เข้าสู่ระบบ“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน
“ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันที
เซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน
“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า
“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”
“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน
“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”
ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้
“พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่
ตั้งแต่เข้ามาที่ดินแดนนี้ เขาโดนไล่ตลอด บิงโก้เป็นคนเดียวที่ข้าง ๆ เขา ยอมช่วยเหลือเขา ไม่ว่าเขาจะร้ายแค่ไหน บิงโก้ก็ไม่เคยบ่นเลย สำหรับดินแดนนี้บิงโก้คือเพื่อนคนเดียวของเขา
“มันทำแบบนี้กับเจ้าได้ยังไง”
“นายท่านครับ ข้าน่ะเป็นเจียงสือนะขอรับ สำหรับพวกเขาแล้ว ข้าเป็นแค่ซากศพเท่านั้นล่ะ” บิงโก้พูด เซาโลถึงกับพูดไม่ออก
“ขอโทษนะขอรับ ผมติดตามนายท่านไม่ได้แล้วล่ะ ขอบคุณที่ทำให้ผมได้มีชีวิตอีกครั้งนะขอรับ และยังมอบชื่อใหม่ข้าอีก” บิงโก้พูด เซาโลได้แบบนี้ถึงกับแสดงความเศร้าออกมาทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัดแม้จะไม่มีน้ำตาไหลออกมา
“มันชื่อหมานะ”
“แต่ก็เป็นชื่อของชีวิตใหม่ ที่ท่านมอบให้ข้า” บิงโก้พูดเสียงเขาเริ่มสั่นแล้ว
“เจ้ามากัดข้าเองต่างหาก ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย และข้าก็ไม่เคยอยากจะให้เจ้ามาติดตามข้าด้วย เจ้าโง่เฮ๊ย ! อุตส่าห์ได้ชีวิตใหม่ กลับมาเดินตามข้าเป็นเหมือนหมาตามเจ้าของไม่มีผิด เจ้าเลยต้องตายอีกรอด”
“ข้าได้กำไรชีวิตแล้วขอรับ ทุกคนเขาตายกันครั้งเดียวนะขอรับ ข้าได้ตายตั้งสองครับ อีกอย่างการติดตามท่านก็เป็นเลือกที่ข้าเลือกเอง ขอบคุณนายท่านมาก” บิงโก้พูดจบก็นิ่งไป เซาโลฟาดอาวุธตัดหัวเขาซ้ำ
“เฮ้ย ! แกทำแบบนี้ทำไม” เถียวเสียวฟู่พูดขึ้นมาเขากำลังจะเห็นใจเซาโลอยู่แล้ว
“ให้แน่ใจว่าครั้งนี้เขาตายแน่” เซาโลพูดน้ำเสียงของเขาสั่นแม้จะพยายามพูดให้เป็นปกติก็ตาม เขาหันไปทางมือปราบทั้งสี่
“หลีกทางซะ”
“แกจะไปไหน” เฟิ้งต้ายงรีบถามทันที
“จะไปส่งไอ้พวกลัทธิบ้านี่ลงนรกให้หมด”
“เฮ้ย ! บ้านเมืองมีขือมีแปรนะโวยจะให้แกฆ่าคนส่งเดชได้ยังไงกัน” เฟิ้งต้ายงรีบแย้งทันที เซาโลหัวเราะแล้วพูดว่า
“ถ้ามันมีจริง ทำไมไอ้พวกนี้ยังลอยหน้าตาลอยตาอยู่ในสังคมของเจ้าได้ ข้าจะไปจัดการ อย่าขว้าง ! อีกอย่างนะเจ้าควรเป็นห่วงนายของเจ้ามากกว่านะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ” ทั้งสี่พูดพร้อมกันราวกับนัดกันไว้ เซาโลยิ้มออกมามันเป็นรอยยิ้มเล่ห์และชวนให้ขนลุก
“คิดว่าคนแบบข้าจะเชื่องให้พวกเจ้าจับไปง่าย ๆ เหรอ ถ้าไม่มีผลประโยชน์น่ะ แล้วท่านอ๋องมีอะไรให้พวกข้าบ้างล่ะ” เซาโลพูด ทั้งสี่มองหน้ากัน
“เราต้องรีบไปช่วยท่านอ๋องแล้วล่ะ” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา
“แล้วมันล่ะ” เถี่ยวเสี่ยวฟู่รีบแย้งทันที
“ต้องเลือกแล้วล่ะ ถ้าจะสู้กับมันพวกเราไม่น่าไหวหรอก ไปช่วยท่านอ๋องน่าจะดีกว่านะ” ซุ่นมู่ซานรีบเสนอทันที
“แต่เราจะปล่อยให้มันไปฆ่าคนแบบนั้นเหรอ” เฟิ้งต้ายงรีบขัดทันที
“พวกนั้นมันเป็นภัยกับแผ่นดิน เราก็ต้องจัดการอยู่แล้ว ให้มันไปลงมือแทนพวกเราก็แล้วกัน ยังไงอยากให้ไปดูท่านอ๋องก่อนจะดีกว่า” เถี่ยวเสี่ยวฟู่เสนอ
“ไอ้หมอนี่เวลาลงมือ มันยั้งมือที่ไหนกันไม่สนใจด้วยจะมีลูกหลง เราจะฝากเรื่องสำคัญแบบนี้ไว้กับไอ้ตัวแบบนี้เหรอ” เฟิ้งต้ายงรีบแย้ง
“นี่จะตกลงอะไรก็ตกลงกันเองสิโวย ! อย่าทำข้าเสียเวลา” เซาโลโวยขึ้นมา
“งั้นข้าจะไปกับเขาเอง” อวี่จิ้งเซี่ยงประกาศเสียงดังลั่น
“เจ้าว่าอะไรนะ” สามมือปราบพูดพร้อมกันราวกับนัดกันไว้
“ข้าจะหยุดเขาเอง ข้าทำได้แน่”
“เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ ที่ผ่าน ๆ เจ้าก็เห็นนี่ว่าเจ้านี่อันตรายขนาดไหน” เถี่ยวเสี่ยวฟู่พูดด้วยความเป็นห่วง
“ข้าก็เจออันตรายมาตลอดการเป็นมือปราบและ อีกอย่างเจ้าก็รู้มีแต่ข้าที่ศรัทธาพอจะใช้สิ่งนี้ได้ พระเจ้าคุ้มครองข้า” นางโชว์ไม้กางเขนให้ดู เฟิงต้ายงถอนใจแล้วพูดว่า
“ข้าห้ามเจ้าไม่ได้สินะ แต่ว่าระวังตัวไว้ด้วยนะ”
เถี่ยวเสี่ยวฟู่หันไปทางเซาโล แล้วพูดว่า
“หากนางเป็นอะไรไป ข้าจะฆ่าเจ้าแน่”
เซาโลยักไหล่แล้วพูดดว่า
“ไม่ใช่เรื่องใหม่ อีกข้อนะ ข้าไม่ได้ขอให้นางตาม ข้าไม่จำเป็นต้องดูแลนางหรอก” เซาโลเดินออกไป อวี่จิ้งเซียงรีบตามไป ซุ่นมู่ซานมองตามแล้วคิดว่า
“ทำไมข้าสังหรณ์ใจแปลก ๆ นะ”
“เฮ๊ย ! อย่าพูดอะไรบ้า ๆ สิวะ” เฟิ่งต้ายงแย้งขึ้นมา
มือปราบทั้งสามมาถึงตำหนักของท่านอ๋องหลี่หวู่หมิง เขารู้สึกบรรยายกาศที่เปลี่ยนไป มันดูน่าขนลุกแปลก ๆ และมีทหารหลวงคอยเฝ้าอยู่ด้านนอก แต่พวกเขาดูจะมีท่าทางที่ดูเป็นกังวลผิดปกติ เหมือนจะกำลังกลัวอยู่ด้วย ยังเห็นว่ามีการขนพวกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ออกไปหลายอย่าง ปกติท่านอ๋องจะเป็นที่นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์พอสมควรการให้มาขนออกไปแบบนี้ มันผิดปกติจริง ๆ นายกองกู้เป็นคนมาต้อนรับทุกคน
“ยินดีต้อนรับขอรับ ท่านอ๋องกำลังเป็นห่วงพวกท่านอยู่พอดี แล้วแม่นางอวี่ล่ะขอรับ” ทั้งสามแปลกใจมากเพราะนายกองกู้ทำไมมาต้อนรับพวกเขา แถมยังสุภาพผิดปกติด้วย
“จิ้งเซียงไปจัดการพวกลัทธิน่ะ แต่พวกเราเป็นห่วงท่านอ๋องเลยรีบกลับมาดู แต่ว่าทำไมเจ้ามาต้อนรับพวกเรา” เฟิ่งต้ายงพูดถามทันที
“ตอนนี้ข้าไม่ใช่นายกองแล้วล่ะขอรับ กองทัพท่านอ๋องโดนยึดไปแล้ว ข้ามาเป็นพ่อบ้านประจำตำหนักแทนแล้ว” นาย กองกู้ ไม่สิตอนนี้ต้องเรียก พ่อบ้านกู้ บอกกับทุกคน มันยิ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกเข้าไปใหญ่ เขาเป็นทหารเป็นถึงนายกอง ทำมาเป็นพ่อบ้านให้ท่านอ๋องได้ จริงอยู่อาจได้เงินเดือนเยอะกว่า แต่ศักดิ์ศรีมันต่างกันมาก พ่อบ้านก็คือคนใช้เราดี ๆ นี่ล่ะ
“ทำไม ท่านถึงได้มาเป็นพ่อบ้านล่ะ”
พ่อบ้านกู้ไม่ตอบ พาทั้งสามเดินไปที่ตำนักส่วนใหน ซุ่นมู่ซานเห็นว่า พ่อบ้านกู้มีอะไรแปลก ๆ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร ยิ่งเข้ามาลึกเท่าไหร่ พวกมือปราบเริ่มรู้สึกว่ามีคนอยู่น้อยลงทั้ง ๆ ที่ปกติตำนักนี้มีคนงานเกือบร้อยคน และหลายที่ในตำหนักก็ดูสกปรอกผิดปกติ
“พี่เฟิ้งไหนท่านอ๋องปล่อยให้ตำหนักดูสกปรอกขนาดนี้ล่ะเนี่ย” ซุ่นมูซานถามขึ้นมา
“นั่นสิ ! แล้วคนงานก็น้อยลงไปจากเดิมด้วย” เฟิ้งต้ายงพูดขึ้นมา
“ช่วงนี้ท่านอ๋อง อยากจะประหยัดงบประมาณน่ะขอรับ เลยให้คนออกไปบ้าง” พ่อบ้านกู้ตอบ แต่ทั้งสามสังเกตุอีกอย่างหนึ่งว่าคนที่ยังอยู่จะดูหวาดกลัวผิดปกติ
“อย่างท่านอ๋องเหรอจะถังแตกจนต้องประหยัด” เถี่ยวเสี่ยวฟู่ขึ้นมา
“ตั้งโดนยึดกองทหารไป ท่านอ๋องต้องประหยัดนะขอรับ”
พ่อบ้านกู้พาทั้งสามมาถึงตำหนักที่ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงอยู่ มันคือตำหนักที่ท่านอ๋องมาทำพิธีกับสองแฝดนั่นล่ะ พอเปิดประตูเข้า ทั้งสามได้กลิ่นยาสูบและเหล้าเต็มไปหมด ท่านอ๋องนั่งอยู่บนเก้าอี้ ท่าทางท่านอ๋องตอนนี้แม้จะยังสง่างามอยู่ แต่พวกเขารู้สึกว่ามีบ้างอย่างเปลี่ยนไป ท่านอ๋องดูน่ากลัวอย่างประหลาด สีหน้าก็เหมือนคนเหนื่อย ๆ แววตาแข็งกร้าว และเหมือนจะกลายเป็นสีแดง ที่คอด้านซ้ายและขวามรอยเหมือนรอยเขี้ยวอยู่ที่ขอ
“พวกเจ้ามาแล้วเหรอ”
“ท่านองค์ทรงพระประชวนเหรอพะยะค่ะ” ซุ่นมู่ซานรีบถาม
“ไม่ข้าสบายดี และไม่เคยรู้สึกสบายเท่านี้มาก่อนเลย” หลี่หวู่หมิงพูดและลุกยืน แสดงท่าทางรำมวยที่ดูแข็งแรง
“เห็นมั่ยว่าข้ายังสบายดี”
“แล้วรอยที่คอนั่น” ซุ่นมู่ซานถามด้วยความเป็นห่วง
“มู่ซานข้าไม่เป็นอะไรหรอกน่า อย่าได้ห่วงไปหรือต้องให้ตีลังกาให้ดูหรือไง” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดจบก็หัวเราะเสียงดัง
“ท่านอ๋องขอรับโอสถทิพย์ที่ท่านได้มา ท่านถวายฮ่องเต้ไปหรือยังขอรับ” เฟิ้งต้ายงพูด ท่านอ๋องนิ่งไปจนกระทั้งอลันกับอลิซเดินออกมา สามมือปราบตกใจมาก เตรียมพร้อมต่อสู้ แต่ท่านอ๋องกลับบอกว่า
“อย่าทำอะไรพวกเขาเด็ดขาด”
สามมือปราบมองทั้งอลันและอลิซด้วยความไม่ว่างใจ พออลันกับอลิซไปกอดทั้งอ๋อง
“บังอาจพวกแกกล้าแตะตัวท่านอ๋องงั้นเหรอ” เถี่ยวเสี่ยงฟู่และกำลังจะดีดพิณแต่ว่า อลิซมาจับข้อมือของเขาไว้
เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย
ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล
“อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
“เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช
ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา
อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน
ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ







