Share

ตอนที่ 15

last update publish date: 2026-08-17 12:00:16

ยามซวีแก่ๆ (ประมาณ 20.00 น.) ณ โถงกลางเรือนใหญ่ วังชินอ๋อง

หลังจากขบวนรถม้าขององค์ชายใหญ่และเสนาบดีเฉินเคลื่อนตัวออกจากหน้าประตูวังอ๋องไป บรรยากาศภายในโถงจัดเลี้ยงใหญ่ก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบ ทว่ารังสีความกดดันรอบกายของเวินเชียนฟานกลับยิ่งทวีความแหลมคมดุจกระบี่ออกจากฝัก

ชินอ๋องยืนกอดอก สะบัดชายเสื้อสีดำขลิบทองมองไปยังธรณีประตูด้วยสายตาเย็นชา

“ท่านอ๋องเพคะ!”

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้นจากทางเดินเรือนหลัง... อนุเฉิน หรือ ‘เฉินเจียวเม่ย’ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโถงกลาง ใบหน้าสวยงามผัดแป้งหนาเตอะบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา นางพุ่งตัวเข้ามาหมายจะเกาะแขนเสื้อชินอ๋อง ทว่าถูก ‘ชางสิง’ ยื่นด้ามพัดเหล็กขวางทางไว้ได้อย่างทันท่วงที

“ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะเพคะ!” อนุเฉินส่งเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาไหลนองหน้า “นังซูเหมย... นังขยะนั่นมันทำตัวต่ำทราม ไร้การอบรมต่อหน้าองค์ชายใหญ่และท่านพ่อของข้า! กิริยาไร้การอบรมของมันอาจทำให้ท่านพ่อและองค์ชายใหญ่เพ่งเล็งวังอ๋องของเราได้นะเพคะ!”

เวินเชียนฟานปัดสายตามองอนุเฉินด้วยความสมเพชและเย็นชา “เจ้ากำลังจะบอกให้ข้าลงโทษนางอย่างนั้นรึ?”

“ถูกต้องแล้วเพคะ!” อนุเฉินเชิดหน้าขึ้น เอ่ยเสียงมั่นใจ “ท่านอ๋องต้องสั่งโบยมันห้าสิบไม้ แล้วส่งกลับไปขังในเรือนร้างท้ายสวน! เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อองค์ชายใหญ่และท่านพ่อว่าท่านอ๋องไม่ได้ให้ความโปรดปรานนังขยะตระกูลตกอับนั่น!”

“เหอะ...”

เวินเชียนฟานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะฟังดูเย็นเยียบจนอนุเฉินถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว

“เฉินเจียวเม่ย...” ชินอ๋องก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รังสีความอำมหิตกดทับจนอนุเฉินเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น “เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่ที่มองไม่ออกเชียวรึ... ว่าใครกันแน่ที่กำลังดึงภัยพิบัติมาสู่วังอ๋องแห่งนี้?”

อนุเฉินตาโตเท่าไข่ห่าน เสียงสะอื้นชะงักกึก “ทา... ท่านอ๋อง หมายความว่าอย่างไรเพคะ?”

“ทั้งเรื่องจ้างวานนักฆ่าจากหอเงาดับ...” เวินเชียนฟานเอ่ยเสียงต่ำดุดัน ก้มมองหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยสายตาคมกริบ “และผงสลายวิญญาณเจ็ดราตรีที่เจ้าแอบโรยลงในจอกชาเมื่อครู่นี้... เจ้าคิดว่ากลอุบายชั้นต่ำของเจ้า จะรอดพ้นสายตาของข้าไปได้รึ!”

“ฮึก—!!”

อนุเฉินหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เสียงร้องอุทานถูกกลืนหายไปในลำคอ! ร่างกายของนางสั่นงันงกปานผีเข้า หัวใจตกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม!

‘ท่านอ๋อง... ท่านอ๋องรู้เรื่องผงสลายวิญญาณด้วยอย่างนั้นรึ?! เป็นไปได้อย่างไร!’

ความหวาดกลัวตื่นตระหนกทำให้อนุเฉินละล่ำละลักยกมือขึ้นไหว้ “ท่านอ๋อง! ข้า... ข้าถูกใส่ร้าย!”

“อย่าแม้แต่จะแก้ตัว” เสียงกดต่ำแฝงด้วยความกดดันของชินอ๋องสวนขึ้นมา ทำให้อนุเฉินหยุดที่แก้ตัวทันที

“ข้า... ข้าทำไปเพราะ... เพราะข้ารักท่านอ๋องนะเพคะ! ข้าไม่อยากเสียท่านอ๋องให้มัน!”

“พอได้แล้ว!” เวินเชียนฟานขัดขึ้นเสียงเรียบ

‘ขั้วอำนาจฝั่งศัตรูหนุนหลังนางอยู่... ฝ่าบาทและองค์รัชทายาททรงกำชับว่า ยามนี้ต้องปล่อยให้สายสืบฝั่งศัตรูชะล่าใจ เพื่อรอเวลาสั่งเชือดพร้อมหลักฐานกบฏม้วนเดียวจบ!’ ชินอ๋องสูดหายใจลึก ข่มความรังเกียจไว้ในอก

“ชางสิง...”

“พะยะค่ะท่านอ๋อง!”

“พาตัวอนุเฉินไปขังไว้ที่หอบรรพชน... สั่งให้นางคัด ‘กฎบรรพชนตระกูลเวิน’ หนึ่งร้อยจบ! หากคัดไม่ครบ... ห้ามก้าวขาออกจากหอบรรพชนและห้ามมาให้ข้าเห็นหน้าอีกเป็นอันขาด!”

“น... หนึ่งร้อยจบ?!” อนุเฉินเบิ่งตาแทบหลุดจากเบ้า กฎบรรพชนตระกูลเวินหนาถึงสามร้อยหน้า หากคัดหนึ่งร้อยจบ มือนางมิหักไปก่อนรึ!

“น้อมรับคำสั่งพะยะค่ะ!” ชางสิงรับคำ สั่งการทหารองครักษ์สองนายลากตัวอนุเฉินที่กำลังร้องไห้โฮแทบสิ้นสติออกจากห้องโถงไปทันที!

เมื่อจัดการเสี้ยนหนามชั่วคราวเสร็จสิ้น เวินเชียนฟานก็หันหลังกลับ สะบัดชายเสื้อเดินตรงไปยังทางเดินเรือนท้ายสวนด้วยความเร่งรีบ

‘ต้องรีบไปเจรจากับซูเหมย... ก่อนที่นางจะเปลี่ยนใจแปรพักตร์ไปอยู่ฝั่งศัตรู!’

.

ยามซวีแก่ๆ (ประมาณ 20.30 น.) ณ เรือนท้ายสวน

บรรยากาศยามดึกรอบเรือนท้ายสวนร่มรื่นและสงบเงียบ...

มะลินั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้หน้าเรือนพัก ในมือถือถุงเกาลัดคั่วที่แอบห่อกลับมาจากตลาด พลางใช้นิ้วมือแกะเปลือกเกาลัดยัดเข้าปากอย่างมีความสุข โดยมีอาชูนั่งแทะขนมกุ้ยฮวาอยู่ข้างๆ

“อื้มมม! เกาลัดคั่วหวานมันฉ่ำปอดดีจริงเว้ย!” มะลิพึมพำยิ้มแป้น “มื้อค่ำก็ฟาดหมูหันฟรี มื้อดึกก็มีเกาลัดคั่วกิน... ชีวิตในวังอ๋องนี่มันโรงแรมหกดาวชัดๆ!”

ตึง... ตึง...

เสียงก้าวเท้าอันหนักแน่นดังขึ้นจากความมืด...

ร่างสูงโปร่งของเวินเชียนฟานเดินก้าวผ่านซุ้มประตูไม้เข้ามาในบริเวณสวน สายตาคมกริบจ้องมองมะลิที่กำลังเคี้ยวเกาลัดตุ้ยๆ ด้วยความมุ่งมั่น

อาชูเห็นท่านอ๋องบุกมาดึกดื่น ก็ตกใจแทบสิ้นสติ รีบวาร์ปตัวลงไปคุกเข่าหมอบกราบกับพื้นสั่นงันงก!

“อาชู... เจ้าออกไปก่อน” ชินอ๋องสั่งการเสียงเรียบ

“จ... เจ้าค่ะท่านอ๋อง!” อาชูรีบโกยอ้าววิ่งหนีหายไปในมุมมืดทันที

มะลิเลิกคิ้วมองพระเอกที่เดินเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้า รูปร่างสูงใหญ่ในลุคขุนนางสีดำขลิบทองดูหล่อออร่าจับสุดๆ แต่มะลิก็ส่งยิ้มกวนประสาท ยื่นถุงเกาลัดไปตรงหน้า

“สวัสดีค่ะท่านอ๋อง! มาดึกขนาดนี้... สนใจกินเกาลัดคั่วแก้เลี่ยนไหมคะ?”

เวินเชียนฟานมองถุงเกาลัดในมือของมะลิ แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ บังคับสีหน้าให้จริงจังและนอบน้อมลงสามส่วน

“อนุซู...” เวินเชียนฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังระดับชาติ “ข้ามาในคืนนี้... เพื่อเปิดเจรจา ‘ขอความร่วมมือ’ จากเจ้าอย่างเป็นทางการ!”

มะลิชะงักมือที่กำลังแกะเกาลัด มองหน้าพระเอกตาปริบๆ

‘เปิดเจรจาขอความร่วมมือ? อ๋องรวยร้อยล้านเดินมาหาถึงเรือนยามดึก เพื่อขอเปิดดีลงานกับกูเนี่ยนะ?!’

“โอ้โห... ฟังดูเป็นทางการจังเลยนะคะ” มะลิยักคิ้ว ยิ้มแป้น “ว่ามาเลยค่ะท่านอ๋อง มีงานอะไรให้หนูรับใช้เหรอคะ?”

เวินเชียนฟานกำหมัดแน่น เริ่มต้นร่ายบทสรรเสริญยุทธศาสตร์ตามที่สมองประมวลผลไว้!

“ข้าเห็นศักยภาพของเจ้าแล้ว ซูเหมย...” ชินอ๋องเอ่ยเสียงหนักแน่น “การที่เจ้าตัดขาดจากตระกูลซูด้วยการเผาจดหมายคำสั่งลับ... การที่เจ้าจับนกพิราบสื่อสารมาสั่งฆ่าปิดปากเพื่อตัดสายการสืบส่อง...”

มะลิ: ‘เอ๊ะ... เรื่องเผากระดาษขยะกับย่างนกพิราบกินยามดึกเนี่ยนะ?’ (เริ่มงงเต้ก)

“ยิ่งไปกว่านั้น...” เวินเชียนฟานจ้องลึกลงไปในดวงตาของมะลิ ด้วยแววตาเลื่อมใส “การที่เจ้าใช้วิชาไม้เสียบเนื้อย่าง สยบมือสังหารกลางตลาดโดยไม่ต้องหันกลับไปมอง... และกระบวนท่าใช้ก้างปลาทำลายยาพิษบนโต๊ะอาหารเมื่อครู่! ทั้งหมดนี้... พิสูจน์แล้วว่าเจ้าคือ ‘ยอดขุนพลไร้พ่าย’ ที่สติปัญญาและวรยุทธ์ลึกล้ำยิ่งนัก!”

มะลินิ่งค้างไปสามวิ สมองของสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ยุค 2026 เริ่มประมวลผลคำสรรเสริญเหล่านั้นทันที!

‘เชี่ยเอ๊ยยยยยย!!’ มะลิตะโกนกรีดร้องในใจอย่างตื่นตะลึง

‘วิชาไม้เสียบเนื้อย่าง? กระบวนท่าใช้ก้างปลา? ...นี่ท่านอ๋องทึ่งในสกิลการกินจุกับการแทะเนื้อกระดูกปลาของกูขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย?! คนยุคโบราณเขามองคนกินเก่งเป็นยอดขุนพลไร้พ่ายกันเหรอวะ!’

ด้วยความมั่นหน้าและความตอแหลระดับสปอยล์ มะลิเชิดหน้าขึ้น เท้าเอว ส่งยิ้มหวานเหนือชั้นกลบเกลื่อนความงง!

“แหม... ท่านอ๋องก็น่ารักเกินไปแล้ว!” มะลิหัวเราะร่า “เรื่องแทะกระดูกปลา เรื่องสะบัดไม้เสียบเนื้อย่าง จัดการของกินของเสียเนี่ย... หนูถนัดที่สุดในย่านนี้แล้วค่ะ! เล็กน้อยมาก!”

เวินเชียนฟานได้ยินคำยืนยัน ก็เหงื่อซึมฝ่ามือด้วยความยำเกรง!

‘นางยอมรับออกมาตรงๆ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว! ช่างสมกับเป็นจอมมารซ่อนลาย!’

ชินอ๋องยื่นมือไปข้างหน้า เอ่ยยุทธศาสตร์แลกเปลี่ยน “หากเจ้ายอมมาเป็นพันธมิตรข้างกายข้า... ช่วยข้ากำจัดขั้วอำนาจฝั่งองค์ชายใหญ่และฮองเฮา... ไม่ว่าเจ้าต้องการสิ่งใด ทั้งทรัพย์สิน เงินทอง หรือยศถาบรรดาศักดิ์... ข้า เวินเชียนฟาน ยินดีมอบให้เจ้าทุกประการ!”

ฟังถึงตรงนี้... ดวงตาของมะลิก็เปล่งประกายวาววับเป็นประกายเงินดอลลาร์ $100$ ทันที!

‘สปอนเซอร์รายใหญ่เสนอสัญญาเอ็กซ์คลูซีฟ!’ มะลิคิดในใจอย่างเบิกบานสุดขีด

‘แปลว่าถ้ากูยอมเป็นดาวเด่นประดับบารมีข้างกายเขา... เขาก็จะเลี้ยงบุฟเฟต์หกดาวฟรี! จ่ายค่าอาหารสตรีทฟู้ดให้แหลก! มีเรือนให้อยู่ฟรี มีเงินขวัญถุงให้ใช้ตลอดชีวิต!’

มะลิตบหน้าอกตัวเองปังๆ ยิ้มแป้นยักคิ้วให้ชินอ๋องหนึ่งที

“ดีลค่ะท่านอ๋อง! สัญญาตามนี้นะคะ!” มะลิเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส “ขอแค่มีของอร่อยให้หนูกินฟรีทุกมื้อ หนูพร้อมยืนเคียงข้างเป็นดาวเด่นให้ท่านอ๋องแน่นอนค่ะ!”

เวินเชียนฟานถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย รอยยิ้มทรงอำนาจปรากฏขึ้นที่มุมปาก

‘สำเร็จ... ข้าได้ยอดขุนพลสติปัญญาเลิศล้ำมาร่วมทัพแล้ว!’

ส่วนมะลินั้น นั่งอมยิ้มกวนๆ พลางคิดในใจอย่างมั่นหน้าเกินร้อย:

‘ฮะๆๆ! หล่อ รวย สายเปย์ แถมมาขอความรักและเลี้ยงดูเราอย่างดี... ท่านอ๋องคนนี้ต้องแอบหลงเสน่ห์ความสวยและความกินจุของเราจนหัวปักหัวปำแน่ๆ เลยว้อย!’

ต่างคนต่างยิ้ม... ต่างคนต่างเข้าใจกันไปคนละทิศคนละมิติอย่างสมบูรณ์แบบ!

.

ยามไฮ่ (ประมาณ 21.30 น.)

ตึง! ตึง! ตึง!

ขณะที่การดีลงานคนละมิติกำลังชื่นมื่น... เสียงก้าวเท้าอันเร่งรีบของ ‘ชางสิง’ ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของขันทีผู้ใหญ่ในชุดวังหลวงสีม่วงทองที่เดินถือ ‘ม้วนเทียบเชิญทองคำแท้’ ตรงเข้ามาในสวน!

“พระราชโองการด่วนจากฝงฮองเฮา!” ขันทีประกาศเสียงดังฟังชัด

เวินเชียนฟานและมะลิยันกายลุกขึ้นยืนประสานมือรับฟัง

ขันทีคลี่ม้วนเทียบเชิญทองคำออก อ่านด้วยน้ำเสียงแหลมสูง “ด้วยงานเลี้ยงบุปผาต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง ณ พระราชวังหลวงจะจัดขึ้นในอีกสามวัน... ฮองเฮาทรงมีพระราชโองการ เชิญชินอ๋องเวินเชียนฟาน และ ‘อนุซูเหมย’ เข้าร่วมงานเลี้ยงพระราชทานเป็นกรณีพิเศษ!”

พรวด!

มะลิตาโตเท่าไข่ห่าน จ้องมองม้วนเทียบเชิญทองคำแท้แวววาวในมือขันที!

‘เทียบเชิญปิดทองคำแท้จากวังหลวง! งานเลี้ยงบุปผาวังหลวง!’ มะลิตะโกนกรีดร้องในใจอย่างตื่นเต้นระดับสิบ

‘บุฟเฟต์ระดับจักรพรรดิเจ็ดดาวฟรีว้อยยยย! มีทั้งเป็ดปักกิ่งวังหลวง ซุปหูฉลามจักรพรรดิ ขนมเปี๊ยะเสวย... งานนี้กูได้เสวยสุขระดับฮ่องเต้แล้ว!’

ทว่า... ฝั่งของเวินเชียนฟาน!

ชินอ๋องรับเทียบเชิญทองคำมาถือไว้ ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นชาและดุดันดุจพญาอินทรี!

‘องค์ชายใหญ่และฮองเฮา... พวกมันออกเทียบเชิญระบุชื่อซูเหมยโดยเฉพาะ!’ เวินเชียนฟานเหงื่อซึมฝ่ามือ ‘พวกมันตั้งใจเปิดศึก ลากซูเหมยเข้าไปในถิ่นของพวกมัน เพื่อลอบสังหารและต้อนข้าให้จนมุมในงานเลี้ยงวังหลวงแน่ๆ!’

ชินอ๋องหันไปสบตากับมะลิที่กำลังยืนส่งยิ้มมั่นหน้า (เพราะกำลังคิดถึงของกิน)...

เวินเชียนฟานสูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความอุ่นใจอย่างประหลาด

‘แต่พวกมันคงไม่รู้... ว่าข้าได้ยอดขุนพลไร้เทียมทานผู้นี้มาอยู่ข้างกายแล้ว!’

.

ยามจื่อ (ประมาณ 23.00 น.) ณ ตำหนักรัชทายาท ในพระราชวังหลวง

บรรยากาศภายในตำหนักรัชทายาทมืดมิดและเงียบสงบ...

เวินเชียนฟานสวมชุดคลุมดำลอบเข้าวังหลวงทางประตูหลัง นั่งอยู่เบื้องหน้า ‘องค์รัชทายาท’ ผู้เป็นพระเชษฐา

“เชียนฟาน...” องค์รัชทายาทเอ่ยด้วยสีหน้าตรึงเครียด “งานเลี้ยงบุปผาในอีกสามวันข้างหน้า... เสนาบดีเฉินและองค์ชายใหญ่ต้องเตรียมแผนบางอย่างแน่ๆ เจ้าเตรียมรับมือไว้เรียบร้อยแล้วหรือไม่?”

เวินเชียนฟานยันกายลุกขึ้นยืน สะบัดชายเสื้ออย่างสง่างาม สายตาฉายแววมั่นใจระดับสูงสุด

“พี่สามโปรดวางพระทัย...” ชินอ๋องเอ่ยเสียงหนักแน่น “ครานี้ ข้าไม่ได้ไปเพียงลำพัง... แต่ข้าได้ ‘ยอดแม่ทัพสติปัญญาเลิศล้ำ’ ผู้สยบได้ทั้งแผนการร้ายและยาพิษ มาร่วมทัพคุมเกมหลังม่านเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ!”

องค์รัชทายาทฟังแล้วยิ้มอย่างโล่งอก “ดีมาก! หากได้ยอดฝีมือระดับนั้นมาช่วย งานนี้พวกเราต้องชนะแน่นอน!”

.

ตัดกลับมาที่... เรือนท้ายสวน!

บรรยากาศภายในห้องพักเรือนท้ายสวน...

มะลินั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ให้อาชูช่วยดึงชุดฮั่นฝูออกมาตรวจดูอย่างจริงจัง

“อาชู... มานี่เร็ว! เอาเข็มกับด้ายมา!” มะลิสั่งการยิ้มร่า

อาชูขมวดคิ้ว “คุณหนูจะให้ข้าเย็บอะไรอีกหรือเจ้าคะ? ช่องซ่อนเดิมยังใส่อาหารไม่พอหรือเจ้าคะ?”

มะลิส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ยักคิ้วให้สาวใช้

“เย็บขยาย ‘กระเป๋าซ่อนใต้กระโปรงและชายเสื้อ’ ให้ใหญ่ขึ้นอีกสามเท่า!” มะลิสั่งการด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

“งานเลี้ยงบุปผาวังหลวงระดับเจ็ดดาวทั้งที... งานนี้ฉันจะขนทั้งเป็ดปักกิ่งวังหลวงและขนมเปี๊ยะเสวย ห่อกลับบ้านมาฝากแกให้พูนเรือนเลยคอยดู!”

อาชูจ้องมองคุณหนูสามด้วยสายตาตื่นตะลึงและศรัทธาสุดขีด ‘คุณหนูสาม... ท่านกำลังเตรียมซ่อนยุทธภัณฑ์ลับชิ้นใหญ่ไว้ถล่มวังหลวงจริงๆ ด้วย!’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 40

    ทว่า... ตัดกลับมาที่หน้าเตาถ่าน!มะลิกำลังใช้ตะเกียบคีบ ‘ซี่โครงหมูหม่าล่าย่างชิ้นโต ฉ่ำน้ำมันร้อนๆ ซอสพริกหม่าล่าหยดติ๋งๆ’ ยกขึ้นมาจ่อริมฝีปาก อ้าปากกว้างจะงับคำโต...โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!เสียงคำรามดังสนั่นระดับร้อยห้าสิบเดซิเบล พร้อมกับเงาดำยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!“วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”มะลิสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! ขวัญหนีดีฝ่อ สองมือกระตุกสั่นระริก!และด้วยความที่ฝ่ามือของมะลิมันเยิ้มเหนียวเหนอะหนะไปด้วยน้ำมันพริกหม่าล่าและไขมันซี่โครงหมู...ฟึ่บ! พรวด!ซี่โครงหมูหม่าล่าชิ้นโตเท่าท่อนแขน ดันลื่นหลุดจากคีบตะเกียบและมือของมะลิ ลอยละลิ่วพุ่งละล่องขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง!ยมทูตหมายเลข 7 ที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เห็นเสือยักษ์อ้าปากกว้างกำลังจะงับหัวมะลิ ยมทูตสติแตกเหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนแดกหัว!)ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัดร่ายลมพาย

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 39

    ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 38

    ยามโหย่วค่ำๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้าท่ามกลางความเงียบกริบระดับจักรวาลหยุดหมุน และสายตาตกตะลึงค้างของยอดคนร้อยแคว้นนับหมื่นชีวิต...ฟึ่บ!‘เวินเชียนฟาน’ ยื่นมือหนาอันทรงพลังไปคว้าม้วนพระราชโองการทองคำแท้จากมือราชทูตต้าซิงที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกมาถือไว้ในมือ ชินอ๋องตวัดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรี ก้าวสืบเท้าขึ้นบันไดหยกขาวอย่างสง่างาม ก่อนจะวาดท่อนแขนแกร่งเข้า ‘รวบร่างพองหนาหกเท่าของมะลิ’ เข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหนและแนบแน่นต่อหน้าพระพักตร์มหาจักรพรรดิบูรพา!หมับ!มะลิที่กำลังลูบพุงอิ่มกุ้ง สะดุ้งโหยงเบาๆ ใบหน้าจมหายเข้าไปในแผงอกกว้างอุ่นจัดกลิ่นไม้กฤษณา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นมองพระเอกตาปริบๆชินอ๋องเชิดใบหน้าคมคายหล่อเหลาขึ้นสบสายตากับมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างไม่หวั่นเกรง สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยรายงานหน้าตายด้วยความมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!“ทูลเสด็จพ่อตา...”เปรี๊ยะ!เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกบาลของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพา! พระพักตร์ของมหาจักรพรรดิกึ่งเหวอกึ่งช็อก พระขนง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 37

    ยามโหย่วปลายๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนกริบ... ทั่วทั้งมหาทวีปตกอยู่ในความเงียบงันอันไร้ขอบเขต!กริ๊ง... กริ๊ง... วูบบบบบบบบบบ! ‘ป้ายหยกมังกรทองประจำพระองค์’ ที่มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงพกติดตัวไว้ตลอดสิบแปดปี พลันส่งเสียงกู่ร้องสั่นสะเทือน ตอบรับคลื่นพลังสายเลือดบริสุทธิ์ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง!“ส... สายเลือดมังกรบรรพกาลเก้าเล็บบริสุทธิ์... เก้าชั้นฟ้า?!”มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงเบิกพระเนตรกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า พระวรกายสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต น้ำพระเนตรเอ่อล้นทะลักไหลพรากอาบสองปราง!พระองค์ก้าวลงจากบัลลังก์ทองคำด้วยพระบาทที่สั่นเทา ก่อนจะทรง ‘ทรุดพระชานุ (คุกเข่า) ลงต่อหน้าธารกำนัลร้อยแคว้น’ ด้วยพระทัยที่แตกสลายระคนตื้นตันใจสุดขีด!ตุบ! ตุบ! ตุบ!พริบตานั้นเอง! เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ ยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน รวมถึงทหารเกราะเงินทั่วทั้งตำหนัก... ต่างพากันเข่าอ่อน ทรุดลงหมอบกราบราบไปกับพื้นดิน ตัวสั่นสะท้านดุจใบไม้ต้องพายุต่อหน้าบารมีแห่ง

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 36

    ยามโหย่วปลายๆ (ประมาณ 18.00 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนความเงียบสงัดระดับป่าช้าโบราณเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงเสวยศิลาหยกขาว...เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเหงื่อกาฬของบรรดาแม่ทัพร้อยแคว้นหยดลงกระทบพื้นผ้าไหม!สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปยังโต๊ะเสวยของ ‘มหาจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ ที่บัดนี้ทั้งโต๊ะหยก อาหารเลิศรส จานชามทองคำ และร่างของ ‘เซวียนหยวนหลิง’ (องค์หญิงสามแห่งแดนประจิม) ได้กลายสภาพเป็น ‘ก้อนน้ำแข็งยักษ์’ สีฟ้าครามขาวโพลนไปเรียบร้อยแล้ว! องค์หญิงผู้เย่อหยิ่งนั่งแข็งทื่อ ขนคิ้วและเส้นผมจับตัวเป็นเกล็ดหิมะ ปากสั่นงันงกพั่บๆๆๆ ดุจตุ๊กตาหิมะจำแลงคาเก้าอี้เสวย!ทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยง... บรรดาเชื้อพระวงศ์และยอดฝีมือระดับแปดและเก้าชั้นฟ้าต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก!สมองของยอดคนร้อยแคว้นเริ่มเกิดการลัดวงจร Short-Circuit ระเบิดตูมตามระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ แม่ทัพใหญ่แห่งมหาอาณาจักรแดนใต้เหงื่อกาฬไหลพราก ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า ‘นางถูกล

  • เกิดใหม่ทั้งที ศพดันถูกเผาไปแล้ว!   ตอนที่ 35

    ยามโหย่ว (ประมาณ 17.30 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงง!เสียงระฆังทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังสะท้อนกังวานก้องไปทั่วทั้งตำหนักศิลาหยกขาวอันยิ่งใหญ่ตระการตา ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามอาทิตย์อัสดง!โถงเสวยใหญ่แห่งตำหนักเก้าชั้นฟ้าถูกสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆาและมังกรทอง เสาหินปิดทองคำแท้ตระหง่านเสียดฟ้านับร้อยต้น โต๊ะเสวยยาวเหยียดปูลาดด้วยผ้าไหมแพรพรรณสีแดงชาด เครื่องเคลือบปิดทองคำแท้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารหายากพันปีลอยตลบอบอวลประหนึ่งวิมานสวรรค์จุติทว่า... สิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่ในโถงจัดเลี้ยง คือ ‘ผังที่นั่งแถวหน้าสุด’!ผลพวงจากการระเบิดคลื่นพลังสะท้อนกลับสยบยอดฝีมือหน้าประตูเมืองหยกขาวเมื่อบ่ายแก่ๆ... ส่งผลให้คณะทูตแห่งแคว้นต้าซิง ได้รับเกียรติสูงสุดให้นั่งใน "ตำแหน่งแถวหน้าสุดระดับ Super VIP" ติดกับแท่นเสวยของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างสง่างาม!เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ และตัวแทนจากร้อยแคว้นที่นั่งอยู่แถวหลัง ต่างพากันมองตรงมายังโต๊ะเสวยของต้าซิงด้วยสายตาครั่นคร้ามยำเกรงระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status