แชร์

ตอนที่ 3 ปะทะคู่หมั้น

ผู้เขียน: บีตามใจเขียน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-21 20:04:34

“คิดจะใช้ความตายมาข่มขู่ข้าหรือเว่ยจิ่งเยว่” เสียงตวาดกร้าวของบุรุษร่างสูงดังก้องไปทั่วโถงเรือนรับรองของจวนสกุลเว่ย ครั้นเห็นร่างบางก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา

“คุณชายเซี่ยกรุณารักษามารยาทด้วย ที่นี่คือจวนสกุลเว่ยไม่ใช่ค่ายทหารของท่าน” เว่ยจิ่งเหวินรีบก้าวมาขวางหน้าน้องชายเอาไว้ สายตาจ้องกลับไปยังรองแม่ทัพหนุ่มอย่างไม่ลดละ

“มารยาทหรือ?” เซี่ยเฉียนจื่อแค่นเสียงหัวเราะ “น้องชายของท่านกระโดดสระบัวเพื่อเรียกร้องความสนใจจากข้า ทำให้ชาวบ้านร้านตลาดเอาไปลือกันให้แซดว่าข้าเป็นบุรุษใจดำรังแกคู่หมั้นจอมอ่อนแอ แล้วท่านยังจะมาเรียกร้องมารยาทอันใดจากข้าอีก”

“นั่นมันเป็นเพราะท่าน”

“พี่ใหญ่” มือเรียวยกขึ้นแตะแขนเสื้อของผู้เป็นพี่ชายเบา ๆ เป็นเชิงห้ามปราม จากนั้นร่างบางค่อย ๆ ก้าวออกมายืนประจันหน้ากับบุรุษร่างสูงผู้ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของตน ดวงตาคู่สวยกวาดมองใบหน้าคมคายนั้นอย่างพิจารณา

‘หล่อเหลาเอาการ สมกับที่เป็นรองแม่ทัพ... แต่นิสัยใจคอช่างห่างไกลจากคำว่าสุภาพบุรุษนัก มิน่าเล่า เจ้าของร่างเดิมถึงได้หลงใหลจนหัวปักหัวปำและเจ็บปวดเจียนตาย’

“เจ้าไม่ต้องมาทำหน้าซื่อตาใสจิ่งเยว่” เซี่ยเฉียนจื่อชี้หน้า “ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าข้าไม่มีวันรักเจ้า ต่อให้เจ้าจะผูกคอตายหรือกระโดดน้ำตายอีกกี่สิบครั้ง ข้าก็ไม่มีวันชายตามองบุรุษที่เอาแต่ใช้เงินทองและอำนาจครอบครัวมาบีบบังคับผู้อื่นเช่นเจ้า!”

โถงรับรองเงียบกริบ บ่าวไพร่ต่างก้มหน้าตัวสั่นระริก เว่ยจิ่งเหวินกำหมัดแน่นเตรียมพุ่งเข้าไปชกหน้าคนปากพล่อย ทว่าน้ำเสียงเรียบนิ่งของร่างบางกลับดังขึ้นขัดเสียก่อน

“ท่านพูดจบหรือยัง?”

เซี่ยเฉียนจื่อชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ปกติแล้วหากเขาด่าทอรุนแรงเช่นนี้ อีกฝ่ายจะต้องบ่อน้ำตาแตกร้องไห้สะอึกสะอื้น และเข้ามาเกาะแขนอ้อนวอนขอความรัก

ทว่าบัดนี้คนตรงหน้ากลับยืนนิ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มปราศจากหยาดน้ำตาแม้แต่ครึ่งหยด ซ้ำยังมองมาด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าถามว่าท่านรองแม่ทัพด่าทอข้าจนพอใจหรือยัง” ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความตัดพ้อ “หากพอใจแล้ว ก็เชิญท่านกลับไปได้ ข้าเพิ่งฟื้นจากไข้ ยังต้องพักผ่อน”

“นี่เจ้าไล่ข้าหรือ!?” บุรุษร่างสูงตบโต๊ะน้ำชาข้างกายเสียงดังลั่น “เจ้าเป็นคนสร้างเรื่องบีบให้ข้าต้องมาที่นี่ แล้วตอนนี้กลับกล้าไล่ข้า?”

“ท่านสำคัญตัวเองผิดไปแล้วคุณชายเซี่ย” ร่างบางขยับรอยยิ้มบางเบามุมปาก “ที่ข้าตกน้ำเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความซุ่มซ่ามของข้าเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับท่านแม้แต่น้อย เหตุใดข้าต้องเอาชีวิตอันมีค่าของตนเองไปทิ้งเพื่อบุรุษไม่ได้มีใจให้ข้าด้วยเล่า”

คำพูดนั้นราวกับมีดเล่มเล็กกรีดลงกลางวงสนทนา เว่ยจิ่งเหวินหันขวับมามองน้องชายด้วยความประหลาดใจ ส่วนเซี่ยเฉียนจื่อถึงกับอ้าปากค้างไปชั่วขณะ

“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

“ท่านหูตึงหรืออย่างไร หรืออยู่ในค่ายทหารฟังแต่เสียงกลองรบจนหูอื้อไปแล้ว” ร่างบางถอนหายใจ “ข้าบอกว่าข้าไม่ได้กระโดดน้ำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากท่าน และท่านก็ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่เพื่อด่าทอข้าอีก”

ใบหน้าคมเปลี่ยนจากสีแดงจัดเป็นเขียวคล้ำ ก่อนก้าวประชิดตัวร่างบางจนห่างกันเพียงคืบ “อย่ามาเล่นลิ้นกับข้าเว่ยจิ่งเยว่ เจ้าคิดว่าเปลี่ยนแผนมาทำตัวแข็งกร้าวแล้วข้าจะสนใจเจ้ามากขึ้นหรือ? ฝันไปเถอะ ข้ามาวันนี้เพื่อบอกให้เจ้าตัวรู้ว่าข้าต้องการถอนหมั้น”

“คุณชายเซี่ย! นี่ท่านจะหยามเกียรติสกุลเว่ยเกินไปแล้ว!” เว่ยจิ่งเหวินตวาดลั่น

“พี่ใหญ่ข้าจัดการเอง” ร่างบางยกมือห้ามอีกครั้ง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมวาวโรจน์ของบุรุษร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัว “ท่านต้องการถอนหมั้น?”

“ใช่ ข้าต้องการถอนหมั้นให้เร็วที่สุด ข้าจะไม่ยอมแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รัก และข้าก็มีคนที่ข้ารักอยู่แล้ว เจ้าควรจะรู้ตัวและถอยไปเสีย”

“คนรักของท่าน... หมายถึงคุณชายจางหนาน บุตรชายคนโตของสกุลเจียงสินะ” ร่างบางเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างราบเรียบ

ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “เจ้าห้ามแตะต้องเขา หากเจ้ากล้าเอาความเกลียดชังไปลงที่จางหนาน ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่”

ร่างบางส่ายหน้าเบา ๆ พลางถอนหายใจ “คุณชายเซี่ย ท่านช่างมองโลกในแง่ร้ายและประเมินข้าต่ำเกินไป ข้าไม่มีเวลาว่างไปตามรังควานผู้ใดหรอก ทว่าเรื่องการถอนหมั้น ข้าคงตัดสินใจเองไม่ได้”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ สุดท้ายเจ้าก็ยังดื้อดึงไม่ยอมปล่อยข้าไปใช่หรือไม่?” เซี่ยเฉียนจื่อคำรามเสียงต่ำ

“ใช้สติไตร่ตรองเสียบ้างคุณชายเซี่ย” ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย “การหมั้นหมายครั้งนี้เกิดขึ้นจากการตกลงกันระหว่างท่านพ่อของข้าและท่านแม่ทัพใหญ่บิดาของท่าน พวกเขามองเห็นผลประโยชน์ร่วมกันทางการค้าและเสบียงทหาร ไม่ใช่เรื่องความรักของหนุ่มสาวที่ท่านจะมาโวยวายขอยกเลิกได้เพียงเพราะท่านไม่พอใจ”

“เจ้าก็แค่ยกข้ออ้างเรื่องผู้ใหญ่มาบังหน้า” บุรุษร่างสูงบันดาลโทสะจนขาดสติ มือใหญ่คว้าหมับเข้ายังข้อมือเรียวแล้วบีบแน่นจนร่างบางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด

“ปล่อยน้องข้าเดี๋ยวนี้!” เว่ยจิ่งเหวินชักกระบี่สั้นตรงเอวออกมาครึ่งฝัก จนบ่าวไพร่รอบ ๆ ในโถงต่างพากันถอยกรูด้วยความตื่นตระหนก

“พี่ใหญ่อย่าชักกระบี่” ร่างบางร้องห้าม แม้ข้อมือจะเจ็บจนแทบหัก แต่ก็ยังฝืนส่งสายตาดุดันไปยังผู้เป็นพี่ชาย ก่อนหันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษร่างสูงกำลังบีบข้อมือตนอยู่

เซี่ยเฉียนจื่อก้มลงกระซิบข้างหูร่างบางด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตของชายชาติทหาร “ถ้าเจ้ายังดื้อดึงจะแต่งกับข้า ข้าไม่อาจรับรองความปลอดภัยเจ้าได้”

คำข่มขู่นั้นชัดเจนและโหดร้าย หากเป็นเว่ยจิ่งเยว่คนเดิมคงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พร้อมร้องไห้อ้อนวอนขอให้เขาอย่าเกลียดชังตน ทว่าสำหรับจิตวิญญาณของเด็กหนุ่มสู้ชีวิตผู้ผ่านความตายมาแล้ว คำข่มขู่นี้กลับดูเหมือนคำพาลของเด็กไม่รู้จักโต

ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นสบตากับดวงตาคมดุดันอย่างท้าทาย ริมฝีปากบางขยับยิ้มเย็นชา

“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ไปบอกท่านพ่อของท่านเถิด”

“เจ้า!” เซี่ยเฉียนจื่อชะงักงัน

“หากท่านแม่ทัพใหญ่เซี่ยจิ้งเหวิน ยินยอมยกเลิกการหมั้นหมายและตัดขาดความช่วยเหลือเรื่องเสบียงและเงินทุนจากสกุลเว่ย... ข้าเว่ยจิ่งเยว่ก็ยินดีจะฉีกสัญญาหมั้นทิ้งต่อหน้าท่านทันที” ร่างบางสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของมือใหญ่จนหลุด รอยแดงเถือกยังคงไว้บนผิวขาวจัดชัดเจน

“แต่ถ้าท่านยังไม่มีปัญญาไปเกลี้ยกล่อมบิดาของท่านได้ ก็อย่ามาทำตัวอันธพาลข่มขู่ข้าในจวนของข้าอีก ข้าไม่ได้ว่างมารองรับอารมณ์ของท่าน”

บุรุษร่างสูงยืนนิ่งงันราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางโถงรับรอง วาจาฉะฉานและท่าทีเย่อหยิ่งของคนตรงหน้าทำให้เขาถึงกับสับสน

“พี่ใหญ่ข้าเหนื่อยแล้ว ขอตัวกลับเรือนก่อน” ร่างบางหันหลังให้บุรุษร่างสูงโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองอีก จากนั้นก้าวเดินออกจากโถงรับรองด้วยแผ่นหลังตั้งตรงและมั่นคง ทิ้งให้รองแม่ทัพหนุ่มยืนกำหมัดแน่นอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของจวนสกุลเว่ย

ทว่าในขณะร่างบางกำลังจะก้าวพ้นประตูโถง เสียงทุ้มแหบพร่าของเซี่ยเฉียนจื่อก็ดังขึ้นไล่หลังมา “เว่ยจิ่งเยว่... เจ้าคิดว่าเปลี่ยนนิสัยแกล้งทำตัวเข้มแข็ง แล้วจะทำให้ข้าสนใจเจ้าได้อย่างนั้นหรือ?”

ร่างบางหยุดชะงักลงทันที ก่อนค่อย ๆ เอี้ยวตัวหันกลับมามองบุรุษร่างสูงด้วยหางตา “ท่านรองแม่ทัพเซี่ย” น้ำเสียงของร่างบางเย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ “ท่านลองกลับไปส่องกระจกดูเถิด ว่าใบหน้าของท่านมีทองคำแปะอยู่หรืออย่างไร ข้าถึงต้องเสียเวลามาเสแสร้งทำตัวเพื่อให้ท่านหันมามอง นับจากวินาทีนี้ไป... หากไม่จำเป็นก็อย่าได้มาพบหน้ากันอีกเลย”

สิ้นประโยคนั้นลง ร่างบางก็เดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่ทิ้งแม้แต่เยื่อใยหรือความอาลัยอาวรณ์ใด ๆ ให้คนด้านหลังเห็นแม้แต่น้อย

เซี่ยเฉียนจื่อมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปจนสุดสายตาด้วยความรู้สึกสับสนอย่างรุนแรง

ทว่าระหว่างความสับสนยังไม่ทันคลายหาย บ่าวรับใช้จากจวนแม่ทัพก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหน้าประตูโถงสกุลเว่ย

“ท่านรองแม่ทัพ แย่แล้วขอรับ ท่านแม่ทัพใหญ่เรียกตัวท่านกลับจวนด่วน มีราชโองการสายฟ้าแลบจากวังหลวง ส่งตรงมาถึงจวนแม่ทัพของเราแล้วขอรับ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นคุณชายรองสกุลเว่ย   ตอนที่ 49 เดินทาง

    บรรยากาศภายในจวนวันนี้คึกคักและเต็มไปด้วยความเร่งรีบผิดจากปกติ บรรดาทหารองครักษ์และบ่าวไพร่ต่างพากันขนย้ายหีบสัมภาระและเสบียงขึ้นเกวียนม้าจอดเรียงรายอยู่เต็มลานหน้าจวนเมื่อสามวันก่อนราชสำนักได้มีคำสั่งด่วนส่งตรงมาถึงรองแม่ทัพเซี่ยเฉียนจื่อ ให้เป็นตัวแทนของแม่ทัพใหญ่เดินทางไปตรวจราชการและประเมินคลังเสบียงของกองทัพทางชายแดนทิศเหนือ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มักจะเผชิญกับฤดูหนาวอันแสนโหดร้าย การเดินทางครั้งนี้กินระยะเวลายาวนานหลายเดือน ซ้ำหนทางยังทุรกันดารและเต็มไปด้วยความยากลำบากณ ห้องหนังสือเรือนหลัก เว่ยจิ่งเยว่ในชุดเดินทางทะมัดทะแมงสีน้ำเงินเข้ม กำลังยืนตรวจสอบหีบสมุดบัญชีและม้วนเอกสารสัญญาการค้าอย่างละเอียดรอบคอบ“เจ้าจะไปกับกองทัพจริงหรือจิ่งเยว่?” เสียงทุ้มทรงอำนาจของเว่ยเจิ้งหรงดังขึ้นหน้าประตู ก่อนประมุขสกุลเว่ยเดินเข้ามาภายในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วเริ่มมีสีดอกเลาขมวดเข้าหากันด้วยความกังวลใจอย่างปิดไม่มิดจิ่งเยว่ละสายตาจากหีบสัมภาระ รีบหันมาประสานมือคารวะบิดา “ท่านพ่อ ข้าตัดสินใจดีแล้วขอรับ”“ชายแดนเหนือไม่ใช่ตลาดเมืองหลวงนะลูก” เว่ยเจิ้งหรงถอนหายใจยาว “ที่นั่นอากาศ

  • เกิดใหม่เป็นคุณชายรองสกุลเว่ย   ตอนที่ 48 เหมือนเดิม

    หลังจากกลับจากการเดินทางไปชำระล้างบาดแผลในจิตใจในวัดหลวงหานซาน ชีวิตของเว่ยจิ่งเยว่และเซี่ยเฉียนจื่อก็ค่อย ๆ หวนกลับคืนสู่จังหวะเดิมอย่างช้า ๆ ราวกับสายน้ำไหลกลับเข้าสู่ร่องน้ำปกติ ทว่าในความปกตินั้น กลับมีความเปลี่ยนแปลงลึกซึ้งบางอย่างซุกซ่อนอยู่ณ ร้านผ้าสกุลเว่ยย่านตลาดตะวันตก บรรยากาศยังคงคึกคักและเต็มไปด้วยลูกค้ามาเลือกซื้อหาผ้าไหมสีสันสดใสเพื่อต้อนรับฤดูกาลใหม่เว่ยจิ่งเยว่ในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีฟ้าอ่อน นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้แกะสลักตัวใหญ่ นิ้วเรียวขยับลูกคิดไม้พะยุงแดงอย่างคล่องแคล่วเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แววตาคู่สวยยังคงฉายความเด็ดขาดและเฉียบแหลมในการเจรจาการค้าเช่นเคย“ฮูหยินขอรับ ผ้าไหมทอลายมังกรลอตนี้จะให้จัดส่งไปที่จวนเจ้ากรมพิธีการเลยหรือไม่ขอรับ?” หลงจู๊วัยกลางคนเดินเข้ามาถามด้วยท่าทีนอบน้อมจิ่งเยว่ละสายตาจากสมุดบัญชี “ส่งไปเลย แต่ระบุในใบส่งของด้วยว่าให้เก็บเงินสดตอนส่งมอบ ห้ามลงบัญชีค้างจ่ายเด็ดขาด ช่วงนี้พวกขุนนางชอบอ้างว่าเบิกเบี้ยหวัดไม่ทัน ข้าไม่อยากให้เงินทุนร้านเราไปจมอยู่กับคนพวกนี้”“รับทราบขอรับฮูหยิน ท่านช่างรอบคอบยิ่งนัก” หลงจู๊ค้อมศีรษะรับคำสั่ง ก่อนหมุนตัวเดินออกไ

  • เกิดใหม่เป็นคุณชายรองสกุลเว่ย   ตอนที่ 47 พากันเข้าวัด

    แม้พายุแห่งความหวาดระแวงและความคิดมากจะถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้นด้วยคำสารภาพรักอันหนักแน่นของเซี่ยเฉียนจื่อ ทว่าตะกอนแห่งความกังวลฝังรากลึกในจิตใจของเว่ยจิ่งเยว่เกี่ยวกับการเป็นคนตายแล้วฟื้นคืนชีพก็ยังคงวนเวียนอยู่เป็นระยะเซี่ยเฉียนจื่อผู้ซึ่งเฝ้าสังเกตภรรยาอยู่ทุกฝีก้าว ย่อมรับรู้ได้ถึงร่องรอยของความไม่สบายใจหลงเหลืออยู่นั้น ก่อนเข้าใจว่าการใช้เหตุผลและความรักปลอบประโลมเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอจะปลดล็อกปมในใจเรื่องชีวิตหลังความตายที่ฮูหยินสุดที่รักเผชิญมาได้เช้าตรู่วันหนึ่งแทนที่รองแม่ทัพหนุ่มจะสวมชุดเกราะเพื่อเดินทางไปค่ายทหารตามปกติ เขากลับสั่งให้บ่าวรับใช้เตรียมรถม้าและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดผ้าไหมสีอ่อนดูสบายตา ก่อนเดินเข้าไปดึงผ้าห่มผืนหนาออกจากร่างของภรรยาที่ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียง“ตื่นได้แล้วฮูหยินขี้เซา วันนี้อากาศดี เราจะออกไปข้างนอกกัน”จิ่งเยว่ขยี้ตาด้วยความงัวเงีย “ไปไหนแต่เช้า วันนี้ข้าไม่มีนัดตรวจบัญชีเสียหน่อย”“ข้าลางานที่ค่ายทหารหนึ่งวัน วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปวัดหลวงหานซาน”ครั้นได้ยินคำว่าวัดหลวงหานซาน ก็ทำให้จิ่งเยว่ชะงักไปชั่วขณะ ความง่วงงุนมลายหายไปจนสิ้นพ

  • เกิดใหม่เป็นคุณชายรองสกุลเว่ย   ตอนที่ 46 คิดมาก

    หลายวันล่วงเลยผ่านไปนับตั้งแต่วันที่เว่ยจิ่งเยว่ตัดสินใจสารภาพความลับให้ผู้เป็นสามีได้รับรู้จิ่งเยว่ยังคงทำหน้าที่ฮูหยินเอกแห่งจวนแม่ทัพและคหบดีผู้ดูแลกิจการสกุลเว่ยได้อย่างไร้ที่ติ ทว่าเมื่อตกกลางคืน ความเงียบงันกลับกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่เปิดทางให้ความคิดมากคืบคลานเข้ามาเกาะกินหัวใจ‘เขาบอกว่าไม่รังเกียจ แต่ลึก ๆ แล้วเขาจะรู้สึกอึดอัดหรือไม่ ที่ต้องนอนร่วมเตียงกับวิญญาณคนแปลกหน้า?’‘ความรักที่เขาบอกว่ามีให้ข้า แท้จริงแล้วมันคือความรักหรือเพียงแค่ความสงสารระคนประหลาดใจกับสิ่งแปลกใหม่กันแน่?’‘หากวันหนึ่งเขาตื่นขึ้นมา แล้วตระหนักได้ว่าคนที่เขากอดอยู่ ไม่ใช่คุณชายตระกูลผู้ดี แต่เป็นเพียงเด็กเสิร์ฟต่ำต้อยจากสลัม เขาจะยังมองข้าด้วยสายตาเช่นเดิมอยู่หรือไม่?’คำถามเหล่านั้นวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของร่างบางราวกับคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเมื่อความกลัวจะสูญเสียเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง สัญชาตญาณการป้องกันตัวของเว่ยจิ่งเยว่จึงสั่งให้เขาสร้างกำแพงขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่กำแพงแห่งความโกรธเกลียดเฉกเช่นในอดีต ทว่ามันคือกำแพงแห่งการตีตัวออกห่างอย่างแนบเนียนร่างบางเริ่มใช้ข้ออ้างเรื่องการจัดเตรียมเสบียงล็อต

  • เกิดใหม่เป็นคุณชายรองสกุลเว่ย   ตอนที่ 45 ท่านรับได้หรือไม่

    เสียงสะอื้นไห้ของเว่ยจิ่งเยว่ค่อย ๆ สงบลง เหลือเพียงเสียงสูดลมหายใจยังคงสั่นเครือ ร่างบอบบางผละออกจากแผงอกกว้างของสามีอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยแดงช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายของบุรุษตรงหน้าแม้เซี่ยเฉียนจื่อจะเอ่ยปากว่าเชื่อในความกลัวของเขา และพร้อมจะปกป้องเขาจากทุกฝันร้าย ทว่าในส่วนลึกของจิตใจจิ่งเยว่ยังมีตะกอนความหวาดหวั่นอีกประการหนึ่งตกค้างอยู่“ท่านพี่...” เสียงกังวานใสเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความไม่แน่ใจและเปราะบาง ร่างบางถอยห่างออกมาเล็กน้อยพร้อมดึงมือของตนเองออกจากฝ่ามือใหญ่“มีอะไรหรือ? หรือว่ายังรู้สึกหน้ามืดอยู่?” เซี่ยเฉียนจื่อขยับตัวตาม นัยน์ตาคมฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด“เปล่า” จิ่งเยว่ส่ายหน้าช้า ๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจออกมาตรง ๆ“หากเรื่องที่ข้าเล่าเป็นความจริง หากข้าไม่ใช่เว่ยจิ่งเยว่คนเดิมที่ท่านเคยรู้จัก ท่านจะยังรับข้าเป็นภรรยาอยู่หรือไม่?”คำถามนั้นราวกับสายลมหนาวพัดวูบเข้ามากลางห้องนอน เซี่ยเฉียนจื่อชะงักค้าง ร่างกายเตรียมจะขยับเข้าไปโอบกอดภรรยาหยุดนิ่งอยู่กับที่จิ่

  • เกิดใหม่เป็นคุณชายรองสกุลเว่ย   ตอนที่ 44 บอกความจริงกับสามี

    เว่ยจิ่งเยว่ขยับเปลือกตาบวมช้ำจากการร้องไห้ขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นจากท่อนแขนแกร่งยังคงตระกองกอดเขาเอาไว้แน่น ใบหน้างามเงยหน้าขึ้นมองบุรุษใช้แผงอกของตนเองเป็นหมอนหนุนให้เขาทั้งคืนนัยน์ตาคมกริบเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงและรอยคล้ำใต้ตา บ่งบอกชัดเจนว่ารองแม่ทัพหนุ่มไม่ได้เข้าสู่ห้วงนิทราเลยแม้แต่เค่อเดียวตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เขาเอาแต่คอยลูบแผ่นหลังและกระซิบปลอบประโลมทุกครั้งที่จิ่งเยว่เกิดอาการผวาความรู้สึกผิดและรวดร้าวแล่นปราดเข้ามาจุกอยู่กลางลำคอของจิ่งเยว่“ตื่นแล้วหรือคนดี” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน มือใหญ่ยกขึ้นเกลี่ยปอยผมปรกหน้าผากมนออกให้อย่างทะนุถนอม “เวียนศีรษะหรือไม่? ข้าจะให้สาวใช้ยกน้ำอุ่นกับโจ๊กมาให้”“ท่านพี่” จิ่งเยว่เอื้อมมือไปจับมือสากกำลังเกลี่ยผมตนเองเอาไว้ “ท่านไม่ได้นอนเลยใช่หรือไม่?”“ข้าเป็นทหาร เคยออกศึกอดนอนสามวันสามคืนติดกันก็ยังทำมาแล้ว แค่คืนเดียวไม่ระคายผิวข้าหรอก” เซี่ยเฉียนจื่อยิ้มบาง ๆ พยายามทำให้อีกฝ่ายคลายความกังวล“แต่ข้าไม่ได้อยากให้ท่านต้องมาอดนอนเพราะข้า” ร่างบางยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง ก่อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status