LOGINยามซื่อแก่ๆ (ประมาณ 10.45 น.) ณ ภัตตาคารหมื่นเมฆา
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านรอยแยกของฉากกั้นไม้บนชั้นสอง...
‘เยี่ยหาน’ องครักษ์เงามือหนึ่งแห่งมหาจักรวรรดิตะวันออก ยก ‘นกหวีดหยกไร้เสียง’ สีเขียวมรกตขึ้นจรดริมฝีปาก แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลง ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบตัดขาดจากโลกภายนอก
ฟิ้วววววววววววว...
คลื่นเสียงความถี่สูงพิเศษที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจได้ยิน มีเพียงสายเลือดมังกรบรรพกาลเท่านั้นที่จะตอบสนอง ถูกเป่าส่งตรงลงไปยังโต๊ะอาหารของมะลิที่ชั้นล่างอย่างเงียบเชียบ!
ทว่า...
ตัดภาพลงมาที่โต๊ะอาหารเบื้องล่าง!
“ซี้ดดดดดดดดดดดด!”
เสียงมะลิซดน้ำซุปเกี๊ยวกุ้งดังสนั่นลั่นโถง แก้มสองข้างพองตุ่ย สองมือกำลังฉีกน่องเป็ดตุ๋นยาจีนอย่างเมามัน
จู่ๆ หูของสาวออฟฟิศยุค 2026 ก็กระตุกกึก! คลื่นเสียงวิ้วๆ แหลมๆ ลอยมาเสียดแก้วหูดัง วี้ดดดดดด... วี้ดดดดดด...
มะลิชะงักเคี้ยว หันซ้ายหันขวา ทำจมูกฟุดฟิด
“เฮ้ยอาชู...” มะลิเอากระดูกเป็ดชี้ขึ้นเพดาน “แกได้ยินเสียงวิ้วๆ แหลมๆ ปะวะ? เสียงหวีดหม้อนึ่งซาลาเปาจะระเบิด หรือเสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์พุ่มพวงขายกับข้าวแถวบ้านกูวะเนี่ย?”
อาชูที่กำลังแทะขาหมูน้ำแดงเงยหน้าขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆ “เสียงอันใดหรือเจ้าคะคุณหนูสาม? ข้าได้ยินแต่เสียงคนเคี้ยวอาหารเจ้าค่ะ...”
มะลิขมวดคิ้ว ‘หูหนวกจริงนะมึง เสียงหวีดดังแสบแก้วหูขนาดนี้!’
มะลิกวาดสายตามองหาต้นตอเสียงอย่างรวดเร็ว... และด้วยความที่นางเป็นสายกิน ตาไว สายตาจึงพุ่งเป้าลอดผ่านรอยแยกฉากกั้นไม้ ตรงดิ่งไปยัง ‘มุมมืดบนชั้นสอง’ พอดิบพอดี!
สายตาของมะลิปะทะเข้ากับเงาร่างของชายชุดเทาที่กำลังยืนจ้องลงมาพอเป๊ะ!
‘อ๋ออออ! ไอ้พี่พนักงานร้านตรงมุมเสาชั้นสองนั่นเอง!’ มะลิตบเข่าฉาดในใจ ‘คงยืนเป่าหวีดเตือนว่าซาลาเปาล็อตใหม่นึ่งสุกแล้วสินะ! บริการดีจริงว้อย!’
ด้วยความตะกลามและกลัวซาลาเปาหมด มะลิจึงยันกายลุกขึ้นยืน ชูสองนิ้วขึ้นโบกไปมากลางอากาศ แล้วตะโกนลั่นภัตตาคารหมื่นเมฆาด้วยเสียงแจ๋วๆ ระดับร้อยเดซิเบล!
“พี่ชายตรงมุมเสาชั้นสองน่ะจ๊ะ!” มะลิชี้นิ้วตรงเป้า “ได้ยินเสียงหวีดหม้อนึ่งแล้วจ้า! ช่วยเร่งเอา ‘ซาลาเปาไส้หมูแดงร้อนๆ’ เพิ่มอีก ‘สองเข่ง’ ด่วนเลยจ้า! เอาแบบลูกโตๆ ไส้ทะลักล้นๆ เลยนะพี่ชายยยย!”
กริบ...
ภัตตาคารทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน...
ทว่า บนชั้นสองหลังฉากกั้นไม้...
‘เยี่ยหาน’ ถึงกับช็อกตาค้าง! ร่างกายแข็งทื่อดุจหินผา ลมหายใจสะดุดกึก เลือดในกายแทบจะหยุดไหลเวียน!
นกหวีดหยกในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น!
‘น... นางมองเห็นข้า?!’ เยี่ยหานเหงื่อกาฬไหลพรากเปียกชุ่มแผ่นหลัง สมองยอดสายลับเกิดการลัดวงจร Short-Circuit ระดับจักรวาล!
‘ข้าใช้วิชา ‘เงาไร้ลักษณ์’ ขั้นสูงสุด ลมหายใจถูกผนึก ไร้ไอสังหาร ซ่อนกายในจุดอับสายตา... แต่นางกลับหันขวับมาชี้เป้าข้าได้อย่างแม่นยำดุจตาเห็น!’
และเมื่อสมองของเยี่ยหานเริ่มถอดรหัสคำพูดของนาง...
‘ชูสองนิ้ว... ซาลาเปาสองเข่ง... ไส้ทะลักล้นๆ?!’
เยี่ยหานดวงตาเบิกกว้างด้วยความสะพรึงกลัวปนเลื่อมใสถึงก้นบึ้งวิญญาณ!
‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ เยี่ยหานคุกเข่าลงกับพื้นไม้ข้างฉากกั้น น้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตัน ‘ซาลาเปาสองเข่ง... ย่อมหมายถึง สองแคว้นใหญ่ (ต้าซิง และ เป่ยเยี่ยน)! ส่วนคำว่า ไส้ทะลักล้นๆ... ย่อมหมายถึง สองแคว้นนี้ถูกนางบงการและควบคุมชะตากรรมจนไส้แตกหมดสิ้นแล้ว!’
เยี่ยหานสูดลมหายใจสั่นสะท้าน มือทั้งสองประสานคำนับไปทางทิศของมะลิ
‘การตอบรับคลื่นเสียงลับด้วยรหัส ‘ซาลาเปาสองเข่งไส้ทะลัก’... ความเฉียบคม สติปัญญา และพลังจิตวิญญาณระดับนี้... นางคือ องค์หญิงเก้าแห่งมหาจักรวรรดิบูรพา ผู้มีสายเลือดมังกรบรรพกาลอย่างแท้จริง!’
ยามเที่ยง (ประมาณ 12.00 น.) ณ หน้าร้านภัตตาคารหมื่นเมฆา
หลังจากโซ้ยอาหารจนพุงกาง มะลิก็เปิดปฏิบัติการ ‘กวาดล้างโต๊ะเสวย’!
นางสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ห่อซาลาเปาหมูแดงลูกโตสิบลูก และเป็ดตุ๋นครึ่งตัวใส่ใบบัว มะลิยัดทุกอย่างลงใน ‘กระเป๋าซ่อนใต้กระโปรงขยาย 4 เท่า’ จนร่างพองกลม เดินกางขาเตาะแตะอุ้ยอ้ายดุจเพนกวินยักษ์กลับสู่วังอ๋องอย่างมีความสุข
ทว่า... ตัดภาพไปที่ห้องทำงานชินอ๋อง!
ปังงงงงงงงงงงงงงง!!
เสียงตบโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีดังสนั่นหวั่นไหวจนพู่กันกระดอน!
เวินเชียนฟานยืนตระหง่าน รังสีอำมหิตและจิตสังหารอันดำมืดแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องทำงานลดฮวบลงสู่จุดเยือกแข็ง! ดวงตาคมกริบลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะและความหวงแหนระดับสะเทือนแผ่นดิน!
เบื้องหน้าของชินอ๋องคือ ‘โม่เฟิง’ ที่เพิ่งพุ่งพรวดผ่านหน้าต่างเข้ามารายงานด่วน
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?!” เวินเชียนฟานเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน “มีร่องรอยปราณของ ‘เยี่ยหาน’ ปรากฏตัวที่ภัตตาคารหมื่นเมฆา... เฉียดใกล้โต๊ะอาหารของซูเหมยอย่างนั้นรึ?!”
“พะ... พะยะค่ะท่านอ๋อง!” โม่เฟิงก้มหน้าเหงื่อตก “หน่วยสืบตรวจพบคลื่นเสียงไร้สำเนียงของราชสำนักบูรพาบนชั้นสองของภัตตาคาร... ชัดเจนว่าพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวตามหาตัวนางแล้วพะยะค่ะ!”
“พวกมดปลวกบูรพา... กล้าดียังไง!”
เวินเชียนฟานกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เพลิงหึงหวงและคลั่งรักปะทุขึ้นจนบ้าคลั่ง ในหัวของพญามัจจุราชคิดไปไกลถึงขั้นมหาจักรวรรดิกำลังจะส่งกองทัพมาชิงยอดดวงใจไปจากอ้อมอก!
“ชางสิง!” ชินอ๋องตวาดสั่งการเสียงกร้าว
“พะยะค่ะท่านอ๋อง!” ชางสิงก้าวออกมารับคำสั่งตัวสั่น
“สั่งระดมพลเดี๋ยวนี้!” เวินเชียนฟานสะบัดแขนเสื้ออย่างเด็ดขาด “นำกองทัพทหารเกราะทองคำหนึ่งร้อยนาย และหน่วยองครักษ์เงาทั้งหมด ไปตั้งค่ายล้อม ‘เรือนท้ายสวน’ ไว้สามชั้น! ห้ามมดแม้แต่ตัวเดียวเล็ดลอดเข้าไปได้! หากมีใครหน้าไหนกล้าเฉียดใกล้ซูเหมยแม้แต่ก้าวเดียว... สังหารทิ้งโดยไม่ต้องรายงาน!”
“น้อมรับพระบัญชาพะยะค่ะ!”
ยามบ่าย (ประมาณ 14.00 น.) – ตัดสลับเมืองชายแดนทางเหนือ
ณ เมืองชายแดนทุรกันดารอันแห้งแล้ง ห่างไกลจากความหรูหราของเมืองหลวงนับพันลี้...
แปะ... แปะ...
หยดน้ำฝนรั่วรดลงมาจากหลังคาฟางผุพัง หยดลงบนพื้นดินเฉอะแฉะภายใน ‘จวนอำเภอซอมซ่อ’
‘ซูเฉิง’ อดีตขุนนางผู้เคยเย่อหยิ่ง บัดนี้นั่งคุดคู้อยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่หักๆ เสื้อผ้าผ้าฝ้ายหยาบๆ มีรอยปะชุนเต็มตัว ใบหน้าซูบตอบดำคล้ำ
ข้างๆ กันคือ ‘ซูเหลียน’ พี่สาวคนโตผู้เคยสวมใส่ผ้าไหมแพรพรรณ บัดนี้นั่งก้มหน้าก้มตา เอามือที่หยาบกร้านจับเข็มเย็บผ้า ปะชุนเสื้อผ้าเก่าๆ เพื่อนำไปขายประทังชีวิต!
“โอ๊ยยย! เข็มตำมืออีกแล้ว!” ซูเหลียนกรีดร้อง ปาเศษผ้าลงพื้นด้วยความโมโห น้ำตาไหลพราก “ท่านพ่อ! ข้าทนไม่ไหวแล้วนะเจ้าคะ! คฤหาสน์หรูหราของเราก็โดนทางการยึดคืน ทรัพย์สินตั๋วเงินก็โดนอายัดหมดสิ้น! ข้าต้องมานั่งเย็บผ้าขายเหมือนหญิงชาวบ้านชั้นต่ำเช่นนี้ได้อย่างไร!”
ซูเฉิงถอนหายใจยาวอย่างสิ้นหวัง “จะให้ทำอย่างไรได้เล่า... ขั้วอำนาจของฝงฮองเฮากับองค์ชายใหญ่ล่มสลาย เงินสนับสนุนของพวกเราจึงกลายเป็นเงินกบฏ โดนริบเข้าคลังหลวงหมดสิ้น!”
ทันใดนั้นเอง! พ่อบ้านชราก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในจวน ถือม้วนข่าวสารจากเมืองหลวง
“นายท่าน! คุณหนูใหญ่! มีข่าวลือใหญ่หลวงจากเมืองหลวงมาถึงแล้วขอรับ!”
ซูเหลียนตาลุกวาว รีบพุ่งตัวไปคว้า “ข่าวนังซูเหมยใช่หรือไม่! ป่านนี้มันคงโดนลากตัวไปประหารพร้อมพวกกบฏแล้วใช่ไหม!”
“เปล่าเลยขอรับคุณหนูใหญ่!” พ่อบ้านส่ายหน้าพัลวัน “นัง... อนุซูเหมย ไม่เพียงไม่ตาย แต่นางกลับใช้ ‘ขาเป็ดปักกิ่ง’ สยบกบฏ และใช้ ‘พุทราจีน’ สยบแคว้นเป่ยเยี่ยน! ได้รับพระราชทานป้ายทองเสวยฟรีตลอดชีวิตจากฮ่องเต้ และบัดนี้... ท่านอ๋องกำลังเตรียมการจะสถาปนานางขึ้นเป็น ‘พระชายาเอก’ แห่งวังชินอ๋องแล้วขอรับ!”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”
ซูเหลียนกรีดร้องจนแก้วหูแทบแตก กวาดตะกร้าเย็บผ้ากระจายเกลื่อนพื้น ตาแดงก่ำด้วยความอิจฉาริษยาจนแทบจะกระอักเลือดออกมา!
“พระชายาเอกงั้นรึ?! นังขยะลูกเมียน้อยนั่นเนี่ยนะจะได้เป็นพระชายาเอกของชินอ๋อง! ข้าไม่ยอม! ข้าสวยกว่ามัน มีชาติตระกูลกว่ามัน!”
ซูเฉิงตาลุกวาวด้วยความโลภ รีบยันกายลุกขึ้น “ในเมื่อนางได้ดีถึงเพียงนี้ นางย่อมต้องกตัญญูต่อบิดา! ข้าจะเขียนฎีกาเข้าเมืองหลวง ขอพึ่งใบบุญลูกสาว ให้ท่านอ๋องช่วยดึงพวกเรากลับไปเสวยสุขที่เมืองหลวง!”
ทว่า... ยังไม่ทันที่ซูเฉิงจะหยิบพู่กัน!
ตึง!
นายอำเภอชายแดนพร้อมทหารประจำเมือง ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องโถง พร้อมคลี่ม้วนคำสั่งลับที่ประทับตราพยัคฆ์เหินของชินอ๋อง!
“ใต้เท้าซูเฉิง รับคำสั่งจากชินอ๋อง!” นายอำเภอประกาศเสียงดังฟังชัด
ซูเฉิงและซูเหลียนรีบคุกเข่าลงรับฟังด้วยใจเต้นระทึก หวังว่าจะได้รับข่าวดี
แต่นายอำเภอกลับอ่านข้อความสั้นๆ ที่เย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง:
‘ขุนนางตระกูลซูรักความสงบและสำนึกในบาป... ชินอ๋องมีคำสั่ง ให้ตระกูลซูอาศัยอยู่ตรากตรำทำไร่ไถนา ณ ชายแดนทุรกันดารต่อไปตลอดชีวิต! ห้ามผู้ใดโยกย้ายตำแหน่ง และห้ามคนตระกูลซูก้าวเท้าเหยียบเข้าเมืองหลวงเด็ดขาด... หากฝ่าฝืน สั่งประหารยกตระกูล!’
“ม... ไม่จริงงงงงงงงงงงงงงงง!!”
ซูเหลียนกรีดร้องโหยหวน ทรุดฮวบลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้นดินเฉอะแฉะ ร้องไห้จนแทบขาดใจ
ส่วนซูเฉิงนั้นหงายหลังตึง ตาค้าง ลมจับสลบเหมือดคาที่ไปทันที!
ประตูสู่ความสุขสบายของตระกูลซู... ถูกปิดตายลงอย่างถาวรด้วยน้ำมือของชินอ๋อง!
ยามบ่ายแก่ๆ (ประมาณ 16.30 น.) ณ ลานหน้าเรือนท้ายสวน วังชินอ๋อง
“ง่ำๆๆ... คร่อกกกก... หาวววววววววววว!”
มะลิอ้าปากหาวหวอดใหญ่ ยันกายลุกขึ้นจากเตียงนอนหลังจากงีบหลับพักผ่อนยามบ่ายอย่างเต็มอิ่ม
ท้องของนางเริ่มส่งเสียงร้อง จ๊อกกกก... ประท้วงหาของว่างรอบบ่าย
มะลิหยิบถุงกระดาษใส่เกาลัดคั่วที่เหลือ และจานใส่ขนมเปี๊ยะอบสดใหม่ เดินฮัมเพลงก้าวเตาะแตะออกมาผลักประตูเรือนพักเพื่อจะออกไปสูดอากาศและหาของกินเล่น
ทว่า... แอ๊ดดดดดดด...
พริบตาที่บานประตูเปิดออกสู่ลานกว้าง!
กึก!
มะลิถึงกับชะงักกึก ตาค้าง อ้าปากหวอจนขนมเปี๊ยะเกือบหลุดจากมือ!
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าลานเรือนท้ายสวนคือ...
กองทัพทหารในชุดเกราะทองคำอร่ามสะท้อนแสงแดดยามเย็นนับร้อยนาย! ยืนถือหอกยาวเรียงแถวหน้ากระดานล้อมรอบเรือนท้ายสวนแน่นเอี๊ยดถึงสามชั้น! ถัดออกไปบนกำแพงและกิ่งไม้ใหญ่ มีองครักษ์เงาชุดดำอีกหลายสิบนายยืนคุมเชิง แผ่รังสีอำมหิตเย็นยะเยือกและเข้มงวดดุจไข่ในหิน!
มะลิยืนกะพริบตาปริบๆ สมองสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์ปี 2026 เริ่มทำการประมวลผลทันที!
‘เชี่ยเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!’
มะลิตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจเต้นระทึกด้วยความปลาบปลื้มใจระดับสิบริกเตอร์!
‘นี่มัน... นี่มันคือการบริการลูกค้าระดับอัลตราซูเปอร์ VIP ชัดๆ ว้อยยยย!’ มะลิยกมือขึ้นตบมือดัง แปะๆๆ!
‘ประธานบริษัทท่านอ๋องบริการเลิศเลออะไรขนาดนี้วะเนี่ย! เขารู้ว่าช่วงเย็นฉันชอบเดินออกไปช้อปปิ้งซื้อของกินสตรีทฟู้ดรอบเมืองหลวง... เขาก็เลยส่งกองทัพ ‘บอดี้การ์ดส่วนตัวสายเปย์’ มารอคุ้มกันและช่วยหิ้วถุงกับข้าวรอบเมืองหลวงนับร้อยคน!’
มะลิยิ้มแป้นจนแก้มแทบฉีก เดินดุ่มๆ ถือถุงขนมก้าวเข้าไปหาเหล่านักรบเกราะทองคำที่ยืนหน้าตึงเปรี๊ยะ
“อะแฮ่ม! สวัสดีค่ะพี่ๆ ทุกคน!” มะลิเอ่ยทักทายเสียงใสแจ๋ว
เหล่าทหารเกราะทองคำสะดุ้งสุดตัว รีบกระชับหอกในมือ ยืนตัวตรงเกร็งเปรี๊ยะด้วยความเคารพยำเกรงในบารมี “ค... คารวะอนุซูพะยะค่ะ!”
มะลิก้มมองถุงเสบียงที่ตนเองห่อมาจากภัตตาคารหมื่นเมฆาเมื่อกลางวัน มีทั้งซาลาเปาหมูแดงร้อนๆ ลูกโตเนื้อแน่น และขนมเปี๊ยะปิดทองคำแท้
ด้วยความใจกว้างดุจแม่น้ำ มะลิจึงหยิบซาลาเปาหมูแดงร้อนๆ ออกมาแจกจ่ายให้ทหารแถวหน้าคนละลูกสองลูก!
“เหนื่อยแย่เลยนะคะพี่ๆ บอดี้การ์ด!” มะลิยิ้มหวาน ยัดซาลาเปาอุ่นๆ ใส่มือทหารเกราะทอง “มายืนตากแดดรอช่วยฉันหิ้วของกินเนี่ย! เอ้า... เอาซาลาเปาหมูแดงไส้แน่นๆ กับขนมเปี๊ยะไปกินรองท้องก่อนค่ะ! เดี๋ยวช่วงเย็นไปช่วยฉันหิ้วถุงหมูสะเต๊ะ เกาลัดคั่ว กับน้ำเต้าหู้รอบเมืองหลวงกันนะคะ!”
ตุบ!
ทหารเกราะทองคำนายหนึ่งถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงคุกเข่ากับพื้น!
มือที่สั่นระริกประคองรับซาลาเปาหมูแดงร้อนๆ น้ำตาคลอเบ้าอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจสุดขีด!
“ซ... ซาลาเปาหมูแดงจากภัตตาคารหมื่นเมฆา... ขนมเปี๊ยะหลวง...”
เหล่าทหารเกราะทองคำนับร้อยชีวิตต่างมองหน้ากันด้วยความซาบซึ้งใจจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่!
‘ว่าที่พระชายาเอก... ผู้สูงส่งเปี่ยมบารมีสะท้านแผ่นดิน แต่นางกลับไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย! ซ้ำยังนำอาหารเลิศรสระดับจักรพรรดิมาแจกจ่ายให้ไพร่พลชั้นผู้น้อยด้วยมือตนเอง!’
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เสียงหัวเข่าของทหารเกราะทองคำนับร้อยนายกระแทกพื้นพร้อมเพรียงกันดังกึกก้อง! ทุกคนก้มศีรษะลงกราบคำนับมะลิด้วยความจงรักภักดีจากก้นบึ้งหัวใจ!
“ขอบพระทัยพระชายาเอกที่ทรงเมตตาพะยะค่ะ! พวกเราขอถวายชีวิตปกป้องพระองค์จนตัวตายพะยะค่ะ!!”
มะลิ: “...หืมมม?” (ยืนกะพริบตาปริบๆ ถือถุงเกาลัดค้าง)
‘เอ้า... แค่แจกของกินรองท้องก่อนไปช่วยหิ้วถุงกับข้าว ถึงกับกราบกรานถวายชีวิตกันเลยเหรอวะ? บอดี้การ์ดยุคโบราณนี่อินกับเซอร์วิสมายด์จังเว้ย!’
ทว่า... เบื้องหลังต้นหลิวใหญ่ริมสระน้ำ!
ร่างสูงโปร่งของ ‘เวินเชียนฟาน’ ในชุดผ้าไหมสีดำ ยืนเอามือไพล่หลังแอบมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาที่ทอดมองอย่างลึกซึ้ง...
หัวใจของชินอ๋องพลันเต้นระรัวอบอุ่น รอยยิ้มละมุนละไมที่หาได้ยากยิ่งระบายขึ้นเต็มใบหน้าคมสัน
‘ซูเหมย... ยอดดวงใจของข้า’ เวินเชียนฟานสูดลมหายใจลึก หัวใจพองโตด้วยความคลั่งรักสุดขีด
‘นางรู้ว่าข้าส่งทหารมาคุ้มกัน... แต่นางกลับมิได้หวาดกลัวหรือรำคาญใจ นางกลับนำอาหารเลิศรสมามอบให้ไพร่พล เพื่อซื้อใจและสร้างขวัญกำลังใจให้กองทัพด้วยความเมตตาอันบริสุทธิ์!’
ชินอ๋องยกมือขึ้นแตะหน้าอกข้างซ้าย สบตากับภาพมะลิที่กำลังยืนเคี้ยวเกาลัดยิ้มแป้นอยู่กลางวงล้อมของเหล่าทหาร
‘สตรีผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาบารมีดุจมารดาแห่งแผ่นดิน... ข้า เวินเชียนฟาน จะปกป้องรอยยิ้มนี้ไว้ด้วยชีวิต ต่อให้มหาจักรวรรดิตะวันออกยกทัพมา... ข้าก็ไม่มีวันยอมให้ใครแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ!’
โดยที่ชินอ๋องหารู้ไม่ว่า... "มารดาแห่งแผ่นดิน" กำลังกวักมือเรียกรองแม่ทัพเกราะทองคำอย่างร่าเริง:
“พี่ชายเกราะทองคนนั้นน่ะ! เดี๋ยวเตรียมตะกร้าใบใหญ่สองใบตามฉันออกไปตลาดเลยนะจ๊ะ! วันนี้ฉันจะไปกวาดหมูสะเต๊ะร้อยไม้!”
ทว่า... ตัดกลับมาที่หน้าเตาถ่าน!มะลิกำลังใช้ตะเกียบคีบ ‘ซี่โครงหมูหม่าล่าย่างชิ้นโต ฉ่ำน้ำมันร้อนๆ ซอสพริกหม่าล่าหยดติ๋งๆ’ ยกขึ้นมาจ่อริมฝีปาก อ้าปากกว้างจะงับคำโต...โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!เสียงคำรามดังสนั่นระดับร้อยห้าสิบเดซิเบล พร้อมกับเงาดำยักษ์ที่พุ่งแหวกอากาศลงมาบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิด!“วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”มะลิสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีดจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง! ขวัญหนีดีฝ่อ สองมือกระตุกสั่นระริก!และด้วยความที่ฝ่ามือของมะลิมันเยิ้มเหนียวเหนอะหนะไปด้วยน้ำมันพริกหม่าล่าและไขมันซี่โครงหมู...ฟึ่บ! พรวด!ซี่โครงหมูหม่าล่าชิ้นโตเท่าท่อนแขน ดันลื่นหลุดจากคีบตะเกียบและมือของมะลิ ลอยละลิ่วพุ่งละล่องขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง!ยมทูตหมายเลข 7 ที่ซุ่มอยู่หลังต้นไม้ เห็นเสือยักษ์อ้าปากกว้างกำลังจะงับหัวมะลิ ยมทูตสติแตกเหงื่อแตกพลั่กแทบช็อกตาย!(เชี่ยแล้วววววววววววววววววววววววววว!! แม่หนูมะลิกำลังจะโดนแดกหัว!)ด้วยความลนลานจนขาดสติ ยมทูตหมายเลข 7 ยกพัดเวทมนตร์นรกขึ้นสะบัดร่ายลมพาย
ยามอู่ (ประมาณ 12.00 น.) ณ ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้น ตำหนักเก้าชั้นฟ้าตึงงงงงงงงงงงงง!เสียงกลองศึกทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านแผ่นดิน ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามเที่ยงตรง!ลานประลองยุทธศาสตร์ร้อยแคว้นสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวขนาดยักษ์ กว้างขวางนับพันจั้ง ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์หินอ่อนที่คลาคล่ำไปด้วยเชื้อพระวงศ์ แม่ทัพ และยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน! เหนือลานประลอง มี ‘ม่านค่ายกลกระจกสะท้อนภาพเวทมนตร์’ ขนาดยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ฉายภาพบรรยากาศจำลองสู่สายตาคนทั้งมหาทวีปณ ซุ้มเสวย VIP สูงสุด... มหาจักรพรรดิบูรพาทรงประทับเคียงข้างมะลิ โดยมีกองทัพทหารเกราะทองคำสิบล้านนายยืนอารักขาแน่นหนาชนิดที่แม้แต่มดยังแทรกผ่านไม่ได้!เวินเชียนฟานในชุดเกราะศึกสีดำทมิฬ ยืนตระหง่านอยู่ข้างเก้าอี้ของมะลิ มือหนากุมด้ามกระบี่ประจำกาย แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองนางด้วยความทะนุถนอม“ยอดดวงใจของข้า...” ชินอ๋องโน้มตัวลงกระซิบข้างหูนางอย่างอ่อนโยน “การประลองด่านแรกกำลังจะเริ่มขึ้น... ข้ากับเสด็จพ่อตาตกลงกันแล้ว เจ้าแค่นั่
ยามโหย่วค่ำๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้าท่ามกลางความเงียบกริบระดับจักรวาลหยุดหมุน และสายตาตกตะลึงค้างของยอดคนร้อยแคว้นนับหมื่นชีวิต...ฟึ่บ!‘เวินเชียนฟาน’ ยื่นมือหนาอันทรงพลังไปคว้าม้วนพระราชโองการทองคำแท้จากมือราชทูตต้าซิงที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกมาถือไว้ในมือ ชินอ๋องตวัดสายตาคมกริบดุจพญาอินทรี ก้าวสืบเท้าขึ้นบันไดหยกขาวอย่างสง่างาม ก่อนจะวาดท่อนแขนแกร่งเข้า ‘รวบร่างพองหนาหกเท่าของมะลิ’ เข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหนและแนบแน่นต่อหน้าพระพักตร์มหาจักรพรรดิบูรพา!หมับ!มะลิที่กำลังลูบพุงอิ่มกุ้ง สะดุ้งโหยงเบาๆ ใบหน้าจมหายเข้าไปในแผงอกกว้างอุ่นจัดกลิ่นไม้กฤษณา คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นมองพระเอกตาปริบๆชินอ๋องเชิดใบหน้าคมคายหล่อเหลาขึ้นสบสายตากับมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างไม่หวั่นเกรง สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยรายงานหน้าตายด้วยความมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน!“ทูลเสด็จพ่อตา...”เปรี๊ยะ!เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกบาลของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพา! พระพักตร์ของมหาจักรพรรดิกึ่งเหวอกึ่งช็อก พระขนง
ยามโหย่วปลายๆ ณ แท่นบูชาศิลาเทวะ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนกริบ... ทั่วทั้งมหาทวีปตกอยู่ในความเงียบงันอันไร้ขอบเขต!กริ๊ง... กริ๊ง... วูบบบบบบบบบบ! ‘ป้ายหยกมังกรทองประจำพระองค์’ ที่มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงพกติดตัวไว้ตลอดสิบแปดปี พลันส่งเสียงกู่ร้องสั่นสะเทือน ตอบรับคลื่นพลังสายเลือดบริสุทธิ์ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง!“ส... สายเลือดมังกรบรรพกาลเก้าเล็บบริสุทธิ์... เก้าชั้นฟ้า?!”มหาจักรพรรดิแห่งบูรพาทรงเบิกพระเนตรกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า พระวรกายสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต น้ำพระเนตรเอ่อล้นทะลักไหลพรากอาบสองปราง!พระองค์ก้าวลงจากบัลลังก์ทองคำด้วยพระบาทที่สั่นเทา ก่อนจะทรง ‘ทรุดพระชานุ (คุกเข่า) ลงต่อหน้าธารกำนัลร้อยแคว้น’ ด้วยพระทัยที่แตกสลายระคนตื้นตันใจสุดขีด!ตุบ! ตุบ! ตุบ!พริบตานั้นเอง! เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ ยอดฝีมือจากร้อยแคว้นนับหมื่นคน รวมถึงทหารเกราะเงินทั่วทั้งตำหนัก... ต่างพากันเข่าอ่อน ทรุดลงหมอบกราบราบไปกับพื้นดิน ตัวสั่นสะท้านดุจใบไม้ต้องพายุต่อหน้าบารมีแห่ง
ยามโหย่วปลายๆ (ประมาณ 18.00 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนความเงียบสงัดระดับป่าช้าโบราณเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงเสวยศิลาหยกขาว...เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเหงื่อกาฬของบรรดาแม่ทัพร้อยแคว้นหยดลงกระทบพื้นผ้าไหม!สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปยังโต๊ะเสวยของ ‘มหาจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์แดนประจิม’ ที่บัดนี้ทั้งโต๊ะหยก อาหารเลิศรส จานชามทองคำ และร่างของ ‘เซวียนหยวนหลิง’ (องค์หญิงสามแห่งแดนประจิม) ได้กลายสภาพเป็น ‘ก้อนน้ำแข็งยักษ์’ สีฟ้าครามขาวโพลนไปเรียบร้อยแล้ว! องค์หญิงผู้เย่อหยิ่งนั่งแข็งทื่อ ขนคิ้วและเส้นผมจับตัวเป็นเกล็ดหิมะ ปากสั่นงันงกพั่บๆๆๆ ดุจตุ๊กตาหิมะจำแลงคาเก้าอี้เสวย!ทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยง... บรรดาเชื้อพระวงศ์และยอดฝีมือระดับแปดและเก้าชั้นฟ้าต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื้อก!สมองของยอดคนร้อยแคว้นเริ่มเกิดการลัดวงจร Short-Circuit ระเบิดตูมตามระดับเก้าสิบเก้าชั้นฟ้าทันที!‘สวรรค์ชั้นฟ้า...!’ แม่ทัพใหญ่แห่งมหาอาณาจักรแดนใต้เหงื่อกาฬไหลพราก ขนหัวลุกชันชี้ฟ้า ‘นางถูกล
ยามโหย่ว (ประมาณ 17.30 น.) ณ โถงเสวยใหญ่ ตำหนักเก้าชั้นฟ้า มหานครเทียนหยวนตึงงงงงงงงง!เสียงระฆังทองสัมฤทธิ์เก้าใบดังสะท้อนกังวานก้องไปทั่วทั้งตำหนักศิลาหยกขาวอันยิ่งใหญ่ตระการตา ลอยทะลุผ่านม่านเมฆาสีทองยามอาทิตย์อัสดง!โถงเสวยใหญ่แห่งตำหนักเก้าชั้นฟ้าถูกสร้างขึ้นจากศิลาหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆาและมังกรทอง เสาหินปิดทองคำแท้ตระหง่านเสียดฟ้านับร้อยต้น โต๊ะเสวยยาวเหยียดปูลาดด้วยผ้าไหมแพรพรรณสีแดงชาด เครื่องเคลือบปิดทองคำแท้จัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารหายากพันปีลอยตลบอบอวลประหนึ่งวิมานสวรรค์จุติทว่า... สิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่ในโถงจัดเลี้ยง คือ ‘ผังที่นั่งแถวหน้าสุด’!ผลพวงจากการระเบิดคลื่นพลังสะท้อนกลับสยบยอดฝีมือหน้าประตูเมืองหยกขาวเมื่อบ่ายแก่ๆ... ส่งผลให้คณะทูตแห่งแคว้นต้าซิง ได้รับเกียรติสูงสุดให้นั่งใน "ตำแหน่งแถวหน้าสุดระดับ Super VIP" ติดกับแท่นเสวยของมหาจักรพรรดิแห่งบูรพาอย่างสง่างาม!เชื้อพระวงศ์ แม่ทัพใหญ่ และตัวแทนจากร้อยแคว้นที่นั่งอยู่แถวหลัง ต่างพากันมองตรงมายังโต๊ะเสวยของต้าซิงด้วยสายตาครั่นคร้ามยำเกรงระ







