Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2025-10-21 16:20:02

การค้าที่เจรจาสำเร็จผ่านไปด้วยดี กับทางแคว้นหาน ได้มีการสั่งข้าวสารและเกลือเป็นจำนวนมาก ขบวนขนส่งสินค้าได้เดินทางออกไปได้ครึ่งเดือนแล้ว คงใกล้จะถึงแล้วด้วยระยะก็ไม่ได้ไกลมีชายแดนติดกันกับแคว้นเว่ย แต่การเดินทางค่อนข้างช้าด้วยการบรรทุกสินค้าเป็นจำนวนมาก

ชนเผ่านอกด่านที่ให้หนานกงไปเจรจาก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเช่นกัน โดยคิดเป็นเงินเพียงบางส่วน นอกนั้นก็จะให้ส่งเครื่องหนังมาทดแทนเงิน ถ้าจะให้จ่ายเป็นจำนวนเงินทั้งหมด เซียนเป่ยคงจะไม่สามารถทำได้ และนางก็ได้มีที่ส่งขายเครื่องหนังเหล่านี้เช่นกัน การทำการค้าจะต้องรู้ว่าบางสิ่งก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินเสียหมด

ข่าวการรบได้ถูกส่งมาเป็นระยะๆ นับจากเฉินโม่เหยียนกลับไปทำศึกกับแคว้นเยี่ยน ก็กินเวลาไปกว่าสามเดือนแล้ว ทหารที่มีก็ลดน้อยลงด้วยการสู้รบครั้งนี้ได้เผชิญกับกองทัพที่ใหญ่กว่าทุกครั้ง

แคว้นเยี่ยนได้ส่งกองทัพมาครั้งนี้มากมายหลายแสนคน นางเพียงคิดว่า ถ้าเฉินโม่เหยียนไม่อาจต้านทานไว้ได้ ทัพเยี่ยนสามารถตีเมืองอูเจิ้นแตกพ่าย ทหารแคว้นเยี่ยนต้องบุกมาถึงเมืองเจี่ยงที่นางอยู่เป็นแน่ เพียงหวังว่ากุนซือในกองทัพจะสามารถมีแผนการรบที่ดีไม่ให้ทัพเว่ยพ่ายแพ้ไปเสียก่อน

ยามดึกสงัดได้มีทหารที่มาจากกองทัพ ได้นำม้าเร็ววิ่งมาแจ้งข่าวว่าแม่ทัพเฉินบาดเจ็บสาหัสจากการสู้รบเมื่อวันก่อน แล้วเวลานี้ท่านแม่ทัพยังไม่ฟื้นคืนสติมาเลยทำให้เกิดความไม่มั่นคง ขวัญกำลังใจก็แทบจะหดหายไปหมดสิ้น

ทหารที่นำข่าวมาแจ้งคือหัวหน้ากองที่รู้จักโจวฟางหลินเป็นอย่างดี ตั้งแต่ยังเป็นกุนซือในกองทัพกับท่านพ่อของนาง สีหน้าที่แสดงออกมามีแต่ความหนักใจกับสถานการณ์ในเวลานี้

“ฮูหยินน้อย บัดนี้ท่านแม่ทัพได้บาดเจ็บสาหัส หมดสติไปตั้งแต่เมื่อวันก่อน ตอนนี้กองทัพไม่มีผู้นำแล้วทหารก็อ่อนล้าจะทำเช่นไรดี” รองแม่ทัพหลี่ ได้เอ่ยด้วยความกังวล

“อะไรนะ ใยถึงเป็นเช่นนี้ไปได้” ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินถึงกลับทรุดตัวลงด้วยความอ่อนแรงแม่นมจางที่คอยดูอยู่ใกล้ชิดจึงรับไว้ได้ทันจึงไม่ร่วงลงกับพื้นก่อนจะพยุงไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง

“โถ.โม่เหยียนของแม่ เจ้าจะเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือไม่จะทำเช่นไรดี” ฮูหยินเฉาคร่ำครวญเสียงดังจนน่าลำคาญยิ่งนัก

รองแม่ทัพหลี่จับจ้องใบหน้าของโจวฟางหลินที่ขมวดคิ้วด้วยท่าทางครุ่นคิด ด้วยความกังวลกับสถานการณ์ในตอนนี้ช่างย่ำแย่ยิ่งนัก

“ฮูหยินน้อย ตอนนี้ท่านกุนซือก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน และท่านรองแม่ทัพหานก็นำกำลังออกไปต้านเอาไว้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้นานเพียงใด”

โจวฟางหลินถอนหายใจ คงเลี่ยงไม่ไปไม่ได้สินะ

“รองแม่ทัพหลี่ ท่านกลับไปและแจ้งข่าวกับทางกองทัพว่าข้าจะออกเดินทางในทันที และจะนำคนของข้าไปด้วยไม่ต้องกังวลข้าจะออกเดินทางตามไปทันที ข้าจะไปเตรียมการก่อน”

“เจ้าจะไปช่วยอะไรจะไม่เป็นภาระหรอกรึ” ฮูหยินใหญ่เฉาเอ่ยออกมาอย่างดูถูก เมื่อสบสายตาที่เย็นชาของลูกสะใภ้ถึงกลับต้องหุบปากในทันที เพราะมันช่างดูน่ากลัวจนนางขนลุกชูชันไปหมด

“ท่านคงไม่รู้กระมัง ว่าฮูหยินน้อยมีความสามารถเช่นไร” รองแม่ทัพหลี่อดโมโหไม่ได้ที่ฮูหยินใหญ่เฉานอกจากโวยวายดูถูกคนก็ไม่มีอะไรดีเลยจริงๆ

“เจ้าไปได้แล้วข้าเตรียมตัวสักครู่จะรีบตามไป”ร่างบางเอ่ยตัดบทด้วยความลำคาญ ไม่ต้องการเอ่ยอะไรที่ไร้สาระกับมารดาของสามีในนามผู้นี้อีก

โจวฟางหลินเตรียมตัวเพียงไม่นาน เปลี่ยนเป็นชุดรัดกุมที่สุด ผมที่ยาวสลวยถูกมัดรวบตึงขึ้นไปข้างบน และไม่ลืมหยิบมีดพกคู่ใจนำไปด้วย ในชาติก่อนโดนจับไปทรมานเพื่อที่จะให้บอกแผนการที่วางเอาไว้ แต่ที่รอดมาได้ก็เพราะใช้มีดเล่มนี้สังหารชายที่คุมขังในห้องที่นำตนไปทรมานจนบาดเจ็บสาหัสนั่นแหละ

ร่างบางได้ไปที่ภูเขา ได้แบ่งคนงานไว้เฝ้าของครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งซึ่งมีอีกเกือบร้อยคน ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาได้ไปซื้อทาสมาเพิ่มเป็นจำนวนมาก เอามาฝึกโดยให้หนานกงรับหน้าที่ตรงนี้ หนานกงเป็นนักฆ่ามาก่อนจึงฝีมือพอตัว

“ข้าจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ส่วนเจ้าเตรียมเสบียงตามไปและรอรับคำสั่งจากข้าเมื่อไปถึงเมืองอูเจิ้น “

ร่างบางสั่งงานอย่างรวดเร็ว และต้องเดินทางโดยใช้ม้าถึงจะรวดเร็วที่สุด และนี่คือสิ่งหนึ่งที่นางถนัดที่สุด

“ระวังตัวด้วยนายหญิงพวกข้าจะตามไปให้เร็วที่สุดขอรับ” หนานกงพึ่งเคยเห็นนายหญิงขี่ม้าศึกที่มีรูปร่างสูงใหญ่ช่างสง่างาม จากนั้นจึงรีบนำสัมภาระโดยเฉพาะข้าวสารอาหารแห้งต่างๆ ขึ้นเกวียนอย่างรวดเร็วตามที่นายหญิงสั่งไว้

ร่างบางเดินทางไม่ได้หยุดพักด้วยความร้อนใจ ไม่ใช่ห่วงสามีในนามผู้นั้น แต่ถ้าแพ้ศึกครั้งนี้นางคงต้องลำบากไปด้วยเป็นแน่ ค่ายทหารตรงหน้าช่างดูเงียบเหงาราวกับไม่มีกำลังใจในการต่อสู้

ทหารต่างมีอาการบาดเจ็บจากการออกไปสู้ศึก บางคนก็นั่งหมดอาลัยตายอยาก ทหารบางคนยังจำโจวฟางหลินได้ จึงลุกขึ้นมาคำนับด้วยความดีใจความเฉลียวฉลาดของอดีตกุนซือผู้นี้พวกเขาจดจำได้ในใจเสมอมา ครั้งที่ท่านแม่ทัพโจวโดนสังหารก็เพราะไม่เชื่อในแผนที่วางไว้ จึงตกหลุมพลางของพวกชนเผ่านอกด่าน แต่ด้วยแผนที่วางเอาไว้จึงชนะได้ในครานั้นแต่ก็สูญเสียท่านแม่ทัพใหญ่ไป วันนี้พวกเขาได้เห็นนางอีกครั้งจึงรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทำให้มีเรี่ยวแรงจะสู้ต่อ หนทางชนะย่อมเป็นไปได้ถ้ามีกุนซือผู้นี้อยู่ที่นี่

“คำนับท่านกุนซือโจว" ทหารเหล่านี้ไม่ได้เรียกนางว่าฮูหยินน้อยต่างเรียกว่ากุนซือโจวเสียมากกว่าด้วยความเคยชิน

โจวฟางหลินพยักหน้าตอบรับของทหารตรงหน้าก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้ทหารทั้งหลายต่างโล่งใจพอมีหวังที่จะรอดจากการศึกในครั้งนี้

"ข้าจะเข้าไปปรึกษาสถานการณ์ตอนนี้กับรองแม่ทัพเสียก่อน เสบียงกำลังเดินทางมาพวกเจ้าอย่ากังวล” เอ่ยให้ขวัญกำลังใจทหารเพราะการศึกที่ยังไม่จบกำลังใจทหารมีผลมากที่สุด

“พวกเรา ท่านกุนซือมาแล้ว พวกเราต้องชนะแน่นอน" ทหารโห่ร้องดีใจเริ่มมีความหวังอีกครั้งหลังจากแม่ทัพเฉินบาดเจ็บสาหัส

โจวฟางหลินได้เข้าไปดูเฉินโม่เหยียนที่บาดเจ็บสาหัสยังไม่ฟื้นคืนสติมาได้ ร่างสูงกำยำที่นอนเหยียดยาวถูกพันด้วยผ้าเต็มไปหมด มีเลือดซึมออกมาจนผ้าขาวมีรอยแดงของเลือด

ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดจนขาวซีดและดูจะผ่ายผอมลงไป ในใจรู้สึกหน่วงร้าวลึกๆ ทั้งๆที่ไม่คิดว่านางจะรู้สึกกับบุรุษผู้นี้อีกแล้วใยยังรู้สึกเจ็บหน่วงด้วยเล่า หรือยังคงเป็นความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่ในชาติก่อนกันแน่

“ท่านรองแม่ทัพหาน ตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นไรบ้าง” ร่างบางได้เอ่ยถามอย่างจริงจัง

“ตอนนี้ทัพของแคว้นเยี่ยนได้เข้ามาตีทางฝั่งเมืองอูเจิ้น และตอนนี้ก็กำลังจะต้านต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว กองทัพแคว้นเยี่ยนครั้งนี้ได้นำทัพมาหลายแสน แบ่งผลัดกันเข้าโจมตีเราทุกวันจนไม่ได้พัก เราเสียทางตอนใต้ไปเกือบครึ่ง และมีชนเผ่านอกด่านได้มาร่วมด้วยเวลานี้เจอศึกหลายด้าน กำลังพลของเราก็น้อยกว่าเกือบเท่าตัว บาดเจ็บล้มตายไปก็เยอะ

และเราเหลือทหารไม่ถึงสองแสนคนด้วยซ้ำ ข้าวปลาอาหารก็หร่อยหลอลง ตอนนี้เราจะแก้ไขสถานการณ์กันอย่างไรดี” รองแม่ทัพหานได้เอ่ยอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ด้วยความอัดอั้นตันใจ ถึงแม้ใจจะสู้เพื่อแผ่นดิน แต่เมื่อถึงที่สุดแล้วก็แค่ยอมตายก็คงได้แค่นั้น

“เรื่องเสบียงท่านไม่ต้องห่วง คนของข้ากำลังนำมา ส่วนแผนการรับมือครั้งนี้ ขอข้าคำนวนสถานการณ์ก่อน" โจวฟางหลินเอ่ยขึ้นมาไม่แสดงสีหน้ากังวลแต่อย่างใด ได้วางแผนไว้แล้วก่อนจะมาที่ค่ายทหาร เพียงแค่ส่งหนานกงและลูกน้องที่มีฝีมือไปทำตามแผนเท่านั้น

รองแม่ทัพหานพึ่งจะสังเกตุว่า กุนซือผู้นี้เขาได้พบเห็นนางมาหลายปี พึ่งจะไม่ได้พบหน้าเพียงสองปีเท่านั้น นางดูเปลี่ยนไปมาก ดูสุขุม เย็นชา หลังตรงสง่าผ่าเผย ไม่มีสีหน้าวิตกกังวลหรือตระหนกตกใจสักเพียงนิดกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ถึงเพียงนี้

หลังจากที่นางมาถึงค่ายทหารเพียงสองวัน หนานกงก็ตามมาถึงพร้อมกับเสบียงและอาวุธ เมื่อได้แจกจ่ายอาหารและยาให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ โจวฟางหลินจึงได้เรียกประชุมอีกครั้ง

“หนานกงเจ้ารีบไปที่แคว้นหานและยื่นข้อเสนอกับแม่ทัพน้อยว่าข้ายินดีจะส่งข้าวสารและเกลือบริสุทธิ์ไปให้เป็นเวลาหกเดือน เดือนละยี่สิบเกวียน เพียงขอทหารมาช่วยรบ ทหารของแคว้นหานข้าขอเพียงเพึยงแปดหมื่นคนเท่านั้น ขอเป็นคนที่ถนัดต่อสู้ในทางราบ มิใช่พลธนู ถ้าแคว้นหานยินดี ข้าจะส่งอาวุธเข้าไปเสริมช่วย ให้เดินทัพมารอริมแม่น้ำตรงเชิงเขา รอให้ทหารแคว้นเยี่ยนที่ถูกไล่ต้อนลงแม่น้ำ เมื่อขึ้นฝั่งให้สังหารเสียให้หมด” เอ่ยจบก่อนจะสั่งการไปที่ลูกน้องฝีมือดีอีกคน

“เสี่ยวเฉาเจ้าไปที่ชนเผ่าเซียนเป่ย บอกว่าจะส่งข้าวสารขาวไปให้เป็นเวลาหกเดือน เดือนละสิบเกวียน ถ้าเซียนเป่ยตกลง ให้เข้าไปซุ่มตีเผ่าเยี่ยวจื่อ เผ่าตงหู เผ่าเซียง และฉ่วนหรง เพียงไปก่อกวนเผาเสบียงและขัดขวางการมาร่วมกับทัพแคว้นเยี่ยนให้ได้ ถ้าศึกนี้สำเร็จ ทางกองทัพจะช่วยเหลือยามเผ่าเซียนเป่ยถูกรุกราน เจ้าออกเดินทางเดี๋ยวนี้และส่งข่าวให้ข้าเร็วที่สุด เจ้านำนกพิราบสื่อสารไปด้วย” โจวฟางหลินสั่งการอย่างรวดเร็ว

“ท่านรองแม่ทัพหาน ท่านนำทหารหนึ่งแสนนายไปเป็นทัพหน้าแต่ให้ทหารม้าด้านหลังเดินย่ำเท้าให้เกิดเสียงดังพร้อมโห่ร้องเพื่อให้เข้าใจว่าทางเมืองหลวงได้ส่งทหารมาช่วยพวกเราแล้ว” หยุดคำนวนสักครู่ก็ได้เอ่ยแผนต่อไป

“อีกห้าพันคนที่เป็นพลธนูไปรอบนเขาทางทิศใต้ ส่วนที่เหลือให้ตีขนาบด้านข้างตรงกลางกองทัพ โดยต้องพยายามให้ทัพเยี่ยนไปทางทิศใต้เพื่อจะไล่ลงแม่น้ำข้ามฝั่งไปให้ได้ จะมีทหารแคว้นหานไปรอจัดการทหารเหล่านี้เอง” โจวฟางหลินเอ่ยขึ้นพร้อมกับนำไม้ ขีดเขียนไปตามทรายที่นำมาเป็นสถานที่จำรองในการวางกลศึกในแต่ละครั้ง

พร้อมกับนำธงมาปักลงไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจตามจุดต่างๆที่ได้วางเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นในขั้นตอนต่อไป

“ส่วนไส้ศึกที่ส่งไป ช่วงเวลาที่เข้าตีเมื่อเสียขบวนให้คนที่เราส่งไปร้องตะโกนพร้อมกันว่ากองทัพแคว้นเยี่ยนแพ้แล้ว กองทัพแคว้นเยี่ยนแม้จะยกทัพมามากมายแต่ส่วนมากก็เป็นแค่ชาวบ้านและเชลยศึก ใช่จะรู้วิธีการต่อสู้เยี่ยงทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาหลายปี แค่ทำลายขวัญกำลังใจให้ได้ก็เพียงพอจะให้ระส่ำระสายได้แล้ว" ก่อนจะหันไปทางรองแม่ทัพผู้ที่จะเป็นทัพหน้าในครานี้ ซึ่งกำลังมองมาอย่างนิ่งอึ้งจนไม่ขยับร่างกาย

“รองแม่ทัพหาน เมื่อกองทัพเยี่ยนเริ่มเสียขวัญให้ท่านบุกเข้าโจมตีอย่าได้หยุดพักเราจะต้องชนะศึกในคราเดียวให้จงได้เรามีกองกำลังน้อยกว่ามาก เพราะฉะนั้นจะต้องจบการสู้รบครั้งนี้ให้เร็วที่สุด”

ชายร่างสูงที่มีตำแหน่งรองแม่ทัพพยักหน้ารับคำด้วยความยินดีนึกชื่นชมกับแผนการในครั้งนี้แทบหาช่องโหว่ไม่ได้ มีคนน้อยชนะคนมากกลยุทธ์นี้ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ

“พวกเจ้าออกเดินทางเดี๋ยวนี้และใช้นกพิราบสื่อสารส่งมาเมื่อเจรจาสำเร็จ เราจะดำเนินแผนการกันได้เลย” โจวฟางหลินสั่งการเป็นระบบระเบียบอย่างรวดเร็วกับทั้งสองคนที่เป็นคนของตนเอง

ทุกคนที่นั่งฟังกลยุทธ์ครั้งนี้ถึงกับตกตะลึง หนานกงกับเสี่ยวเฉาชื่นชมยินดีและจะขอติดตามนายหญิงไปตลอดชีวิตไม่เคยคิดเลยว่านายหญิงนอกจากโหดเหี้ยมแล้วยังเชี่ยวชาญกลศึกถึงเพียงนี้

รองแม่ทัพทั้งสอง ตะลึงกับกลยุทธ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ โอกาสชนะมีสูงมาก เขานับถือกุนซือที่เป็นสตรีอายุน้อยผู้นี้เสียจริงๆ เด็ดขาด วางแผนเป็นขั้นเป็นตอน รอเพียงความร่วมมือของแคว้นหานและเผ่าเซียนเป่ยเพียงเท่านั้น

“ข้าขอคำนับท่านกุนซือ” บุรุษร่างสูงใหญ่เยี่ยงชายชาติทหารคำนับด้วยความนับถือจากใจจริง เมื่อก่อนว่านางคือกุนซือที่ฉลาดเฉลียวยิ่งนัก เมื่อมาเทียบกับตอนนี้ นางช่างเปลี่ยนเป็นคนละคน ทั้งสุขุม เด็ดขาด กลยุทธ์ที่เอ่ยขึ้นมาไหนเลยจะมีใครคิดได้ซับซ้อนถึงเพียงนี้ ร่างสูงใหญ่มั่นใจว่าเพียงนางอยู่ย่อมชนะศึกครั้งนี้ได้แน่นอน

“เมื่อต้องเริ่มเดินทัพเราจะมาลงรายละเอียดอีกครั้งเพราะที่กล่าวมาเพียงเอ่ยให้เห็นในภาพรวม และถ้ามีข้อสงสัยตรงที่ใดให้เอ่ยถามให้สิ้นสงสัย แผนการครั้งนี้ซับซ้อนนักเราจะผิดพลาดไม่ได้แม้แต่จุดเดียว” ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยแผนกลศึกครั้งนี้ค่อนข้างซับซ้อน หากสื่อสารผิดพลาดอาจจะพลิกเป็นฝ่ายเสียหายก็เป็นได้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 77

    ทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล มาลียา จากสตรีสูงศักดิ์เมื่อได้ถูกส่งกลับด้วยชื่อเสียงที่อื้อฉาว มือเรียวที่บัดนี้ไม่ได้อ่อนนุ่มเช่นเดิมอีกแล้ว ท่าทีที่หยิ่งยะโสไม่มีให้เห็นเช่นแต่ก่อน บัดนี้ต้องมาทำงานทุกอย่างภายในบ้านที่บิดาส่งนางแต่งงานกับพ่อค้าที่มักจะเดินทางมารับหนังสัตว์บ่อยๆ ตั้งแต่เดินทางมาถึงบิดา

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 76

    ลายาบ่าวผู้ภักดีถึงกับอ้าปากค้าง ด้วยไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ แล้วผู้ใดที่อยู่กับองค์หญิงของนางทั้งคืน ซ้ำเสียงน่าอายนี้ก็ได้ยินกันทั่ว แล้วจะแก้สถานการณ์นี้ได้อย่างไร “กรี๊ด” เสียงกรีดร้องของสตรีที่ยังมีเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยกลิ่นโลกีย์ยังคละคลุ้งอบอวลอยู่ในห้อง บัดนี้นางไ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 75

    ธูปราคะที่ถูกจุดขึ้นมาได้ไหม้ลงจนเกือบครึ่งแล้ว มาลียาที่ได้สูดดมไปด้วยเริ่มมีอาการร้อนรุ่มไปทั้งร่างกาย สมองและสายตาเริ่มพล่าเลือน ดวงตาราวเมล็ดซิ่งหยาดเยิ้มด้วยอารมณ์กำหนัดที่เกิดจากสูดควันเข้าไปเยอะพอประมานหนึ่ง เฉินโม่เหยียนที่ได้กินยาถอนพิษไปแล้วย่อมไม่ได้รับผลกับสิ่งนี้ จึงมีสีหน้าที

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 74

    สองสามีภรรยาถึงเวลาเดินทางกลับจวนเสียที หลังได้จัดการการค้าทุกอย่างได้เรียบร้อยคงถึงเวลาได้กลับมาเก็บกวาดปัญหาเสียที นางเป็นเพียงองค์หญิงนอกด่านที่ยังไม่ได้เห็นโลกกว้าง การใช้เล่ห์กลที่สตรีนิยมใช้กันทั่วไปเพื่อผูกมัดบุรุษส่วนมากไม่ได้ผลเท่าใดนัก ถึงจะได้ร่วมอภิรมย์แต่ก็หาได้ใจบุรุษ แผนการทุกอย่างของ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 73

    ภายในเรือนที่อยู่ในด้านหลังป่าไผ่ ปลูกไว้เพื่อความสวยงามจึงไม่ได้บดบังเรือนที่อาศัยของภรรยารอง เสียงสนทนาที่แผ่วเบา กำลังวางแผนที่จะให้ราชบุตรเขยได้ลงเอยเปลี่ยนไม้เป็นเรือเสียโดยเร็ว และจะส่งจดหมายไปถึงท่านมหาข่านให้ส่งคนมาสังหารฮูหยินเอกเพื่อจะได้ทำตามแผนการที่วางเอาไว้ได้ง่ายขึ้น “ก่อนอ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 72

    “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่" มาลียา ยิ้มอ่อนหวานรับปิ่นปักผมมาอย่างนอบน้อมพลางคิดว่าไม่น่าจะยากเย็นสักเท่าใดถ้าจะเอาชนะใจแม่สามีผู้นี้ เมื่อต้องยกน้ำชาให้กับฮูหยินเอกที่นั่งหลังตรงดูมีอำนาจแผ่กระจายออกมาตามธรรมชาติ ถึงอย่างไรนางก็เป็นชาวบ้านทั่วไปไยต้องเกรงกลัวนางด้วย พลางเหลือบสายตาไปที่ลายา ให

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 63

    ภายในราชสำนักที่กำลังมีขุนนางเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยความเร่งรีบ ด้วยฝ่าบาทมีรับสั่งเข้าเฝ้าเพื่อหารือในเรื่องมีสาร์นมาจากชนเผ่านอกด่านที่อยู่แดนไกล เป็นเชื้อสายมองโกล ระบุอยู่ในสาร์นว่าต้องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับแคว้นเว่ย ไม่ได้ต้องการแต่งงานกับองค์ชายของแคว้น แต่ต้องการให้เจ้าห

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 62

    ยามเมื่อฟ้าสางแสงแดดเริ่มลามเลียไปบนยอดไม้อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น เหล่าปาได้เตรียมให้ทุกคนที่ลี้ภัยมาพร้อมกับเขาเริ่มเตรียมตัวเดินทาง เมื่อเรียบร้อยจึงได้ให้ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อรับคำสั่งจากท่านแม่ทัพว่าจะให้พวกเขาทำอย่างไรต่อไป “ข้าจะให้พวกท่านได้เดินทางด้วยรถม้าด้วยยังมีเด็กเล็กมากนัก ต้อง

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 61

    อาชาศึกรูปร่างสูงใหญ่สีดำสนิทกล้ามเนื้อแข็งแรง เป็นม้าที่หายากถูกคัดเลือกมาจากที่ส่งมาฝึกจำนวนมากและคัดเลือกออกมาได้เพียงแค่หนึ่งหรือสองตัวเพียงเท่านั้น หรือที่เรียกว่าม้าเหงื่อโลหิต ด้วยพละกำลังที่มีมากความเคลื่อนไหวคล่องแคล่ววิ่งเร็ว โจวฟางหลินมักจะใช้เดินทางไกลเป็นประจำ อาชาคู่ใจที่เ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 60

    ร่างสูงกำยำก้าวเท้ามาโอบกอดสตรีหน้าเรียบตึงจนเป็นนิสัยอย่างอ่อนโยน ถ้าไม่ได้มีแววตาอาฆาตมาดร้ายย่อมวางใจได้ น้อยครั้งนักที่จะมีอารมณ์ขุ่นมัวถ้าได้อยู่ร่วมกันแท้จริงย่อมสังเกตได้โดยง่ายย นางไม่ได้โหดร้ายถึงเพียงนั้น ยังมีความรักใคร่เอ็นดูผู้คนและมีน้ำใจ อาจจะเป็นเพราะผ่านเรื่องราวมามากเกินไปจึงไม่ได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status