Share

ตอนที่ 14

last update publish date: 2026-08-16 12:00:02

ยามเชินแก่ๆ (ประมาณ 16.30 น.)

ขบวนรถม้าหรูหราหยุดเทียบหน้าประตูใหญ่วังชินอ๋อง

มะลิก้าวลงจากรถม้าอย่างกระฉับกระเฉง ชายเสื้อและกระโปรงพองตุ่ยแน่นเอี๊ยดไปด้วยห่อเกาลัดคั่วและเนื้อย่าง ส่วนอาชูหอบห่อซาลาเปากับขนมกุ้ยฮวาพะรุงพะรังจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน

เวินเชียนฟานก้าวลงตามมา เขาสะบัดชายเสื้อยืนกอดอก สายตาคมกริบจ้องมองสัมภาระพองโตของมะลิด้วยความครุ่นคิดอย่างหนัก

ตัดขาดตระกูลซูด้วยการเผาจดหมาย... กินนกพิราบประกาศอิสรภาพ... ซ้ำยังกวาดผังเมืองและยุทธภัณฑ์ลับมาไว้เต็มตัว!’ ชินอ๋องสูดหายใจลึก หากปล่อยให้นางตั้งตัวเป็นจอมมารอิสระ ย่อมเป็นภัยใหญ่หลวง สู้ข้าเปิดศึกเจรจา ทอดไมตรีดึงนางมาเป็นพันธมิตรลับ ย่อมดีกว่าปล่อยให้นางแปรพักตร์ไปร่วมมือกับฝั่งองค์ชายใหญ่!’

ชินอ๋องกระแอมเบาๆ ปรับสีหน้าให้อ่อนโยนลงสามส่วน

“อนุซู”

มะลิชะงัก หันขวับมามอง “คะ? มีอะไรเหรอคะท่านอ๋อง จะคิดเงินค่าไปเที่ยวย้อนหลังเหรอคะ? ไม่มีตังค์นะคะบอกไว้ก่อน!”

เวินเชียนฟานคิ้วกระตุกเบาๆ แต่ยังคงมาดนิ่ง “มิใช่เรื่องเงิน... ข้าเห็นเจ้าเหน็ดเหนื่อยจากการเดินตลาด ยามโหย่ว (ประมาณ 18.00 น.) เย็นนี้ ข้าจึงอยากขอเชิญเจ้ามาร่วมโต๊ะมื้อค่ำที่เรือนโถงใหญ่... กับข้าสองต่อสอง”

มะลิฟังคำว่า ‘มื้อค่ำที่เรือนโถงใหญ่’ ดวงตาก็เบิกกว้างเป็นประกายทันที!

บุฟเฟต์รอบเย็นฟรีอีกแล้วเหรอวะ! อ๋องคนนี้เลี้ยงดีเป็นบ้า!’

“รับคำเชิญค่ะ! เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง!” มะลิยิ้มแป้นพยักหน้ารัวๆ “ยามโหย่วเจอกันนะคะ เดี๋ยวหนูรีบเอาเกาลัดไปเก็บแล้วจะล้างท้องรอเลยค่ะ!”

พูดจบ มะลิก็สะบัดก้น ลากอาชูวิ่งแน่บกลับเรือนท้ายสวนอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เวินเชียนฟานยืนมองตามด้วยแววตามุ่งมั่น

ยามโหย่ว (ประมาณ 17.30 น.)

ตัดภาพมายังเรือนนอนอนุเฉินที่ถูกปิดตาย

“กรี๊ดดดดดดดดด!”

อนุเฉินกรีดร้องลั่นห้อง กวาดตลับแป้งตกแตกกระจาย เมื่อสาวใช้คนสนิทแอบมารายงานว่ามะลิกลับมาโดยไร้รอยขีดข่วน ซ้ำท่านอ๋องยังเอ่ยปากเชิญกินมื้อค่ำสองต่อสองอีกรอบ!

“นังขยะซูเหมย! นักฆ่าพวกนั้นยังทำอะไรมันไม่ได้! มันมีดีอะไรกัน!” อนุเฉินตาแดงก่ำ กัดฟันแน่นจนเลือดซึม “ไม่ได้การ... ข้าจะไม่ยอมให้มันเสวยสุขครองท่านอ๋องเด็ดขาด! ท่านอ๋องเป็นของข้า!”

ตึง! ตึง! ตึง!

ยังไม่ทันที่อนุเฉินจะส่งจดหมายฉบับใหม่ เสียงฝีเท้าและเสียงขานหน้าเรือนใหญ่ก็ดังสะเทือนไปทั่วทั้งวังอ๋อง!

“เสนาบดีเฉินและองค์ชายใหญ่ เสด็จเยือนวังชินอ๋อง!”

ภายในห้องโถงใหญ่ เวินเชียนฟานยืนต้อนรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เบื้องหน้าคือ ‘เสนาบดีเฉิน’ ขุนนางเฒ่าผู้กุมอำนาจฝ่ายขวา และ ‘องค์ชายใหญ่’ ผู้เป็นสายเลือดของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน

“ถวายบังคมองค์ชายใหญ่ ท่านเสนาบดีเฉิน” เวินเชียนฟานประสานมือคารวะตามมารยาท

เสนาบดีเฉินเหยียดยิ้มจิ้งจอก “ได้ยินข่าวว่าลูกสาวข้า... อนุเฉิน ทำผิดจนถูกท่านอ๋องสั่งกักบริเวณ วันนี้ข้ากับองค์ชายใหญ่จึงถือโอกาสแวะมาเยี่ยมเยียน และอยากร่วมโต๊ะเสวยมื้อค่ำ เพื่อปรับความเข้าใจกันเสียหน่อย... หวังว่าท่านอ๋องคงไม่รังเกียจที่จะปล่อยตัวบุตรสาวข้าออกมาร่วมโต๊ะกระมัง?”

เวินเชียนฟานขบกรามแน่น

พวกมันใช้คำสั่งและอำนาจราชสำนักมากดดันข้า... ฝ่าบาทและองค์รัชทายาททรงกำชับไว้ว่า ยามนี้ต้องแสร้งอ่อนน้อมเพื่อสืบหาหลักฐานกบฏของขั้วอำนาจนี้ให้แน่ชัดก่อน จะหักด้ามพร้าด้วยเข่าไม่ได้!’

“ในเมื่อท่านเสนาบดีและองค์ชายใหญ่ให้เกียรติมาเยือน ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ” ชินอ๋องสะบัดแขนเสื้อ สั่งการเสียงเรียบ “ชางสิง... ไปเชิญอนุเฉินมาที่โถงกลาง และจัดโต๊ะเสวยใหญ่ต้อนรับแขก!”

ยามโหย่วแก่ๆ (ประมาณ 18.00 น.)

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารโถงใหญ่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก อาหารเลิศรสกว่ายี่สิบอย่างถูกจัดวางหรูหรา

ฝั่งหนึ่งมีองค์ชายใหญ่นั่งหัวโต๊ะ ถัดมาคือเสนาบดีเฉิน และอนุเฉินที่เพิ่งแต่งหน้ากลบคราบน้ำตา นั่งส่งสายตาหวานหยดย้อยสลับกับส่งสายตาอาฆาตไปทางประตู ส่วนเวินเชียนฟานนั่งกอดอกแผ่รังสีเย็นชาอยู่ฝั่งตรงข้าม

ตึง!

ประตูโถงเปิดออก... มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูบานเย็น เดินผิวปากหวือเข้ามาอย่างอารมณ์ดี!

“มาแล้วค่าาา! ขอโทษที่มาช้านะคะ พอดีแวะแกะเกาลัดกินไปสามเม็ด... อ้าว?”

มะลิชะงักกึก มองสมาชิกบนโต๊ะอาหารตาปริบๆ

เชี่ย... จากดินเนอร์สองต่อสอง กลายเป็นโต๊ะแชร์รวมญาติไฮโซตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย? แต่ช่างเถอะ! มีหมูหัน เป็ดปักกิ่ง แกงปลาต้มเผ็ด... อาหารเพียบเหมือนเดิม!’

มะลิเดินดุ่มๆ เข้าไปดึงเก้าอี้ข้างชินอ๋องนั่งลงอย่างไม่แคร์สายตาใคร “สวัสดีค่ะทุกคน กินข้าวกันค่ะ!”

อนุเฉินกำผ้าเช็ดหน้าแน่น เค้นเสียงดูถูก “ไร้มารยาท! ต่อหน้าองค์ชายใหญ่และเสนาบดีใหญ่ท่านพ่อของข้า เจ้ายังกล้าทำตัวตลาดล่าง!”

มะลิหันไปมองอนุเฉินหัวจดเท้า “แหม พี่สาว... เพิ่งออกจากคุก เอ๊ย ออกจากห้องกักบริเวณมา หน้าตาดูผ่องใสขึ้นเยอะนะคะ แป้งหนาขึ้นสองมิลลิเมตรเชียว!”

“เจ้า!” อนุเฉินหน้าเขียวปัด กรี๊ดไม่ออกเพราะพ่อของนางส่งสายตาดุห้ามไว้

“อะแฮ่ม!” ชินอ๋องกระแอมขัดเบาๆ หันไปสบตากับซูเหมย กล่าวเสียงเรียบๆ

“อนุซู... นี่คือองค์ชายใหญ่ พระโอรสขององค์ฮองเฮา และนี่คือเสนาบดีเฉิน ทำความเคารพท่านทั้งสองก่อน รักษามารยาทด้วย”

ซูเหมยมองหน้าไปที่เวินเซียนฟานแวบนึงก็เข้าใจความต้องการของเขา แต่ก็แอบเซ็งๆ ‘หมูจะเข้าปากอยู่แล้ว ทำไมต้องมามีพิธีรีตรองอะไรวะเนี่ย... เฮ้อ’

ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่ด้วยสกิลความตอแหล เอ้ย การละครจากการดูซีรีส์จีนแนวโบราณมานักต่อนัก มะลิจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับทำความเคารพด้วยความพยายามอย่างมากที่สุดให้ดูดี (ในสายตาตัวเอง)

องค์ชายใหญ่ที่ตอนแรกหน้าตึงๆ เพราะไม่ชอบใจการไม่ได้รับความเคารพจากอนุชั้นต่ำ (ในสายตาเขา) แต่เมื่อเห็นชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ ถึงขั้นให้อนุคนโปรดลุกขึ้นทำความเคารพเขา จึงยอมปล่อยวางอารมณ์โมโห และกลับมาภารกิจของวันนี้ จึงเอ่ยปาก “อืม” ขึ้นมาเบาๆ

เสนาบดีเฉินกระแอมเบาๆ ยิ้มเย็น “เอาเถิด... ในเมื่อมากันครบแล้ว ข้าขอคารวะท่านอ๋องและอนุซู”

เสนาบดีเฉินส่งสัญญาณลับให้อนุเฉิน อนุเฉินรีบยกกาน้ำชาขึ้นมารินใส่จอกทองคำตรงหน้ามะลิด้วยมือที่ซ่อนกลไกแหวนยาพิษไว้ใต้แขนเสื้ออย่างแนบเนียน!

ผงสลายวิญญาณเจ็ดราตรี!’ อนุเฉินแสยะยิ้มในใจ ดื่มเข้าไปสิ ดื่มแล้วเจ้าจะกระอักเลือดตายต่อหน้าทุกคน!’

“น้องหญิงซูเหมย... ที่ผ่านมาข้าทำตัวไม่ดีหลายอย่าง ท่านพ่อได้ว่ากล่าวข้าแล้ว อย่าถือสาเลยนะ ข้าขออภัยที่เคยล่วงเกิน เรามาดื่มชานี้เพื่อลบล้างความบาดหมางเถิด” อนุเฉินยื่นจอกชาให้

เวินเชียนฟานที่เห็นประกายผงขาวบางเบาตรงขอบจอก สายตาคมกริบเบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึก!

ยาพิษไร้กลิ่นของตระกูลเฉิน!’ ชินอ๋องเหงื่อซึมหลัง มือขวาจับด้ามพัดเหล็กแน่น เตรียมจะปัดจอกชาทิ้งเพื่อช่วยชีวิตมะลิ

ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ชินอ๋องจะลงมือ!

“ขอบคุณค่ะพี่สาว แต่กินเนื้อก่อนค่อยดื่มชาเนอะ!”

มะลิไม่แตะจอกชา แต่ใช้ตะเกียบคีบหัวปลาต้มเผ็ดเข้าปากแทะอย่างดุเดือด จ๊วบ! จ๊วบ! พอแทะเสร็จ หันซ้ายหันขวาไม่เห็นจานทิ้งเศษกระดูก สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นจอกชาสีทองของอนุเฉินที่วางอยู่ข้างๆ พอดิบพอดี! ฟึ่บ! พรวด! มะลิพ่นก้างปลา ตาปลา และเศษกระดูกต้มเปื่อย ยัดทิ้งลงไปในจอกชาพิษของอนุเฉินดัง จ๋อม! จนน้ำชาสีทองกระฉอก เลอะเทอะไปด้วยคราบมันและเศษก้างปลาพูนจอก!

“ฮู่ววว... กำลังหาที่ทิ้งก้างปลาอยู่พอดี จอกชานี้ใบใหญ่สะใจมากค่ะพี่เฉิน ขอบคุณนะคะที่เตรียมไว้ให้!”

อนุเฉิน: ‘ผ... ผงสลายวิญญาณเจ็ดราตรีมูลค่าร้อยตำลึง กลายเป็นถังขยะทิ้งก้างปลาไปแล้ว?!’

ยามโหย่วปลายๆ (ประมาณ 18.30 น.)

เสนาบดีเฉินและองค์ชายใหญ่เริ่มหน้าซีดสลับเขียว แผนลอบวางยาพิษพังยับเยินอย่างน่าอับอาย!

องค์ชายใหญ่จึงกระแอมขึ้นมา หวังจะใช้สงครามจิตวิทยาข่มขู่ “ท่านอ๋อง... ข้าได้ยินมาว่า สายลับจากเมืองชายแดนกำลังเคลื่อนไหว งานเลี้ยงบุปผาในวังหลวงที่จะถึงนี้ เกรงว่าจะมีคนก่อกบฏ!”

เสนาบดีเฉินรีบประสานเสียง “ถูกต้องพะยะค่ะ ท่านอ๋อง ท่านได้ยินมาบ้างหรือไม่! ถ้ามีควรรีบแจ้งราชสำนักเพื่อจัดเตรียมทหารรับมือแต่เนิ่นๆ อย่าชะล่าใจ หรืออยากได้ผลงานจนต้องเสี่ยงชีวิตของฝ่าบาทและเชื้อพระวงศ์เล่า ”

บทสนทนานี้ทำเอาบรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบดุจขั้วโลก ทว่า...

แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!

เสียงตะเกียบกระทบจานกระเบื้องดังรัวๆ เป็นจังหวะสามช่า!

มะลิกำลังใช้ตะเกียบหมุนกวาด ‘หมูหันกรอบทั้งตัว’ เข้ามาใส่จานของตัวเองอย่างไม่เกรงใจใคร นางเคี้ยวหนังหมูดัง กร๊อบ! แล้วหันไปหาองค์ชายใหญ่

“แหม องค์ชายใหญ่คะ ใครจะก่อเรื่องก็ช่างเขาก่อนเถอะค่ะ แต่วันนี้ถ้าไม่รีบกิน หนังหมูหันจะไม่กรอบเอานะคะ! ท่านเสนาบดีคะ แนะนำให้กินขาหน้าติดมันค่ะ คอลลาเจนเพียบ หน้าจะได้ไม่เหี่ยวแล้วเลิกเครียดเรื่องกบฏสักที!”

มะลิคีบขาหมูชิ้นโตข้ามโต๊ะ โยนเผละลงในถ้วยข้าวของเสนาบดีเฉินอย่างแม่นยำ!

“กินค่ะกิน! ของฟรีระดับวังอ๋อง มัวแต่คุยเรื่องฆ่ากัน มันเสียมารยาทต่อหมูหันนะคะ!”

เสนาบดีเฉินมองขาหมูมันเยิ้มในถ้วยตัวเองด้วยมือสั่นระริก ลมออกหู เส้นเลือดขมับเต้นตุบๆ!

นังเด็กบ้า! ข้าเป็นถึงมหาเสนาบดี กำลังพูดคุยเรื่องความมั่นคงของแคว้น... แต่นางกลับโยนขาหมูมาสั่งให้ข้าบำรุงหน้าเนี่ยนะ?!’

องค์ชายใหญ่กัดฟันกรอด ลุกขึ้นยืนสะบัดแขนเสื้ออย่างหมดความอดทน

“ข้าอิ่มแล้ว! เสนาบดีเฉิน อนุเฉิน... ข้าขอตัวกลับก่อน!”

เสนาบดีเฉินก็ไม่อยากอยู่แล้วเช่นกัน ลุกขึ้นตามองค์ชายใหญ่ทันที หันมาทำความเคารพชินอ๋องที่ยังคงนั่งมองมาอย่างนิ่งเฉย “ข้าก็คงต้องขอตัวกลับก่อนเช่นกัน”

จากนั้นจึงหันไปทางลูกสาวตัวเอง “เม่ยเอ๋อร์... พ่อกลับก่อน ดูแลตัวเองให้ดี หากมีใครรังแกก็ให้คนส่งข่าวมาบอกพ่อด้วย” พูดจบก็เหลือบมองลูกเขยของตัวเองแวบนึงแล้วสะบัดแขนเสื้อเดินหันหลังตามองค์ชายใหญ่ไป

“น... น้อมส่งองค์ชายใหญ่และท่านพ่อเจ้าค่ะ!” อนุเฉินหน้าซีด รีบวิ่งตามก้นพ่อและองค์ชายใหญ่ออกจากห้องโถงไปอย่างหัวเสียและอับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี!

ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.)

เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ภายในห้องโถงเหลือเพียงความเงียบงัน...

มะลินั่งลูบท้องอิ่มแปล้ พลางหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดคราบมันอย่างมีความสุข “ฮู่ววว... อิ่มจัง คนพวกนี้แปลกดีนะคะ มาถึงก็ไม่ค่อยกิน เอาแต่บ่นเรื่องกบฏเรื่องหัวขาด เสียดายหมูหันชะมัด!”

นางหันไปยิ้มร่าให้ชินอ๋อง “ขอบคุณสำหรับมื้อนี้นะคะท่านอ๋อง หมูหันเด็ดมาก วันหลังชวนคนพวกนี้มาอีกนะคะ หนูจะได้กินฟรีเยอะๆ!”

พูดจบ มะลิก็ลุกขึ้น ย่อตัวเคารพแบบขอไปที แล้วเดินฮัมเพลงกลับเรือนท้ายสวนอย่างสบายอุรา

ทว่า... เวินเชียนฟานที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ!

ชินอ๋องนั่งนิ่งค้าง ดวงตาคมกริบสั่นระริก เหงื่อกาฬไหลพรากเปียกชุ่มเสื้อคลุมตัวใน!

สะ... สยบแผนการร้ายระดับราชสำนัก ด้วยกระบวนท่าก้างปลาและขาหมู!’

เวินเชียนฟานกำหมัดแน่น สมองประมวลผลยุทธศาสตร์อย่างสะพรึงกลัวขั้นสุดยอด!

นางมองออกตั้งแต่แรกว่าในจอกชามียาพิษ... แต่นางเลือกที่จะไม่โวยวาย กลับใช้ก้างปลาดูดซับพิษเพื่อทำลายหลักฐานและตบหน้าอนุเฉินอย่างเลือดเย็น!’

ซ้ำยังโยนขาหมูใส่เสนาบดีเฉิน เพื่อส่งสัญญาณเตือนว่า... ‘พวกเจ้ามันก็แค่หมูในอวยของข้า’!’

ชางสิงและโม่เฟิงที่เดินเข้ามาสมทบ ถึงกับคุกเข่าลงด้วยความเลื่อมใสปนสยองขวัญ “ท่านอ๋องพะยะค่ะ... อนุซูช่างน่ากลัวยิ่งนัก นางหักหน้าองค์ชายใหญ่และเสนาบดีเฉินจนหนีกระเจิงในพริบตา!”

เวินเชียนฟานพยักหน้าช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดระดับสูงสุด

“นางมิใช่แค่จอมมารธรรมดา... แต่นางคือจอมบงการไร้เทียมทาน!” ชินอ๋องสูดหายใจลึก “เตรียมการให้พร้อม... ในงานเลี้ยงบุปผาของวังหลวง นางจะต้องลงมือปิดฉากแผนการสะท้านแผ่นดินนี้อย่างแน่นอน!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 34

    ยามเว่ย (ประมาณ 14.00 น.) ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองหยกขาว มหานครเทียนหยวนครืนนนนนน... ตึง! ตึง!ล้อเหล็กของรถม้าพระราชทานเสริมเกราะทองคำแท้แห่งแคว้นต้าซิง บดขยี้ลงบนแผ่นศิลาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ เสียงฝีเท้าม้าศึกเกราะทองคำนับร้อยนายก้าวเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางสายลมหอบใหญ่ที่พัดพาเอากลิ่นอายความยิ่งใหญ่โอ่อ่าของศูนย์กลางมหาทวีปมาปะทะขบวนเสด็จเบื้องหน้าของพวกเขา... คือกำแพงศิลาหยกขาวสูงตระหง่านเสียดฟ้า ปราการธรรมชาติที่ตั้งตระหง่านแบ่งแยกศูนย์กลางโลก ธงทิวหลากสีสันปักตราสัญลักษณ์แห่ง ‘ร้อยแคว้น’ โบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างอหังการทว่า บรรยากาศ ณ ลานกว้างหน้าประตูเมืองในยามนี้ กลับมิได้มีความรื่นเริงสมกับเป็นงานเทศกาลระดับมหาทวีปแม้แต่น้อย!ลานหินอ่อนกว้างใหญ่คลาคล่ำไปด้วยขบวนราชทูต แม่ทัพใหญ่ และเชื้อพระวงศ์จากแคว้นมหาอำนาจต่างๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้า ทว่าสายตานับพันคู่กลับจับจ้องมายังขบวนรถม้าต้าซิงเป็นจุดเดียว... ด้วยแววตาคมกริบ ระแวดระวัง และเปี่ยมไปด้วยเจตนาลองดี!“นั่นหรือ... ขบวนของพญามัจจุราชแห่งต้าซิง เวินเชียนฟาน?

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 33

    ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหินใต้หน้าผา ป่าไผ่ท้ายหุบเขาเพลิงบรรลัยกัลป์อีกด้านหนึ่งหลังโขดหินใหญ่เบื้องบน!ยมทูตหมายเลข 7 ทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นทบอก ปาดเหงื่อกาฬที่เปียกชุ่มหน้าผากขาวซีดอย่างโล่งอก“เฮ้อออออออออ! รอดตายหวุดหวิดไปอีกหนึ่งวัน!” ยมทูตหอบหายใจรัวๆ รีบเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอวอย่างลนลานทว่า พริบตานั้นเอง... สัมผัสวิญญาณของยมทูตพลันสะดุ้งวาบ เมื่อคลื่นรังสีสังหารระดับเก้าชั้นฟ้าและจิตคุกคามอันบ้าคลั่งของชินอ๋องกำลังควบม้าศึกทะลวงป่าใกล้เข้ามาทุกขณะ!‘เชี่ยแล้วววววว! จิตคุกคามของพญามัจจุราชเมืองมนุษย์มาโน่นแล้ว!’ ยมทูตหมายเลข 7 ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษไหว้เจ้า ‘ขืนมัวอยู่ต่อให้ลมปราณอ๋องซัดกระเจิง หรือโดนจับได้ว่ายมทูตนรกแอบแทรกแซงชะตามนุษย์ ข้าโดนท่านพญายมถีบลงกระทะทองแดงรอบสองแน่! แม่หนูมะลิเอ๋ย... เจ้าปลอดภัยแล้ว ข้าขอชิ่งกลับไปนอนตีพุงที่นรกก่อนละเว้ย!’พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดมิติหายวับกลับสู่นรกภูมิอย่างรวดเร็วปานฟ้าแลบ! ทิ้งไว้เพียงเสียงฝ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 32

    ยามเหม่า (ประมาณ 06.00 น.) ณ ลานหน้าประตูพระราชวังหลวงต้าซิง สู่ประตูเมืองหลวงแสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์สาดส่องลงมากระทบธงรบสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายพยัคฆ์เหินที่โบกสะบัดต้านลมหนาวกองทัพทหารม้าเกราะทองคำนับร้อยนายตั้งแถวหน้ากระดานตระหง่าน แผ่รังสีพลังยุทธ์เข้มข้นน่าเกรงขาม รถม้าพระราชทานเสริมแผ่นเกราะทองคำแท้ทั้งคันจอดเทียบอย่างโอ่อ่าสง่างามฮ่องเต้ต้าซิงในชุดมังกรเต็มยศเสด็จมาส่งขบวนด้วยพระพักตร์ซาบซึ้งระคนวิตกกังวลทว่า... พริบตาที่ประตูด้านข้างเปิดออก!ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวอุ้ยอ้ายออกมาสู่สายตาของธารกำนัล...กึก... ตึง... ตึง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นแปลกประหลาด ทำเอาพื้นหินขัดเงาหน้าประตูวังแทบสะเทือน!มะลิปรากฏตัวในชุดฮั่นฝูสีชมพูกลีบบัว ‘รุ่นมหากระสอบเสบียง ขยายพอง 6 เท่า’!ชายกระโปรงและซับในถูกยัดช่องกระเป๋าสิบช่อง แขนเสื้อสี่ช่อง และรอบเอวอีกหกช่อง ส่งผลให้ร่างบางของนางพองฟูฟ่องแน่นเอี๊ยดจนดูกลมดุจซาลาเปายักษ์เดินได้! นางจำต้องเดินกางขาเตาะแตะ ส่ายไปส่ายมาดุจเพนกวินยักษ์หลงฝูง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 31

    ยามสายแก่ๆ ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมอุ่นพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาชายเสื้อคลุมสีดำของ ‘เวินเชียนฟาน’ พลิ้วไหวเบาๆมือหนาอันอบอุ่นของชินอ๋องยังคงกุมมือเรียวของมะลิไว้แน่นหนาราวกับจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แววตาคมกริบเปี่ยมล้นไปด้วยความเว้าวอน จริงจัง และลึกซึ้งดุจห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้งเขากลั้นลมหายใจ รอคอยการตอบสนองของสตรีตรงหน้า... รอคอยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว หรือการโผเข้าซบอกกว้างของเขาเพื่อแสวงหาที่พึ่งพิงอันปลอดภัยในยามที่มรสุมสงครามระดับมหาทวีปกำลังจะพัดถล่มทว่า...ตัดภาพมาที่สัญญาณคลื่นสมองระดับ 5G ของ ‘มะลิ’ สาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026!มะลิไม่ได้ฟังคำสาบานพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกของเขาเลยแม้แต่ครึ่งคำ!สายตาอันเฉียบไวของนักล่าโปรโมชัน มองทะลุตัวอักษรราชโองการสีทองและตราประทับมังกรห้าเล็บ... ดิ่งตรงลงไปสะดุดกึกเข้ากับ ‘บันทึกรายการพระกระยาหารรับรองร้อยแคว้น’ ที่สลักด้วยอักษรตัวจิ๋วไว้ท้ายเทียบเชิญทองคำอย่างพอดิบพอดี!‘หมูหันจักรพรรดิบูรพา...’&ls

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 30

    ตัดกลับมาในห้องนอน...ยมทูตหมายเลข 7 เห็นเงาร่างชุดเทานอกหน้าต่างล่าถอยหนีไป ก็ถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่จนพุงยุบ ปาดเหงื่อกาฬที่ท่วมหน้าผาก“เฮ้ออออออ! รอดตายหวุดหวิด!” ยมทูตเก็บพัดเวทมนตร์เข้าเอว “นักฆ่ากระจอกแท้ พอเห็นเวทมนตร์นรกของข้าถึงกับตกใจวิ่งหนีป่าราบ! สบายใจละ ข้ากลับไปนอนตีพุงที่นรกดีกว่า!”พูดจบ ยมทูตหมายเลข 7 ก็สะบัดก้น วาร์ปมุดกลับเข้าตู้เสื้อผ้าหายวับไป ทิ้งไว้เพียงคราบซอสหม่าล่าบนคอมะลิที่ค่อยๆ ดับแสงลง กลับมาเป็นคราบน้ำมันพริกสีแดงธรรมดาๆ ตามเดิมยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องสายลมราตรีพัดกรรโชกหวีดหวิว พัดพาเอาใบไม้แห้งหมุนวนเป็นเกลียว...แม้ผืนฟ้าจะมืดมิดไร้ดวงดาว ทว่าบรรยากาศรอบเรือนท้ายสวนกลับคุกรุ่นไปด้วยรังสีอำมหิตอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งนรกภูมิ!กึก... กึก...ร่างสูงโปร่งสง่างามของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท ก้าวเดินตรวจตรารอบแนวกำแพงเรือนท้ายสวนด้วยตนเอง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองขึ้นไปยังกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้าต่างห้อ

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 29

    ยามซวี (ประมาณ 19.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนพักท้ายสวน วังชินอ๋องกลิ่นหอมกรุ่นของควันเตาถ่าน เครื่องเทศหม่าล่า และน้ำกะทิหวานมัน ฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานเรือนท้ายสวนจนแทบแยกไม่ออกว่านี่คือตำหนักอ๋องหรือถนนคนเดินเยาวราชโบราณ!ผลพวงจากการระดมพลบอดี้การ์ดสายเปย์เมื่อบ่ายแก่ๆ...บัดนี้ ขบวนทัพนักรบเกราะทองคำนับสิบนายที่เพิ่งเดินกลับมาจากตลาดเมืองหลวง ต่างพากันวาง ‘ตะกร้าสานใบยักษ์’ ลงบนลานหินดัง ตึง! ตึง! ในตะกร้าอัดแน่นไปด้วยหมูสะเต๊ะร้อนๆ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง เกาลัดคั่วหอมฉุย และเนื้อแกะย่างเสียบไม้อีกนับร้อยๆ ไม้!“ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากนะคะ!” มะลิในชุดฮั่นฝูสีชมพูทรงหลวม นั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้หน้าเรือน โบกมือทักทายเหล่าทหารอย่างร่าเริง “วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ! ใครหิวก็หยิบไปแทะคนละสิบไม้ยี่สิบไม้ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ!”“มิกล้าพะยะค่ะพระชายาเอก! พวกเราขอถวายการอารักขาอยู่รอบนอกพะยะค่ะ!”เหล่านักรบเกราะทองคำคุกเข่าประสานมืออย่างพร้อมเพรียง แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี ก่อนจะล่าถอยออกไปยืนค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status