مشاركة

ม้าพยศ

مؤلف: zuey
last update تاريخ النشر: 2026-05-08 09:06:47

แม้แต่มู่หรงฉางชิง ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการฝึกสัตว์ ยังต้องยอมรับว่ามันดื้อรั้นเกินไป แต่เพราะเซี่ยชิงสือเอ่ยปากขอร้องให้น้องเขยช่วยปราบพยศ ชายหนุ่มจึงจำใจต้องทำตามคำขอ และท้ายที่สุด แม้แต่มู่หรงฉางชิงก็ยังไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้

วันนี้...ที่มู่หรงจื่ออิงพาเด็กชายตัวเล็กมาที่ลานฝึกม้าด้วย เพราะนางอยากให้เขาได้เห็นความสง่างามของมัน นางชี้ไปยังเจ้าม้าป่าตัวนั้นที่ยืนอยู่กลางลาน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความชื่นชม

“มันสวยหรือไม่” นางถามเสียงใส มู่หรงจ้านมองตาม ก่อนจะพยักหน้า

“งดงามมากขอรับ” มู่หรงจ้านจ้องมองม้าป่าตัวนั้นไม่วางตา

“ใช่...มันงดงาม แต่มันไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เลย” เด็กหญิงถอนหายใจเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความเสียดาย ทั้งที่นางเองก็ถูกใจเจ้าม้าป่าตัวนี้นัก แต่กลับขี่มันไม่ได้

“มาทางนี้เถอะ...อยู่ใกล้มันอันตรายไปหน่อย” นางเอ่ยชวนด้วยความหวังดี ทว่าเด็กชายกลับไม่ขยับตาม เขาเดินตรงเข้าไปหาม้าป่าตัวนั้นอย่างช้าๆ ราวกับถูกแรงบางอย่างดึงดูด

ทุกสายตาในลานฝึกต่างจับจ้องไปยังร่างเล็กที่กำลังเข้าใกล้สิ่งที่แม้แต่นักฝึกม้ายังไม่กล้าแตะต้อง เสียงลมหายใจของเจ้าม้าป่าหนักหน่วงขึ้น มันสะบัดแผงคอแรงๆ ราวกับเตรียมจะพุ่งเข้าใส่

แต่แล้ว...สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนต้องตะลึง เจ้าม้าป่าที่เคยพยศไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ กลับค่อยๆ ลดศีรษะลงต่ำ ก่อนจะคุกเข่าลงทั้งสองขา ราวกับกำลังถวายความเคารพต่อเด็กชายตัวเล็กผู้ไม่รู้ที่มา

มู่หรงจ้านยื่นมือออกไปลูบแผงคอมันแผ่วเบา ความรู้สึกอบอุ่นแล่นผ่านปลายนิ้ว เขานึกถึงม้าตัวหนึ่งที่เคยอยู่ในป่ากับเขาเมื่อปีก่อน

ตอนนั้นมันยังตัวเล็กกว่านี้มาก แต่แล้ววันหนึ่งมันก็หายไปโดยไร้ร่องรอย...

“น่าอัศจรรย์นัก เจ้าทำได้อย่างไร” มู่หรงจื่ออิงรีบเดินเข้ามาใกล้ด้วยความตื่นเต้น แต่ทันทีที่นางก้าวเข้าไป เจ้าราชาม้าป่าก็ส่งเสียงร้องข่มขู่ดังลั่น มู่หรงจ้านหันไปลูบคอมันเบาๆ

“ไม่เป็นไร นางคือสหายของข้า” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและมั่นคงราวกับเป็นคำสั่งที่ม้าตัวนั้นสามารถเข้าใจได้ มันสงบลงทันที ดวงตาที่เคยดุดันกลับอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด มู่หรงจื่ออิงมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง

“เจ้าพูดกับมันรู้เรื่องหรือ เจ้าเก่งกาจเสียจริง”

เด็กชายเพียงยกยิ้มบางเบา ไม่ได้ตอบอะไร ทว่าดวงตาแฝงกลับแววเศร้าลึก ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ราวกับความทรงจำบางอย่างในอดีตกำลังค่อยๆ ฟื้นคืน

ทางด้านมู่หรงฉางชิง หลังได้รับรายงานจากองครักษ์ลับเกี่ยวกับเด็กชายผู้มีใบหน้าละม้ายองค์หญิงน้อยของพวกเขา ชายหนุ่มยังคงสงบใจเอาไว้

แม้ในอกจะคล้ายมีบางสิ่งสั่นไหว ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เขาได้รับรายงานเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เด็กชายที่มีลักษณะคล้ายบุตรชายที่หายไปของตน แต่สุดท้ายทุกครั้งก็จบลงด้วยความผิดหวัง

เขาจึงเรียนรู้ที่จะไม่คาดหวังมากเกินไป และยังมิได้บอกเรื่องนี้แก่เซี่ยหรงเหยา เพราะรู้ดีว่า...หากนางได้รับรู้แล้วสุดท้ายกลับไม่ใช่ลูกชายของพวกเขาจริง ๆ หัวใจของนางคงต้องแตกสลายอีกครั้ง

“จับตาดูเด็กคนนั้นเอาไว้ รอให้เรากลับไป...จงจำเอาไว้ สั่งให้คนปฏิบัติกับเขาอย่างอ่อนโยน ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นบุตรชายของเราหรือไม่ก็ตาม” น้ำเสียงของมู่หรงฉางชิงเยือกเย็นแต่แฝงความหนักแน่น

“พ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์ลับคำนับ ก่อนจะทะยานหายไปอย่างไร้ร่องรอย หลังสั่งการเสร็จ...มู่หรงฉางชิงก็กลับเข้าไปยังห้องประชุมใหญ่ เสียงสนทนาเรื่องการค้าระหว่างสองแคว้นยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น

แคว้นเจาและจ้าว เปรียบเสมือนพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ไม่ว่าเรื่องใดก็มักปรึกษาหารือและช่วยเหลือกันเสมอ

ในอดีต หลังจักรพรรดินีจ้าวหนิงอวิ๋นขึ้นครองราช แคว้นรอบข้างต่างมองนางเป็นเพียงขนมหวาน คิดยกทัพเข้ายึดครองแคว้นจ้าวให้ตกอยู่ใต้อำนาจ

ทว่า...ทั้งแคว้นเจาและเป่ยหมิงต่างยกทัพมาช่วยเหลืออย่างพร้อมเพรียง เหล่าแคว้นทั้งหลายก็จำต้องถอยร่นด้วยความหวาดกลัว อีกทั้งยังต้องจ่ายด้วยราคาที่แสนแพง การผนึกกำลังของสามแคว้นทำให้แผ่นดินเข้าสู่ปีที่ห้าแห่งความสงบสุข

แต่ถึงจะสงบเพียงใด สิ่งหนึ่งที่มู่หรงฉางชิงยังไม่อาจปล่อยวางได้ คือเรื่องบุตรชายที่หายไปของตน

“เกิดอะไรขึ้นหรือ” เสียงหวานของเซี่ยหรงเหยาดังขึ้นจากด้านหลัง นางเอ่ยถามเมื่อเห็นสวามีเดินออกไปด้านนอกระหว่างการประชุม มู่หรงฉางชิงหันกลับมายังดวงใจของตน พร้อมมองนางด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

“เปล่า เป็นรายงานเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กที่แอบหนีออกนอกจวนอีกแล้ว” เมื่อเอ่ยถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของตน เซี่ยหรงเหยาพลันยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“รอบกายนางมีคนมากมาย ไม่จำเป็นต้องกังวลขนาดนั้นหรอกเพคะ” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ทั้งที่เป็นสตรี...แต่กลับมิได้มีความกังวลเรื่องบุตรสาวเท่าสามีผู้เอาแต่จ้ำจี้จ้ำไช่เรื่องหนีเที่ยวของเด็กหญิงอยู่เสมอ

มู่หรงฉางชิงมองรอยยิ้มของนางแล้วหัวใจอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ทว่าลึกลงไปในแววตา ยังมีเงาแห่งความคิดคำนึงที่ไม่อาจลบเลือนได้ ความหวังที่เขาไม่คาดหวัง กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบงัน

หลังการพูดคุยหารือจบลง สองสามีภรรยาก็ได้นั่งรถม้ากลับไปยังจวนรับรองของตน แสงอาทิตย์ยามอัสดงทอดผ่านถนนเป็นสีทองอร่าม เสียงล้อไม้บดกับพื้นกรวดดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

ทว่าเมื่อรถม้าหยุดลง และเท้าของทั้งสองแตะพื้น ร่างเล็กที่ว่องไวก็พุ่งเข้ามาหามู่หรงฉางชิงทันที

“เสด็จพ่อ! พระองค์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ม้าตัวนั้น...ม้าตัวนั้นถูกปราบเรียบร้อยแล้ว!” เสียงใสของมู่หรงจื่ออิงดังลั่นด้วยความตื่นเต้น

ดวงตากลมโตเปล่งประกายราวกับมีดวงดาวซ่อนอยู่ในนั้น มู่หรงฉางชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เรื่องนี้เขาไม่รู้ เพราะในตอนที่ได้รับรายงาน เด็กทั้งสองยังมิได้ไปที่ลานฝึกม้า

ชายหนุ่มก้มลงอุ้มบุตรสาวขึ้นมากอดไว้แนบอก ก่อนใช้นิ้วเคาะปลายจมูกโด่งรั้นที่เหมือนมารดาของนาง

“เจ้าตัวเล็กนี่...พ่อบอกกี่ครั้งแล้วอย่าเข้าใกล้มัน มันอันตรายรู้หรือไม่” เด็กหญิงหัวเราะคิกคัก เสียงสดใสนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นทันตา

“แล้วเป็นใครกันที่สามารถเอาชนะเจ้าม้าป่าที่แสนพยศตัวนั้นได้ เราจักตบรางวัลให้อย่างงาม” เมื่อเอ่ยถึงผู้ที่ปราบม้าพยศได้ เด็กหญิงพลันชี้ไปยังร่างเล็กที่ยืนตัวลีบท่ามกลางเหล่าข้ารับใช้

สายตาคมกริบของมู่หรงฉางชิงหันมองตาม ร่างเล็กยืนก้มหน้า มือกำชายเสื้อแน่น ราวกับไม่กล้าเผชิญกับผู้ทรงอำนาจเบื้องหน้า

“เป็นเจ้าเองหรือ เด็กน้อย...ไหนเงยหน้าให้เจิ้นมองให้ชัดๆ ซิ”

อดีตขอทานน้อยค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมสดใสสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็น ทันทีที่สายตาของเด็กน้อยสบเข้ากับดวงตาคมลึกของมู่หรงฉางชิง ชายหนุ่มพลันชะงักงันไปชั่วขณะ เซี่ยหรงเหยาที่อยู่ข้างกายเริ่มสั่นเทาไปทั้งร่าง

“นะ...นี่! เด็กคนนี้...” เสียงของนางสั่นพร่า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ มู่หรงฉางชิงกอดภรรยาและบุตรสาวไว้ในอ้อมแขน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความสั่นไหว

“เข้าไปพูดคุยด้านในเถอะ เด็กน้อย…เจ้าเองก็ตามมาด้วย” เมื่อทุกคนเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ สายตานับสิบคู่ต่างจับจ้องมายังอดีตขอทานน้อยเป็นตาเดียว บรรยากาศรอบด้านเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ

“ไม่ต้องหวาดกลัว...ทุกคนที่นี่เพียงต้องการรู้ที่มาของเจ้าเท่านั้น” มู่หรงจื่ออิงเดินเข้าไปจับมือเด็กน้อยไว้แน่น เพื่อให้เขาไม่รู้สึกประหม่า

“ให้ลูกเป็นผู้เล่าได้หรือไม่เพคะ”

เด็กหญิงหันไปขออนุญาตบิดา

“อืม...” มู่หรงฉางชิงพยักหน้าเบาๆ หลังจากมู่หรงจื่ออิงเล่าที่มาของอดีตขอทานน้อย ทุกคนในห้องต่างนิ่งงัน ความสลดใจแผ่ซ่านไปรอบห้อง

ทั้งที่อายุเพียงห้าขวบ แต่กลับต้องตกระกำลำบากอยู่ในป่ากับชายชราเพียงสองคน เซี่ยหรงเหยาที่พยายามสะกดกลั้นน้ำตามาตลอด มิอาจทนได้อีกต่อไป

ยิ่งเมื่อเด็กทั้งสองยืนเคียงข้างกัน ใบหน้าของพวกเขายิ่งเหมือนกันราวกับเงาสะท้อน ในใจของนางไม่อยากคาดหวัง เพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมา เด็กมากมายถูกพามาให้ดู แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ หากต้องผิดหวังอีกครั้ง...นางคงมิอาจทนรับได้

“จื่ออิง พาเขาเข้ามาใกล้ๆ พ่อหน่อย” มู่หรงฉางชิงเอ่ยเสียงแผ่ว เด็กหญิงจูงมืออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มมองใบหน้าเล็กนั้นอย่างพินิจ

“เจ้าชื่ออันใด”

“มู่หรงจ้านขอรับ” ชื่อที่หลุดออกมาทำให้ทั้งมู่หรงฉางชิงและเซี่ยหรงเหยาชะงักงันไปทันที

“แล้ว...ท่านปู่ที่เลี้ยงดูเจ้าชื่ออันใด”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   แอบตามน้องสาว

    “องค์ชาย! ท่านทานยาแก้พิษเถิดพ่ะย่ะค่ะ!” สืออีรีบประคองร่างสูงไว้ในอ้อมแขน น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความกังวล“เรา...ไม่เป็นไร เจ้าก็รู้ว่าร่างกายนี้ ต่อให้ถูกพิษที่ร้ายแรงยิ่งกว่านี้ ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้”“แต่นั่นจะทำให้พระองค์ต้องเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสนะพ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำพูดนั้น มู่หรงฉางชิงก็พ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   แง่งอน

    อีกทั้ง ยังมีคุณสมบัติฟื้นฟูร่างกายที่ถูกพิษกัดกินมานานหลายปี ให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมในเวลาไม่นาน และนั่นเองคือสิ่งที่มู่หรงจ้านเคยทำในชาติที่แล้วเขาใช้โอสถเม็ดนี้เพื่อแลกอำนาจหนุนหลังจากตระกูลลั่ว ตระกูลเก่าแก่ที่ร่วมก่อตั้งราชวงศ์เป่ยหมิง แต่คนตระกูลลั่วกลับไร้วาสนา ลั่วกั๋วกงมีอนุภรรยามากมาย แต

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ไม่พอใจ

    ทว่า...แม้ชายหนุ่มจะเหี้ยมโหดเพียงใด แต่องค์ฮ่องเต้กลับไม่เคยสั่งลงโทษต่อการกระทำที่ตามใจตนเองของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะมู่หรงฉางชิงคือ คมมีด คือความหวาดกลัว ที่ฝังรากลึกในใจเหล่าขุนนางเป่ยหมิงยิ่งเขาโหดเหี้ยมเท่าใด ความจงรักภักดีของผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยิ่งมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น...หลังเหตุวุ่น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   จัดการอันธพาลทั้งสอง

    “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านปู่ เป่าหนิงรู้ว่าท่านปู่รักหลานที่สุด!” หญิงสาวหัวเราะร่า กอดแขนชายชราแน่นอย่างออดอ้อน ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องหนังสือไปด้วยความดีใจ ทิ้งให้โสวฝู่ผู้เฒ่านั่งมองตามหลังด้วยรอยยิ้มเอ็นดูปนระอา“เด็กคนนี้...ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ” ชายชราพึมพำเบาๆ พลางส่ายหน้า แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยค

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status