ログイン‘บุหรี่เธอเเละเขา’
หากพ้นวันนี้ก็ครบเดือนเเล้วที่โมซีย์ เมอร์เลอร์มาอยู่ในร่างของหลี่เอิน จากนักฆ่ากลายมาเป็นคุณหนูอะไรหลายอย่างทำให้เธอต้องพยายามปรับตัว ยกตัวอย่างเช่นสัญชาตญาณนักฆ่าที่หลั่งไหลอยู่ในสายเลือด เธอต้องเก็บมันไว้ให้มิด เพราะหลังจากเรื่องที่เฉินซีฮันรู้เรื่องเข้า ชีวิตเธอเหมือนถูกติดตามตลอดเวลา ไม่ว่าเท้าของเธอจะเดินไปทางไหนสายตาในความมืดก็จับจะติดเธอราวกับนักโทษ
ถึงจะเป็นอย่างนั้นชีวิตของหลี่เอินก็ยังต้องดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่ระบบหายใจยังทำการสูบฉีดออกซิเจนเข้าออก
วันนี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่น หลี่เอินตื่นเเต่เช้าไล่เรียงตารางชีวิตประจำในหัว เริ่มจากกิจกรรมง่าย ๆ ที่หลังตื่นนอนจนเคยตัว วิดพื้นเรียกเหงื่อให้ร่างกายหลั่งสารเเอนดอฟินก่อนทำธุระส่วนตัวในห้องนํ้า เเละลงออกจากห้องด้วยชุดเเบบเดียวที่มีในตู้ นั่นคือกีเพ้าตัวยาวใส่สบายทว่าเธอไม่ค่อยสะดวกนัก หลี่เอินคนก่อนไม่รู้เเต่หลี่เอินคนนี้ไม่ชอบกระโปรงเป็นอย่างยิ่ง
มาถึงด้านล่างเหมือนเคยซํ้าซากจำเจ ไม่เคยมีอะไรให้เธอทำนอกจากนั่งเฉย ๆ เเละทานข้าว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ใช่ว่าจะดีนักเธอถูกเฉินซีฮันจ้องตลอดเวลา นับเป็นการทานข้าวที่อึดอัดสุดในชีวิต ตอนนั่งทานอาหารกับคนต้องฆ่ายังไม่อึดอัดเท่านี้ เเย่ไปหน่อยเเต่สุดท้ายเธอก็จบมื้อเช้าได้ดี
ทานข้าวเสร็จเธอลุกจากโต๊ะปล่อยให้คนใช้ทำหน้าที่ตัวเองไป ส่วนเธอต้องเดินไปส่งเฉินซีฮันที่รถพร้อมกับถือเสื้อโค้ทตัวนอกไปให้เขาด้วย
“นี่เสื้อโค้ทค่ะ” หลี่เอินส่งเสื้อโค้ทตัวใหญ่ให้เขาเมื่อถึงรถ เขาถอนหายใจพรืดเเล้วรับเสือโค้ทไปสวม
“ขอบคุณ..เอินเบื่่อที่นี่ไหม” จู่ ๆ เขาก็ถามพร้อมกับกระชับเสื้อโค้ท
“ไม่นี่ค่ะ อยู่ที่นี่ก็ดีไม่ต้องทำอะไร” เธอว่ายิ้ม ๆ ไม่ได้ประชดเเต่เป็นสิ่งที่เห็นทั้งหมด
“ฉันรู้เอินประชด”
“ค่ะ”
“เอินมีอะไรที่อยากทำรึเปล่า”
“ฉันอยากออกไปข้างนอกค่ะ”
“หืม? ที่ไหนล่ะที่เอินอยากไป”
“คุณซีฮันสนใจด้วยเหรอค่ะ?”
“นี่โกรธฉันอยู่เหรอ” เขาย่นคิ้ว
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้โกรธ ฉันเห็นคุณตอนเเรกดูไม่ค่อยสนใจกัน เลยเกิดความสงสัยนิดหน่อยว่าฉันน่าสนใจตอนไหนเหรอค่ะ”
“อ่า โอเค เข้าประเด็นเลยนะ..ฉันยอมรับว่าไม่ได้สนใจเธอ ตรงนี้คงไม่ต้องหาเหตุผลให้ยุ่งยาก เเต่ฉันอยากลองเปิดใจ ยังไงซะเราก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตาของเราได้”
“ฉันไม่สนใจชะตาค่ะเพราะชะตาก็ไม่ได้สนใจเรา เขาเเค่ลิขิตเราให้ไปตามเส้นทางเน่า ๆ” เธอว่าด้วยสายตาที่ว่างเปล่าเเต่สอดเเทรกความเย็นยะเยือกผ่านรูม่านตาเล็ก ๆ ทำให้คนฟังนิ่งงันพูดไม่ออก
“เอินคิดเเบบนั้นเหรอ”
“ค่ะ การเข้าหาฉันมันไม่พบสิ่งที่คุณต้องการหรอก บางครั้งมนุษย์ก็สัญชาตญาณปกป้องเป็นของตัวเอง เเละคุณเองก็มีมันเหมือน ๆ กับฉันนั่นเเหละค่ะ”
“…” เฉินซีฮันนิ่งเงียบไป
“ขอตัวนะคะ ฉันอยากไปสูดอากาศที่สวนหลังบ้านของคุณสักหน่อย”
วันถัดมาเหมือนฟ้าจะเข้าใจความต้องการของหลี่เอิน หลังทานข้าวเสร็จสาวใช้คนหนึ่งก็เดินมาหาเธอ รายงานว่ามีสายเรียกเข้าจากคุณนายหลี่ให้ไปเที่ยวหาที่บ้านสวี ทำให้เชานี้เธอต้องติดรถของเฉินซีฮันไปบ้านตัวเอง ถึงเส้นทางจะไปคนละเส้นกับที่ทำงานของเฉินซีฮันทว่าเขาก็อาสาไปส่ง
ในรถเงียบกริบต่างคนต่างไม่พูด หลี่เอินผินสายตามองเขาเล็กน้อย พิจารณาอารมณ์ที่ติดอยู่บนหน้า เหมือนอีกฝ่ายจะมีเรื่องให้คิดมากมายดูจากเส้นเลือดที่เต้นตุบ ๆ ข้างศรีษะ ใต้ตาดำคลํ้าคล้ายคนนอนไม่เพียงพอ เเถมตอนนี้ยังต้องการสูบบุหรี่ดูจากการเม้มปากที่เเน่นตึงเพราะเสี้ยนจัด
หลี่เอินไม่พูดอะไรหลังจาระไนเขาผ่านสายตา เธอกลับหน้ามาในทิศทางเดิมปล่อยให้เงียบอยู่สักพัก อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเธอรู้ดีว่าอาการเสี้ยนมาก ๆ มันเป็นยังไง เธอก็เคยผ่านมันมายิ่งตอนทำงานเธอเเทบจะไม่มีเวลาสูบ เธอกลับสายตาไปมองเขาอีกครั้ง
“คุณอยากสูบบุหรี่ไม่ค่ะ”
เขาหันหน้ามามองเธอ “ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากสูบบุหรี่ในรถ”
“ฉันไม่ว่านะถ้าคุณจะสูบ”
“เอินอยากสูบเหรอ”
“ค่ะ”
“หึ ไม่คิดว่าลูกสาวคนสวยของคุณสวีจะสูบบุหรี่ด้วย”
“ผู้หญิงสวย ๆ อย่างฉันมันไม่เหมาะกับบุหรี่เหรอ”
“คำพูดของเธอนี่เเดกดันฉันเหลือเกินนะเอิน เธอโกรธเเค้นอะไรฉันอยู่หรือเปล่า”
หลี่เอินส่ายหัวพรืด “คุณคิดไปเองมากกว่าค่ะ”
“ช่างมันบุหรี่อยู่ในช่องเก็บของตรงนั้น”
สิ้นคำบอกของเขาหลี่เอินก็เปิดช่องเก็บของตรงหน้ามีซองบุหรี่อยู่ในนั้นตามที่เขาบอก เธอหยิบมันออกมาก่อนจะเเบ่งให้เขาหนึ่งมวนเเละตัวเองหนึ่งมวน เฉินซีฮันส่งซิปโป้ให้เธอจุดก่อน เธอพยักหน้าขอบคุณเขาก่อนรับซิปโป้เเล้วลนปลายบุหรี่ เธอก็ส่งมันกลับให้เขาเมื่อจุดของตัวเองได้เเล้ว หลี่เอินดูดสารนิโคตินเข้าปอดปล่อยออกมาเป็นควัน
“ลูกสาวบ้านนี้เป็นเหมือนกันทุกคนหรือเปล่า” เขาถามขึ้นขณะที่บุหรี่ยังเเนบอยู่ตรงปากใบหน้าจดจ้องไปยังท้องถนนสติติดอยู่กับพวงมาลัย
“ทำไมค่ะ”
“มีเรื่องเซอร์ไพรส์กันอยู่เรื่อย..ฟู่ว”
หลี่เอินจุดยิ้มมุมปากเเล้วสูบบุหรี่ต่อ ไม่นานรถสปอร์ตหรูก็ชะลอลงเมื่อใกล้ถึงไฟเเดง ประจวบเหมาะกับบุหรี่ที่หมดพอดี หลี่เอินพิงหน้ากับกระจกมองออกไปข้างนอกเเละนัยน์ตาของเธอก็สะท้อนภาพชายคนหนึ่งขับรถคาวาซากิจอดเทียบข้าง คนขับสวมชุดหนังสีดำปิดหน้าด้วยหมวกกันน็อค ภาพจำในคืนนั้นวกกลับมามันซ้อนทับกับคนนอกกระจก
หลี่เอินมองดูคนนอกกระจก อีกฝ่ายหันมามองเธอเช่นกันราวกับมันรู้ว่าเธอกำลังมองมันอยู่ หลี่เอินส่ายหัวสลัดภาพจำนั้นทิ้งไป ขณะที่กำลังจะละสายตาจากนอกกระจก จู่ ๆ เสียงชายสวมชดหนังก็ดึงปืน MZ-9S จ่อมาที่กระจกรถของพวกเขา หลี่เอินเบิกตากว้างรีบหันขวับไปมองเฉินซีฮันซึ่งนั่งเงียบอยู่
“ซีฮันออกรถ!”
☾
นิยายเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เเนวโรเเมนติกจ๋านะคะฮ่าๆมันก็โรแมนติกเเหละเเต่เราชอบนางเอกเท่ๆเลยอยากใส่ความคูลให้นางเอกเผลอๆจากนางเอกอาจจะกลายเป็นพระเอกก็ได้ฮิๆเเล้วเจอกันตอนหน้าคาบป๋ม
ตอนที่ 65‘บทสรุป’“ดูเเลฉันจากระยะไกลก็พอ” พูดจบเอินใช้ความมืดกำบังตนเดินหายเข้าไปยังอีกห้องหนึ่งตามคำบอกของไป๋ฮุ่ง เธอเดินไปตามคำบอกของคนในสายสื่อสารเรื่อย ๆ กระทั่งถึงจุดหนึ่ง หญิงสาวชะลอความเร็วของฝีเท้าลง เสียงพูดคุยอู้อี้ดังลอดผ่านรอยเเยกของประตู เธอขยับเข้าไปใกล้จ้องมองลอดเข้าไปจนถึงด้านใน เห็นเร็กซี่นั่งพิงกำเเพง โดยสองเเม่ลูกยืนเฝ้าไม่ห่าง ทว่าความมืดกำบังเธอไม่มิด ทำให้สัตว์เห็นตัวเข้า สัมผัสของปลายกระบอกปืนเเนบวางลงที่ศรีษะ เอินรีบยกมือขึ้นช้า ๆ “ดีมากสาวน้อย ร้ายนักนะ ลุกขึ้น” ผิงผิงสั่งเสียงเหี้ยมเอินไม่มีทางเลือกยอมทำตามเเต่โดยดี เธอถูกพาตัวเข้าไปในห้องที่มีสองเเม่ลูกอยู่ด้วย ผิงผิงทำการล็อคประตู หนทางเดียวที่จะรอดถูกปิดระงับ“ไหนลองพูดมาสิ ว่าพากันมากี่คน” ผิงผิงถามพร้อมจ่อปืนใส่เอิน กะว่าอีกฝ่ายคิดโกหกเธอจะลั่นไกใส่ทันที“ฉันมาคนเดียว” เอินยืนกรานหนักเเน่น“ยิงมันเลยผิงผิง ยิงมันตอนที่ยังมีโอกาส” หนิงเหมยยั่วยุ“หุบปากสักทีเถอะ! ฉันรำคาญเธอจะเเย่อยู่เเล้ว” ผิงผิงหันไปตะคอกเสียงดังใส่ ทำให้หนิงเหมยหน้าเสีย“นี่เธอว่าฉันเหรอ” “ใช่! ทุก ๆ อย่างที่มันพังก็เพราะเเกนั่น
ตอนที่ 64‘งานเลี้ยงที่มีเเค่เรา’วันที่นัดหมายเดินทางมาถึง เอินเเต่งองค์ทรงเครื่องด้วยสุดเดรสสีไข่มุขสวย ผมยาวปะบ่าถูกมัดรวบเป็นช่อบัว ใบหน้าเเต้มเเต่งเครื่องประทิน พรมกายดวยนํ้าหอมใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเธอก็เข้าที่ก่อนจะขึ้นรถซีฮันได้มอบเครื่องสื่อสารให้เธอ เอินติดเครื่องสื่อสารไว้ที่หูในทันที ด้วยความที่เจ้าเครื่องนี้มันเล็กมากหากไม่สังเกตดี ๆ คงไม่เห็น เขากวาดสายตามองเธอตั้งเเต่หัวจรดเท้าเเล้วพูดขึ้นว่า..“เธอสวยมาก”“ค่ะ” เอินตอบยิ้ม ๆ เเล้วมุดตัวขึ้นรถโดยมีไป๋ฮุ่งเป็นคนขับ“ระวังตัวด้วยนะ สักพักพวกฉันจะตามไป”“…” เอินพยักหน้ารับ ๆ รถหรูได้เคลื่อนตัวออกจากเขตบ้านเฉิน ขึ้นถนนสายหลักเดินทางไปตามจีพีเอส ระหว่างที่รออยู่นั้นผิงผิงได้ใช้ไอดีของเร็กซี่ทักหาเธอตลอดทาง เอินพิมพ์ตอบไปเเค่ไม่กี่คำก่อนจะปิดมือถือเเละเก็บมันลง เธอตั้งข้อศอกกับขอบกระจกรถเกยคางบนหลังมือมองลอดผ่านกระจกไปยังข้างนอก นัยน์ตาสะท้อนภาพท้องฟ้าอันกว้างใหญ่อมสีม่วง ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวลับลงภูเขาลูกใหญ่ เเสงของดวงดาวค่อย ๆ ปรากฏ เวลาเดินไวกว่าที่เธอคิด เพียงเเค่ไม่นานก็จะคํ่าเเล้ว เธอถอนหายใจเเผ่วเบา เเละในที
ตอนที่ 63‘คำร้องขอ’เอินขับรถออกจากบ้านสวี เเล่นไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ รถประจำ เเละรถจักรยาน ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงตามเวลา เธอขับรถด้วยความเร็วเอื่อย ๆ พลางสอดสายตามองไปยังนอกรถ ในหัวโล่งโจ่งไม่มีอะไรเลยเสมือนเท้าเธอที่เหยียบรถให้ไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย สุดท้ายเธอก็มาหยุดรถอยู่ที่หน้าซอกตึก สถานที่ที่เธอไม่ควรมา เอินลงจากรถปิดประตูอย่างเบามือ เธอก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าภาพของจินกงถูกมัดเเละตัดอวัยวะชัดฉายเหมือนภาพช็อต เสียงโหยหวนดังอื้อในโสตประสาทการได้ยิน ทุกอณูคำชัดก้อง เธอหยุดสองเท้าหน้าประตูบ้านของคน ๆ หนึ่ง บ้านที่เธอไม่ควรมาอย่างยิ่งหญิงสาวยืนกํ่ากึ่งหน้าประตู เธอจ้องมันอยู่พักหนึ่งเเล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิล กลไกลความปลอดภัยถูกทำลายทิ้งจนหมดคราบ เเค่บิดเบา ๆ ประตูก็เปิดออกเเล้ว เธออ้าบานประตูจนสุดเเสงไฟกิ่งดวงน้อยสาดกระทบเเผ่นหลังสะท้อนเงาฉายบนพื้นบ้าน เงาดำขยับพร้อมร่างต้นกลืนเข้าไปในความมืดเอินต้องล้วงเอามือถือเปิดโหมดไฟฉาย เธอกวาดไฟฉายไปรอบ ๆ รอยเลือดบาง ๆ ฝั่งลึกบนพื้น เอินไม่พูดอะไรเเค่มองดูคราบเลือดก่อนจะละสายตา เเละหมุนตัวจะเดินออกไป ทว่าไม่ท้นพ้นขอบประตูโทรศัพ
ตอนที่ 62‘ความจริงจากปากป๊า’ห่างหายไปนานพอกลับมาสิ่งเเรกที่เอินทำ คือเดินทางกลับไปยังบ้านของตน ในขณะเดียวกันเอินก็ได้ทราบข่าวจากปากคนใช้ในบ้านสวีอีกว่าคุณนายสวีได้ย้ายออกไปกับลูกชาย…ไปที่ไหนสักที่หนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ละทิ้งลูกชายกับสามีไว้ เอินยืนอยู่กลางบ้านหลังใหญ่ตกเเต่งจีนล้วน ทว่ามันกลับเงียบสงัด เอินพอจะเดาได้ว่าคุณนายสวีไปที่ไหน เเต่ตอนนี้เรื่องนั้นยังไม่ใช่ เธอต้องการคุยกับป๊ามากกว่า เอินเดินขึ้นบรรไดตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน เธอถามคนใช้ที่กวาดถูเเถวนั้นจึงรู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหนในเวลานี้ เอินเคาะประตูสามครั้งจึงจะเปิดเข้าไป พ่อของเขาครั้งล่าสุดที่เจอกันคือชายที่ล้มป่วยติดเตียงด้วยโรคประจำตัว ทว่าตอนนี้พ่อของเธอกลับดูดีขึ้น ร่างกายกลับมาดีอย่างน่าอัศจรรย์ สวีหยางอันวางปากกาหลังเห็นลูกชายของภรรยาคนรอง เขาลุกขึ้นเเล้วเดินมาหาเธอ เขาฉีกยิ้มดวงตากวาดมองลูกสาว ก่อนดึงร่างระหงเข้าสวมกอดด้วยความคิดถึงมหาศาลผละออก สวีหยางอันปัดเส้นผมบนหน้าลูกสาวพลางถามว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่าป๊าเป็นห่วงเรามาก” เอินผลิยิ้มอ่อน “มีเรื่องต้องทำนิดหน่อยค่ะ” “งั้นเหรอ ป๊าเองก็มีเรื่องให้ทำเหมือนกัน
ตอนที่ 61‘การกลับมาของหลี่เอิน’นับเป็นเช้าที่เสียงดังยิ่ง พื้นบ้านสนั่นหวั่นสร้างความสงสัยให้เฉินซีซึ่งนั่งทำงานอยู่ในห้องไม่น้อย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้อง ถึงได้รู้ว่าเหตุฉะไนพื้นบ้านถึงสนั่นราวกับเเผ่นดินไหว นั่นเป็นเพราะการปรากฏของคนคนหนึ่งน่าอัศจรรย์“เอิน” เขาเบิกตาโตกลมมองร่างระหงที่กำลังใกล้เขามาเรื่อย ๆ ใบหน้าของนิ่งเรียบราวกับนํ้าเย็นเฉียบปลายเท้าหยุดกึกตรงหน้าชายหนุ่ม หัวใจอันเเข็งกร้าวมองเขาอย่างไม่รู้สึกใด ๆ เว้นเเต่เฉินซีฮันที่จู่ ๆ ก็สืบเท้าเข้าคว้าเเขนเธอเข้าไปให้อ้อมอกเเกร่งเเล้วผละออกพร้อมกับถามไถ่เธอว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่า-”“ฉันมาเเค่เเป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไปเเล้ว” เธอตัดบทเเละไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ย เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ“มีอะไรที่ฉัน-”“ขอตัวก่อนค่ะ” เอินยิ้มอ่อน ๆ ปัดมือเขาลงจากเเขน เเล้วเดินผ่านเขาไปราวกับอากาศ ทันทีที่ปลายพ้นตัวชายหนุ่ม หญิงสาวผมสั้นเท่าติ่งหูก็วิ่งพรวดเข้ามาสวมกอดเธอทั้งนํ้าตา มุดหน้าเข้ากับอ้อมอก เอินผลิยิ้มก่อนยกมือขึ้นลูบไล้กลุ่มผมสีดำของฟางหรง หญิงสาวสะอื้นไห้พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคุณหนูของตน เเละเอ่ยถามด
ตอนที่ 60‘ห้วงฝันที่เเหลกสลาย’คำเตือน - เนื้อหาในตอนนี้มีการกล่าวถึงการตัดอวัยวะเเบบโจ่งเเจ้งการจูบของจินกงส่งผลให้หญิงสาวนอนไม่หลับจนถึงเช้า เธอลงมาจากห้องนอนเเต่เช้าพบว่าเร็กซี่กำลังยืนทำบางสิ่งอยู่ในครัว เอินเลยเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย ถึงได้รู้ว่านั่นชงชาร้อนอยู่ด้วย ด้วยผงที่เธอนำมาสกัดเอง“อรุณสวัสดิ์” เธอเอ่ยทักด้วยประโยคเดิมอีกครั้ง“อื้อ เธอชาอยู่เหรอ”“ใช่เเล้ว นอนไม่หลับใช่ไหม”เอินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาท์เตอร์ครัว “อื้อ นอนไม่ค่อยหลับเลย”“เหมือนกัน ฉันเลยหนีลงมาชงชานี่ไง”“เเล้วกินช้าเข้าไป จะช่วยให้หลับได้เหรอ”“จริง ๆ ชาที่ทำมีดอกคาร์โมมายอยู่ด้วยน่ะ มันจะช่วยผ่อนคลายนะ” เอินพนักหน้าเข้าใจนั่งดูเร็กซี่ชงชาไปเพลิน ๆ ทำให้ในที่สุดเธอก็ได้จิบขาของเร็กซี่ มันทั้งหอมรสชาติดีเเละผ่านคลายจากไอหอมของดอกคาร์โมมาย เมื่อจิบเข้าไปจะรู้สึกมันทีที่ว่ามันชวยเเค่ไหนทั้งความอุ่นเเละหอม“จริงสิ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เร็กซี่หันมาถาม “เอินทะเลาะอะไรกับจินกงเหรอ หมอนั่นเพิ่งออกไปเมื่อกี้เลย”“ไม่ได้ทะเลาะ เเค่มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ”“นิดหน่อยจริงเหรอ เเต่สีหน้าหมอนั่นดูไ
‘ดอกไม้ของเฉินซีฮัน’คำพูดของหลี่เอินเหมือนรอยสักติดตริงในก้องหู วนเวียนซํ้า ๆ จนน่ารำคาญ ทว่าเขาก็ไม่อาจจะยอมรับคำพูดเเบบนั้นได้ การปฎิเสธของเธอทำให้เขาหงุดหงิดไม่นอน มันช่างตรงไปตรงมาจนหัวเสีย มองหลี่เอินเหมือนเห็นตัวเอง ถัดมาเช้านี้เขาจึงต้องหาอะไรทำตัดความรำคาญใจเฉินซีฮันเดินทางด้วยรถคู่ใจพลาง
‘คำหวานที่เธอไม่เอา’ราว ๆ เจ็ดโมงเช้าหลี่เอินออกจากบ้านเล็กที่เป็นเรือนของเธอกับเฉินซีฮัน เดินไปตามทางหินหยกเรียงยาวไปจนถึงบ้านใหญ่ ไม่มีเหตุผลด่วนอะไรหรอกเเค่เธอมีเรื่องอยากคุยกับคุณนายเฉินนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรียกว่าเป็นคำขอคงเหมาะกว่า หลี่เอินเเค่อยากขอคุณนายเฉินถึงเรื่องของฟางหรงกับยั่วซา
‘วิวาทั้งสองตระกูล’ได้ฤกษ์ดีงานเเต่งของผู้นำตระกูลสวีเเละลูกสาวคนเล็กของบ้านโจวถูกจัดขึ้นถัดมาอีกสองวัน หลี่เอินเเละเฉินซีฮันรวมถึงคนอื่น ๆ เดินทางไปร่วมงาน ทุกคนต่างยินดีปรีดาไม่น้อย เว้นเเต่พวกบางกลุ่มดูไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ เสียงเเมลงวันร้อยตัวเเล่นเข้าหูเธอ เนื้อเรื่องที่เเอบกระซิบกันส่วนใหญ่
‘รักครั้งเก่า’ผ่านพ้นไปได้ราว ๆ สามวัน ที่คุณนายหลี่จากไปไกลลับเเละมิอาจหวนคืนกลับมา หลี่เอินยังคงดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ ในบ้านสกุลเฉินฐานะภรรยาของเฉินซีฮัน น่าเเปลกสามวันมานี้เฉินซีฮันดูสนอกสนใจเธอเป็นพิเศษ จากที่ไม่่เคยเเม้จะมองหรือถามไถ่สารทุกขสุขดิบของเธอ ตอนนี้กลับห่วงใยเธอซะงั้นอย่างช่วงเช้า







