Share

หญิงอัปลักษณ์

last update publish date: 2026-08-11 23:53:36

เหยาซูหนี่ว์มองชายที่ยืนนิ่งอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ

เขายังคงสวมชุดดำเช่นเดิม แต่น่าจะเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ที่สะอาดแล้ว

พอนึกถึงชุด นางถึงได้นึกออกว่า ได้ลืมชุดบุรุษที่อุตส่าห์หลอกพ่อค้าผ้าจนซื้อมาได้ในราคา 20 อีแปะ ไว้ในรถม้าที่เพิ่งจะขายออกไป

นางถอนหายใจเพราะเสียดายเงินที่ปลิวไปเปล่าๆ เลยกลายเป็นขายรถม้าแถมลา แล้วก็แถมชุดบุรุษใหม่ๆให้ไปด้วยอีกหนึ่งชุดเสียได้

เมื่อมองกลับไปที่บุรุษชุดดำที่ยืนอยู่หน้าร้านอีกครั้ง นางก็เห็นว่า อย่างน้อยเขาก็ดูสบายดี ยังยืนได้ แล้วก็ยังหายใจอยู่

ยาที่นางซื้อให้เขากิน ทางร้านสะดวกซื้อไม่ได้หลอกลวงจริงๆ แถมยังหายไวกว่าที่นางคาดการณ์เอาไว้อีกด้วย

ตอนนี้เขาไม่ได้มองเข้ามาในร้าน เพราะไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สายตาของเขากำลังมองจ้องพื้นอยู่นาน จนนางเริ่มสงสัยว่าเขามองหาอะไรอยู่

หรือว่าเขากลับมาที่จวนของนางอีกครั้ง เพราะลืมของเอาไว้หรือเปล่า

ในขณะที่นางกำลังสงสัย พนักงานซูฉีก็ยื่นมีดสั้นขนาดเหมาะมือเล่มหนึ่งมาให้นาง แล้วทำท่าเอามือปาดคอเป็นตัวอย่างให้ดู ก่อนจะบอกนางเบาๆด้วยสายตาตื่นเต้นว่า

"มีดเล่มนี้คมมากนะครับ คุณลูกค้ากรีดคอเขาตอนที่เขาไม่ทันรู้ตัว รับรองว่าฉั่วะเดียว.. ตายสนิท"

นางอ้าปากค้างอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ที่มีหมวกปีกกว้างปิดทับอีกชั้น

ในใจพลันคิดว่า คำพูดชั่วช้าเช่นนี้ พนักงานร้านเส็งเคร็งนี่กลับพูดออกมาได้อย่างลื่นไหล ราวกับเห็นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ

นางผลักมีดสั้นในมือพนักงานซูฉีออกไป แล้วลุกขึ้นยืนถอยห่างออกมาทันที

พนักงานซูฉีเมื่อเห็นท่าทางตกใจจนแทบจะวิ่งหนีของนาง ก็เอ่ยปากแก้ตัวอย่างหงอยๆว่า

"ผมก็แค่อยากจะช่วยน่ะครับ"

ก่อนที่จะเอามีดสั้นคมกริบ เก็บเข้าไปในลิ้นชักอย่างระมัดระวัง

นางเลิกสนใจพนักงานร้าน แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆประตูทางเข้าร้าน เพื่อประเมินคนด้านนอกอีกครั้ง

ความสงสัยใคร่รู้ หรือจะเรียกว่าอยากจะสอดรู้สอดเห็นก็เป็นได้ ทำให้นางใจกล้าถึงขึ้นเอาหน้าไปชิดกับกระจกใสของประตูร้าน แล้วแหวกผ้าคลุมบนหมวกปีกกว้างออก เพื่อก้มลงมองไปยังจุดเดียวกับคนด้านนอก

และสิ่งที่นางเห็นก็คือ รอยเท้าเล็กๆของผู้หญิงบนพื้นที่ฝุ่นจับหนา ที่มีทั้งรอยเดินเข้า และรอยเดินออกเป็นทาง

รอยที่เดินเข้า ก็คือรอยเท้าที่นางทิ้งไว้ยามเดินเข้ามาในร้านสะดวกซื้อ

ส่วนรอยที่เดินออก ก็คือรอยที่นางเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อนั่นเอง

สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่สำหรับการ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ทำให้นางรู้ได้โดยไม่ต้องมีใครมาบอกว่า..

เขากลับมาที่นี่เพื่อมาหานางนั่นแหละ !

นางลืมไปได้ยังไง ว่าเขาก็เป็นพวกองครักษ์เสื้อดำ ที่มาตามหาผู้หญิงที่นั่งรถเทียมลาเข้ามาในหมู่บ้านอี้ซานนี้ด้วย

และนางก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงเหล่านั้นที่เขาตามหา !

จริงๆแล้วนางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาตามหาผู้หญิงแบบนางไปทำไม

และจะเป็นไปได้ไหมที่คนที่เขาตามหาไม่ใช่นาง

นางควรออกไปแสดงตัวเหมือนกับการมอบตัว เพื่อให้พวกเขาตรวจสอบให้กระจ่าง ถ้านางไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาตามหา พวกเขาก็คงจะปล่อยนางไปเอง และนางก็จะได้เลิกอกสั่นขวัญแขวนอยู่อย่างนี้เสียที

หรือว่านางควรจะซ่อนตัวต่อไป รอให้เขาหาหญิงผู้นั้นจนเจอ แล้วนางค่อยออกจากที่หลบซ่อนทีหลัง

ในขณะที่นางพยายามแนบหน้ากับกระจกร้าน จนลืมไปว่าบนหัวยังมีหมวกปีกกว้างอยู่อีกใบ ที่ถูกเบียดกับกระจกจนหลุดจากหัวของนางแล้วหล่นไปบนพื้น

อารามตกใจทำให้นางรีบยื่นมือไปคว้า แต่ข้อศอกกลับชนประตูกระจกร้านจนเกิดเสียงดัง

ปึง !

โอ๊ะ !

รวมถึงเสียงร้องอย่างลืมตัวของนางด้วย จนนางต้องรีบเอามือตะครุบปิดปากของตัวเองเอาไว้อย่างตกใจ

ในใจพลันคิดว่าแย่แล้ว เพราะบุรุษด้านนอกตะปบมือลงไปที่ดาบยาวข้างเอว แล้วชักออกจากฝักทันทีเช่นกัน

"ใคร ! ออกมาเดี๋ยวนี้ !"

เหยาซูหนี่ว์แทบจะหลับตาปี๋ กับเสียงตวาดก้องน่ากลัวของเขา

สายตาคมปราบ กวาดไปทั่วอย่างระแวดระวัง ไม่นานเขาก็ตวาดออกมาอีกครั้ง ด้วยคำว่า

"เจ้าผีร้าย จงออกมาบัดเดี๋ยวนี้ !"

เหยาซูหนี่ว์ที่กำลังตื่นเต้นลนลาน แต่พอได้ยินคำเรียกที่คุ้นหูของเขา นางก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาเช่นกัน

หนอยแน่.. นางอุตส่าห์ยอมเป็นหนี้เพื่อซื้อยาดีๆไปรักษาเขา ไม่สำนึกบุญคุณกันนางก็ไม่ว่า

แต่มาเรียกนางว่า เจ้าผีร้ายเพราะหน้าตาที่อัปลักษณ์ของนาง แบบนี้มันจะหยามกันเกินไปแล้ว !

แค่ความโมโหชั่วแล่น ที่ทำให้เหยาซูหนี่ว์แกล้งทำเสียงผีตอบคนด้านนอกออกไปว่า

"เจ้าคนอกตัญญู ข้าอุตส่าห์สละยาประจำตระกูลให้เจ้า แทนที่จะกราบไหว้ขอบคุณข้าที่เป็นดั่งพระโพธิสัตว์ลงมาโปรด แต่กลับหาว่าข้าเป็นผีร้าย ฮือออ.."

นางทำเสียงโกรธเกรี้ยว แล้วก็ร้องไห้โหยหวนครวญคราง มองคนด้านนอกที่ทำท่าเลิ่กลั่กอย่างน่าหัวเราะ

"เจ้าผีร้าย แน่จริงก็ปรากฎตัวออกมาสิ !"

ออกให้โง่รึไง

นางดูเขาที่กวาดดาบยาวไปมา ราวกับว่านางเป็นวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ใกล้ๆ ดูช่างโง่งมจนนางเผลอหัวเราะเสียงใสราวกับนกฮวาเหมยออกมา

ชายที่นางหัวเราะเยาะ พอได้ยินเสียงนางหัวเราะก็หยุดยืนนิ่ง ก่อนจะเสียบดาบกลับลงไปในฝัก แล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า

"ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ในนี้ ออกมาสิ"

เหยาซูหนี่ว์รีบหุบปากฉับลงทันที

นางหรือจะกล้าออกไปให้เขาเอาดาบยาวผ่าเป็นสองซีก

สงสัยเขาจะรู้แล้วว่านางอยู่ในนี้

เมื่อนางยังนิ่ง เขาถึงกล่าวออกมาอีกครั้งว่า

"ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า ออกมาเสียเถอะ"

นางคงไม่กล้าออกไปเป็นแน่ แต่เรื่องที่เขาต้องการจะคุยกับนาง ทำให้นางคันในหัวใจเพราะอยากจะรู้ จึงเอ่ยเสียงใสถามกลับออกไปว่า

"นายท่านจะคุยเรื่องใดเจ้าคะ"

ดวงตายาวหรี่ลงเมื่อได้ยินเสียงของนาง แล้วเขาก็พูดออกมาอีกครั้งว่า

"ออกมาก่อนเถอะ ข้าไม่ทำอะไรหญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้าหรอก"

เหยาซูหนี่ว์กัดฟันอย่างกรุ่นโกรธขึ้นมาทันควัน ที่เขาปรามาสว่านางเป็นหญิงอัปลักษณ์

ชาติก่อนนางหน้าตาดีจนมีหนุ่มๆมาขายขนมจีบให้ไม่ขาด บางคนถึงขั้นมาคุกเข่าขอแต่งงานก็ยังมี แต่มาดูถูกดูแคลนที่นางหน้าตาเป็นแบบนี้ ทำให้นางต้องอ้าปากทำเสียงกระทบกระเทียบออกไปตามอารมณ์ว่า

"แล้วนายท่านมีสิ่งใดจะต้องพูดกับหญิงอัปลักษณ์เช่นข้าล่ะเจ้าคะ"

เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิด แล้วข่มขู่นางว่า

"ถ้าเจ้ายังไม่ยอมออกมา เกรงว่าอีกไม่นานจวนร้างนี้จะต้องถูกเผาทิ้งเสียแล้ว"

เหยาซูหนี่ว์ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที นี่เขาถึงขั้นจะเผาจวนของนางเลยเชียวหรือ

"....!!"

**********

( อดีต )

คนโบราณว่าไว้... หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

แต่ ( ปัจจุบัน )

ถ้าคุณหน้าตาดี โลกจะใจดีกับคุณ 100 เท่า

อิอิ By ไรริล

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   รักนิรันดร์ ตอนจบ

    แสงจันทร์สีเลือดด้านนอกพลันเปล่งประกายเจิดจ้า สาดแสงส่องลงอาบย้อมสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในรสเสน่หาเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความเย็นเยือกของเตียงหยกขาว เริ่มแผ่ขยายความร้อนระอุจนบรรยากาศรอบกายแทบจะหลอมละลายจอมปีศาจไม่ได้รีบร้อนทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหา ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขาจนไร้ช่องว่าง สัมผัสจากผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันสั่นคลอนสติอันเลือนรางของเทพธิดาน้อยจนนางครางแผ่วในลำคอ“หนี่เอ๋อ.. มองข้า”น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบสั่งอย่างเอาแต่ใจ ยามที่เขาถอนริมฝีปากออกชั่วครู่ ดวงตากลมโตที่ส่องประกายฉ่ำปรือดุจหยาดน้ำค้างช้อนขึ้นมองบุรุษใต้แสงจันทร์นัยน์ตาดุดันของเขาบัดนี้เข้มขึ้นจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเปลวไฟ ลุกโชนไปด้วยประกายไฟรักที่พร้อมจะแผดเผานางให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน“เหยียน.. เหยียนจวิ้น..”นางเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่รินรดผสานกันจนแยกไม่ออกจอมปีศาจยิ้มเยือนอย่างเสน่หา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาบดจูบเรียวปากอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างละโมบ ตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   ข้าก็เป็นเซียน

    หยาดน้ำตาเม็ดโตพลันร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน ฉายชัดถึงความรู้สึกสลดใจและอัปยศอดสูจนถึงที่สุดร่างเล็กสั่นสะท้านก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ละล่ำละลักเรียกชื่อบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว“เหยียนจวิ้น.. ข้าขอโทษ.. ”เมื่อได้เห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นราวกระจกแก้วที่แตกสลายของนางฟ้าน้อย และรับรู้ได้ว่านางกำลังจะใจสลายเพราะคิดว่าตนเองถูกชายอื่นแตะต้อง หัวใจของจอมปีศาจที่เคยแกร่งดั่งหินผาก็พลันอ่อนยวบลงด้วยความสงสารและรู้สึกผิดในพริบตาความขี้เล่นร้ายกาจมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอาทร เขารีบคลายพันธนาการที่ข้อมือของนางออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นมือเข้าประคองใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแหลกสลายคามือสายตาคู่คมเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาอันลึกซึ้งที่ปิดบังไว้ไม่มิด“หนี่เอ๋อ ฟังข้าก่อน..”“ข้าไม่ฟัง ปล่อยข้านะ !”นางตวาดลั่นด้วยความขยะแขยง สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมพร้อมกับยกมือขึ้นร่ายเวทสร้างเกราะแสงเซียนสีทองสว่างวาบขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับนางทันทีน้ำตาแห่งความอัปยศยังคงไหลรินไม่ขาดสาย น

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   ปรากฏกาย

    แม้เหตุการณ์ระทึกในท้องพระโรง ที่นางถูกจอมราชาปิศาจจับตัวได้อีกครั้ง จะจบลงอย่างสันติแล้วแต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ กลับเป็นภาพความร่ำรวยและบารมีอันมากล้นของวังทองคำที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในยามที่นางได้เดินสำรวจอย่างละเอียดวังทองคำของจอมราชาปิศาจนั้น ไม่ได้มืดทึมคร่ำครึหรือน่ากลัวอย่างที่เทพธิดาหนี่วาจินตนาการเอาไว้เลย แต่กลับโอ่อ่าตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมทองคำแท้ที่สะท้อนแสงจันทราส่องประกายระยิบระยับจนแสบตาเสาค้ำยันตำหนักทุกต้นสลักเสลาลวดลายสัตว์อสูรโบราณ ประดับด้วยหยกและอัญมณีล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ พื้นหินอ่อนสีดำสนิทถูกปูทับด้วยพรมขนสัตว์อสูรนุ่มละเอียดทุกย่างก้าวของนางจึงรายล้อมไปด้วยความหรูหราขั้นสุด ตราบเท่าที่อำนาจมืดและความมั่งคั่งของแดนปรโลกจะบันดาลให้ได้ทว่า ตลอดระเบียงทางเดินยาวกลับมีเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบแว่วมาจากตามซอกกำแพงและมุมมืดให้นางได้ยินเบาๆ“พวกเจ้าดูนั่นเร็ว ! เทพธิดาจากสวรรค์องค์นั้นเดินเชิดหน้าชูคอราวกับเป็นเจ้าของวังคนใหม่เลยทีเดียวเชียวล่ะ !”เจี่ยกู่ ปีศาจกบรับใช้เอ่ยกระซิบ แววตาโปนๆของมันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้าขณะแอบมองผ่านรอยแยกของฉากกั้น มันพยายามจ

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   เพราะเขาคือคนที่ข้ารัก

    เทพธิดาหนี่วาได้แต่สบตาสีเลือดที่จับจ้องมาไม่วางตาพลางกัดฟันกรอด ในใจร่ำร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจว่า‘ ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้า ! '‘ ข้าแค่โดนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองหลอกให้วิ่งมาตกอยู่ในมือเจ้าต่างหาก ! ’' ไอ้ปิศาจหลงตัวเองเอ๊ย ! ’ทว่านางรู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ที่ฝูงปิศาจล้อมหน้าล้อมหลังและพร้อมจะขย้ำนางให้ตายได้ทุกเมื่อ การด่าทอหรือการทำตัวอวดเก่ง มีแต่จะทำให้ตัวนางเองกลายเป็นอาหารของพวกปิศาจเร็วขึ้นดังนั้นถ้านางอยากจะเอาตัวให้รอด ก็ต้องใช้ประโยชน์จากความพึงพอใจที่เจ้าปิศาจตนนี้มีต่อนาง เอามาใช้เป็นเครื่องต่อรอง !ดวงตาสีงามระยับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแวววาวอย่างมีจริต แล้วแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวนางฟ้าเช่นนาง.. จำต้องดึงเอาเคล็ดวิชานางจิ้งจอกระดับปรมาจารย์ออกมาใช้ปราบเจ้าปิศาจบ้าตัณหาตนนี้ให้อยู่หมัด ก่อนจะส่งยิ้มตาหวานเยิ้มไปประสานกับดวงตาสีเลือดคู่นั้นอย่างออดอ้อน“สมกับเป็นท่านจอมราชาผู้ปราดเปรื่อง.. และมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนักเจ้าค่ะ”เทพธิดาหนี่วาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ปรุงแต่งจนนุ่มนวลระรื่นหู“ข้าน้อยอุตส่าห์ปกปิดกลิ่นอายเซียน ห่มเสื้อคลุมวิก

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   บุญหนุนนำ หรือ นรกลงทัณฑ์

    ความหวาดกลัวและรำคาญใจที่ถูกเจ้าปิศาจตามรังควานในยามนั้น ทำให้นางตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการหนีลงไปจุติยังโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ก่อนเวลาทันทีโดยคิดเข้าข้างตัวเองว่า พอกาลเวลาผ่านไป เจ้าปิศาจบ้าตนนี้คงจะเบื่อและเลิกสนใจนางไปเองนางยอมสละร่างเซียนชั่วคราว และลงไปเผชิญความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ดูซิว่าเจ้าปิศาจจะหานางเจออีกไหม !ที่คิดเอาไว้ว่า คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกปิศาจเหยากวยตามตอแยแล้ว แต่ครั้นนางลงไปเกิดใหม่ยังโลกมนุษย์ ด่านเคราะห์ที่นางต้องประสบพบเจอกลับเป็น..ด่านรัก !นางได้พบรักกับชายผู้หนึ่ง.. แม้เริ่มต้นเขาจะทำให้นางหวาดกลัวจนต้องหนีให้ห่าง แต่พอนางรักเขา โชคชะตาก็ดันเข้ามาตัดบุพเพวาสนาของนางจนขาดสะบั้น ทำให้นางต้องพรากจากเขาทั้งน้ำตาเคราะห์กรรมที่เรียกว่าด่านรัก ยังคงทำให้นางปวดหัวใจมาจนถึงบัดนี้เมื่อนางสิ้นอายุขัยในโลกมนุษย์และผ่านด่านเคราะห์ได้สำเร็จ ดวงจิตเทพเซียนของนางก็ได้กลับมาจุติบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครั้งแต่.. นางยังไม่ทันจะได้สูดกลิ่นอายทิพย์ให้ชื่นใจเพื่อชดเชยความเหนื่อยยากจากด่านเคราะห์ที่ต้องเผขิญเลย มหาเทพซีรุ่ยเฉิงก็มีบัญชาส

  • เกิดใหม่อีกครา วาสนาข้าน้อยนัก   จอมปิศาจ

    สามวันสามคืนในกรงขังม่านหมอกช่างยาวนานราวกับนับร้อยปีสำหรับเทพธิดาหนี่วา..นางถูกกักขังไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาปิศาจ รอบกายมีเพียงความมืดมิดและดวงตาสีเลือดคู่ลึกลับที่แวะเวียนมาจับจ้องนางฝ่าความสลัวรางแทบทุกชั่วยาม พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่คอยปั่นประสาทให้นางโมโหไม่ว่างเว้นนางไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าปิศาจตนนี้ ซึ่งมันจะซ่อนตัวตนเอาไว้หลังม่านหมอกหนาทึบสีดำอยู่ตลอดเวลานางจึงคิดว่า มันต้องเป็นปิศาจที่อัปลักษณ์ที่สุดจนไม่กล้าให้ใครเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน และปิศาจที่น่าเกลียดที่สุดในโลกเบื้องล่างแห่งนี้ก็คือ ปิศาจเหยากวยข่ายอาคมของจอมปิศาจเหยากวยแน่นหนาจนนางไม่อาจใช้ปราณเซียนได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทว่าเทพธิดาหนี่วาผู้มีปัญญาเป็นเลิศเช่นนางมีหรือจะยอมติดแหงกอยู่ที่นี่ตลอดไปในเมื่อใช้กำลังไม่ได้ นางก็ต้องใช้ ‘ เล่ห์กลร้อยเล่มเกวียน ’ เข้าสู้เพื่อเอาตัวรอดต่อให่้ปิศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็อย่าได้ดูแคลนสติปัญญาของเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์อย่างนางเชียว !ในวันแรกที่โดนจับมา เทพธิดาหนี่วาเกาะลูกกรงหมอกควันพลางเชิดหน้าขู่ฟ่อราวกับพยัคฆ์ที่เฝ้าหน้าประตูสวรรค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status