Masukตอนที่ 15
ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า
“ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้”
“นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ”
“ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ
อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น
“งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด
“เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้
“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอลา”
ตำหนักไทเฮา ตอนนี้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นแล้ว เพราะตอนนี้มีกำลังคนบุกเข้ามาในตำหนัก โดยการนำของท่านอ๋องหลี่หวู่หมิง แม้จะมีทหารคุ้มกันแต่ก็ไม่สามารถต้านทานเหล่าผีดูดเลือดได้เลย ตอนนี้คนที่พยายามพาฮไทเฮาหนีคือ เจินกงกง ในเวลาเขาไม่ช่วยนางในฐานะขันทีคนสนิท แต่เขาคือคนรักเก่าที่รักนางมากที่สุด
แม้ตัวเองจะไม่ได้ฝึกวรยุทธิ์มา แต่ก็กำดาบในมือแน่นพร้อมที่จะจัดการทุกคนที่คิดร้ายกับผู้หญิงที่เขารักที่สุด อย่างสุดกำลัง ขณะกำลังหนี อ๋องหลี่หวู่หมิงก็มาโผล่ตรงหน้าของ ของทั้งสอง พร้อมทวนยาวในมือ
“หลีกทางไปซะท่านอ๋อง คิดร้ายกับไทเฮามีโทษประหารเก้าชั่วโคตรนะ หากท่านยอมรามือไทเฮาทรงพระเมตตา จะทรงไม่เอาโทษท่าน” เจินกงกงพูดเสียงสั่นพยายามเก็บความกลัวเอาไว้ อ๋องหลี่หวู่หมิงหัวเราะเสียงดังลั่น
“ครอบครัวเหรอ ตอนนี้ทุกคนในบ้านของข้ากลายเป็นสิ่งที่เหนือมนุษย์ไปหมดแล้วโวย ไอ้ขันทีเฒ่า ไม่มีใครทำอะไรข้าได้หรอกโวย” หลี่หวู่หมิงประกาศ
“อีกเดี๋ยวทหารหลวงก็จะมาแล้ว เจ้าหนีไม่ได้แน่ ๆ”
“ก็ใครจะหนีล่ะ บอกแล้วตอนนี้แม้แต่ความตายก็ชนะข้าไม่ได้ ข้ารอวันนี้มาแล้วที่จะจัดการแก อีแก่ ! แก่มันหญิงแพศยา ที่แย่งทุกอย่างไปจากข้า” อ๋องหลี่หวู่หมิงพูดขึ้นมา และยังไม่ทันทหารส่วนหนึ่งก็มาถึง
“คุ้มกันเร็วเข้า” เจินกงกงตะโกนสั่งเสียงดังลั่น
หลี่หวู่หมิงไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวเลยสักนิด เขาเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วจนไม่มีใครมองทัน และทหารก็ถูกสังหารไปหลายคน อ๋องหลิงหวู่หมิงก็ทำในสิ่งที่ทำให้ไทเฮากรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เขาเอาหัวของทหารคนหนึ่งมาชูขึ้นเหนือหัวให้เลือดไหลอาบหน้าและยังกินเลือดอีกหลายส่วนเข้าไป ภาพนี้เป็นภาพที่ชวนสยอง
เจินกงกงตั้งสติขึ้นมา และฟาดดาบไปทันที แต่เจินกงกงนั้นไม่ได้เป็นวรยุทธิ์อะไรทั้งนั้น เลยทำให้โดนแก้ทางได้ไม่ยากและพลาดโดนแทงทะลุอกไป ตายคาที่ !
“ไร้ค่าวะ ไอ้ขันทีเฒ่า คิดว่าจะช่วยอีแก่ได้นี่เหรอ โธ่ ๆ ยอมทิ้งความเป็นชายมาดูแลอีแก่นี่ งั้นเดี๋ยวพวกแกจะได้เจอกันในนรก !” หลี่หวู่หมิงกำลังจะเดินไปสังหารไทเฮาที่ตอนนี้กำลังหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ร่างของพ่อบ้านกู้ลอยมาและกลายเป็นเถ้าต่อหน้าหลี่หวู่หมิง และมีดาบแส้ถูกฟาดมา ทำให้ต้องหันไปดู เซาโลปรากฎตัวมาพร้อมกับอวี่จิ้งเซียง
ก่อนหน้านั้น
อวี่จิ้งเซียงกำลังเดินทางไปเมืองหลวง แต่เจอเซาโลระหว่างทาง
“เจ้าตามข้ามาทำไม”
“ใครตามเจ้ามากัน ข้าก็เดินของข้าดี ๆ ว่าแต่เจ้าไปไหนกัน” เซาโลถามขึ้นมา
“ก็จะไปหยุดท่านอ๋องไงล่ะ”
“คิดว่าทำได้เหรอเจ้าแค่คนเดียวเนี่ยนะ ท่านอ๋องของเจ้าน่ะเจรจาไม่ได้แล้วนะ ต้องฆ่าทิ้งอย่างเดียว เจ้ากล้าลงมือหรือไงกัน” เซาโลพูดขึ้นมา อวี่จิ้งเซียงอึ้งไป เซาโลถอนใจก่อนจะพูดว่า
“เอาล่ะข้าจะไปด้วยก็แล้วกัน”
“ว่าไงนะ” อวี่จิ้งเซียงทำหน้าแปลกใจสุด ๆ ปีศาจอย่างเซาโลออกปากช่วยเหลือนาง
“อย่าเข้าใจผิด ข้ากลัวหากไอ้อ๋องบ้านั่นยึดประเทศนี้ได้ เหล่านักล่าจะแห่กันมา เชื่อเถอะ นักล่าแวมไพร์ไม่ใช่สิ่งที่พวกข้าอยากเจอหรอก” เซาโลพูดขึ้นมาตอนนี้ อวี่จิ้งเซียงไม่มีตัวเลือกมากนักนางเลยตอบตกลงไป
เวลาปัจจุบัน
พอท่านอ๋องหันมา อวี่จิ้งเซียงรีบพาไทเฮาหนี ท่านอ๋องจะตามไปแต่เซาโลกระโดดมาดักหน้าขว้างเอาไว้
“จะไปไหนล่ะ แซนวิช” เซาโลพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน
“แกพูดบ้าอะไร” หลี่หวู่หมิงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่ถูกล้อเลียน
“คิดว่าไม่รู้เหรอ จะเป็นแวมไพร์ตระกูลนี่ได้ต้องเสียทั้งหน้าและหลังไม่ใช่เหรอ แกคงโดนมาแล้วสินะ แซนวิช ว่าชอบตรงไหนมากกว่ากันล่ะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงได้ยินก็โกรธมาก เขาแทงทวนมาไม่หยุด เซาโลได้แต่หลบ
“แทงใจเหรอ”
“ข้าจะแทงเจ้าให้พรูไอ้ปากเสีย” หลี่หวู่หมิงพูดด้วยควมโกรธแค้น
อีกด้านหนึ่ง
อวี่จิ้งเซี่ยงตัดสินใจพาไทเฮาไปหลบที่ ห้องสวดมนตร์ เพราะที่นั้นพวกแวมไพร์เข้าไม่ได้แน่ ๆ
“พระองค์พยายามสวดมนตร์เข้าไว้นะเพค่ะ ข้าน้อยจะไปติดต่อให้ทหารหลวงมาช่วยด่วน”
แต่พออวีจิ้งเซียงออกมา ก็พบกับเถียวเสี่ยวฟู่อยู่ตรงหน้า ในตอนนี้เธอรู้สึกเลยว่าเขาไม่ใช่คนเดิมที่รู้จัก ตาของเถียวเสี่ยวฟู่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายกระหายเลือดผิดกับที่เธอคุ้นเคย
“ตอนพี่ซุ่นบอกข้าแทบไม่อยากเชื่อเลยนะว่ามันจะเป็นเรื่องจริง นี่เจ้ายอมสละกระทั่งความเป็นมนุษย์เหรอ” เถียวเสี่ยวฟู่ดีดพิณแทนคำตอบ เสียงพิณคราวนี้มีแรงกระแทกจากพลังวัตรที่รุนแรงขึ้นร่างของอวี่จิ้งเซียง กระเด็นรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว
“เป็นไงล่ะ แต่ก่อนข้าทำไม่ได้ขนาดนี้หรอกนะ นี่ล่ะพลังใหม่ที่ข้าได้รับ เจ้าก็ไม่ควรต่อต้านนะ”
“ผายลม !ให้เป็นแบบเจ้าข้ายอมตายซะดีกว่า” อวี่จิ้งเซียงแทงร่มมา แต่โดนเสียงพิณเล่นงาน
“น่าเสียดายนะ ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้าหรอก หากเจ้ายอมมาเป็นพวกเดียวกับเรา ข้าจะมอบพลังให้กับเจ้าผ่านพิธีกรรม” เถียวเสียวฟู่พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน อวี่จิ้งเซียงเข้าไปหมายจะโจมตีแต่โดนเสียงพิณจู่โจมอีกครั้งหนึ่ง เธอรีบกางร่มรับเอาไว้ ร่มกันพลังวัตรของเถียวเสียวฟู่ได้ แต่ก็ทำให้เธอขยับไม่ได้เหมือนกัน และแรงกระแทกที่เข้ามาก็เริ่มทำให้เธอมือชาแล้ว และร่มเริ่มมีรอยขาดแล้ว อวี่จิ้งเซียงพยายามต้าน
“คิดว่าสิ่งที่ทำนี้มีประโยชน์อะไรหรือไงกันล่ะ คิดว่าจะปกป้องไทเฮาได้เหรอ”
“ตอนนี้พวกแกเข้าใกล้ไทเฮาไม่ได้แล้วล่ะ ต่อให้ตายข้าก็จะลากแกลงนรกไปด้วย !”
ในที่สุดร่มก็ทนแรงกระแทกไม่ไหวขาดเป็นชิ้น ๆ มือของอวี่จิ้งเซียงก็แตกจนเป็นแผลเลือดไหลอาบ เธอตกมาก เพราะถ้ามีเลือดไหลแบบนี้ เธออาจเจอพลังของแวมไพร์ที่ดูดเลือดออกจากแผลได้แบบที่เซาโลชอบทำ แต่กลายเป็นเถียวเสียวฟู่กลับเลือกเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“ข้าไม่อยากเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นผีดิบไร้ความคิดหรอกนะ เพราะฉะนั้นยอมซะ เต็มใจรับการเปลี่ยนแปลงเถอะ”
“ไม่มีทาง” อวี่จิ้งเซียงพูดเสียงดัง
"น่าเสียดายนะ ที่เธอจะต้องเป็นผีดิบไป" เถียวเสียวฟู่ใกล้เข้ามาแล้ว
อวี่จิ้งเซียงกระชากไม้กางเขนออกจากคอและขว้างไปเต็มแรง โดนเข้าที่หน้าผากของเถียวเสียวฟู่มันถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกเหล็กร้อนจี้ พิณหลุดจากมือ พอเอามือไปจับ กางเขนก็ร้อนจนจับไม่ได้ อวี่จิ้งเซียงรีบคว้าโครงร่มกระแทกซ้ำเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง กางเขนจมเข้าไปในหน้าผากเถียวเสียวฟู่เอาออกมาไม่ได้มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ทำอะไรไม่ได้นอกจากดิ้นปัด ๆ หัวของเขามีไฟลุกขึ้นมา เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ฟังแล้วทำอวี่จิ้งเซียงนึกสงสารแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เถี่ยวเสียวฟู่ล้มลงและร่างก็มีไฟลุกทั้งตัว เถียวเสี่ยวฟู่ทิ้งความเป็นมนุษย์เพื่ออำนาจและพลัง แต่กลับต้องมาตายอย่างอนาถตแบบนี้
เซาโลประเมินอ๋องหลี่หวู่หมิงต่ำไป เขาไม่ใช่ท่านอ๋องที่เกิดมาแล้วนั่งกินนอนกินไปวัน ๆ ตรงกันข้าม แต่เขาคือ นักรบที่ผ่านสงครามมากมาย รบแนวหน้าเสมอ จึงสามารถรับมือกับเซาโลได้ ยิ่งได้พลังของแวมไพร์มาอยู่กับตัวเอง เขาเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง และสามารถหาช่องว่างโจมตีเซาโลได้ เขาหลบได้อย่างหวุด ทวนได้เปรียบด้านความยาว หลี่หวู่หมิงปักทวนลงพื้นและซัดเอาเศษหินเศษดินให้พุ่งไปทางเซาโล แต่เศษหินดินเหล่านั้นรุนแรงผิดคาด ทำให้เขาได้แผลไปหลายแผล และยังโดนแทงซ้ำ เหวี่ยงกระเด็นไปอีก
“นี่คือ พลังที่ข้าได้รับมาตอนนี้ข้านี่ล่ะผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้า”
เซาโลลุกขึ้นมาและหัวเราะเสียงดัง
“แกขำอะไรวะ”
“ก็ขำแกน่ะสิไอ้แซนวิช แกนะเป็นทาสกามของไอ้สองตัวนั่นแท้ ๆ ยังมาทำท่าทางใหญ่โตซะเหลือเกินนะเอ็งอ่ะ” เซาโลพูด หลี่หวู่หมิงโกรธจัดวิ่งเข้าไปพร้อมกับทวนและกระหน่ำแทงไม่หยุด เซาโลพลาดโดนแทนเลือดไหลอาบ
“เป็นไงจะปากดีอีกมั้ย” หลี่หวู่หมิงกำลังจะแทงซ้ำ แต่คราวนี้ดาบแส้ของเซาโลพันรอบอาวุธของหลี่หวู่หมิง
“เป็นแวมไพร์แค่ไม่กี่วัน คิดว่าตัวเองเก่งแล้วไอ้แซนวิช” เซาโลเหวี่ยงร่างหลี่หวู่หมิงกระเด็นอาวุธถูกทำลาย แต่หลี่หวู่หมิงพยายามต่อสู้ด้วยการเอาม้านั่งหินอ่อนมาเป็นอาวุธ ขว้างใส่เซาโล เขาหลบได้อย่างหวุดหวิด เซาโลใช้ความเร็วหลบและเขาประชิดตัวแต่หลี่หวู่หมิงคว้าม้าหินอ่อนอีกตัวฟาดมาที่หัวของเซาโล
เต็ม ๆ หัวแตกเลือดไหลอาบ อาวุธหลุดจากมือ
หลี่หวู่หมิงไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไปเปล่า ๆ แน่ เขาเอาเศษโต๊ะหินอ่อนกระหน่ำฟาดไม่หยุดแต่ว่า เซาโลก็ตั้งสติและจับข้อมือของหลี่หวู่หมิงเอาไว้ ก่อนจะเหวี่ยงร่างหลี่หวู่หมิงกระเด็นไป
เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย
ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล
“อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
“เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช
ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา
อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน
ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ







