Share

6.บังเอิญพบ

last update Tanggal publikasi: 2026-02-27 23:25:33

ซือเหมยที่แกล้งเดินหาวกลับเรือนแท้จริงแล้วไม่ได้ไปไหนไกล ร่างอรชรกำลังแอบวางหูแนบชิดกับรอยแตกของไม้เพื่อฟังบทสนทนาของเหล่าบุรุษที่หน้าเรือนต่างหาก

“คุณหนู ท่านทำอะไรเจ้าคะ”

“ชู่วว…ข้ากำลังฟังพี่ประตูพูดอยู่ เจ้าอย่าเสียงดังสิ” นางแถไปเรื่อย ก่อนจะเงี่ยหูฟังความจากด้านนอกอย่างตั้งใจ

ทว่ายิ่งฟัง ใจที่เคยลิงโลดเพราะได้แกล้งคนกลับห่อเหี่ยวลงเรื่อย ๆ ‘อีตาพระเอกนี่ ถึงกับยอมรับดื้อ ๆ ว่าจะขังเราไว้งั้นเหรอ ท่านพ่อก็เห็นดีด้วยอีก ตายแน่ยัยซือหลินเอ๊ย แกแกล้งคนผิดแล้วรู้มั้ย’ หญิงสาวนึกขยาดในใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นเฉียบของพี่ชายบุญธรรมที่ประกาศชัดว่าจะจัดการนางอย่างไร  

ซือหลินรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ของพระเอกธงแดงผู้นี้ดี ในนิยายเขาคือเพชฌฆาตหน้าหยกที่ไร้ความปรานี หากนางยังขืนกระตุกหนวดเสือในช่วงที่ ‘เกราะคุ้มภัย’ อย่างท่านพ่อกับพี่รองไม่อยู่

มีหวังได้นอนเน่าอยู่ในห้องมืดจนต้องเสียสติจริงแน่ ๆ

สามวันต่อมา เมื่อเฉินอวี้โหวและหยวนซีเดินทางออกจากจวนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ซือเหมยก็เริ่มแผนการใหม่ทันที

นั่นคือ ‘ทำตัวล่องหน’

พยายามเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ไม่ออกไปเพ่นพ่าน ให้สายตาของพระเอกธงแดงต้องเคืองขุ่น ทำตัวเป็นคนเสียสติ ที่เรียบร้อยที่สุดในใต้หล้า จนกระทั่งความเบื่อหน่ายเริ่มเข้าครอบงำ ในวันที่ห้าของการเก็บตัว ซือหลินก็เริ่มทนไม่ไหว

“แอบออกไปเดินเล่นดีกว่า มาอยู่โลกนี้ก็ครึ่งเดือนแล้ว ข้างนอกเป็นยังไงก็ไม่เคยได้เห็น เราควรออกไปท่องยุทธภพสักครั้ง จะได้รู้ว่ายุคโบราณมันเป็นยังไง” นางพึมพำกับตนเอง ก่อนจะแสร้งโวยวายเพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้ พอสบโอกาสก็ปีนป่ายออกทางหน้าต่าง แล้วเดินหลบไปตามมุมสวนออกทางประตูหลังเรือนไป

“ว้าว!! บรรยากาศโลกกว้างมันเป็นอย่างนี้นี่เอง” ใบหน้างามเผยยิ้มร่าอย่างมีความสุข เมื่อเห็นว่าด้านหน้ามีลำธารสายเล็กทอดยาวไปไกลสุดตา กลิ่นดินกลิ่นน้ำช่างหอมชื่นใจนัก

แต่เมื่อเดินเลาะไปเรื่อย ๆ สัญชาตญาณความเป็นหมอของนางก็ตื่นตัวขึ้นทันทีเมื่อสายตาปะทะเข้ากับพืชใบสีเหลืองที่ขึ้นแซมก้อนหินข้างลำธาร และยังมีขึ้นตามแนวป่าที่อยู่ไม่ไกลนั่นอีก

“นั่นมัน หญ้าเหลืองที่หายากไม่ใช่เหรอ แล้วนั่นก็ต้นห้าก้านสำหรับรักษาแผล สวรรค์! ที่นี่มีสมุนไพรเต็มไปหมดเลย”

ซือหลินลืมสิ้นซึ่งมาดคุณหนูที่ตนควรรักษา ร่างอรชรรีบก้มลงถกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มนั่งลงทั้งถอนและขุด เก็บเอาสมุนไพรขึ้นมาราวกับกลัวว่าจะมีคนมาแย่งชิง มือเรียวหยิบจับพืชพรรณเหล่านั้นขึ้นมาดมและพิจารณาอย่างละเอียด

เมื่อแน่ใจว่าใช่นางก็เริ่มหาต่อไปอีก กระทั่งเดินลัดเลาะตามแนวลำธารห่างจากจวนไปเรื่อย ร่างอรชรก็ยังไม่หยุด

ในขณะที่นางกำลังง่วนอยู่กับการขุดรากบัวป่าที่ริมตลิ่ง เสียงทุ้มละมุนของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“รากบัว หากขุดลึกไม่พอจะเสียรสชาติและสรรพคุณทางยานะแม่นาง ให้ข้าช่วยเจ้าขุดดีหรือไม่”

ซือเหมยสะดุ้งสุดตัว นางรีบหันขวับกลับไปหาเสียงที่เอื้อนเอ่ยกับตนทันที ‘แย่ล่ะ ใครกันล่ะเนี่ย’ นึกในใจอย่างหวาดหวั่น แม้อีกฝ่ายจะหน้าตาดี ทว่าการพบเจอกันในป่าแบบนี้ ยังไงมันก็ไม่น่าปลอดภัย สำหรับสตรีตัวเล็ก ๆ อย่างนาง

“ไม่ต้องกลัว ข้าแค่เห็นเจ้ากำลังต้องการความช่วยเหลือ เลยคิดจะช่วยเท่านั้น ข้าเป็นหมอ ออกมาเก็บสมุนไพร”

“หมอหรือ?” นางย้อนถาม

“ใช่ ข้าเปิดโรงหมอในเมืองนามว่า ‘ไป่เหยียน’ อันที่จริงมันก็เป็นนามของข้านี่แหละ” ชายหนุ่มเอ่ยแล้วก็ยิ้มอาย

นำพาซือหลินถึงกับเผลอยิ้มตามท่าทางใสซื่อของเขา ซึ่งมันดูน่ารักมาก นางจึงเริ่มมองสำรวจการแต่งกายที่ดูสะอาดตาของเขา ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดและดูอ่อนโยนดุจลมวสันต์ ในมือของเขามีตะกร้าสานที่บรรจุสมุนไพรไว้หลายชนิด บ่งบอกให้รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นไม่ได้โป้ปดแม้แต่คำเดียว

“ท่านก็มาเก็บสมุนไพรหรือ บังเอิญจังเลยนะ” หญิงสาวเอ่ยพลางแอบซ่อนมือที่เปื้อนดินไว้ทางด้านหลัง

ชายหนุ่มยิ้มละไม ซึ่งรอยยิ้มของเขาช่างต่างจากพี่ชายบุญธรรมของนางราวฟ้ากับเหว “ปกติข้าก็ไม่ค่อยได้มาทางนี้หรอก เพียงแต่วันนี้เดินทางผ่านมา เลยแวะเข้ามาดูเสียหน่อย นึกไม่ถึงว่าจะมีคนมาเก็บสมุนไพรก่อนเสียได้ ซ้ำยังคัดเลือกสมุนไพรได้อย่างแม่นยำอีก ข้าจึงอดไม่ได้ที่จะทักทายเผื่อจะได้ความรู้เพิ่มอีก หวังว่าข้าคงจะไม่ได้รบกวนแม่นางกระมัง” เขากล่าวอย่างเกรงใจ

“ไม่ ๆ” มือที่เปื้อนเปรอะ เผลอยกขึ้นมาโบกเร็วไว เมื่อรู้ตัวว่าทำเรื่องน่าอายนางก็รีบเอ่ย “อ๊ะ! เอ่อ…ขออภัยเจ้าค่ะ พอดีข้ามาแบบไม่ได้เตรียมการณ์ เลยต้องใช้มือขุดเอา” นางยิ้มแห้งใส่เขา

“ข้ามี ประเดี๋ยวข้าขุดให้นะ” ชายหนุ่มรีบอาสา  

ซือหลินที่อยากมีเพื่อนคุยแบบไม่ต้องสวมบทคนเสียสติ จึงขยับถอยให้เขาทำตามที่ต้องการตามประสาคนอยากเปิดโลก

ซึ่งมันเป็นโอกาสดีที่นางจะได้ถามถึงดินแดนของนิยายที่ตนไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกมาสัมผัสอย่างผู้คนอื่นนัก

และเพียงไม่กี่อึดใจ บทสนทนาเรื่องตำรับยาและเรื่องราวนอกกำแพงจวนก็เริ่มต้นขึ้นอย่างออกรส

ซือหลินเผลอปล่อยตัวปล่อยใจพูดคุยเรื่องทักษะการแพทย์อย่างที่ตนถนัด ทั้งเรื่องการห้ามเลือด การล้างแผล ไปจนถึงการใช้พืชแก้พิษไข้ ชายตรงหน้าฟังอย่างชื่นชมระคนแปลกใจ

“ความรู้ของแม่นางช่างล้ำลึกนัก ข้าเป็นหมอมานาน ยังมีความรู้ไม่เท่าเจ้าที่เป็นเพียงสตรีที่ดูเหมือนจะยังไม่ออกเรือนเลย”

ซือหลินเริ่มรู้ว่าตนเองนั้น ‘หลุด’ มาดคนเสียสติ ซ้ำนางยังพูดจาเป็นหลักการเกินไป นางจึงแสร้งหัวเราะอย่างแห้ง ๆ

“แหะ ๆ ข้าก็แค่แอบอ่านตำราในเรือนนายท่านบ่อย ทั้งยังฟังคนเล่าต่อ ๆ กันมาเจ้าค่ะ ข้าเป็นสาวใช้ในจวนแถบนี้แหละ ทว่าสนใจเรื่องยาสมุนไพรมาตั้งแต่เด็ก เลยเจาะจงเรียนรู้เรื่องนี้มาก เผื่อว่าวันหน้าอาจจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้คนเจ้าค่ะ”

ชายหนุ่มมองใบหน้าที่งดงามเกินกว่าจะเป็นสาวใช้ และผิวพรรณที่ละเอียดนวลลออใต้คราบดินนั้นด้วยรอยยิ้มรู้ทัน

ทว่าเขากลับไม่โต้แย้งหรือเปิดโปงคำลวงของนางให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกลำบาก “เช่นนั้นหรือ ช่างเป็นสาวใช้ที่ใฝ่รู้ยิ่งนัก”

ซือหลินยิ้มแห้งอีกหน ทว่ารอยยิ้มที่นางใช้กลบเกลื่อน มันกลับตราตรึงในใจคนมอง จนเผลอจ้องนานเกินไป

“เอ่อ…ข้าต้องกลับแล้วเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวพ่อบ้านจะดุเอา”

“ข้า ไป่เหยียนหวังว่าวันหน้าเราคงมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้กันอีกนะ” ชายหนุ่มรีบเอ่ยก่อนที่นางจะเดินหนี

“เจ้าค่ะ ข้าไปก่อนนะ” ซือหลินรีบคว้าห่อสมุนไพรแล้วสาวเท้าเดินออกมา โดยไม่ยอมบอกกล่าวนามของตนกับเขา

ไป่อวี้ยืนมองตามร่างนั้นไปพร้อมกับเผยยิ้มบาง นัยน์ตาฉายแววใคร่รู้ “สาวใช้จวนท่านโหวที่มีความรู้แพทย์กระนั้นหรือ เรื่องเช่นนี้มันมีที่ไหนกัน นางเป็นใครกันนะ ภายหน้าจะมีโอกาสพบกันอีกหรือไม่” เขากล่าวและยังคงมองตามร่างอรชรที่เดินห่างออกไปทุกที ซึ่งเส้นทางที่นางก้าวเดินไป ผู้คนส่วนมากมักไม่กล้าย่างกลาย เพราะพื้นที่เบื้องหน้าล้วนแต่เป็นอาณาเขตของสกุลเฉิน

“นางอยู่ที่จวนเฉินอวี้โหวสินะ” เขาพึมพำ ก่อนจะหันขวับไปหาเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินตรงมาอย่างเงียบเชียบ ถึงกระนั้นเขาก็ยังได้ยิน เพราะไป่อวี้ นับว่าเป็นคนมีวิชายุทธที่ล้ำเลิศคนหนึ่ง

“ซื่อจื่อ นางเป็นใครหรือขอรับ ข้าน้อยไม่เคยเห็นหน้าเลย”

คนสนิทนามว่าฟู่เฉิง เอ่ยพลางทอดสายตาไปยังร่างเล็กที่หายไปตามแนวป่า ก่อนจะรับเอาตระกร้าจากผู้เป็นนายมาถือ

“คนของจวนเฉินอวี้โหว นางบอกว่าตนเป็นสาวใช้”

“สาวใช้! สาวใช้ที่ใดจะงดงามราวกับเทพธิดาลงมาจุติเช่นนี้ขอรับ ข้าน้อยว่านางอาจจะเป็นบุตรสาวบ้านอื่นที่เดินพลัดหลงมาแถบนี้ก็ได้นะขอรับ นางต้องไม่ใช่สาวใช้แน่”

“หึ…แล้วเหตุใดเจ้าไม่คิดว่านางอาจจะเป็นบุตรสาวของเฉินอวี้โหวเล่า” ไป่อวี้เอ่ยพลางเดินนำไปที่ม้าซึ่งอยู่อีกฝั่งของป่า

“ก็เพราะบุตรสาวของเฉินอวี้โหวแต่งงานออกเรือนไปแล้วน่ะสิขอรับ ที่เหลืออยู่ก็มีแค่คุณหนูสี่ที่สติไม่ดี นางเป็นบ้ามาตั้งแต่ห้าขวบ ชอบเก็บตัว ทำลายข้าวของยามไม่ได้ดั่งใจ บางคราทำร้ายคนก็มีนะขอรับ ที่สำคัญไม่น่าจะงามเช่นนี้แน่” คนสนิทเอ่ยบอกตามที่เขาเคยสืบเกี่ยวกับครอบครัวนี้มา

ไป่อวี้ขมวดคิ้วทันที “จริงหรือ?”

“จริงขอรับ สตรีผู้นี้ไม่มีทางเป็นคุณหนูจวนเฉินแน่ หรือนางจะเป็นคนใช้อย่างที่ว่าจริง ๆ บิดามารดานางอาจจะหน้าตาดี บุตรเลยได้อานิสงส์เกิดมางามอย่างกับเทพธิดาเช่นนี้”

“ก็อาจจะเป็นไปได้ เอาไว้วันพรุ่งข้าจะถามนางให้รู้ความ”

“ซื่อจื่อจะมาอีกหรือขอรับ”

“มาสิ ข้าอยากมาเจอนางอีก” ไป่เหยียนเอ่ยก่อนจะยิ้มอ่อน เมื่อนึกถึงใบหน้างามที่กล่าววาจากับเขาราวกับคบหากันมานาน ท่าทีนางไม่มีเขอะเขิน กลับพูดจาฉะฉานทั้งยังมีความรู้มากอีก

สตรีเช่นนี้ต่อให้ค้นหาทั้งแผ่นดิน ก็ใช่ว่าจะได้พบ เมื่อพบแล้ว ไฉนเลยเขาจะต้องปล่อยผ่านให้หลุดมือไปด้วยเล่า

หากนางเป็นสาวใช้อย่างที่ว่าจริง ก็นับว่าง่ายแล้วที่เขาจะหลอกล่อให้นางมาอยู่ด้วย เพราะคนชั้นล่างเหล่านี้ ล้วนแต่มีความทะเยอทะยาน ใฝ่สูงอย่างสุขสบายกันทั้งนั้น

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    39. ตอนพิเศษ... 4

    ชิงชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาทั้งวันยังไม่จางหาย “ถึงมิใช่คุณหนูผู้นี้ วันหน้าท่านก็ต้องแต่งกับสตรีที่คู่ควรอยู่ดี... ฉะนั้นท่านอย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับแม่ค้าเช่นข้าเลย หากครอบครัวท่านรู้ ท่านอาจถูกลงโทษเอาก็ได้” หยวนซีเผยยิ้มกับความห่วงใยที่นางมีให้เขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า “ใครที่ไหนจะกล้าลงโทษข้า อีกอย่าง… จะให้ข้าเลิกยุ่งกับเจ้าไม่มีทางเสียหรอก” หยวนซีคลายอ้อมแขนออก ก่อนจะจับไหล่นางให้หมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากัน มือหนาทั้งสองข้างกุมไหล่บางไว้มั่นราวกับกลัวนางจะหนี สายตาคมกริบที่เคยอ้างว่าตรวจงานราชการ บัดนี้กลับส่องประกายความจริงใจไม่ปิดบัง “ที่ข้าหายหน้าไปสามวัน เพราะข้าต้องเตรียมการต้อนรับญาติผู้ใหญ่ที่เดินทางมาเยี่ยม และคิดหาจังหวะพูดคุยกับท่านพ่อเรื่องที่ข้า... เอ่อ… มีสตรีที่พึงใจแล้ว” เขาเว้นจังหวะพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร มาจากไหน หรือมีสมบัติเท่าใด เพราะสำหรับข้าแล้ว เจ้าคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของข้า รอยยิ้มของเจ้า ข้าอยากเห็นมันทุกวัน ตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน” ชิงชิงเงย

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    38. ตอนพิเศษ...3

    ยามบ่าย… เมื่อแดดเริ่มอ่อนลง ทั้งสี่รวมถึงผู้ติดตามก็มานั่งล้อมวงกันที่ชานเรือนริมน้ำ หยวนซีรับหน้าที่ผ่าแตงโมเพราะเป็นงานง่าย และน่าจะทำได้ดีกว่าการตรวจดูว่าผลไหนสุกแล้ว เขาใช้มีดสั้นผ่าแตงโมที่แช่น้ำจนเย็นจัดออกเป็นชิ้น ๆ เนื้อสีแดงสดส่งกลิ่นหอมหวานทำเอาเจ้าแฝดถึงกับน้ำลายสอ “ข้าเอาชิ้นนี้” หลินหลินเอ่ยขึ้น ก่อนจะรับแตงโมชิ้นใหญ่มาถืออย่างมีความสุข “อืม… หวานมากเลยเจ้าค่ะพี่สาว” “ชอบก็กินเยอะ ๆ ถือว่าข้ามอบให้เป็นค่าตอบแทนที่พวกเจ้ามาช่วยงานก็แล้วกัน” ชิงชิงเอ่ยบอกพลางลูบศีรษะเด็กน้อย “ดีเลยขอรับ ข้าจะเอาไปฝากท่านแม่ด้วย” เสิ่นอวี้รีบบอก “หากเจ้าจะเอากลับจวน จะต้องจ่ายเงินนะห้ามเอาของซื้อของขายไปเปล่า ๆ รู้หรือไม่” หยวนซีสอนสั่งหลานทั้งสอง “ขอรับ / เจ้าค่ะ” เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมารับคำ ทั้งที่ปากนั้นยังเคี้ยวเนื้อแตงโม ทำให้น้ำหวานของมันไหลย้อยลงมา ชิงชิงเห็นเช่นนั้นก็หยิบผ้ามาเช็กปากให้ด้วยความเอ็นดู ภาพตรงหน้าทำเอารองเจ้าเมืองถึงกับนิ่งงัน พลางนั่งยิ้มราวกับสิ่งที่เห็นมันคือภาพครอบครัวของตน ความเรียบง่ายที่เขาโหยหา ความสงบที่เงินทองซื้อไม่ได้ และความละมุนละไมของแม่ค้าผักนางน

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    37. ตอนพิเศษ...2

    ไม่นานนักรถม้าคันใหญ่ของจวนสกุลเฉินก็เคลื่อนตัวออกจากเมือง มุ่งหน้าสู่ชายป่าที่ขนาบข้างด้วยแม่น้ำสายเล็ก ๆ ทัศนียภาพสองข้างทางเปลี่ยนจากบ้านเรือนเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี จนกระทั่งหยุดลงที่หน้ากระท่อมไม้หลังเล็กแต่สะอาดตา หลังบ้านคือภาพที่ทำให้เฉินหยวนซีถึงกับลืมพัดในมือ พื้นที่ดินสม่ำเสมอถูกจัดสรรเป็นแปลงผักอย่างเป็นระเบียบ มีพืชผักเขียวขจีและหัวไชเท้าที่ชูใบสลอนรับแดด ถัดไปไม่ไกลคือลานดินกว้างที่เต็มไปด้วยเถาแตงโมเลื้อยพันกันอย่างมีชีวิตชีวา หากมองดีดีจะเห็นลูกแตงโมกลมมนซ่อนตัวอยู่ใต้ใบกว้างรอวันสุกงอม “พี่สาว ท่านปลูกทั้งหมดนี่คนเดียวหรือขอรับ” อาเสิ่นตื่นเต้นจนรีบกระโดดลงจากรถม้า วิ่งไปชะโงกหน้าดูเจ้าลูกแตงโมลายสวยที่ถูกใบของมันปิดบังเอาไว้เห็นเพียงแค่เสี้ยวเท่านั้น “ใช่แล้ว ลำบากหน่อยแต่ก็ภูมิใจ โชคดีที่เมืองนี้ดินดีปลูกสิ่งใดก็งอกงาม” ชิงชิงยิ้มบางพลางเดินนำไปยังสวน “เชิญท่านรองเจ้าเมืองตามสบายนะเจ้าคะ หากเดินชมจนเหนื่อย ที่หน้ากระท่อมมีน้ำเย็น ๆ จากบ่อน้ำหลังบ้าน ชาดีดีที่ท่านเคยดื่มไม่มีนะเจ้าคะ ข้าจนไม่มีเงินซื้อเจ้าค่ะ” ชิงชิงตั้งใจบอกเช่นนั้นเพื่อเตือนให้เขารู้ว่า ความเป็นอ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    36. ตอนพิเศษ...1

    แสงแดดยามเช้าในตลาดเมืองเชียงยังคงคึกคัก ทว่าวันนี้ เฉินหยวนซี รองเจ้าเมืองหนุ่มผู้สง่างามกลับยืนนิ่งค้างดั่งถูกสาป สายตาคมกริบที่เคยใช้ตรวจงานราชการอย่างเคร่งเครียด บัดนี้กลับจับจ้องดรุณีนางหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดวางผักสด นางผู้นี้สวมใส่ชุดผ้าป่านเรียบง่าย ทว่าใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาและรอยยิ้มซื่อ ๆ ยามต่อรองราคากับชาวบ้านกลับตราตรึงใจเขายิ่งนัก “ท่านลุง ท่านยืนมองแม่นางขายผักจนน้ำลายจะหกแล้วนะเจ้าคะ ท่านลุงชอบนางหรือ” อาหลิน แฝดผู้พี่เอ่ยขึ้น “เจ้าเด็กคนนี้! พูดจาเหลวไหลใช่ที่ไหนกัน ลุงแค่กำลังตรวจตราดูว่า ผักที่พวกเขาเอามาขาย สดใหม่ตามความต้องการของชาวเมืองหรือไม่ก็เท่านั้นเอง” หยวนซีรีบเก็บอาการ พลางสะบัดพัดในมือรัวเร็ว ราวกับอากาศวันนี้ร้อนนักหนา “แล้วเหตุใดท่านลุงไม่ตรวจร้านอื่นบ้างขอรับ หลานเห็นยืนมองแม่นางร้านนี้นานแล้วนะ ไม่เห็นจะตรวจอะไรเลย” อาเสิ่นเอ่ย แล้วหันมากินถังหูลู่ในมือตนพลางมองผู้เป็นลุงไปด้วย “เจ้าสองคนเป็นเด็กจะไปรู้อะไร วิธีตรวจก็คือการดูว่าลูกค้าที่มาซื้อนั้น จะกล่าวเช่นใดต่างหาก” หยวนซีกล่าวแถไปเรื่อย “แล้วเหตุใดเราไม่ซื้อผักไปปรุงเองเลยล่ะเจ้าคะ” หลิ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    35.ตอนจบของเรื่อง

    สามเดือนต่อมา แม่ทัพผู้น่าเกรงขาม กลับมีอาการประหลาดที่ทำเอาคนสนิทอย่างจางหูและจางลั่วถึงกับต้องลอบยิ้มขำกันวันละหลายหน “อึก... แหวะ!” เสียงโอ้กอ้ากดังออกมาจากเรือนตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดนั่งลงอย่างคนหมดแรง “ท่านพี่ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ไยถึงได้อาเจียนหนักเช่นนี้” ซือเหมยใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อให้ผู้เป็นสามี ที่อ่อนละทวยจนแทบไม่มีแรง ซึ่งเขาเป็นเช่นนี้มาสองวันแล้ว หรงอวี้เงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยดวงตาปรือปรอย “เหมยเหมย ไม่รู้ข้าเป็นอันใด เพียงแค่ได้กลิ่นน้ำแกงปลาที่เสี่ยวจูยกมา มันก็เหม็นจนต้อง อึก... แหวะ!” หรงอวี้โก่งคออีกหน ซือเหมยขมวดคิ้วในคราแรก ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงหลุดขำออกมาเบา ๆ “ท่านพี่เจ้าคะ ข้าว่าท่านคงจะแพ้ท้องแทนข้าแล้วกระมัง ดูเอาเถิด ข้าที่เป็นคนท้องกลับกินอิ่มนอนหลับ ทว่าท่านพี่กลับเหม็นไปเสียทุกอย่างเช่นนี้ ข้าว่าคงไม่ผิดแน่เจ้าค่ะ” “แพ้ท้องแทนเจ้าหรือ” หรงอวี้พึมพำอย่างไม่เชื่อ “ข้าเป็นบุรุษ จะแพ้ท้องได้อย่างไรกัน น้องหญิงเจ้าเข้าใจผิดแล้วกระมัง” “ไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ โบราณว่าหากบุรุษใดรักภรรยามาก มักจะแพ้ท้องแทนนาง เอ๋… หรือท่านพี่รักข้าไม่มากเจ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    34. รักหวนคืน

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องที่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก หรงอวี้ลืมตาขึ้นมาพบกับใบหน้าหวานที่หลับสนิทอยู่ในอ้อมกอด ความรู้สึกหวงแหนพุ่งพล่านจนเขาไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไป เขาจัดการสวมอาภรณ์ให้ตนเอง ก่อนจะหันมาปรนนิบัติสวมชุดให้ซือเหมยที่ยังงัวเงียอย่างทะนุถนอม แล้วจูงมือนางเดินลิ่วไปยังเรือนใหญ่ของตระกูลเฉิน บ่าวไพร่ที่ตื่นขึ้นมาทำงานกันตั้งแต่เช้า ทอดสายตาตามร่างสูงสง่าของแม่ทัพใหญ่ผู้น่าเกรงขามที่กำลังจูงมือน้องสาวต่างสายเลือดเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาเฉินอวี้โหวที่นั่งจิบน้ำชายามเช้าอยู่ภายในศาลากลางสวนและมีหยวนซีนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน หรงอวี้คุกเข่าลงต่อหน้าพ่อบุญธรรมพลางประสานมืออย่างหนักแน่น “ท่านพ่อ ข้าต้องการฤกษ์แต่งงานที่เร็วที่สุดขอรับ” “อะไรกัน น้องยอมแต่งกับเจ้าแล้วหรือ” ท่านโหวแสร้งเอ่ย ทั้งที่เห็นแล้วว่าบุตรสาวตนมีใบหน้าแดงก่ำเพียงใด “หากไม่ยอมก็เกรงจะตั้งครรภ์ก่อนแต่งนะขอรับท่านพ่อ” เฉินอวี้โหวเลิกคิ้วมองบุตรสาวที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะหัวเราะร่าออกมา “เจ้าสองคนนี่ ใจร้อนกันเสียจริงนะ แต่เอาเถิด ในเมื่อพวกเจ้าใจตรงกัน พ่อจะจัดการให้เร็วที่สุด” “ขอบคุณขอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status