แชร์

คิดวิธีหาเงินเข้าบ้าน 2

ผู้เขียน: พิมพ์สีทอง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-26 14:13:20

หม่าเยี่ยนถิงนับเวลารออยู่ในใจ กระทั่งเด็ก ๆ หลับมา นางได้ยินเสียงพวกเขาตั้งแต่ไกล

 "ท่านแม่ พวกข้ากลับมาแล้ว"

 "เที่ยวเดียวไม่พอหรอกนะ"

 "ใช่เจ้าค่ะ พวกข้ายังแบกถังน้ำใหญ่ไม่ได้ ต้องไปอีกหลายครั้งเจ้าค่ะ"

 หม่าเยี่ยนถิงฉีกยิ้มด้วยความเอ็นดูในตัวบุตรสาว นางลูบผมบุตรสาวตัวน้อยเบา ๆ ก่อนเบนสายตาไปหาแฝดผู้พี่ที่ทำหน้ารอคอยอยู่เช่นกัน

 "มานี่มา" พอเขาเข้ามาใกล้นางก็ลูบศีรษะเขาเบา ๆ เช่นกัน ไม่ให้เขาน้อยใจว่ามารดารักน้องสาวมากกว่า

 "เจ้าเก่งที่พาตัวเองกับเหมียวเหมียวกลับมาได้อย่างปลอดภัย" คนได้รับคำชมรู้สึกหัวใจพองโตจนเก็บสีหน้าไว้ไม่อยู่ เด็กชายยิ้มกว้างแข่งกับมารดา แล้วน้องสาวก็ยิ้มตาม หม่าเยี่ยนถิงหัวเราะด้วยความชอบใจ

 "ไม่เห็นท่านแม่ยิ้มนานแล้ว ปกติท่านแม่เอาแต่ร้องไห้ ท่านแม่ต้องยิ้มอีกเยอะ ๆ เจ้าคะ" หนี่เหวินเบิกตากว้างมองมารดาอย่างตกตะลึง ก่อนจะกล่าวออกมาจากหัวใจดวงน้อย ๆ นางชอบเวลาท่านแม่ยิ้มเป็นอย่างมากเพราะเหมือนโลกของนางสดใสขึ้นมาทันที 

 "พวกเจ้าก็ต้องยิ้มเยอะ ๆ เหมือนกัน"

 ให้ความสดใสและความหวังนี้ อยู่ตราบนานเท่านาน

 หม่าเยี่ยนถิงมองเด็กน้อยทั้งสองอย่างเอ็นดู พวกเขาน่ารักและดูมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้หัวใจที่ด้านชาของนางรู้สึกอ่อนนุ่มขึ้นมาบ้าง และนางไม่อยากให้พวกเขาต้องมาเจออะไรที่เลวร้ายเหมือนนางชาติก่อน

 หม่าเยี่ยนถิงเลิกคิดฟุ้งซ่านก่อนจะหันไปมองโอ่งดินดูจากขนาดของตุ่มและถังน้ำแล้ว หม่าเยี่ยนถิงคิดพิจารณาว่าหาทำรถเข็นขึ้นมาอาจจะง่ายขึ้น พวกเขาสามารถแบกน้ำถังใหญ่โดยไม่ต้องใช้แรงมาก และไปกลับน้อยครั้งกว่า

 ก่อนจะไปถึงจุดนั้นต้องมีเงิน เพราะตอนนี้ร่างนี้ไม่มีเงินสักตำลึงเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปนางต้องช่วยเหลือตัวเอง เพื่อเลี้ยงดูเจ้าก้อนแป้งน้อยที่ร่างเดิมทิ้งไว้ให้นางได้ดูแล อีกอย่างนางเต็มใจที่จะดูแลพวกเขาที่แสนน่ารักและยังรู้ความมากจนนางรู้สึกปวดใจ

 "พวกเจ้าไปตักน้ำต่อเถอะ ตักมาอีกเที่ยวเดียวก็พอ แล้วไปทานข้าวเสีย หลังจากนั้นแม่จะไปตักเอง" หม่าเยี่ยนถิงบอกเจ้าก้อนฝาแฝดที่เป็นเด็กดีมากด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

 "แต่..."

 "ไม่มีแต่ ช่วยงานได้แต่อย่าทำอะไรเกินกำลัง" หม่าเยี่ยนถิงลูบศีรษะเล็กๆ นั่นอย่างรักใคร่ ก่อนจะสั่งสอนไปด้วย พวกเขารู้ความมากขนาดนี้ก็น่าดีใจมากแล้ว แต่นางก็ไม่อยากให้พวกเขาทำงานหนักเกินตัว แต่จะไม่ให้ทำอะไรเลยก็ไม่ใช่วิถีของนางเช่นกัน

 "ขอรับ / เจ้าค่ะ" เจ้าก้อนแป้งฝาแฝดทั้งสองตอบรับด้วยสีหน้าจริงจัง ยิ่งได้รับคำชมยิ่งเชิดหน้าเล็ก ๆ นั่นอย่างภาคภูมิใจทำให้หม่าเยี่ยนถิงกลั้นยิ้มอย่างนึกเอ็นดู 

 "ดี"

 หม่าเยี่ยนถิงยิ้มให้อีกหน ก่อนกลับไปคนน้ำแกงให้เข้ากัน มองส่งเด็ก ๆ เดินไปลำธารใกล้ ๆ จากที่แอบนับในใจแล้วเทียบเวลาใช้ราวเที่ยวละหนึ่งจอกชาไปกลับ เท่านี้นางก็คาดเดาเวลาที่อาจเกิดเหตุได้แล้ว หากพวกเขากลับช้ากว่านี้ก็อาจแปลได้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

 ดีที่พวกเขากลับมาตรงเวลา น้ำแกงกับมันฝรั่งต้มถูกจัดสำรับอย่างง่าย พวกเขาไม่เรื่องมากและไม่บ่นเพราะรู้สถานการณ์ตัวเองดี ช่างเป็นเด็กที่รู้ความจนนางยังแอบแปลกใจ

 หม่าเยี่ยนถิงทำแกงไว้หม้อใหญ่ ตอนเย็นแค่อุ่นเอาก็ทานได้แล้ว เหลือถึงพรุ่งนี้เช้าด้วยอย่างแน่นอน เท่านี้นางก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้

 "ท่านแม่ ท่านเหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ ให้เหมียวเหมียวนวดให้ท่านดีหรือไม่" หม่าเยี่ยนถิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยบอกอย่างเอ็นดู พวกเขาน่ารักจริง ๆ เป็นผ้าขาวที่ทำให้นางอยากปกป้องตลอดไป

 "ได้เช่นนั้นก็ดีเลย"

หลายวันต่อมา หม่าเยี่ยนถิงก็เริ่มคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในโลกใหม่ นางตื่นมาอุ่นน้ำแกงไว้ให้เด็ก ๆ แล้วตนเองไปถางวัชพืชรอบ ๆ บ้าน เพราะเป็นพื้นที่ไม่กว้างไม่แคบแต่หญ้าก็ยังขึ้นรกหนาทึบ นางต้องใช้เวลากับมันหลายวันทีเดียว เวลาย่างเข้ายามสายเด็ก ๆ ก็ตื่นมาล้างหน้าพร้อมทานข้าวเรียบร้อย

 "ท่านแม่ วันนี้ให้ข้ากับเหมียวเหมียวทำอะไรดีขอรับ"

 หม่าเยี่ยนถิงใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไปหาของป่ามาขายก็หลายวัน แต่เงินก็ยังไม่มากพอให้ใช้หมุนเวียน หากจะทำพืชผลคุณภาพดีไปขายเพื่อให้ได้ราคาสูง ๆ ผักที่มนุษย์ดูแลปลูกเองย่อมดูดีกว่าผักผลไม้ตามธรรมชาติ แค่ต้องระวังแมลงศัตรูดี ๆ หน่อย

 "เราจะขึ้นเขากันอีกสักวัน"

 หากรวมเงินของวันนี้ด้วย น่าจะพอซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกได้สองสามอย่าง

 หญ้าฝั่งขวาของเรือนถูกถางออกจนโล่งเตียนดีแล้ว เหลือแต่ฝั่งซ้ายที่ยังเห็นประปราย พรุ่งนี้บ่ายก็คงเสร็จหมด หลังจากนั้นต้องเริ่มปรับหน้าดิน

 หรือจะเว้นการซื้อเมล็ดพันธุ์ไปก่อนดี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   บทส่งท้าย ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ 2

    "ถ้าลูกรับตำแหน่งจะลาออกจริงหรือ?""แน่นอน""ท่านคิดไว้หรือยังว่าอยากไปไหน""ต่างแคว้น"ในแคว้นนี้จางจื่อเสวียนไปเที่ยวชมมาทุกเมืองตลอดสิบปีนี้หลายครั้งแล้ว ถึงเวลาต้องเปิดหูเปิดตาข้างนอกแดนเกิดของตนบ้าง"ข้าเชื่อว่าอยู่กับเจ้าข้าจะปลอดภัย" บุรุษข้างกายยิ้มเผล่จนนางอดกลอกตาใส่ไม่ได้ จะมีใครภูมิใจในตัวภรรยาได้เท่าเขาอีก"ท่านก็วางใจเกินไป หากเกิดศึกไม่พ้นเรียกตัวท่านกลับมาอยู่ดี""แคว้นนี้สงบสุขมาเป็นสิบปี ไม่เคยมีใครกล้าบุกนับแต่ข้าได้ชัย อย่าห่วงเลย""ทุกครั้งที่มีไอ้บ้าคนหนึ่งคิดแบบนี้จะต้องมีหายนะเกิดขึ้นทุกทีสิน่า"หม่าเยี่ยนถิงไม่ได้เชื่อเรื่องโชคชะตาอะไรนั่น มันก็แค่ค่าเฉลี่ยของผู้วางบทที่ไม่มีทฤษฎีด้วยซ้ำ แต่ต้องยอมรับเลยว่านางเริ่มเอนเอียงจากนิสัยเดิมตัวเองไปไม่น้อย อาจเพราะอายุที่มากขึ้นทำให้นางกังวลไปหมดทั้งที่เมื่อไม่เป็นบ่อยเท่านี้จางจื่อเสวียนประคองภรรยาเดินมาตลอดทาง บ่าวไพร่เห็นกันตั้งแต่หน้าจวนยันท้ายจวน หลังพวกเขาเดินผ่านก็รีบจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องรักๆ ของเ

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   บทส่งท้าย ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ 1

    ทว่าพอจะหันกลับมาแล้วออกไปจากช่องว่างที่นอนตรงนั้นนางก็หลุดเสียงกรี๊ดดังขึ้น เพราะได้สบตาเข้ากับมารดาที่มองอยู่"ท่านแม่! ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าคะ!" คนพึ่งถูกปลุกจากเสียงรบกวนนัยน์ตาหลุกหลิกคิดข้ออ้างไม่ทัน"พวกเจ้าเสียงดัง" เด็กสองคนมองหน้ากันงง ๆ มั่นใจว่าเมื่อครู่พวกตนคุยกันเสียงเบายิ่งกว่าเสียงยุง ขนาดท่านพ่อยังไม่ตื่นเลยแล้วมารดารู้สึกตัวได้อย่างไรเสียงกรี๊ดก่อนหน้านี้ของคุณหนูน้อยทำให้เวรยามมากรูกันที่หน้ากระโจม"นายท่าน ฮูหยิน เกิดอะไรขึ้นด้านในหรือไม่ขอรับ!?""ไม่ ไม่มีอะไร ลูกสาวข้าตกใจเท่านั้น พวกท่านทำงานต่อเถอะ""เช่นนั้นไม่รบกวนแล้วขอรับ" เงาที่ยืนมุงอยู่ด้านนอกห่างออกไปเรื่อย ๆ กระจายกันไปประจำจุดเฝ้ายามเหมือนเดิม มือสังหารสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ คืนนี้นางไม่ได้นอนแน่แล้ว..."ข้าไม่นึกว่าระดับเซียนผู้หยั่งรู้อย่างท่านแม่จะทายผิดได้จริงๆ""ข้าหวังว่าตัวเองจะทายผิดบ้าง และอีกอย่างนะลูกรัก ข้ายังไม่ได้ทายอะไรทั้งนั้น" หม่าเยี่ยนถิงสุดจะเอือมระอา ฝากลูกไว้กับแม่ย่าทุกหน้าร้อนมาสิบปี นางพลาด

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง... 2

    "เรื่องเช่นนี้เหตุใดต้องมาถามข้า เจ้าทูลแก่ฝ่าบาทเลยจะไม่เร็วกว่าหรือ""หม่อมฉันคิดว่าแรงสนับสนุนจากฮองเฮาก็เป็นสิ่งจำเป็นเพคะ"มารดาแผ่นดินไม่เข้าใจเจตนาของนางชัดเจน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดเมื่อครู่นั้นสะกิดใจนางอยู่ อยากรู้ว่าสตรีผู้นี้จะมาไม้ไหนกันแน่ ฮองเฮาโบกมือไล่นางกำนันทั้งหมดออกไปจากตรงนั้น เหลือเพียงแต่นางและแขกผู้มาเยือนในห้องปิดมิดชิด"เจ้าอยากให้ข้าทำอะไร""พิจารณาวันพักผ่อนของข้าราชการชั้นขุนนางเพคะ""เจ้าว่าอะไรนะ" นางไม่เคยได้ยินความคิดอะไรประหลาดแบบนี้มาก่อนเลย"ฮองเฮาฟังหม่อมฉันก่อนจึงค่อยตัดสินพระทัยก็ได้เพคะ…"หม่าเยี่ยนถิงปราศรัยความคิดของนางให้มารดาแผ่นดินฟัง จากในใจคิดต่อต้านและคัดค้านเพราะฟังดูเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรก ฮองเฮาปักใจไปส่วนหนึ่งอีกด้วยว่านางช่างสามหาวนักถึงกล้ามาพูดเรื่องนี้ แต่พอได้ฟังสิ่งที่นางคิดจริง ๆ แล้วมารดาแผ่นดินก็เปลี่ยนใจ..."ต้องทำให้ข้าประหลาดใจอีกกี่ครั้งถึงจะพอนะ""เรื่องปกติแท้ๆ" หม่าเยี่ยนถิงไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าสาม

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง... 1

    เวลาอาหารของครอบครัวผ่านพ้นไป ก็ได้เวลาเข้านอน หน้าห้องมีเงาร่างที่เห็นชัดเจนว่าเป็นสตรียืนขวางอยู่ จางจื่อเสวียนไม่ได้เรียกใช้ใครจึงงุนงงร้องถามออกไป"ใคร""ข้าเอง"เสียงของภรรยาใครจะกล้าลืมลง แม่ทัพแดนเหนือรีบมาเปิดประตูให้ทันทีก่อนจะพบเข้ากับหญิงสาวในชุดเรียบ ๆ และไร้เครื่องประดับผม"เอ่อ...""ถอยสิ ข้าจะเข้าไปด้านใน"จางจื่อเสวียนเบี่ยงตัวหลบทันทีแล้วค่อย ๆ แง้มประตูปิดไว้ดังเดิม เขาหันไปมองอีกคนที่นั่งไขว่ห้ารออยู่บนเตียงด้วยอาการเก้อเขิน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเขินอายไปทำไมเช่นกัน ทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกนี่จริง ๆ แล้วข้าเป็นคนแบบนี้หรอกหรือคิดไปก็เม้มปากไป แต่มุมปากดันยกค้างไม่หยุดเสียอย่างนั้น"ถวายพระพรพระพันปีเพคะ""นั่งสิ ไม่ได้พบกันเสียนาน ชีวิตสาวชาวไร่เป็นอย่างไรบ้าง"อุทยานหลวงมีผู้มาเยี่ยมเยียนอีกครั้ง ที่แห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่โปรดของพระพันปี สิ่งที่ต่างไปหลังจากเหตุการณ์นั้นคือพระนางสามารถมาที่นี่ได้บ่อยครั้งขึ้น"สงบสุขดีดังท

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   เยี่ยมสัตว์อสูรอีกครั้ง 2

    หม่าเยี่ยนถิงยิ้มให้มันก่อนจะผละออกไป จอมยุทธ์หญิงมาส่งนางที่ตีนเขากว่าจะกลับมาถึงจวนของผู้เป็นสามีก็เย็นแล้ว พอเห็นผู้เป็นแม่มา สองฝาแฝดก็โดดเข้าใส่นางจนแทบหงาย รู้สึกได้ถึงความต่างของน้ำหนักตัวก่อนหน้านี้ได้เลยว่าเด็กๆ โตขึ้นมาก และโตเร็วด้วย"ท่านแม่หายไปทั้งวันเลยนะเจ้าคะ" จางหนี่เหวินคลอเคลียอยู่กับขาก็เป็นมารดา"แม่ไปเยี่ยมคนรู้จักน่ะ พวกเจ้าล่ะไปหาท่านย่ามาเป็นอย่างไร""ท่านย่าพาไปกินของอร่อยในเมืองขอรับ"วันนี้เด็ก ๆ อยู่กับแม่สามีทั้งวัน พรุ่งนี้หม่าเยี่ยนถิงต้องไปเยี่ยมและขอบคุณนางเสียหน่อย หญิงสาวจูงมือลูกคนละข้างแล้วเดินไปด้วยกัน เด็กสองคนที่นางรับมาเป็นพี่เลี้ยงเพิ่มเดินตามหลังโดยเว้นระยะห่างออกไปราวสามถึงห้าก้าวพวกเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าคุณหนูคุณชายที่ตนมาทำงานด้วยมีฐานะสูงส่งเพียงนี้ ทำให้เด็กชาวบ้านทั้งสองคนอดเกร็งไม่ได้ พวกเขาค่อนข้างจะสงบปากสงบคำมากกว่าเดิม เรียกได้ว่าไม่พูดเลยด้วยซ้ำ"เหรินอี้ เจียเหยา ไม่ต้องเกร็งไปหรอก ทำตัวสบาย ๆ เหมือนอยู่บ้านสวนก็ได้""ไม่ได้

  • ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ   เยี่ยมสัตว์อสูรอีกครั้ง 1

    ทิวเขาป่าไผ่เบื้องหน้า คือทิวทัศน์อัศจรรย์ที่นางได้เห็นเป็นครั้งที่สอง การมาถึงของบุคคลธรรมดาไม่เป็นที่สนใจของบรรดาผู้ฝึกตนนัก แต่เจ้าสำนักย่อมรู้ว่านางมา สตรีหนึ่งในกลุ่มที่เคยติดต่อกันเป็นผู้นำทางและคุ้มกันในครั้งนี้แม้สัตว์อสูรตนนั้นจะไม่ทำร้ายนางแต่สัตว์อสูรเฝ้ายามตัวเดิมของสำนักใช่ว่าจะไม่ทำร้ายนางไปด้วย พวกมันสองตัวถูกจับแยกกันไปอยู่คนละฝั่งขอบหุบเขา หากพวกมันปะทะกันขึ้นมาหุบเขาคงสะเทือน"หลังมันคลอดลูกแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ""ในฤดูรักปีถัดไปมันอาจจะจับคู่กับตัวที่เคยอยู่เดิมหรือเลือกที่จะไม่จับคู่เลยก็ได้ ส่วนลูก ๆ ของมัน เมื่อโตพอจะจัดให้อยู่เขตหุบเขาชั้นนอก"ทำอย่างกับเลี้ยงสัตว์ทั่วไปเลยนะ สำนักนี้ก็น่ากลัวใช่ย่อยตอนนั้นหม่าเยี่ยนถิงแค่เฉียดถูกมันจะตะปบยังเสียวสันหลังวาบไม่หาย เวลานึกถึงก็ยังขนลุกอยู่เลยบันไดหินทอดยาว มีทางแยกแตกออกไป หม่าเยี่ยนถิงไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนแต่ร่างกายกลับเดินไปตามทางเหมือนมีอะไรเรียกหา สัญชาตญาณดึงดูดให้ไปเส้นทางนั้นต้นไผ่สูงยาวโค้งงอลงมาให้ร่มเงาเหมือนซุ้มประต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status