ログインณ เมืองซานตง หมู่บ้านอี้ซาน ที่ตั้งอยู่ริมสุดเขตชายแดนแคว้นหนานจิง
หญิงสาวร่างอรชรที่เป็นผู้บังคับรถม้า.. ที่ไม่มีม้า แต่มีแค่ลาแคระผอมกระหร่อง ที่มันพยายามรีดเค้นแรงเฮือกสุดท้ายของชีวิตใช้ขาที่อ่อนแรงบุกป่าฝ่าดงเพื่อไปให้ถึงที่หมาย เมื่อรถลาหยุดลงที่หน้าประตูจวนบานใหญ่เก่าคร่ำ ที่ด้านบนมีป้ายอักษรคำว่า ‘ เหยา ’ ถูกเขียนขึ้นอย่างงดงามอ่อนช้อย แต่ดูเลือนรางจางไปตามกาลเวลาที่ถูกทิ้งร้างมานาน รองเท้าปักสีขาวลายดอกท้อเก่าขาด ก็ได้ก้าวลงมายืนนิ่งอยู่หน้าประตูช้าๆ ลมโชยพัดมาวูบหนึ่ง พาให้ผ้าคลุมหน้าผืนบางโบกสะบัดเผยอขึ้น ตุ้บ! เป็นเสียงลาที่ล้มลงน้ำลายฟูมปาก ขาดใจตายในทันที ความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ที่กว่าจะดั้นด้นเดินทางนับพันลี้มาถึงที่หมู่บ้านชายแดนนี้ได้ ก็อาจจะทำให้เจ้าลาตัวนั้นหมดแรงจนตาย แต่... เจ้าลาโชคร้ายตัวนั้นตาย ก็เพราะดันเผลอหันมาแล้วเห็นหน้าสุดอัปลักษณ์ของ ‘ คุณหนูใหญ่เหยาซูหนี่ว์ ' ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้านั่นเอง อนิจจา.. ช่างน่าสงสารจริงๆ เหยาซูหนี่ว์ เหม่อมองประตูจวนด้วยจิตใจที่ล่องลอยไปไกล ที่จริงแล้วนางเป็นวิญญาณจากอีกโลกหนึ่งที่ตายไปแล้ว และได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้อย่างมหัศจรรย์ที่สุด ก่อนที่นางจะตาย นางเป็นแม่ค้าออนไลน์ที่ชีวิตกำลังพุ่งสู่จุดสูงสุดของสายอาชีพ กำลังมีเงินเข้ามารัวๆไม่ขาดสาย การไลฟ์สดแต่ละครั้งเรียกได้ว่าทำเงินเข้าทุกวินาที จนแบรนด์สินค้าพากันวิ่งเข้าชนจนต้องไลฟ์ทั้งวันทั้งคืนไม่ต้องหลับต้องนอน สุดท้ายนางก็ช็อคตายคาไลฟ์ และสินค้าชิ้นสุดท้ายที่นางกำลังขายอยู่ก็คือ.. ‘ ชุดนอน..ไม่ได้นอน ' นางตายขณะที่ใส่ชุดนอนสีแดงลูกไม้สุดวาบหวิว ที่ขายแบบอัดโปรโมชั่น 1 แถม 1 ทั้งๆที่นางมีเงินเก็บในบัญชีมากมาย แต่ตอนตายกลับมีแค่ชุดนอนราคาถูกเหลือติดกายแค่นั้นเอง ชีวิตหนอ..ชีวิต หลังจากนั้นวิญญาณของนางก็มาเข้าร่างคุณหนูใหญ่ เหยาซูหนี่ว์ ที่มีหน้าตาสุดแสนจะอัปลักษณ์ โดยสิ้นใจตายกลางทางเพราะทนการเดินทางสุดลำบากตรากตรำมาจนถึงเมืองชายแดนที่แสนไกลโพ้นนี้ไม่ไหว ความทรงจำของคุณหนูผู้น่าสงสารคนนี้ วิ่งวนอยู่ในหัวของนางจนเข้าใจความทุกข์ยากทั้งหมด ที่ร่างนี้เคยต้องเผชิญจนแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา เรื่องมันเริ่มจาก.. ตระกูลเหยาเป็นตระกูลที่ต้องคำสาป ! แม้จะเป็นตระกูลบัณฑิตที่มีชื่อเสียงอันดีงามในเมืองหลวง แต่บุตรสาวคนโตของตระกูลทุกรุ่น จะถูกสาปให้มีหน้าตาอัปลักษณ์ที่สุดตั้งแต่แรกเกิด มันเป็นกรรมของบุตรสาวคนโต ที่จะต้องรับเคราะห์ร้ายแทนบุตรสาวทุกคนในตระกูลอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เกิดมาแล้วก็ห้ามตายด้วย เพราะถ้าตายไปแล้ว โชคร้ายนี้ก็จะไปตกอยู่ที่บุตรสาวคนรองในลำดับถัดไป ดังนั้น.. โชคร้ายทั้งหมด ก็เลยตกลงบนหัวของคุณหนูเหยาซูหนี่ว์ ที่เป็นบุตรสาวคนโตของตระกูลผู้นี้อย่างไร้ทางเลี่ยง นางถูกเลี้ยงดูเพียงเพื่อให้บุตรสาวที่เหลือได้มีชีวิตที่ดีงาม เป็นเพียงบุตรสาวอัปลักษณ์ ที่ถูกซ่อนไว้ท้ายจวนห้ามมิให้ใครพบเห็น แล้วก็ยังต้องห้ามตายอีกด้วย ดังนั้น นางจึงถูกพ่อแม่ทิ้งขว้าง เพราะหน้าตาน่าเกลียดเกินทน ญาติพี่น้องไม่นับญาติ เพราะรังเกียจยิ่งกว่าไส้เดือนตุ๊กแก อาภัพอับจน ต้องถูกขับไล่ไสส่งให้มาอยู่เมืองชายแดนที่ห่างไกลนับพันลี้เพียงลำพัง ( เพราะกลัวจะมีคนมาเห็นและจะทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย ) สุดท้าย บ่าวไพร่ที่ดูแลกันมาตั้งแต่แบเบาะ ก็ขโมยข้าวของเงินทองไปจนหมดสิ้นระหว่างเดินทางมาด้วยกัน ความโชคร้ายของนางทั้งหมด กลายเป็นฐานให้บุตรสาวตระกูลเหยาลำดับถัดไปทุกคน ได้เหยียบย่ำขึ้นไปมีหน้าตาที่งดงามเฉิดฉายราวกับนางฟ้านางสวรรค์ จนเป็นที่กล่าวขานกันว่า ‘ บ้านใดมีบุตรชาย ต้องรีบไปหมั้นหมายกับบุตรสาวตระกูลเหยา ’ ถ้าเหยาซูหนี่ว์ไม่ลำบากจากการเดินทางจนตายไปก่อน ก็คงต้องเจ็บปวดหัวใจจนตายอยู่ดี ที่ทุกคนทอดทิ้งนางอย่างไร้เยื่อใย แต่ความโชคร้ายยังประเดประดังเข้ามาไม่จบไม่สิ้น ก่อนที่นางจะเดินทางมาถึงเมืองชายแดน ก็ถูกโจรชั่วฉุดไปข่มขืนระหว่างทาง ! นางต้องพยายามลากร่างกายที่บอบช้ำ รีบหนีออกมายามเมื่อเจ้าโจรชั่วผู้นั้นหมดเรี่ยวแรงและหลับลึกไปในตอนรุ่งสาง น้ำตาไม่ได้ช่วยอะไร เพราะนางร้องไห้จนน้ำตาไหลออกไปจนหมดตัวแล้ว ทางเดียวที่จะมีชีวิตรอด คือต้องเดินต่อไปข้างหน้าให้ดีเท่านั้น นางเป็นวิญญาณดวงใหม่ที่มาเข้าร่างนี้ ถึงแม้จะยากลำบากแค่ไหน เหยาซูหนี่ว์คนใหม่ก็จะขอใช้ชีวิตที่ได้มานี้อย่างดีที่สุด ชาติที่แล้วนางเฉิดฉายไฉไล มีแสงสปอร์ตไลท์ส่องมาทุกทิศทุกทางได้ก็เพราะตัวเอง ชาตินี้นางก็จะไม่ยอมตกอับแบบนี้ไปตลอดกาลอย่างเด็ดขาด อัปลักษณ์แล้วยังไง.. ชีวิตตกต่ำ.. แล้วยังไง นางก็ยังมีมือมีเท้าครบสามสิบสอง นางจะไม่มีทางยอมแพ้ต่อโชคชะตาแน่! ********** เปิดตัวสาวนักสู้ชีวิตที่ไม่มีอะไรจะทำร้ายนางได้ ทุกวิกฤต…นางจะหาโอกาส ทุกคำเหยียบย่ำ…นางจะใช้เป็นพลังผลักดัน เกิดมาต้องไม่ยอมแพ้ ขอแค่มีชีวิต…ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยสองมือเล็กๆที่สุดจะดันทุรัง!! By ไรริลแสงจันทร์สีเลือดด้านนอกพลันเปล่งประกายเจิดจ้า สาดแสงส่องลงอาบย้อมสองร่างเปลือยเปล่าที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในรสเสน่หาเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความเย็นเยือกของเตียงหยกขาว เริ่มแผ่ขยายความร้อนระอุจนบรรยากาศรอบกายแทบจะหลอมละลายจอมปีศาจไม่ได้รีบร้อนทว่ากลับเต็มไปด้วยความโหยหา ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียด ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขาจนไร้ช่องว่าง สัมผัสจากผิวเนื้อเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันสั่นคลอนสติอันเลือนรางของเทพธิดาน้อยจนนางครางแผ่วในลำคอ“หนี่เอ๋อ.. มองข้า”น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบสั่งอย่างเอาแต่ใจ ยามที่เขาถอนริมฝีปากออกชั่วครู่ ดวงตากลมโตที่ส่องประกายฉ่ำปรือดุจหยาดน้ำค้างช้อนขึ้นมองบุรุษใต้แสงจันทร์นัยน์ตาดุดันของเขาบัดนี้เข้มขึ้นจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งเปลวไฟ ลุกโชนไปด้วยประกายไฟรักที่พร้อมจะแผดเผานางให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน“เหยียน.. เหยียนจวิ้น..”นางเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือ ลมหายใจอุ่นๆของทั้งคู่รินรดผสานกันจนแยกไม่ออกจอมปีศาจยิ้มเยือนอย่างเสน่หา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาบดจูบเรียวปากอิ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างละโมบ ตักตวงความหวานล้ำอย่างไม่รู
หยาดน้ำตาเม็ดโตพลันร่วงเผาะลงมาอาบแก้มเนียน ฉายชัดถึงความรู้สึกสลดใจและอัปยศอดสูจนถึงที่สุดร่างเล็กสั่นสะท้านก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ละล่ำละลักเรียกชื่อบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว“เหยียนจวิ้น.. ข้าขอโทษ.. ”เมื่อได้เห็นน้ำตาที่ร่วงหล่นราวกระจกแก้วที่แตกสลายของนางฟ้าน้อย และรับรู้ได้ว่านางกำลังจะใจสลายเพราะคิดว่าตนเองถูกชายอื่นแตะต้อง หัวใจของจอมปีศาจที่เคยแกร่งดั่งหินผาก็พลันอ่อนยวบลงด้วยความสงสารและรู้สึกผิดในพริบตาความขี้เล่นร้ายกาจมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความอาทร เขารีบคลายพันธนาการที่ข้อมือของนางออกอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นมือเข้าประคองใบหน้างามที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่านางจะแหลกสลายคามือสายตาคู่คมเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความโหยหาอันลึกซึ้งที่ปิดบังไว้ไม่มิด“หนี่เอ๋อ ฟังข้าก่อน..”“ข้าไม่ฟัง ปล่อยข้านะ !”นางตวาดลั่นด้วยความขยะแขยง สะบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมพร้อมกับยกมือขึ้นร่ายเวทสร้างเกราะแสงเซียนสีทองสว่างวาบขึ้นมากั้นกลางระหว่างเขากับนางทันทีน้ำตาแห่งความอัปยศยังคงไหลรินไม่ขาดสาย น
แม้เหตุการณ์ระทึกในท้องพระโรง ที่นางถูกจอมราชาปิศาจจับตัวได้อีกครั้ง จะจบลงอย่างสันติแล้วแต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ กลับเป็นภาพความร่ำรวยและบารมีอันมากล้นของวังทองคำที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นในยามที่นางได้เดินสำรวจอย่างละเอียดวังทองคำของจอมราชาปิศาจนั้น ไม่ได้มืดทึมคร่ำครึหรือน่ากลัวอย่างที่เทพธิดาหนี่วาจินตนาการเอาไว้เลย แต่กลับโอ่อ่าตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมทองคำแท้ที่สะท้อนแสงจันทราส่องประกายระยิบระยับจนแสบตาเสาค้ำยันตำหนักทุกต้นสลักเสลาลวดลายสัตว์อสูรโบราณ ประดับด้วยหยกและอัญมณีล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ พื้นหินอ่อนสีดำสนิทถูกปูทับด้วยพรมขนสัตว์อสูรนุ่มละเอียดทุกย่างก้าวของนางจึงรายล้อมไปด้วยความหรูหราขั้นสุด ตราบเท่าที่อำนาจมืดและความมั่งคั่งของแดนปรโลกจะบันดาลให้ได้ทว่า ตลอดระเบียงทางเดินยาวกลับมีเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบแว่วมาจากตามซอกกำแพงและมุมมืดให้นางได้ยินเบาๆ“พวกเจ้าดูนั่นเร็ว ! เทพธิดาจากสวรรค์องค์นั้นเดินเชิดหน้าชูคอราวกับเป็นเจ้าของวังคนใหม่เลยทีเดียวเชียวล่ะ !”เจี่ยกู่ ปีศาจกบรับใช้เอ่ยกระซิบ แววตาโปนๆของมันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้าขณะแอบมองผ่านรอยแยกของฉากกั้น มันพยายามจ
เทพธิดาหนี่วาได้แต่สบตาสีเลือดที่จับจ้องมาไม่วางตาพลางกัดฟันกรอด ในใจร่ำร้องตะโกนด้วยความเจ็บใจว่า‘ ข้าไม่ได้คิดถึงเจ้า ! '‘ ข้าแค่โดนความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองหลอกให้วิ่งมาตกอยู่ในมือเจ้าต่างหาก ! ’' ไอ้ปิศาจหลงตัวเองเอ๊ย ! ’ทว่านางรู้ดีว่าภายใต้สถานการณ์ที่ฝูงปิศาจล้อมหน้าล้อมหลังและพร้อมจะขย้ำนางให้ตายได้ทุกเมื่อ การด่าทอหรือการทำตัวอวดเก่ง มีแต่จะทำให้ตัวนางเองกลายเป็นอาหารของพวกปิศาจเร็วขึ้นดังนั้นถ้านางอยากจะเอาตัวให้รอด ก็ต้องใช้ประโยชน์จากความพึงพอใจที่เจ้าปิศาจตนนี้มีต่อนาง เอามาใช้เป็นเครื่องต่อรอง !ดวงตาสีงามระยับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างชั่งใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแวววาวอย่างมีจริต แล้วแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวนางฟ้าเช่นนาง.. จำต้องดึงเอาเคล็ดวิชานางจิ้งจอกระดับปรมาจารย์ออกมาใช้ปราบเจ้าปิศาจบ้าตัณหาตนนี้ให้อยู่หมัด ก่อนจะส่งยิ้มตาหวานเยิ้มไปประสานกับดวงตาสีเลือดคู่นั้นอย่างออดอ้อน“สมกับเป็นท่านจอมราชาผู้ปราดเปรื่อง.. และมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนักเจ้าค่ะ”เทพธิดาหนี่วาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ปรุงแต่งจนนุ่มนวลระรื่นหู“ข้าน้อยอุตส่าห์ปกปิดกลิ่นอายเซียน ห่มเสื้อคลุมวิก
ความหวาดกลัวและรำคาญใจที่ถูกเจ้าปิศาจตามรังควานในยามนั้น ทำให้นางตัดสินใจหนีปัญหาด้วยการหนีลงไปจุติยังโลกมนุษย์เพื่อผ่านด่านเคราะห์ก่อนเวลาทันทีโดยคิดเข้าข้างตัวเองว่า พอกาลเวลาผ่านไป เจ้าปิศาจบ้าตนนี้คงจะเบื่อและเลิกสนใจนางไปเองนางยอมสละร่างเซียนชั่วคราว และลงไปเผชิญความทุกข์ยากในโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ดูซิว่าเจ้าปิศาจจะหานางเจออีกไหม !ที่คิดเอาไว้ว่า คงจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการถูกปิศาจเหยากวยตามตอแยแล้ว แต่ครั้นนางลงไปเกิดใหม่ยังโลกมนุษย์ ด่านเคราะห์ที่นางต้องประสบพบเจอกลับเป็น..ด่านรัก !นางได้พบรักกับชายผู้หนึ่ง.. แม้เริ่มต้นเขาจะทำให้นางหวาดกลัวจนต้องหนีให้ห่าง แต่พอนางรักเขา โชคชะตาก็ดันเข้ามาตัดบุพเพวาสนาของนางจนขาดสะบั้น ทำให้นางต้องพรากจากเขาทั้งน้ำตาเคราะห์กรรมที่เรียกว่าด่านรัก ยังคงทำให้นางปวดหัวใจมาจนถึงบัดนี้เมื่อนางสิ้นอายุขัยในโลกมนุษย์และผ่านด่านเคราะห์ได้สำเร็จ ดวงจิตเทพเซียนของนางก็ได้กลับมาจุติบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครั้งแต่.. นางยังไม่ทันจะได้สูดกลิ่นอายทิพย์ให้ชื่นใจเพื่อชดเชยความเหนื่อยยากจากด่านเคราะห์ที่ต้องเผขิญเลย มหาเทพซีรุ่ยเฉิงก็มีบัญชาส
สามวันสามคืนในกรงขังม่านหมอกช่างยาวนานราวกับนับร้อยปีสำหรับเทพธิดาหนี่วา..นางถูกกักขังไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหุบเขาปิศาจ รอบกายมีเพียงความมืดมิดและดวงตาสีเลือดคู่ลึกลับที่แวะเวียนมาจับจ้องนางฝ่าความสลัวรางแทบทุกชั่วยาม พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอที่คอยปั่นประสาทให้นางโมโหไม่ว่างเว้นนางไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าปิศาจตนนี้ ซึ่งมันจะซ่อนตัวตนเอาไว้หลังม่านหมอกหนาทึบสีดำอยู่ตลอดเวลานางจึงคิดว่า มันต้องเป็นปิศาจที่อัปลักษณ์ที่สุดจนไม่กล้าให้ใครเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน และปิศาจที่น่าเกลียดที่สุดในโลกเบื้องล่างแห่งนี้ก็คือ ปิศาจเหยากวยข่ายอาคมของจอมปิศาจเหยากวยแน่นหนาจนนางไม่อาจใช้ปราณเซียนได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทว่าเทพธิดาหนี่วาผู้มีปัญญาเป็นเลิศเช่นนางมีหรือจะยอมติดแหงกอยู่ที่นี่ตลอดไปในเมื่อใช้กำลังไม่ได้ นางก็ต้องใช้ ‘ เล่ห์กลร้อยเล่มเกวียน ’ เข้าสู้เพื่อเอาตัวรอดต่อให่้ปิศาจเจ้าเล่ห์ตนนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็อย่าได้ดูแคลนสติปัญญาของเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์อย่างนางเชียว !ในวันแรกที่โดนจับมา เทพธิดาหนี่วาเกาะลูกกรงหมอกควันพลางเชิดหน้าขู่ฟ่อราวกับพยัคฆ์ที่เฝ้าหน้าประตูสวรรค







