ่มขึ้นเปล่า เหมือนกับที่เจ้าปล่อยข้าไง” เซาโลพูดขึ้นมา
“ข้าปล่อยไม่ได้ ข้าอาจจะปล่อยเจ้าไปแต่ สองคนนี้ข้าปล่อยไม่ได้ เพราะข้าไม่อยากให้มีคนแบบเจ้ามาเพิ่มขึ้นในแผ่นดินอีก” อวี่จิ้งเซียงพูด เซาโลถอนใจแล้วพูดว่า
“งั้นข้าจะไปกับเจ้าด้วยก็แล้วกัน”
“เจ้าว่าอะไรนะ” อวี่จิ้งเซียงตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน
“ก็ไปกับเจ้าน่ะสิ มีแต่โครงร่มไปเจอแวมไพร์ชั้นสูงระดับนั้น คงจะรอดหรอก”
“ทำไมเจ้าถึงช่วยข้า”
“ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนั่นล่ะ”
พออวี่จิ้งเซียงกับเซาโลมาถึงหน้าตำหนักท่านอ๋องก็ต้องตกใจ เพราะเหล่าทหารกลายเป็นศพไปแล้ว และมันเหมือนกับว่าพวกเขาฆ่ากันเอง
“นี่มันอะไรกัน” อวี่จิ้งเซียงตกใจมาก
“อีวิ่งอายไงล่ะ เวทย์มนตร์ของพวกมันนั่นล่ะ มันทำให้พวกเขาเห็นภาพหลอน จนฆ่ากันเองนี่ล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา
“แล้วจะป้องกันมันยังไงล่ะเนี่ย”
“แค่อย่าสบตามัน” เซาโลพูดหน้าตาเฉย อวี่จิ้งเซียงกำโครงร่มแน่น ความรู้สึกดดันกำลังเล่นงานเธอแต่มันถอยไม่ได้ต้องเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้น
ทั้งสองเดินเข้าไปในตำหนักก็ยังเห็นศพของทหารมากขึ้นเรื่อย ๆ และเห็นอลันกับอลิซ นั่งรออยู่
“โว ๆ ไม่คิดว่าตาลุงจะยอมมาด้วยนะเนี่ย” อลันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงล้อเลียน
“แกเล่นใหญ่ไปว่ะ เล่นใหญ่จนน่ากลัวเลย ชีวิตข้าอาจไม่สงบเลยต้องมาหยุดแกเท่านั้นล่ะ” เซาโลพูดสองพี่น้องมองหน้ากันแล้วหัวเราะ
“งั้นเหรอ มาสนุกกันหน่อยสิ คอนเซียช” ร่างของศพลุกขึ้นมา เซาโลรีบฟาดอาวุธจัดการพวกศพเดินได้ อวี่จิ้งเซียงก็เหมือนกัน อลิซมองไปที่อวี่จิ้งเซียงอย่างสนใจ นางไปโผล่ตรงหน้าของอวี่จิ้งเซียง และกำลังจะใช้ อีวิ่งอายกับนาง
อวี่จิ้งเซียงเหวี่ยงไม้กางเขนเข้าไปที่ตาของอลิซเต็ม ๆ นางกรีดร้องเสียงดังลั่น ด้วยความเจ็บปวด และอวี่จิ้งเซียงถือโอกาสนี้กดปุ่มที่โครงร่ม ซี่ร่มระเบิดออกมาปักเต็มร่างของอลิซ นางต้องถอยออกมา
“อลิซ !” อลันรีบไปดูฝาแฝดของตน
“อลันมันทำข้าเจ็บ” อลิซร้องไห้และความเจ็บปวดแผ่ออกมา ไปทั้งตัว อลันกำลังจะไปเล่นงานอวี่จิ้งเซี่ยงแต่โดนคมดาบขว้างหน้าเอาไว้
“แกมาสู้กับที่คนที่ตัวเท่า ๆ กันสิวะ ไอ้หนู” เซาโลพูด อลันเอากริชคู่ออกมาและเข้าไปต่อสู้เซาโลทันที
อลิซเกร็งพลังซี่ร่มหลุดจากตัวทั้งหมด นางชักมีดออกมาเข้าไปโจมตีด้วยความเร็ว แต่พลาดโดนด้ามร่มฟาดไปเต็ม ทำให้ปวดแสบปวดร้อน เพราะด้ามร่มพันไม้กางเขนเอาไว้ ! ทำให้สำหรับอลิซแล้วนี่คืออาวุธร้ายแรง จนทำให้นางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่นางก็ยังเข้าโจมตีไม่หยุด อวี่จิ้งเซียงพยายามรับมือแต่เธอ ก็พลาดโดนฟันเข้าไปแผลหนึ่ง
“แกเสร็จล่ะ อินรูโต๊ะ !”
เมื่อได้ยินคาถานี้อวี่จิ้งเซียงพยายามจะจี้จุดห้ามเลือด แต่ไม่ทันแล้ว เลือดของอวี่จิ้งเซียงพุ่งออกมาและเข้าปาก ของอลิซ แต่สักพักใหญ่ อลิซก็หยุดรู้สึกปวดแสบปวดร้อนในปาก เพราะในจังหวะที่เลือดกำลังพุ่ง อวี่จิ้งเซียงขว้างไม้กางเขนเข้าไปในเลือดที่พุ่งออกมา ทำให้เลือดที่พุ่งเข้าไปในปากของอลิซ มีไม้กางเขนเข้าไปด้วย ทำให้เธอปวดแสบร้อนไปทั้งปากพยายามจะคายไม้กางเขนออก
แต่ว่ามันเข้าไปเข้าลึกมากจากผลของเวทย์มนตร์เมื่อกี้ที่มีแรงดูดอันรุนแรง กลายเป็นว่าพลังของเวทย์มนตร์ของเธอทำร้ายตัวเธอเอง หัวของอลิซระเบิดทันที อวี่จิ้งเซียงเข่าอ่อนเธอเสียเลือดไปไม่น้อยสติกำลังเลือนลาง
อลันหันมาเห็นฝาแฝดของตัวเองตายก็ตะลึง หันไปหมายจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่โดนดาบแส้ของเซาโลรัดคอเอาไว้ เขากระชากอย่างแรง หัวของอลันขาดกระเด็น เซาโลเดินไปมองร่างของอวี่จิ้งเซียงที่เป็นตายเท่ากันเซาโลถามว่า
“อยากมีชีวิตต่อมั้ย”
อวี่จิ้งเซียงนิ่งคิด เธอยังไม่อยากตายตอนนี้ เธอยังอยากจะทำอะไรต่อไปอีก หลาย ๆ อย่าง เซาโลมองเธอแล้วถามอีกครั้ง
“อยากมีชีวิตต่อมั้ย”
อวี่จิ้งเซียงพยักหน้าแทนคำตอบ
“งั้นเจ้าจะยอมรับ ชีวิตใหม่จากข้ามั้ย เจ้าต้องพูดออกมาไม่งั้นข้าช่วยเจ้าไม่ได้”
“ขะ...ข้า...ยิน...ยอม” นางพูดออกมาอย่างลำบากยากเย็น เซาโลประคองนางขึ้นมา และเขากัดนางเข้าที่คอเต็ม ๆ เลือดอุ่น ๆ สดไหลเข้ามาในปากของเขา อวี่จิ้งเซียงตอนนี้เธอรู้สึกแปลก ๆ ร่างกายมันร้อนขึ้นอย่างประหลาดและทุกอย่างมืดลง
อวี่จิ้งเซียงรู้สึกตัวอีกที อยู่ที่บ้านร้างหลังหนึ่ง โดยมีเซาโลนั่งข้าง ๆ เธอรู้สึกเจ็บที่ต้นคอ ในปากก็มีเขี้ยวขึ้นมา เธอรู้สึกคอแห้งเป็นผง กระหายน้ำมาก
“กระหายสินะตอนแรก ๆ ก็คุมยากแบบนี้ล่ะ” เซาโลพูดจบกฌน้ำเต้ามา และส่งให้เธอ กลิ่นคาวลอยมาเตะจมูก มันกลับทำให้รู้สึกว่ากลิ่นนี้มันช่างหอมน่ากินซะเหลือเกิน
“นี่มันอะไรกัน”
“ของที่เจ้าต้องกิน ไม่ต้องกลัวนี่ยังไม่ใช่เลือดของมนุษย์” เซาโลพูดขึ้น กลิ่นคาวเลือดที่โชนมาทำให้ยิ่งทำให้กระหาย อวี่จิ้งเซียงรับมากินทันที รสชาตของเลือดช่างหอมหวานซะเหลือเกิน เธอกินเข้าไปจนหมด น้ำตาเริ่มไหลออกมา
“เกิดเสียใจหรือไงที่ต้องกลายเป็นแวมไพร์ เจ้าเต็มใจรับมันเองนะโทษใครไม่ได้หรอก” เซาโลพูดขึ้นมา
“ข้า...” อวี่จิ้งเซียงพูดไม่ออก เซาโลถอนใจแล้วพูดว่า
“มาเสียใจตอนนี้มันไม่ทันแล้วล่ะ แต่ก็นะตอนนั้นเป็นใครก็คงยอมเหมือนกันล่ะ ข้าไม่เจอคนปฎิเสธ หรอกนะ แม้แต่ตัวข้าก็เถอะ” เซาโลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ข้าต้องทำไงต่อดีล่ะ” อวี่จิ้งเซียงถามเสียงสั่นเครือ ตอนนี้เธอสับสนไปหมดแล้วว่าจะทำยังไงต่อดี กลับเป็นมือปราบเหมือนเดิมก็ไม่ได้แล้ว
“ข้าไม่รู้หรอก ข้ายังไม่รู้เลยว่าจะจัดการชีวิตตัวเองยังไง แค่อยู่ไปวันต่อวันเท่านั้น แต่เจ้าจงรู้ไว้ก็แล้วกันว่า เจ้าตอนนี้มีเวลามากกว่าคนอื่นหลายเท่า ก็ใช้มันให้คุ้มก็แล้วกัน นาน ๆ ไปเจ้าเบื่อหน่อยมันหรือชอบมันข้าก็ไม่รู้หรอก ข้าไปล่ะนะ” เซาโลพูดจบก็ลุกขึ้นมาและเดินออกไป อวี่จิ้งเซียงมองเขาลุกขึ้นมาและเดินตามไป
“จะตามข้ามาทำไมกัน” เซาโลถาม
“ข้าก็ไม่รู้เหมือน แต่ตอนนี้ เหมือนข้าจะมีแต่เจ้าเท่านั้นล่ะ ที่ข้าจะวางใจได้” อวี่จิ้งเซียงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“งั้นเหรอ อยากตามข้าไป ก็ได้ นานเท่าที่เจ้าต้องการก็แล้วกัน เบื่อข้าเมื่อไหร่ก็แยกไปได้ทุกเมื่อนะ” เซาโลพูด อวี่จิ้เซียงไม่ตอบ แต่ก็ยังเดินตามเขาไป เส้นทางต่อนี้มันน่ากลัวไม่รู้ว่าจะเจออะไรอีก แต่นางก็เชื่อหากมีเซาโลอยู่ด้วย นางจะปลอดภัย
จบบริบูรณ์
เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย
ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล
“อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
“เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช
ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา
อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน
ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ







