FAZER LOGIN“ท่านอาไป๋!!!” เขาตกใจแทบเสียสติ เมื่อเห็นเลือดที่ทะลักออกจากปากและจมูกของอีกฝ่าย ขยับเข้าไปหาอย่างทุลักทุเล เขาเองก็เจ็บปวดแสนสาหัสไปทั้งตัวแล้วตอนนี้ “อาไป๋ได้ยินข้าไหม”
“..อะ..อือ”
“ท่านช่วยข้าทำไม ทำไมไม่ช่วยตัวเองก่อน” เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยเสียน้ำตาให้ใคร ร้องไห้ออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้
“เจ้า ปลอด ภัย ดี ใช่ ไหม” ซินหูหายใจติดขัด ฝืนทนความเจ็บปวดถามออกไป
“ข้าปลอดภัยดี ช่วยด้วย! ใครอยู่ข้างบนช่วยพวกเราด้วย!” ตะโกนสุดเสียงขณะมองขึ้นไปที่หน้าผา “ช่วยด้วย! ท่านอาบาดเจ็บหนัก!” เห็นใครคนหนึ่งยื่นหน้าออกมา จึงรีบตะโกนขอความช่วยเหลือทั้งน้ำตา
อาตู้ตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องล่างอย่างมาก แต่ก็รีบคุมสติหาทางช่วยพวกเขาขึ้นมา
หลังจากช่วยเด็กหนุ่มขึ้นมาแล้วก็รีบโรยตัวลงไปช่วยซินหูที่บาดเจ็บอยู่ด้านล่างทันที แต่ก็สายไปเสียแล้ว เพื่อนร่วมงานของเขาไม่มีลมหายใจแล้ว เขาร้องไห้ด้วยความเสียใจ รู้สึกผิดที่อีกฝ่ายต้องมาตายเพราะรับหน้าที่แทน
“อาหู ถ้าเจ้าไม่ลงมาแทนข้า เจ้าก็คงไม่ต้องตายแบบนี้ ทำไมเจ้าถึงไม่เชื่อฟังข้า ฮือ ๆ ๆ ทำไมเจ้าถึงไม่กลับไปหาลูกหาเมียเจ้า เจ้าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ทำไมอาหู ฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ อาหู เจ้าฟื้นมาเถิดนะ กลับบ้านไปพร้อมกับทุกคนนะอาหู.. อาหู ฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ” เขาโอดครวญอยู่กับร่างที่ไร้วิญญาณ น้ำตาพรั่งพรูแทนสายฝนที่หยุดเกือบสนิท
หลายเดือนผ่านไป
ผู้เฒ่าไป๋มองหีบเกือบสิบใบที่วางเรียงอยู่ตรงหน้า
“ข้าคงรับของพวกนี้เอาไว้ไม่ได้ ถ้าไม่รู้ว่าท่านมีจุดประสงค์อันใด”
“ของพวกนี้คุณชายของข้าตั้งใจให้ข้านำมามอบให้ท่านผู้เฒ่า เพื่อตอบแทนน้ำใจของลูกชายท่านที่เคยช่วยชีวิตของเขาเอาไว้”
ผู้เฒ่าไล่มองหีบด้วยสายตาที่เจ็บปวด ไม่ได้รู้สึกยินดีสักนิด
“ข้าอยากจะตำหนิในความโง่งมของเขานัก แต่ในความเศร้าเสียใจข้ากลับภูมิใจในตัวเขาเช่นกัน” น้ำตาของผู้เฒ่าไหลลงแก้ม เขารีบเช็ดมันด้วยแขนเสื้อ “แล้วคุณชายของท่านเป็นอย่างไรบ้างเล่า”
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่เป็นห่วง คุณชายของข้าบาดเจ็บสาหัสทั้งจิตใจและร่างกาย ต้องต่อกระดูก ต่อเอ็น ตอนนี้แค่ขยับขาเองยังทำไม่ได้เลย เรื่องเดินยังไม่ต้องพูดถึง อาจจะใช้เวลาเป็นปีกว่าจะรักษาหาย จึงให้ข้าเป็นตัวแทนมาพบท่านก่อน”
“ของตั้งมากมายขนาดนี้ข้าไม่กล้ารับไว้หรอก เจ้าเอาไปคืนคุณชายของเจ้าเถิด ข้าขอรับไว้แค่น้ำใจก็พอ”
“คุณชายของข้าย้ำนักย้ำหนาว่าต้องมอบให้ท่านทั้งหมด ข้าคงนำกลับไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นข้าต้องถูกทำโทษแน่”
แววตาที่แห้งผากมีน้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคิดถึงลูกชายคนเล็กที่มีนิสัยโอบอ้อมอารีมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จึงเป็นที่รักของเหล่าสหาย
“ถ้าลูกชายของข้ายังมีชีวิตอยู่ เขาไม่รับของพวกนี้ไว้แน่ เพราะเขาไม่ได้ช่วยคนเพื่อหวังผล”
“ข้ารู้ว่าลูกชายของท่านเป็นคนดีมาก ข้าก็รู้สึกเสียใจมากที่ทำให้ท่านต้องเสียเขาไป สิ่งของเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนชีวิตของเขาได้ แต่คุณชายของข้าก็อยากตอบแทนความดีของคุณชายไป๋ ชดเชยให้ครอบครัวของท่านผู้เฒ่า ให้พวกท่านได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปจนถึงบั้นปลาย ดังนั้นได้โปรดรับไว้เถิดนะ”
ผู้เฒ่าไป๋ใช้แขนเสื้อปาดน้ำตา จำใจพยักหน้ายอมรับสิ่งของเหล่านั้นไว้
“เดินทางมาเหนื่อย ๆ กินข้าวด้วยกันก่อนสักมื้อแล้วค่อยกลับสิ”
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่า แต่ข้ามีธุระต้องทำต่ออีกหลายเรื่อง แต่ก่อนจากไป ข้าขอไปเยี่ยมหลานของท่านสักหน่อยได้ไหม ข้าจะเอาของรับขวัญที่คุณชายของข้าฝากมามอบให้เขาน่ะ”
คิ้วสีดอกเลาขมวดเข้าหากัน แววตากร้าวขึ้นเล็กน้อย
“เจ้าหมายถึงลูกของอาหูหรือ”
“ใช่”
“นางไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก”
“เป็นหลานสาวหรือท่านผู้เฒ่า” อาโปยิ้มด้วยความพอใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ “แบบนี้ก็สมใจพ่อนางแล้วสิ คุณชายของข้าบอกว่าท่านอาไป๋อยากได้ลูกสาว แล้วนางชื่ออะไรเล่า ซินซินหรือไม่”
“ใช่ พ่อของนางเขียนจดหมายมาบอกกับพี่ชายของเขา ถ้าได้ลูกสาวจะตั้งชื่อว่าซินซิน เพราะนางคือยอดดวงใจของเขา” บอกเล่าเสียงสั่นเครือ
“ชื่อของนางมีความหมายและไพเราะนัก แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ไหนเล่า ท่านผู้เฒ่าแค่บอกทางข้าก็พอ ข้าจะไปพบนางเอง” ของอีกหนึ่งหีบที่คุณชายกำชับมา ถ้าเป็นเด็กผู้ชายให้ทำเป็นของรับขวัญ แต่ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงให้ทำเป็นของหมั้นหมาย เมื่อนางอายุครบสิบแปดจะส่งสินสอดและเกี้ยวแปดคนหามมารับตัว
“ข้าไม่รู้หรอก..เพราะแม่ของนาง..พานางหนีไปกับชายชู้แล้ว” ผู้เฒ่าไป๋พูดทั้งน้ำตา โกรธเกลียดลูกสะใภ้คนเล็กจนอยากสาดเกลือสาปแช่ง
แต่ก็กลัวว่าหลานสาวที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่กี่วันจะเดือดร้อนไปด้วย จึงได้แต่ทนเก็บความช้ำชอกไว้ในใจ อวยพรให้นางไปได้ดี หลานสาวของเขาจะได้ไม่ลำบาก
ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าลูกชายคนโตจะตามหาหลานสาวจนเจอและพากลับมา
อาโปจุกไปทั้งอกเมื่อได้ยินคำตอบ ทำได้แค่เพียงปลอบโยน จะนำเรื่องนี้ไปบอกให้คุณชายรับรู้ เพื่อให้ท่านช่วยตามหาอีกแรง ก่อนจะโค้งศีรษะกล่าวคำบอกลา บอกให้ผู้เฒ่ารักษาสุขภาพให้ดี เพื่อรอเจอหน้าหลานสาวในสักวัน
เมื่อออกจากบ้านของผู้เฒ่าไป๋แล้ว เขาก็สั่งให้คนอื่นเดินทางกลับบ้านไปก่อน ส่วนตัวเขาจะตามสืบเรื่องที่ได้ยินจากผู้เฒ่าไป๋กับชาวบ้านแถวนี้ก่อน
ทุกคนในสกุลไป๋มองบุรุษรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าเปี่ยมด้วยอำนาจน่าเกรงขามที่ก้าวลงจากรถม้า แล้วหันไปอุ้มสตรีรูปร่างบอบบางอรชร ไม่ยอมให้นางเดินลงมาเองด้วยความรู้สึกยากจะบรรยายผู้เฒ่าไป๋ แม่เฒ่าไป๋ ไป๋ซุนหยา ต่างน้ำตาซึมกับภาพตรงหน้า รู้สึกได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่หลานเขยมีต่อหลานสาวของพวกเขา“ท่านผู้เฒ่า แม่เฒ่า” ลุงโปคารวะผู้เฒ่าทั้งสอง แล้วรับการคารวะกลับจากคนอื่น ๆ ของสกุลไป๋ “ไม่ได้เจอกันนานแต่พวกท่านก็ยังดูแข็งแรงกันมาก”“ท่านก็เช่นกัน” ผู้เฒ่าไป๋ทักทายกลับ แล้วมองไปที่สตรีที่ถูกสามีเดินโอบเข้ามาหาพ่อบ้านโปถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ เพื่อเปิดทางให้เจ้านาย“คารวะผู้อาวุโสทุกท่าน ข้าเติ้งอี้เทียน วันนี้พาไป๋ซินซิน หลานสาวของพวกท่านกลับมาหาพวกท่านแล้ว” เขาพูดแทนภรรยาที่ตอนนี้น้ำตาคลอเต็มเบ้าตาไปแล้วไป๋ซินซินปาดน้ำตาทั้งรอยยิ้ม มองปู่ ย่า และลุงของตัวเอง น้ำตาแห่งความดีใจไหลอาบแก้มนางคุกเข่าลงตรงหน้าพวกเขา แล้วหมอบคำนับลงกับพื้น“ไป๋ซินซิน..คารวะท่านปู่..ท่านย่า..ท่านลุง..ป้าสะใภ้..ฮือ ๆ ๆ ฮึก ๆ ๆ” พูดไปร้องไห้ไปด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้นไปด้วยความยินดี“อาซิน” แม่เฒ่าไป๋คือคนแรกที่เดิ
เติ้งอี้เทียนมองภรรยาข้างกาย เห็นถ้วยชาว่างเปล่าก็รีบรินน้ำชาให้“ฮูหยินหมี่ไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องลูกข้าไม่รีบ” แล้วหยิบขนมตั้งใจจะป้อนใส่ปากให้ภรรยาได้ชิม“อ๊วก!”“เป็นอะไร” เขาตกใจ ไม่คิดว่านางแกล้งทำ เพราะมันไม่ใช่นิสัยของนาง“อยู่ ๆ ก็รู้สึกไม่ค่อยดี หน้ามืด รู้สึกแปลก ๆ อยากอาเจียน” กระซิบบอกสามีเสียงเบาเพราะเกรงใจคนอื่น“ให้ข้าตรวจดูหน่อย บางทีอาจจะเพราะเดินทางไกลแรมเดือน เจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปมาก็ทำให้ชี่พร่องได้” ฮูหยินซ่งรีบเสนอตัวกับเติ้งชิงฮวา“เจ้าสอง ให้ฮูหยินซ่งตรวจดูเมียเจ้าสักหน่อยเถิด สามีของนางเป็นหมอ นางเองก็เป็นหมอทำคลอดขึ้นชื่อ มีความรู้เรื่องแพทย์ดีทีเดียว ถ้าเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะได้รีบรักษา”“รบกวนท่านแล้ว” เขารีบเปิดทางให้อีกฝ่ายฮูหยินซ่งจับชีพจรที่ข้อมือของไป๋ซินซิน ไม่นานก็ยิ้มกว้างออกมา“ไม่ต้องห่วง ๆ นางไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ไม่ต้องตกใจ ก็แค่อาการของคนท้องน่ะ”“คุณพระคุณเจ้า!” เติ้งชิงฮวาอุทานออกมาเสียงดัง ก่อนจะหันไปหาคนรับใช้ที่ยืนปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง “ข้าจะมีหลานเหมือนคนอื่นเขาแล้ว” แล้วหัวเราะด้วยความดีใจ “ดู ๆ ว่าที่พ่อแม่ตัวแข็งเป็นหินกันไปแล้ว
นายหญิงใหญ่สกุลเติ้งมองเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกันมาเกือบสามสิบปี เห็นตั้งแต่นางแต่งเข้าสกุลหมี่ใหม่ ๆนางคลอดลูกชายคนแรกก็ส่งชุดฮั่นฝูที่ตัดเย็บด้วยไหมอวิ๋นเซียงรับขวัญ พอถึงวัยแต่งภรรยาเข้าบ้านก็ยังมอบหวีหยกเหอเถียนเป็นของขวัญนางคลอดหมี่มี่เป็นคนรองก็ส่งกำไลข้อเท้ารับขวัญ เมื่อถึงวันออกเรือนก็ยังมอบปิ่นมุกกับต่างหูเข้าชุดให้เป็นของขวัญทั้งที่ตอนนั้นในใจผิดหวังกับการกระทำของนางกับลูกสาวมาก ที่พอเห็นเจ้าสองบาดเจ็บสาหัส ความสัมพันธ์ก่อนหน้าก็เริ่มจืดจาง.. แรก ๆ ก็ยังมาให้เห็น แต่พอรู้ว่าเจ้าสองเอ็นขาด กระดูกหัก อาจจะกลับมาเดินไม่ได้อีก สองแม่ลูกก็เริ่มหายไปจากสกุลเติ้ง เจอกันอีกทีก็ตอนส่งเทียบเชิญร่วมงานแต่งจะว่าไปแล้ว ลูกทั้งสองคนของนางล้วนเติบโตมาพร้อม ๆ กับเจ้าสองของตน มีหรือที่นางจะไม่เอ็นดู.. แต่จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อเจ้าสองไม่มีใจให้หมี่มี่เลยเจ้าสองนั่นก็จิตใจมั่นคงเด็ดขาดมาแต่ไหนแต่ไร สองแม่ลูกนี้เคยทำอย่างไรไว้เขาย่อมจำขึ้นใจ จากเดิมที่ไม่เคยมีใจให้อยู่แล้ว แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะทำตามที่มารดาอย่างตนเห็นชอบแต่พอเกิดเรื่องขึ้น ต่อให้ตนเห็นชอบอย่างไรก็ไร้ค่า“พี่ชิงฮวา ทำไมเงีย
หนึ่งเดือนผ่านไปสมาคมหอการค้า“ข้าต้องกลับแล้ว”“ทำไมรีบกลับนักเล่า รอให้จบกระดานก่อนค่อยกลับสิ”“ข้าต้องกลับให้ตรงเวลา เพราะไม่อยากให้เหล่าผอรอนาน นางจะออกมารอรับข้าที่หน้าประตูทุกวันน่ะ”ผู้เฒ่าหูหัวเราะ “นี่ท่านบอกเล่าหรืออยากคุยอวดกับข้ากันแน่ท่านเติ้ง”“ท่านผู้เฒ่าคิดว่าข้าคุยอวดงั้นหรือ” เขาหัวเราะชอบใจเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้า “ตามนั้นก็ได้ ข้าขอตัวลา”“เชิญ”คฤหาสน์สกุลเติ้ง“เหล่ากง”เติ้งอี้เทียนกางแขนรอรับร่างบาง ที่รีบเดินจนเกือบเป็นวิ่งเข้ามาหา “อากาศเย็นแบบนี้ยังจะออกมารออีก ทำไมไม่รออยู่ในเรือนเล่า”“ใบไม้ผลิใบแล้ว อากาศไม่เย็นเท่าไหร่แล้ว”“ถึงจะเปลี่ยนฤดูก็ยังเย็นอยู่ดี ออกมาก็ต้องใส่เสื้อคลุมให้เรียบร้อย ถ้าเจ้าป่วยขึ้นมาเราจะเดินทางได้อย่างไร”“ไม่ป่วยง่าย ๆ หรอก ซินเอ๋อร์ดื่มยาบำรุงตามที่ท่านสั่งทุกวัน” สมุนไพรอะไรที่หมอถานจัดให้ดื่มนางไม่เคยขัด เพื่อเตรียมร่างกายไว้สำหรับการเดินทางไกล ไปพบครอบครัวของบิดาที่เมืองหลวงหลังจากที่ได้ฟังสามีเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับบิดาของนาง และเรื่องที่เขาเคยส่งพ่อบ้านโปไปที่บ้านบิดาขณะที่เขายังรักษาตัว เพื่อนำสินน้ำใจไปมอบ
“หยุดก่อน ๆ”เจียวหวงดึงบังเหียนบังคับม้าให้หยุด มองบุรุษรูปร่างใหญ่หนา ไว้หนวดเครายาวรกรุงรัง ดวงตาที่มองมาดูดุดันไม่เป็นมิตร แต่ก็ไม่ได้เกรี้ยวกราดจนน่ากลัว“นี่รถม้าของท่านเติ้งใช่ไหม” บุรุษผู้นั้นถามเสียงดังอย่างไม่เกรงกลัว“ใช่” เจียวหวงตอบไปแล้วก็ใจคอไม่ดีที่ฝ่ายนั้นเดินหน้าตาถมึงทึงเข้ามาหา ถ้าไม่มีเฟิงเมี่ยนอยู่ด้วยเขาคงกระโดดลงจากรถไปแล้วเฟิงเมี่ยนที่นั่งด้านข้างเจียวหวงเตรียมพร้อมจะชักดาบเติ้งอี้เทียนที่นั่งอยู่ภายในรถม้าใช้ไม้เท้าแง้มผ้าม่าน มองออกไปด้วยความอยากรู้“คารวะท่านเติ้ง”เฟิงเมี่ยนมองคนตัวใหญ่ที่ก้มหัวคารวะตน ท่าทางของเขาน่ากลัว แต่การกระทำกลับสวนทาง“ข้าไม่ใช่”“มีอะไรกับข้า” ท่านเติ้งตัวจริงถามเสียงเรียบทรงพลัง เปิดผ้าม่านกว้างขึ้นมองอีกฝ่ายเต็มตาคนตัวใหญ่รีบเปลี่ยนเป้าหมาย “คารวะท่านเติ้ง ข้าชื่อเซียงอู่ ทำงานอยู่ในเรือเดินสมุทรเกือบปีเพิ่งกลับมา จึงรู้ว่าแม่นางซินแต่งงานแก่ท่านแล้ว”เขามองอีกฝ่ายอย่างสำรวจ “ใช่”ป๊าบ!สามคนบนรถม้าสะดุ้งกับเสียงของฝ่ามือที่ประสานกัน ตามด้วยการชูแขนเขย่าและหัวเราะเสียงดังลั่น“เจ้ากำลังดีใจหรือกำลังคลั่ง” เจียวหวงถามคลายความ
เติ้งชิงฮวาคลี่ยิ้ม เดินไปหาหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มชวนมองนี่นะหรือลูกสาวของบุรุษที่เคยช่วยชีวิตหลานชายของนางเอาไว้เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน นางน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้นี่เอง หลานชายตัวดีถึงไม่ยอมชายตามองสตรีนางใด มุ่งมั่นที่จะแต่งกับนางเพียงคนเดียวให้ได้“เรียกข้าว่าท่านแม่นะ ข้าอยากมีลูกสาวหน้าตาน่ารักแบบเจ้ามานานแล้ว ตอนนี้ข้าก็สมหวังแล้ว”“ขอบคุณท่านแม่ที่เอ็นดูซินเอ๋อร์”ชิงฮวาถอดแหวนหยกคู่สีเขียวกับสีเหลืองจากนิ้วชี้แล้วสวมให้หญิงสาว“ของขวัญต้อนรับลูกสะใภ้ แหวนหยกเขียวจักรพรรดินี้ แม่แท้ ๆ ของเจ้าสองมอบให้ข้าเพื่อส่งต่อให้ลูกสะใภ้คนรองของนาง ส่วนแหวนหยกเหลืองวงนี้เป็นของแม่บุญธรรมคนนี้มอบให้เจ้า แม่สวมให้นะ”หญิงสาวตื้นตันใจในความเมตตาของแม่สามี พยายามจะกลั้นน้ำตาขณะมองนิ้วชี้ทั้งสองข้างที่ถูกสวมด้วยแหวนหยกคนละสี แต่สุดท้ายน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม“ซินเอ๋อร์ขอบคุณท่านแม่” กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ปาดน้ำตาที่อาบแก้มเหมือนเด็กน้อยเติ้งอี้เทียนอมยิ้มกับความเจ้าน้ำตาของภรรยา จับชายเสื้อตัวในซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน“ท่านแม่ทำเหล่าผอของข้าร้องไห้แล้ว”“ซินเอ๋อร์แค่ซาบซึ้งใจมากเก
อา.. ไม่ไหวแล้ว กระต่ายน้อยโดนเสือใหญ่ขย้ำราบคาบแล้วมือที่ผลักไสเปลี่ยนเป็นขย้ำผมเขาแน่น อา.. ร่างบางแข็งเกร็ง นิ้วมือนิ้วเท้าเกร็งผิดรูป ความเสียวสะท้านถูกปลดปล่อยออกไปนางรู้แล้วว่าความรู้สึกที่ค้างคาคืออะไร และรู้สึกดีแค่ไหนที่ถูกทำให้หายไปแต่ทำไมเขายังไม่ยอมหยุดเล่า.. อ
เติ้งอี้เทียนข่มความปรารถนาที่ลุกโชน ใจของเขาไปรออยู่ที่เตียงนอนหลังใหญ่แล้วในตอนนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วันนี้เขาต้องยั่วยวนนางให้คล้อยตาม ทำข้าวสารให้กลายเป็นข้าวสุกให้ได้“อาหวงรีบหน่อย” ส่งเสียงดังบอกคนขับรถม้า มือยังกอดร่างอุ่นบนตักไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระอาหวงเป็น
เรือนเฟิงเหยา“เจ้าเห็นบุรุษที่นั่งรถเข็นนั่นหรือไม่ เขาคือใคร”“ไหน..ท่านเติ้งไงเล่า ผู้มั่งคั่งอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเทียนสินของเรา”คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน “ไหนว่าท่านเติ้งเป็นผู้เฒ่ามักมากเจ้าอารมณ์ ชอบทำร้ายภรรยา ไม่พอใจก็เขียนใบหย่าไล่ออกจากคฤ
ซินซินอ้าปากรับเนื้อปูที่เขาป้อนให้ถึงปาก แม้ในใจจะกระอักกระอ่วนต่อสายตาที่ทิ่มแทงของมารดาและน้องสาว“เอาอีกไหม ข้าจะได้แกะให้”“ไม่เอาแล้ว ซินเอ๋อร์กินไปเยอะแล้ว ท่านกินบ้างเถิด”“อือ” แล้วเอาเนื้อปูที่นางกัดเหลือมาใส่ปาก“ปลิ







