แชร์

มือสังหาร

ผู้เขียน: zuey
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-22 19:43:22

“ไม่ใช่แค่เจ้า ข้าเองก็เย็นต้นคอไม่ต่างกัน” สองพ่อลูกพูดคุยเสียงเบา ความรู้สึกในตอนนี้...คล้ายตัวกับหัวกำลังไม่สามัคคี ต้องการแยกจากกัน

มู่หรงฉางชิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ขอตอบตามตรง เปิ่นไม่จื่อไม่มีความสนใจต่อบัลลังก์”

คำตอบนั้นทำให้เซี่ยหรงเหยาที่นั่งอยู่ด้านข้าง แอบยกยิ้มบางเบา นางคาดเดาไว้แล้วว่า เขาจะต้องตอบเช่นนี้

ชายชราลูบเคราขาวพลางพยักหน้าเบาๆ

“เช่นนั้น...เจ้าเล่า สนใจหรือไม่” คำถามนั้นตกลงบนหัวของมู่หรงชิงยี่ เซี่ยมู่หว่านได้ยินถึงกับสะดุ้งตกใจ

“ท่านปู่ ไยถามเช่นนี้เล่าเจ้าคะ คนที่เป็นรัชทายาทในตอนนี้คือน้องรอง อีกอย่าง...ฝ่าบาทก็ยังทรงแข็งแรง...ยังสามารถนั่งบนบัลลังก์ได้อีกหลายปีเจ้าค่ะ”

หญิงสาวเหลือบมองน้องสามีที่อาจกลายเป็นน้องเขยในอนาคตของตน สีหน้าของมู่หรงฉางชิงยังคงเรียบเฉย แต่ในแววตากลับมีแววขบขันวาบผ่าน

“ไยต้องตกใจ” ชายชรากล่าวเสียงเรียบ

“ทุกคนต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกันมิใช่หรือ” คำว่าครอบครัวเดียวกัน ทำให้มู่หรงฉางชิงแอบยกยิ้มมุมปาก ร่างบางที่นั่งอยู่ใกล้ๆ รีบใช้เท้าเตะเขาเบาๆ เพื่อเตือนให้ชายหนุ่มรีบเก็บสีหน้า

ชายชราหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกล่าวต่อ

“ที่ข้าถาม มิใช่เพราะข้าอยากรู้ความคิดของพวกเจ้าพี่น้อง แต่เป็นเพราะบิดาของพวกเจ้าต้องการรู้”

“ฝ่าบาทหรือขอรับ” บิดาของเซี่ยหรงเหยาอุทานเสียงดัง ชายชราพยักหน้า

“ที่องค์ฮ่องเต้ยังไม่ลงจากบัลลังก์ นั่นก็เพราะ...พวกเจ้าพี่น้องคนหนึ่งไม่สนใจราชกิจ อีกคนป่วยกระเสาะกระแสะ บัลลังก์นี้...หากต้องให้ใครนั่ง แต่จะต้องมิใช่บุตรชายของหวังกุ้ยหลาน”

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องถึงกับนิ่งงัน หวังกุ้ยหลานที่โสวฝู่ผู้เฒ่าเอ่ยถึง ย่อมต้องเป็นหวังกุ้ยเฟย พระมารดาของมู่หรงจ้าน สตรีผู้มีอำนาจและอิทธิพลในวังหลัง

ครอบครัวของนางหยั่งรากลึกในราชสำนักมาหลายชั่วอายุคน และความทะเยอทะยานของนางก็เป็นที่รู้กันดี

คำพูดของโสวฝู่ชรา ทำบรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ...

หลังพูดคุยจนดึกดื่น แสงตะเกียงในเรือนใหญ่ของตระกูลเซี่ยค่อยๆ มอดดับลง มู่หรงฉางชิงลุกขึ้นคำนับลาผู้เฒ่าและผู้ใหญ่ในเรือน ก่อนออกเดินทางกลับตำหนักของตน

แม้เรื่องการคบหาของเขาและเซี่ยหรงเหยาจะผ่านพ้นไปด้วยดี แต่เรื่องราวระหว่างพี่น้องยังคงมีหลายสิ่งที่ต้องสะสาง

เซี่ยมู่หว่านเลือกจะพักอยู่ต่อที่จวนตระกูลเซี่ยเพื่ออยู่เป็นเพื่อนมารดา ส่วนมู่หรงชิงยี่กลับยังมีเรื่องต้องการสนทนากับน้องชาย จึงนั่งรถม้ากลับตำหนักรัชทายาทด้วยกัน

ค่ำคืนอันหนาวเย็นจากหิมะที่กำลังโปรยปราย ลมเหนือพัดแรงจนผ้าม่านรถม้าโบกสะบัด เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์เลือนรางส่องลอดลงมารำไร

“น้องรอง” มู่หรงชิงยี่เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมานาน

“เจ้าคิดจะวางมือจริงๆ หรือ” มู่หรงฉางชิงเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง คล้ายมิได้มีจุดสนใจที่จริงจัง

“เป็นเรื่องจริง แม้ทุกคนจะสรรเสริญว่าเราเป็นแม่ทัพที่เก่งกาจ แต่เรื่องการบริหารบ้านเมือง...ไม่รู้เลยสักนิด อีกทั้ง...หากต้องขึ้นนั่งบนบัลลังก์ ย่อมต้องมีเรื่องการแต่งงานเพื่อคานอำนาจจากเหล่าขุนนางเข้ามาเกี่ยวพัน เปิ่นไท่จื่อมิอาจตัดใจปล่อยให้เป่าหนิงต้องเจ็บช้ำ”

คำพูดของน้องชายทำชายหนุ่มเข้าใจทันที และมั่นใจว่าในใจของมู่หรงฉางชิงมีเซี่ยหรงเหยาอยู่เต็มหัวใจ

“ได้ยินเจ้านึกถึงเจ้าสี่มาเป็นอันดับแรกพี่ก็วางใจ จำเอาไว้ แม้เจ้าสี่จะมิใช่สายเลือดเดียวกันกับข้า แต่นางก็ไม่ต่างจากน้องสาวแท้ๆ หากเจ้าทำนางเจ็บช้ำ ข้ารับรองจะทวงนางคืนมา และหาชายหนุ่มหล่อเหลา เพื่อให้นางบรรเทาความเสียใจแทนเจ้า”

“ไม่มีทางมีวันนั้นแน่...” มู่หรงฉางชิงเอ่ยอย่างมั่นใจ

ในระหว่างที่พี่น้องพูดคุยเสียงเบาภายในรถม้า เสียงหวีดของลูกธนูก็พลันดังขึ้นจากความมืด

“ฟิ้ววว! ฉึก!” ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเฉียดใบหน้าทั้งสองไปเพียงคืบ ทะลุออกด้านนอกหน้าต่าง ก่อนจะปักเข้ากับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง

“ระวัง!”

องครักษ์ด้านนอกตะโกนลั่น ทันใดนั้น...เสียงม้าร้องและเสียงเหล็กกระทบกันพลันดังระงมทั่วบริเวณ เงาดำหลายสิบร่าง พุ่งทะยานออกมาจากสองข้างทางราวกับปีศาจในยามราตรี

บริเวณนี้เป็นจุดรกร้าง ไร้บ้านเรือนผู้คน จึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการซุ่มโจมตี

เหล่าคนชุดดำสวมผ้าปิดหน้า ถือดาบยาวในมือชี้มายังรถม้า มู่หรงฉางชิงผลักบานประตูเปิดออก ร่างสูงกระโดดลงสู่พื้นหิมะอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงจันทร์วาววับ

“ปกป้ององค์ชายใหญ่!” ร่างสูงตะโกนลั่น

เสียงดาบปะทะกันดัง เคร้ง! เคร้ง! ไปทั่วบริเวณ เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นบนพื้นขาวโพลนของหิมะ

มู่หรงชิงยี่ถูกองครักษ์สองนายคุ้มกันอย่างแน่นหนา แต่จำนวนศัตรูมีมากเกินไป พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วและเป็นระเบียบราวกับได้รับการฝึกมาอย่างดี

มู่หรงฉางชิงคว้าดาบจากมือศัตรูที่พุ่งเข้ามา ฟันสวนกลับอย่างแม่นยำ ดาบในมือของชายหนุ่มเคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับสายลม และเฉียบคมในทุกจังหวะ

“พวกมันไม่ใช่มือสังหารธรรมดา” ร่างสูงกล่าวเสียงต่ำ

“แต่เป็นมือสังหารจากแคว้นเจา!”

คำพูดนั้นทำมู่หรงชิงยี่ชะงักงัน

แคว้นเจา คือแคว้นเล็กๆ ที่อยู่กลางทะเล ข่าวลือที่ได้ยินมาคือฝึกฝนนักฆ่าฝีมือดี รวมถึงองครักษ์เงาส่งไปขายยังต่างแคว้น และยังมีขุมอำนาจจากหลายฝ่ายที่พัวพัน จึงไม่มีแคว้นใหญ่แคว้นใด กล้าตีเอาเกาะนี้มาเป็นของตน

ในตอนนั้นเอง เสียงระเบิดพลันดังขึ้น

“ตูม!”

ด้านหลังรถม้าถูกเพลิงลุกไหม้ทันที แสงไฟจากกองเพลิงสะท้อนบนหิมะราวกับเปลวเพลิงจากนรก มู่หรงฉางชิงหันกลับไปมอง ด้วยดวงตาแข็งกร้าว

“พี่ใหญ่ ท่านรีบไปก่อนเถิด เราจะถ่วงเวลาเอาไว้เอง!” ชายหนุ่มฟันเชือกที่พันธนาการม้าสองตัวจนขาดสะบั้นจากตัวรถม้า ที่กำลังถูกพระเพลิงกลืนกิน

“ไม่! ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไว้เบื้องหลัง!” ร่างสูงรั้งแขนน้องชาย

“ฟังนะ...ท่านต้องไปจากที่นี่! เปิ่นไท่จื่อจะได้หมดกังวล!”

มู่หรงฉางชิงรู้ดีว่าร่างกายของพี่ชายแม้จะหายจากอาการป่วย แต่ก็ยังไม่แข็งแรงดี อีกทั้งเขายังไม่มีวรยุทธเหมือนตน อยู่ที่นี่ก็รังแต่จะทำให้เขาพะวง

แต่ยังไม่ทันที่การสนทนาของทั้งสองจะจบลง เงาดำอีกกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นท่ามกลางรัตติกาล หิมะที่เคยขาวโพลนเริ่มถูกย้อมด้วยสีแดงเข้มของโลหิต...

เมื่อเห็นจำนวนมือสังหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มู่หรงชิงยี่ก็เริ่มเข้าใจแล้วว่า สถานการณ์นี้...หากตนยังอยู่ต่อ คงกลายเป็นตัวถ่วงให้น้องชายเป็นแน่

“ดะ...ได้! น้องรอง เจ้าต้องรักษาตัวเองให้ดี พี่ใหญ่จะไปตามคนมาช่วย!” ชายหนุ่มกระโดดขึ้นหลังม้าอย่างรวดเร็ว ม้าอีกสองตัวมีองครักษ์ขี่ตามเพื่อคอยคุ้มกัน

สองพี่น้องสบตากันอย่างแน่วแน่ ก่อนที่เสียงเกือกม้าจะดังก้องหายไปในความมืดมิด

เมื่อร่างขององค์ชายใหญ่หายลับไปจากสายตา มู่หรงฉางชิงหันกลับมายังเหล่ามือสังหารตรงหน้า ใบหน้าที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น

“เอาล่ะ...เรามาเริ่มยกสองกันเถอะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 1

    ร่างสูงโปร่งแบกกวางตัวเขื่องเดินลงจากเขาราวกับไม่มีน้ำหนัก เลือดจากเหยื่อยังคงหยดลงเป็นจุดสีแดงเข้มตามทาง ใบหน้าที่มีรอยแผลยาวเป็นทางจากหว่างคิ้วลงมาที่ข้างใบหู ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทำให้รอยแผลนั้นยิ่งชัดเจนชาวบ้านที่พบเห็นชายหนุ่มต่างรีบถอยห่าง เพราะรอยแผลเป็นทำให้พวกเขาต่างคา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   บทส่งท้าย ครอบครัวอันสมบูรณ์

    เสียงล้อรถม้าบดกับพื้นหินดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงภาพของจักรพรรดินีและพระราชสวามีที่ยังคงยืนส่งอยู่หน้าประตูเมือง ภาพแห่งมิตรภาพ ความผูกพัน และคำอวยพรที่อบอุ่นเหนือสิ่งใดในโลกเมื่อขบวนรถม้าของตระกูลมู่หรงแล่นเข้าสู่ประตูเมืองหลวงแห่งแคว้นเจา ผู้คนต่างออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เสียงกลองและขล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ลูกน้อยของข้าเจ้ากลับมาแล้ว

    “จ้าวเหลยขอรับ” ทันทีที่ชื่อของจ้าวเหลยหลุดออกจากปากเด็กน้อย เซี่ยหรงเหยาพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้างราวกับพึ่งเข้าใจบางสิ่ง“เด็กน้อย เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูหูของเจ้าได้หรือไม่” มู่หรงจ้านหันไปมองมู่หรงจื่ออิง อีกฝ่ายพยักหน้าให้เบาๆ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้หญิงงามตรงหน้าเซี่ยหรงเหยา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ม้าพยศ

    แม้แต่มู่หรงฉางชิง ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการฝึกสัตว์ ยังต้องยอมรับว่ามันดื้อรั้นเกินไป แต่เพราะเซี่ยชิงสือเอ่ยปากขอร้องให้น้องเขยช่วยปราบพยศ ชายหนุ่มจึงจำใจต้องทำตามคำขอ และท้ายที่สุด แม้แต่มู่หรงฉางชิงก็ยังไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้วันนี้...ที่มู่หรงจื่ออิงพาเด็กชายตัวเล็กมาที่ลานฝึกม้าด้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status