Masukตอนที่ 13
“โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า
“พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ
“อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมา
เมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้ามมันกลับหนาวไปถึงกระดูก อลันและอลิซพูดพร้อมกัน
“เมื่อท่านกับพวกเราได้มีความสัมพันธ์กันแล้ว ก็เท่ากับว่าท่านคือ คนของนูร์มีเต็มตัวแล้ว มาเป็นส่วนหนึ่งของเราซะ”
ทั้งอลันและอลิซพร้อมใจกันฝังเขี้ยวลงไปที่คอของอ๋องหลี่หวู่หมิงทั้งซ้ายและขวา ท่านอ๋องรู้สึกถึงความเจ็บในทีแรกแต่พอ อลัน อลิซเริ่มดูดเลือดท่านอ๋อง ความเจ็บปวดมันหายไปแล้ว กลับมีความรู้สึกอย่างประหลาด
ที่สาขาของเสียงสวรรค์ที่เฮ่ยหานเซียงจื่อดูแลอยู่ ที่นี่มีผู้หญิงมาที่สาขาเป็นประจำเพราะหน้าตา และเสียงเพลงของเฮ่ยหานเซียงจื่อ ผู้หญิงที่มาก็มีตั้งแต่สาววัยรุ่นจนไปถึงวัยชรา มีตั้งแต่คนงานจนถึงลูกสาวขุนนาง สาวแก่ แม่ม่าย หรือเมียของชนชั้นสูง เงินบริจาคจะมีมาตลอดมากขึ้นทุกครั้ง และหลายคนหลายจะได้รับพรพิเศษด้วย โดยต้องเข้าไปในที่ลับกับเฮ่ยหานเซียงจื่อ และห้ามบอกใครว่าเกิดอะไรขึ้น
ว่ากันว่าใครได้รับพรพิเศษจะมีสุขภาพที่ดีและอายุยืนนาน บางคนถึงกับให้กำเนิดลูกชายกันเลยทีเดียว ทำให้หลายพยายามทำให้เฮ่ยหานเซียงจื่อเรียกเข้าไปทำพิธีให้ได้ หลังจากโชว์เป่าขลุ่ยด้วยเพลงอันไพเราะ หลายคนที่ฟังจะรู้สึกราวกับต้องมนตร์หลังจากเพลงจบ เฮ่ยหานเซียงจื่อก็พูดว่า
“วันนี้ของให้ทุกท่านกลับไปก่อนะ ขอรับ แต่ก่อนไปก็ช่วยบริจาคเพื่อให้พวกเรา เพื่อเป็นให้ทำเราทำตามบัญชาสวรรค์ด้วยนะขอรับ” คำพูดที่หวานหูทำให้เหล่าสาวกหญิงใจแทบละลายมีเงินเท่าไหร่ก็ให้หมดล่ะคราวนี้
เฮ่ยหานเซียงจื่อเดินไปที่ห้องลับ เซาโลกำลังถูกจับมีท่อนเหล็กแทงตามตัวเพื่อเจาะให้เลือดไหลออกมา เซาโลตอนนี้อ่อนแอมาก ปากก็โดนเอาไม้ไผ่มาทำเป็นตะกร้อครอบปากไว้ ทำได้จ้องไปยังทุกคนด้วยสายตาเคียดแค้น
“ไอ้ที่ผ่าน ๆ มาน่ะมันโง่ ยาก็อยู่ในเลือดแกไงแค่รีดมันออกมา อะไรมองด้วยสายตาแบบนี้จะพูดอะไรหรือไง” เฮ่ยหานเซียงจื่อพูดด้วยน้ำเย้ยหยัน ด้วยตะกร้อครบปากทำให้เซาโลส่งเสียงอู๋อี๋จับใจความไม่ได้
“จะหยุดรีดเลือดมันเมื่อไหร่ขอรับ” สาวกคนหนึ่งถาม เฮ่ยหานเซียงจื่อหันมาแล้วพูดว่า
“จนกว่ามันจะตาย !”
“แต่แบบนั้น มันจะไม่โหดร้ายไปเหรอครับ” เฮ่ยหานเซียงจื่อหันมามองหน้าสาวกคนนั้น ถอนใจแล้วพูดว่า
“นี่มันเป็นเสียสละเพื่อบัญชาสวรรค์ ไม่มีอะไรโหดร้ายเกินไปหรอกนะ อย่าสงสัยไป การกระทำของทุกอย่างที่ข้าสั่งเป็นคำสั่งจากสวรรค์นะ ต้องทำตามสิ อย่าได้สงสัย”
ที่ด้านนอกอวี๋จิ้งเซียงกำลังสอดแน้มอยู่ เธอกำลังวางแผนหาทางเข้าไปช่วยเซาโล แต่เธอรู้เลยในนั้นต้องเติมไปสาวกคลั่งและเจียงสือ เธอทำคนเดียวไม่ได้ จะติดต่อไปหาทางการตอนนี้ ก็เห็นว่าคนใหญ่คนโตของเมืองนี้เข้าออกลัทธินี้เป็นว่าเล่น จำต้องลอบเข้าไปอย่างเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้เธอตัวคนเดียว จะบุกเข้าไปตรง ๆ มันเป็นไปไม่ได้
“จิ้งเซียง” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา เธอรีบหันไปดู เถี่ยวเสี่ยวฟู่ เฟิ่งต้ายง ซุ่นมู่ซานอยู่ตรงนั้น เธอรีบวิ่งไปหาทันที
“พวกท่านปลอดภัยดีนะ”
“ปลอดภัยดีแล้วเจ้าล่ะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ซุ่นมู่ซานรีบถามทันที
“ไม่เป็นไรหรอก ก็ได้เซาโลช่วยข้าเอาไว้” อวี่จิ้งเซียงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ห๊ะ มันเหรอช่วยเจ้า” เถี่ยวเสี่ยวฟู่ทำหน้าสงสัย
“เรื่องจริง” อวี่จิ้งเซียงพูด
“ไม่สงสัย นางปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ เรากลับเมืองหลวงกันได้แล้ว ภารกิจของเราจบซะที” เฟิ้งต้ายงพูดขึ้นมา อวี่จิ้งเซียงทำหน้าแปลกใจก่อนจะถามว่า
“จบแล้ว จบได้ไงเราไม่ได้ตัวไอ้โอถสทิพย์ไปนะ หรือว่าท่านอ๋องเกิดคิดได้แล้วเลยยกเลิกภารกิจเหรอ”
พวกมือปราบที่เหลือพูดไม่ออก แต่สุดท้ายเถียวเสี่ยวฟู่ก็พูดออกมา
“เราเจอคนแบบเจ้านั้นอีกสองคน เลยให้นายกองกู้เอาไปส่งแล้วล่ะ”
“อะไรนะ จะบอกว่า มีคนแบบเซาโลอีกสองคนเหรอ” อวี่จิ้งเซียงตกใจมาก
“อาจมีมากกว่านี้ด้วยซ้ำ เรากลับกันได้แล้วล่ะ ท่านอ๋องคงไม่สั่งงานบ้า ๆ แบบนี้อีกแล้วล่ะ” เถียวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมาอย่างโล่งใจเพราะเขาเจออวี่จิ้งเซียงแล้ว แถมภารกิจเสี่ยงตายขนาดนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว
“ข้าจะไปช่วยเซาโลออกมาจากพวกลัทธิ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมาทำให้มือปราบทั้งสามถึงกับสะดุ้ง เถี่ยวเสี่ยวฟู่รีบพูดทันที
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือไงกัน จะไปช่วยมันทำไม ตอนนี้ท่านอ๋องก็ได้โอถสทิพย์ไปแล้วนี่ มันก็ไม่จำเป็นกับเราอีกต่อไปแล้วนะ”
“แต่ลัทธิได้มันไปนะ แล้วคิดว่าพวกนี้จะเอาไปทำเรื่องดี ๆ เหรอ เราจะอยู่เฉย ๆ ได้เหรอ จะให้แจ้งทางการที่นี่ก็งมงายกับพวกมันขนาดหนักแล้ว ไม่ช่วยพวกเราหรอก” อวี่จิ้งเซี่ยงพูดขึ้นมา เฟิ้งต้ายงนิ่งคิดไปสักพัก
“งั้นแปลว่าเราต้องฆ่าเจ้านั้นสินะ”
“อะไรนะ” อวี่จิ้งเซี่ยงพูดด้วยน้ำเสียงตกใจมาก !
“ก็จะเก็บมันไว้อีกทำไมกันล่ะ ท่านอ๋องก็ได้โอสถทิพย์ไปแล้วนี่ แล้วข้าคิดว่าไม่ควรมีใครได้ไปอีกแล้ว ยิ่งพวกลัทธิยิ่งแล้วใหญ่เลย พวกเราควรรีบลงมือก่อนที่มันจะสกัดยาได้นะ” เฟิ้งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลายคนเริ่มเห็นด้วย อวี่จิ้งเซียงจะแย้งแต่ว่า เธอก็พูดไม่ออกยังไงซะตอนนี้ต้องให้พวกเขาช่วยไปก่อน
สี่มือปราบเข้าไปขอพบนายอำเภอซึ่งตอนแรกเขาไม่เต็มที่จะช่วยเหลือเท่าไหร่
“พวกเราไม่ค่อยอยากยุ่งกับลัทธิหรอกขอรับ เพราะว่ามีภรรยาคนใหญ่คนโตนับถือเยอะข้ากลัวจะมีปัญหาตามมา”
“มันหน้าที่ท่าน ส่งคนไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นคงจะรู้นะจะเกิดอะไรขึ้นกับตำแหน่งของท่าน” เฟิ้งต้ายงพูด นายอำเภอหน้าถอดสี การเสียตำแหน่งสำหรับเขาก็เป็นเรื่องเลวร้ายเหมือนกัน เลยต้องออกคำสั่งให้พวกมือปราบในสังกัดตามไปทันที เมื่อมาถึงหน้าลัทธิ เฮ่ยหานเซียงจื่อเดินออกมาพบกับเหล่ามือปราบพร้อมกับเหล่าสาวกกลุ่มใหญ่
“มีเหตุอันใดถึงได้มาที่เหรอขอรับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและสุภาพมาก
“พวกเรารู้ว่าเจ้าเอาตัวนักโทษในประกาศจับมา เก็บเอาไว้ พวกเราต้องการตัวมัน” เฟิ้งต้ายงเริ่มเปิดการเจรจา
“ท่านย่อมรู้นะขอรับว่า นักโทษคนนั้นเป็นอะไร และพวกเรากำลังสกัดยาจากตัวของมันอยู่ ไว้ยาสมบูรณ์พวกเราจะเอาถวายฮ่องเต้เอง” เฮ่ยหานเซียงจื่อตอบด้วยรอยยิ้ม
“ไม่จำเป็นแล้ว ตอนนี้เราได้โอสถทิพย์ไปแล้วถึงสองตน” เฟิ้งต้ายงพูดขึ้นมา
“งั้นก็แปลว่า โอสถทิพย์ก็เป็นของพวกเราน่ะสิครับ โอว์ นี่คือบัญชาสวรรค์” เฮ่ยหานเซียงจื่อพูดด้วยน้ำเสียงล่องลอยเหล่าสาวกส่งเสียงเฮลั่น
“หมายความว่าจะไม่ส่งมอบ นักโทษให้เราสินะ” ซุ่นมู่ซานถามขึ้นมา
“มันเป็นลิขิตสวรรค์ให้พวกเรา ได้ครองโอสถทิพย์ ใครก็ห้ามขัด” เฮ่ยหานเซียงจื่อพูดจบก็เอาขลุ่ยขึ้นมาเป่าเป็นเหมือนสัญญาณให้เหล่าสาวกเข้าต่อสู้ทันที เกิดการต่อสู้ขึ้นแล้วแต่ว่าฝ่ายของสาวกไม่กลัวตายไม่กลัวเจ็บและสู้อย่างบ้าคลั่ง ทำให้กลายเป็นเหล่ามือปราบที่ตามมาด้วยเริ่มกลัวแทน
“เข้าใจแล้ว” เถียวเสี่ยวฟู่รีบดีดพิณทันที เสียงพิณของเขาไปกลบเสียงขลุ่ย ทำให้คนได้สติขึ้นมา หลายคนเพิ่งจะรู้สึกเจ็บก็คราวนี้ ถึงล้มลงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บ เฮ่ยหานเซียงจื่อตกตะลึง
“อะไรกันนี่วิชา จากสวรรค์ ทำไมแพ้ได้ล่ะ”
“มันแค่วิชาสะกดจิตด้วยเสียงเพลงเท่านั้น อย่าไปกลัว ไอ้นี่มันนักต้มตุ๋น” เถียวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมา ขณะที่เฮ่ยหานเซียงจื่อกำลังลนลานอยู่นั้น เขาโดนอวี่จิ้งเซียงฟาดด้วยร่มไปเต็ม ๆ เข้าที่หน้า
“เจ้าฟาดหน้าข้าเหรอ เจ้ากล้าทำลายใบหน้าที่สวรรค์มอบให้ข้าเหรอ” เขาพูดด้วยความเจ็บและเริ่มกลัวแล้ว
“หุบปาก !”
เฮ่ยหานเซียงรู้สึกกลัว เขาเลยรีบร้องบอกว่าพวกสาวกว่า
“คุ้มกันข้า ! อย่าให้ทำร้ายข้า ไม่งั้นสวรรค์จะลงโทษเจ้า” เหล่าสาวกได้ยินก็รีบเข้าไปช่วยเหลือทันที เป็นโอกาสให้เฮ่ยหานเซียงจื่อเป่าขลุ่ยอีกครั้งหนึ่ง เหล่าเจียงซือกระโดดออกมา พวกมันเข้าโจมตี แต่พวกมันจับตัวอวี่จิ้งเซียงไม่ได้ เพราะว่าเธอสวมไม้กางเขนอยู่ เธอเลยกางร่มและขว้างไป ร่มที่ก้างออกกลายเป็นคมมีด ตัดหัวของพวกเจียงสือขาดกระเด็น
“บ้าน่า ! เครื่องรางของพวกต่างชาติหยุดเจียงสือได้ไง !” เฮ่ยหานเซียงจือตกใจมาก
เมื่อเจียงซือทำอะไรไม่ได้ เฮ่ยหานเซียงจื่อ ก็รีบวิ่งไปที่ห้องขัง สี่มือปราบตามไป เห็นเซาโลที่ถูกจับหมดสภาพอยู่ เฮ่ยหานเซียงจื่อรีบเอาเลือดที่บรรจุไว้ในน้ำเต้าหมายจะเอามาดื่ม แต่ว่า เจอเสียงพิณของเถียวเสี่ยวฟู้กระแทกทำให้เขากระเด็นไปโดนเซาโลที่ถูกมัด แรงกระแทกทำให้ตะกร้อที่ครอบปากอยู่แตก เซาโลกัดเขาที่ท้ายทอยของเฮ่ยหานเซียงจื่อทันที มันร้องลั่นเลือดไหลเข้าไปในปาก เซาโลคืนชีพแล้ว ร่างของเฮ่ยหานเซียง จื่อนิ่งสนิท สี่มือปราบตั้งท่าคุ้มเชิงเอาไว้
เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย
ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล
“อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
“เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช
ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา
อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน
ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ







