Share

ตอนที่ 12

last update publish date: 2026-08-15 12:00:27

ยามโฉ่ว (ประมาณ 02.00 น.) ณ ห้องทำงานชินอ๋อง

บรรยากาศยามดึกสงัดภายในห้องทำงานของชินอ๋องตึงเครียดจนอึดอัด... เทียนไขบนเชิงหงส์ส่งแสงวูบวาบตามแรงลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง แผนที่ยุทธศาสตร์และผังเมืองหลวงถูกกางออกเต็มโต๊ะไม้เนื้อดี

เวินเชียนฟานยืนกอดอกอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมสันเรียบตึงดุจรูปสลัก ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองผังเมืองหลวงตรงหน้าด้วยความครุ่นคิดอย่างหนัก โดยมีชางสิงและโม่เฟิงคุกเข่ารอรับคำสั่งอยู่เบื้องหน้า

“ท่านอ๋องพะยะค่ะ...” ชางสิงเอ่ยเสียงเบา “จากรายงานของโม่เฟิง... อนุซูเผาจดหมายคำสั่งลับจากตระกูลซูทิ้ง และสังหารนกพิราบสื่อสารย่างกินอย่างเหี้ยมโหดเมื่อหัวค่ำ ยามนี้สายการสื่อสารทางอากาศของฝั่งศัตรูถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงแล้วพะยะค่ะ”

“ถูกต้อง...” เวินเชียนฟานเอ่ยเสียงต่ำดุดัน เหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก “การที่นางทำลายสายส่งสารทางอากาศ ย่อมหมายความว่า... หากนางต้องการส่งสัญญาณ หรือรับคำสั่งใหม่จากฝงฮองเฮาและขั้วอำนาจเบื้องบน นางจำเป็นต้องหาทางติดต่อกับ ‘เครือข่ายสายลับใต้ดินในเมืองหลวง’ อย่างแน่นอน!”

โม่เฟิงฟังแล้วตาโต “หมายความว่า... นางกำลังรอโอกาสออกไปพบสายลับใต้ดินในเมืองหลวงรึพะยะค่ะ!”

“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น!” ชินอ๋องเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะหนักแน่น “ในเมื่อนางอยู่ในเรือนท้ายสวนแล้วติดต่อใครไม่ได้... ข้าก็จะสร้างโอกาสให้นางเอง! ในเมื่อเสือไม่ยอมออกจากถ้ำ ข้าก็จะเปิดประตูถ้ำและนำเหยื่อไปล่อถึงที่!”

ชางสิงขมวดคิ้วสงสัย “ท่านอ๋องจะทำอย่างไรหรือพะยะค่ะ?”

เวินเชียนฟานสะบัดชายเสื้ออย่างทรงอำนาจ ดวงตาฉายแววมุ่งมั่นเชิงยุทธศาสตร์

“พรุ่งนี้ยามสาย... ข้าจะพานางออกจากวังอ๋องไปเดินเที่ยว ‘ตลาดเมืองหลวง’!”

“หา?!” ชางสิงและโม่เฟิงอุทานพร้อมกันด้วยความตกตะลึงสุดขีด

“ท่านอ๋อง!” ชางสิงร้องหลงด้วยความกังวล “พานางไปเดินตลาดเมืองหลวงสองต่อสองเนี่ยนะพะยะค่ะ! ตลาดเมืองหลวงวุ่นวายและเต็มไปด้วยผู้คน หากนางใช้ค่ายกลเปลือกส้ม หรือใช้อาวุธก่อความวุ่นวายกลางตลาด มีหวังประชาราษฎร์ได้แตกตื่นกันหมดพอดี!”

“ข้าคำนวณไว้หมดแล้ว!” เวินเชียนฟานเอ่ยน้ำเสียงเหนือชั้น “ข้าจะสั่งการให้องครักษ์เงาทั้งหมด ปลอมตัวเป็นพ่อค้าและชาวบ้านปะปนอยู่ทั่วทุกซอกมุมของตลาด! หากนางขยิบตา ส่งรหัสลับ แตะตัวใคร หรือแอบยัดม้วนกระดาษให้พ่อค้าคนไหน... ข้าจะจับตัวสายลับเครือข่ายใต้ดินของนางให้หมดสิ้นในคราวเดียว!”

โม่เฟิงและชางสิงฟังบทวิเคราะห์อันแยบยลแล้ว ขนลุกซู่ทั่วแผ่นหลัง ประสานมือคารวะด้วยความเลื่อมใสสุดขีด

“ท่านอ๋องทรงปรีชาสามารถยิ่งนักพะยะค่ะ! แผนล่อเสือออกจากถ้ำนี้ ช่างลึกล้ำยิ่งนัก!”

.

เช้าวันรุ่งขึ้น ยามเฉิน (ประมาณ 08.00 น.) ณ เรือนท้ายสวน

แสงแดดยามเช้าทอสาดผ่านทิวไม้ร่มรื่นเข้ามาในห้องพัก...

มะลินั่งบิดกายยืดสายยืดขามีความสุขอยู่บนเตียง พลางสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างอารมณ์ดี

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงก้าวเท้าอันตื่นตระหนกดังขึ้นจากหน้าเรือน... ชางสิงเดินนำเทียบเชิญสีแดงสดตรงเข้ามาหยุดยืนรักษาระยะห่างจากประตูเรือนถึงสิบก้าว (เนื่องจากยังผวา 'ค่ายกลเปลือกส้ม' ไม่หาย)

“เรียน... เรียนอนุซู!” ชางสิงส่งเสียงตะโกนแจ้ง “ท่านอ๋องมีคำสั่งด่วน! ให้ท่านเตรียมตัว... ท่านอ๋องจะพาท่านเข้าเมืองไปเดิน ‘ตลาดเมืองหลวง’ ยามสายวันนี้พะยะค่ะ!”

พูดจบ ชางสิงก็วางเทียบเชิญไว้บนหินหน้าเรือน แล้วรีบถอยฉากโกยอ้าวกลับไปทันที!

อาชูที่เดินไปหยิบเทียบเชิญขึ้นมาอ่าน พลันที่อ่านข้อความจบ...

“ฮือออออออออ!”

อาชูปล่อยโฮออกมาคำโต น้ำตานองหน้า เข่าอ่อนทรุดลงไปนอนกองกับพื้น ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน!

มะลิที่กำลังเดินถือถ้วยชาร้อนออกมา ขมวดคิ้วแน่นด้วยความตกใจ “เฮ้ย! เป็นอะไรไปอาชู?! ร้องไห้ทำไมอีกเนี่ย! ใครมาแย่งข้าวแกกินเหรอ!”

“คุณหนูสาม... ฮืออออ!” อาชูปาดน้ำตาปวดใจ “ท่านอ๋อง... ท่านอ๋องจะพาคุณหนูไปเดินตลาดเมืองหลวงเจ้าค่ะ!”

มะลิเลิกคิ้วงงงวย “เอ้า? พาไปเดินตลาด แล้วมันน่าร้องไห้ตรงไหนวะ?”

“คุณหนูไม่รู้เรื่องอะไรเลย!” อาชูปาดน้ำตาเล่าด้วยเสียงสยอง “ตลาดเมืองหลวงยามนี้วุ่นวายมาก มีแต่คนของฝั่งศัตรูและนักฆ่าเพ่นพ่าน! เมื่อคืนคุณหนูเพิ่งเผาจดหมายและกินนกพิราบขู่ตระกูลซูไป... ท่านอ๋องต้องสงสัยแน่ๆ การพาคุณหนูออกนอกวังอ๋องไปตลาดแบบนี้... มันคือ ‘การพาไปลานประหารกลางเมือง’ ชัดๆ เจ้าค่ะ! ท่านอ๋องคงเตรียมให้ทหารล้อมจับคุณหนูต่อหน้าธารกำนัลแน่ๆ!”

มะลิฟังแล้วกลอกตามองบนใส่สาวใช้ ก่อนจะคว้าเทียบเชิญขึ้นมาอ่าน

ดวงตาของมะลิขยายกว้าง เปล่งประกายวาววับเป็นประกายทันที! มุมปากยกยิ้มแป้นจนแก้มแทบปริ!

“โอ๊ยยยยย! อาชูเอ๋ยอาชู!” มะลิหัวเราะร่า ตบไหล่สาวใช้เบาๆ “ลานประหารบ้านแกสิ! อ่านตัวหนังสือออกแต่จินตนาการเลวร้ายตลอดเลยนะแก!”

อาชูสะอื้นงงงวย “ทา... ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะคุณหนู?”

มะลิชูเทียบเชิญขึ้นฟ้า ยิ้มร่าอย่างมั่นหน้าเกินร้อย!

“นี่มัน ‘ตั๋วทัวร์สตรีทฟู้ดเมืองหลวงยุคโบราณฟรี’ ชัดๆ!” มะลิปรบมือชอบใจ “ออกไปเดินตลาดกับอ๋องรวยร้อยล้านแปลว่าอะไร? แปลว่าอ๋องสายเปย์จะจ่ายให้หมดว้อย! ถังหูลู่ลูกโตๆ! เกาลัดคั่วหอมๆ! ซาลาเปาไส้ไหล! เนื้อย่างติดมัน! งานนี้ฉันจะล้างท้องรอถล่มสตรีทฟู้ดเมืองหลวงให้ยับเลยคอยดู!”

อาชูตาค้าง “คุณ... คุณหนูสาม... ท่านไม่กลัวโดนลอบสังหารหรือโดนจับหรือเจ้าคะ?”

“กลัวทำไม!” มะลิเชิดหน้าขึ้น “ของอร่อยข้างทางเรียกร้องขนาดนี้ แถมมีเจ้ามือรวยระดับประเทศจ่ายให้! ไปสิรออะไร!”

.

ยามซื่อ (ประมาณ 09.30 น.) ณ เรือนท้ายสวน

บรรยากาศภายในห้องพักเรือนท้ายสวนคึกคักสุดขีด...

มะลินั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เลือกชุดฮั่นฝูสีฟ้าพาสเทลทรงหลวมๆ ตัวโปรดขึ้นมาถือ พลางสั่งการอาชูด้วยสีหน้าจริงจังระดับชาติ

“อาชู... มานี่เร็ว! เอาเข็มกับด้ายมา!” มะลิสั่งการ

อาชูถือกล่องเย็บผ้าเดินเข้ามาด้วยความสงสัย “คุณหนูจะให้ข้าซ่อมผ้าหรือเจ้าคะ?”

มะลิส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ชี้ไปที่ชุดฮั่นฝูสีฟ้า “เย็บ ‘กระเป๋าซ่อนใต้ชายเสื้อกว้าง’ เพิ่มอีกสองจุด! แล้วก็เย็บ ‘ถุงซับในใต้กระโปรง’ เพิ่มอีกจุดด้วย!”

อาชูฟังแล้วตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจเต้นระทึกผวา ‘สวรรค์... คุณหนูสั่งให้เย็บช่องซ่อนอาวุธลับใต้ชายเสื้อและกระโปรงถึงสามจุด! คุณหนูคงกำลังเตรียมซ่อนมีดสั้น เข็มพิษ และยันต์มหาอุตม์ ไว้รับมือกับคนของท่านอ๋องกลางตลาดแน่ๆ!’

อาชูน้ำตาคลอเบ้า มือสั่นระริกขณะลงเข็มเย็บกระเป๋าซ่อนให้คุณหนู “คุณหนูสาม... ท่านต้องระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ ศัตรูกลางตลาดมันอันตรายมาก...”

มะลิมองสาวใช้ที่นั่งปาดน้ำตาเย็บผ้าแล้วขมวดคิ้วงวยงง ก่อนจะคิดในใจ (ยัยเด็กนี่เป็นอะไรของมันวะ ดราม่าได้ตลอดเวลา!)

มะลิเลยส่งยิ้มหวาน ตบไหล่อาชูเบาๆ “เอาน่าอาชู... ไม่ต้องห่วง! ช่องซ่อนพวกนี้ฉันกะจะเอาไว้ใส่ ‘เกาลัดคั่วร้อนๆ’ ‘ขนมเปี๊ยะอบ’ แล้วก็ ‘เนื้อย่างหมักซอส’ แอบห่อกลับมาฝากแกไงล่ะ! สตรีทฟู้ดเมืองหลวงต้องอร่อยกว่าอาหารจวนแน่ๆ!”

พรวด!

อาชูฟังแล้วช็อกค้าง น้ำตาที่กำลังจะไหลชะงักกึก! จ้องมองคุณหนูสามด้วยสายตาตื่นตะลึงและซาบซึ้งใจสุดขีด!

‘คุณหนูสาม... ท่านยอมเย็บกระเป๋าซ่อนเสี่ยงภัย เพื่อแอบห่อเนื้อย่างกับเกาลัดคั่วกลับมาฝากข้าหรือนี่! คุณหนูของข้าช่างเป็นยอดนายผู้มีเมตตาและกล้าหาญที่สุดในโลก!’

“เสร็จแล้วใช่มั้ยอาชู?” มะลิส่องกระจก เชิดหน้าขึ้นยิ้มแป้น “พร้อมออกไปถล่มสตรีทฟู้ดเมืองหลวงแล้วว้อย!”

.

ยามอู่ (ประมาณ 11.30 น.) ณ ประตูหน้าวังชินอ๋อง

บรรยากาศหน้าประตูวังอ๋องยิ่งใหญ่และโอ่อ่า... รถม้าหรูหราทำจากไม้ชิงชันแกะสลักอย่างประณีตจอดรออยู่ โดยมีทหารองครักษ์ในชุดเกราะเรียบหรูสิบนายยืนอารักขา

เวินเชียนฟานยืนรออยู่ข้างรถม้า... วันนี้เขาสวมชุดคุณชายคหบดีเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มขลิบเงิน ดูเรียบหรู สง่างาม ทว่าสายตาคมกริบดุจพญาอินทรีกลับจ้องมองไปยังทางเดินข้างวังโดยไม่กระพริบตา! มือขวาของเขาสอดซ่อนไว้ใต้พัดเหล็ก คลำเข็มพิษและยาแก้พิษไว้แน่นหนา

ตึง... ตึง...

เสียงก้าวเท้าอันร่าเริงและผ่อนคลายดังขึ้น...

มะลิในชุดฮั่นฝูสีฟ้าพาสเทลทรงหลวม เดินระรื่นออกมาจากประตูข้าง! ชายเสื้อกว้างพริ้วไหว สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจสุดขีด

ทันทีที่สายตาของมะลิปะทะเข้ากับเวินเชียนฟานในลุคคุณชายสุดหล่อ...

มะลิ: ‘...อู่หู้วววววว!’ (กรีดร้องในใจ)

มะลิตาโต จ้องมองชินอ๋องตั้งแต่หัวจดเท้า ‘คุณพระ! แต่งชุดลำลองคุณชายแล้วหล่อออร่าจับสุดๆ! หล่อ รวย สายเปย์ แถมพาไปเที่ยวตลาด... หัวหน้างานแบบนี้เอาใจไปเลยว้อย!’

มะลิเดินตรงเข้ามา ย่อกายเคารพแบบงูๆ ปลาๆ ส่งยิ้มหวานกวนประสาท “สวัสดีค่ะท่านอ๋อง! พร้อมออกเดินทางไปละลายทรัพย์ที่ตลาดแล้วค่ะ!”

ทว่า... ฝั่งของเวินเชียนฟาน!

ชินอ๋องจ้องมองท่าทีร่าเริงเกินเหตุ และสายตากวาดสำรวจไปทั่วบริเวณของมะลิ...

เหงื่อซึมฝ่ามือชินอ๋องทันที! หัวใจเต้นระทึกด้วยความผวาปนเครียดเกร็งเชิงยุทธศาสตร์!

‘ท่าทางผ่อนคลายเกินเหตุ... และสายตาที่กวาดสำรวจจุดยุทธศาสตร์ไปทั่วประตูวัง!’ เวินเชียนฟานคิดในใจด้วยความสยอง ‘นางไม่ได้มาเดินเที่ยว... แต่นางกำลังเตรียมพร้อมสำหรับสงครามจิตวิทยาและการนัดพบสายลับกลางตลาดแล้วสินะ!’

เวินเชียนฟานสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ผายมือเชิญ “เชิญอนุซูขึ้นรถม้า...”

“ขอบพระคุณค่ะท่านอ๋อง!” มะลิยิ้มร่า ก้าวขึ้นรถม้าอย่างอารมณ์ดี ไร้ซึ่งความลังเล!

เวินเชียนฟานก้าวตามขึ้นไปนั่งฝั่งตรงข้าม กอดอก จ้องมองมะลิด้วยสายตาจับผิดทุกการเคลื่อนไหว

รถม้าหรูหราค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหน้าวังอ๋อง มุ่งตรงสู่ตลาดเมืองหลวงอันวุ่นวาย...

.

ยามเว่ย (ประมาณ 13.30 น.) ณ เรือนอนุเฉิน

ในขณะที่รถม้าของชินอ๋องกำลังเคลื่อนตัวออกไปนอกวัง...

ตัดกลับมาที่เรือนอนุเฉิน ซึ่งยังถูกสั่งกักบริเวณคุมเข้ม!

บรรยากาศภายในห้องนอนมืดมิดและอับชื้น... อนุเฉินนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ผมเผ้าระเกะระกะ ใบหน้าผัดแป้งหนาเตอะบัดนี้ซูบซีดและขอบตาแดงก่ำด้วยความเจ็บแค้น

ซ่า...

เสียงบานหน้าต่างไม้ถูกดันเปิดออกแคบๆ เพียงช่องซี่กรง!

‘สาวใช้คนสนิท’ แอบชะโงกหน้าเข้ามาจากเบื้องนอก กระซิบรายงานด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก!

“ทา... ท่านอนุเจ้าคะ! ข่าวใหม่ด่วนที่สุดเจ้าค่ะ!”

อนุเฉินเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววอาฆาต “มีข่าวอะไร?! ท่านอ๋องยอมปลดกักบริเวณข้าแล้วหรืออย่างไร!”

สาวใช้สั่นหัวพัลวัน น้ำตาเล็ดด้วยความผวา “เปล่าเลยเจ้าค่ะ... แต่ข้าน้อยแอบเห็นกับตาว่า ยามนี้... ท่านอ๋องพานังอนุซูเหมย นั่งรถม้าออกจากวังไปเที่ยว ‘ตลาดเมืองหลวง’ สองต่อสองแล้วเจ้าค่ะ!”

“อะไรนะ?!”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!

อนุเฉินกรีดร้องเสียงแหลมสูงดุจผีพราย กวาดหมอนและหมอนข้างลงพื้นแตกกระจาย! ดวงตาขยายกว้าง ขอบตาแดงก่ำด้วยความอิจฉาริษยาและแค้นเคืองถึงขีดสุด!

“นังซูเหมย! นังขยะตระกูลตกอับ!” อนุเฉินเค้นเสียงกรีดร้องสติแตก “ข้าโดนกักบริเวณไม่เห็นแสงตะวัน แต่มัน... แต่มันกลับได้นั่งรถม้าไปเดินเชิดหน้าชูตาในตลาดกับท่านอ๋องสองต่อสอง! มันใช้วิชาคุณไสยมนตร์ดำสะกดจิตท่านอ๋องจนลำเอียงขนาดนี้เลยรึ!”

อนุเฉินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดสดๆ หยดลงบนผืนผ้า!

ความแค้นและมโนสติแตกทำให้นางตัดสินใจทำเรื่องเด็ดขาด!

อนุเฉินพุ่งตัวไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ คว้าพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึกเขียน ‘จดหมายขอความช่วยเหลือ’ ด้วยตัวอักษรดุดันและอาฆาต!

‘ถึง... คนผู้นั้น! ยามนี้ข้าถูกชินอ๋องสั่งกักบริเวณจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้! หากพวกท่านยังอยากให้ข้าเป็นไส้ศึกคอยรับใช้... จงส่งคนมาพาข้าออกไปจากวังอ๋องเดี๋ยวนี้! และจงกำจัดนังซูเหมยกลางตลาดเมืองหลวงให้สิ้นซาก! เพื่อคืนชินอ๋องให้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!’

อนุเฉินม้วนกระดาษลับอย่างรวดเร็ว ยัดผ่านช่องซี่กรงหน้าต่างส่งให้สาวใช้เบื้องนอก!

อนุเฉินจ้องมองสาวใช้ด้วยสายตาเหี้ยมโหดและสั่นระริก

“นำจดหมายฉบับนี้... ไปส่งให้ ‘คนผู้นั้น’ เดี๋ยวนี้!” อนุเฉินเค้นเสียงต่ำเย็นชา “บอกพวกเขาสินค้าและเงินทองที่เหลือ ข้าจะมอบให้ทั้งหมด... ขอเพียงพาข้าออกไป และกำจัดนังซูเหมยพ้นทางรักของข้า!”

“รับ... รับทราบเจ้าค่ะท่านอนุ!” สาวใช้รับจดหมายลับแล้ววิ่งหายไปในเงามืดทันที

อนุเฉินเกาะซี่กรงหน้าต่าง เหยียดยิ้มหัวเราะสะอื้นอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาฉายแววมโนสติแตกถึงขีดสุด

“ฮะๆๆ! นังซูเหมย! ไปเที่ยวตลาดให้มีความสุขเสียเถอะ... เพราะข้าจะทำทุกทางเพื่อพาตัวเองออกไป และนำท่านอ๋องกลับคืนมาเป็นของข้าคนเดียว!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 33

    ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 32

    ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 31

    ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 30

    ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 29

    ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status