Share

6.บังเอิญพบ

last update Last Updated: 2026-02-27 23:25:33

ซือเหมยที่แกล้งเดินหาวกลับเรือนแท้จริงแล้วไม่ได้ไปไหนไกล ร่างอรชรกำลังแอบวางหูแนบชิดกับรอยแตกของไม้เพื่อฟังบทสนทนาของเหล่าบุรุษที่หน้าเรือนต่างหาก

“คุณหนู ท่านทำอะไรเจ้าคะ”

“ชู่วว…ข้ากำลังฟังพี่ประตูพูดอยู่ เจ้าอย่าเสียงดังสิ” นางแถไปเรื่อย ก่อนจะเงี่ยหูฟังความจากด้านนอกอย่างตั้งใจ

ทว่ายิ่งฟัง ใจที่เคยลิงโลดเพราะได้แกล้งคนกลับห่อเหี่ยวลงเรื่อย ๆ ‘อีตาพระเอกนี่ ถึงกับยอมรับดื้อ ๆ ว่าจะขังเราไว้งั้นเหรอ ท่านพ่อก็เห็นดีด้วยอีก ตายแน่ยัยซือหลินเอ๊ย แกแกล้งคนผิดแล้วรู้มั้ย’ หญิงสาวนึกขยาดในใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นเฉียบของพี่ชายบุญธรรมที่ประกาศชัดว่าจะจัดการนางอย่างไร  

ซือหลินรู้ซึ้งถึงกิตติศัพท์ของพระเอกธงแดงผู้นี้ดี ในนิยายเขาคือเพชฌฆาตหน้าหยกที่ไร้ความปรานี หากนางยังขืนกระตุกหนวดเสือในช่วงที่ ‘เกราะคุ้มภัย’ อย่างท่านพ่อกับพี่รองไม่อยู่

มีหวังได้นอนเน่าอยู่ในห้องมืดจนต้องเสียสติจริงแน่ ๆ

สามวันต่อมา เมื่อเฉินอวี้โหวและหยวนซีเดินทางออกจากจวนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง ซือเหมยก็เริ่มแผนการใหม่ทันที

นั่นคือ ‘ทำตัวล่องหน’

พยายามเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ไม่ออกไปเพ่นพ่าน ให้สายตาของพระเอกธงแดงต้องเคืองขุ่น ทำตัวเป็นคนเสียสติ ที่เรียบร้อยที่สุดในใต้หล้า จนกระทั่งความเบื่อหน่ายเริ่มเข้าครอบงำ ในวันที่ห้าของการเก็บตัว ซือหลินก็เริ่มทนไม่ไหว

“แอบออกไปเดินเล่นดีกว่า มาอยู่โลกนี้ก็ครึ่งเดือนแล้ว ข้างนอกเป็นยังไงก็ไม่เคยได้เห็น เราควรออกไปท่องยุทธภพสักครั้ง จะได้รู้ว่ายุคโบราณมันเป็นยังไง” นางพึมพำกับตนเอง ก่อนจะแสร้งโวยวายเพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้ พอสบโอกาสก็ปีนป่ายออกทางหน้าต่าง แล้วเดินหลบไปตามมุมสวนออกทางประตูหลังเรือนไป

“ว้าว!! บรรยากาศโลกกว้างมันเป็นอย่างนี้นี่เอง” ใบหน้างามเผยยิ้มร่าอย่างมีความสุข เมื่อเห็นว่าด้านหน้ามีลำธารสายเล็กทอดยาวไปไกลสุดตา กลิ่นดินกลิ่นน้ำช่างหอมชื่นใจนัก

แต่เมื่อเดินเลาะไปเรื่อย ๆ สัญชาตญาณความเป็นหมอของนางก็ตื่นตัวขึ้นทันทีเมื่อสายตาปะทะเข้ากับพืชใบสีเหลืองที่ขึ้นแซมก้อนหินข้างลำธาร และยังมีขึ้นตามแนวป่าที่อยู่ไม่ไกลนั่นอีก

“นั่นมัน หญ้าเหลืองที่หายากไม่ใช่เหรอ แล้วนั่นก็ต้นห้าก้านสำหรับรักษาแผล สวรรค์! ที่นี่มีสมุนไพรเต็มไปหมดเลย”

ซือหลินลืมสิ้นซึ่งมาดคุณหนูที่ตนควรรักษา ร่างอรชรรีบก้มลงถกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มนั่งลงทั้งถอนและขุด เก็บเอาสมุนไพรขึ้นมาราวกับกลัวว่าจะมีคนมาแย่งชิง มือเรียวหยิบจับพืชพรรณเหล่านั้นขึ้นมาดมและพิจารณาอย่างละเอียด

เมื่อแน่ใจว่าใช่นางก็เริ่มหาต่อไปอีก กระทั่งเดินลัดเลาะตามแนวลำธารห่างจากจวนไปเรื่อย ร่างอรชรก็ยังไม่หยุด

ในขณะที่นางกำลังง่วนอยู่กับการขุดรากบัวป่าที่ริมตลิ่ง เสียงทุ้มละมุนของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“รากบัว หากขุดลึกไม่พอจะเสียรสชาติและสรรพคุณทางยานะแม่นาง ให้ข้าช่วยเจ้าขุดดีหรือไม่”

ซือเหมยสะดุ้งสุดตัว นางรีบหันขวับกลับไปหาเสียงที่เอื้อนเอ่ยกับตนทันที ‘แย่ล่ะ ใครกันล่ะเนี่ย’ นึกในใจอย่างหวาดหวั่น แม้อีกฝ่ายจะหน้าตาดี ทว่าการพบเจอกันในป่าแบบนี้ ยังไงมันก็ไม่น่าปลอดภัย สำหรับสตรีตัวเล็ก ๆ อย่างนาง

“ไม่ต้องกลัว ข้าแค่เห็นเจ้ากำลังต้องการความช่วยเหลือ เลยคิดจะช่วยเท่านั้น ข้าเป็นหมอ ออกมาเก็บสมุนไพร”

“หมอหรือ?” นางย้อนถาม

“ใช่ ข้าเปิดโรงหมอในเมืองนามว่า ‘ไป่เหยียน’ อันที่จริงมันก็เป็นนามของข้านี่แหละ” ชายหนุ่มเอ่ยแล้วก็ยิ้มอาย

นำพาซือหลินถึงกับเผลอยิ้มตามท่าทางใสซื่อของเขา ซึ่งมันดูน่ารักมาก นางจึงเริ่มมองสำรวจการแต่งกายที่ดูสะอาดตาของเขา ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดและดูอ่อนโยนดุจลมวสันต์ ในมือของเขามีตะกร้าสานที่บรรจุสมุนไพรไว้หลายชนิด บ่งบอกให้รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นไม่ได้โป้ปดแม้แต่คำเดียว

“ท่านก็มาเก็บสมุนไพรหรือ บังเอิญจังเลยนะ” หญิงสาวเอ่ยพลางแอบซ่อนมือที่เปื้อนดินไว้ทางด้านหลัง

ชายหนุ่มยิ้มละไม ซึ่งรอยยิ้มของเขาช่างต่างจากพี่ชายบุญธรรมของนางราวฟ้ากับเหว “ปกติข้าก็ไม่ค่อยได้มาทางนี้หรอก เพียงแต่วันนี้เดินทางผ่านมา เลยแวะเข้ามาดูเสียหน่อย นึกไม่ถึงว่าจะมีคนมาเก็บสมุนไพรก่อนเสียได้ ซ้ำยังคัดเลือกสมุนไพรได้อย่างแม่นยำอีก ข้าจึงอดไม่ได้ที่จะทักทายเผื่อจะได้ความรู้เพิ่มอีก หวังว่าข้าคงจะไม่ได้รบกวนแม่นางกระมัง” เขากล่าวอย่างเกรงใจ

“ไม่ ๆ” มือที่เปื้อนเปรอะ เผลอยกขึ้นมาโบกเร็วไว เมื่อรู้ตัวว่าทำเรื่องน่าอายนางก็รีบเอ่ย “อ๊ะ! เอ่อ…ขออภัยเจ้าค่ะ พอดีข้ามาแบบไม่ได้เตรียมการณ์ เลยต้องใช้มือขุดเอา” นางยิ้มแห้งใส่เขา

“ข้ามี ประเดี๋ยวข้าขุดให้นะ” ชายหนุ่มรีบอาสา  

ซือหลินที่อยากมีเพื่อนคุยแบบไม่ต้องสวมบทคนเสียสติ จึงขยับถอยให้เขาทำตามที่ต้องการตามประสาคนอยากเปิดโลก

ซึ่งมันเป็นโอกาสดีที่นางจะได้ถามถึงดินแดนของนิยายที่ตนไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกมาสัมผัสอย่างผู้คนอื่นนัก

และเพียงไม่กี่อึดใจ บทสนทนาเรื่องตำรับยาและเรื่องราวนอกกำแพงจวนก็เริ่มต้นขึ้นอย่างออกรส

ซือหลินเผลอปล่อยตัวปล่อยใจพูดคุยเรื่องทักษะการแพทย์อย่างที่ตนถนัด ทั้งเรื่องการห้ามเลือด การล้างแผล ไปจนถึงการใช้พืชแก้พิษไข้ ชายตรงหน้าฟังอย่างชื่นชมระคนแปลกใจ

“ความรู้ของแม่นางช่างล้ำลึกนัก ข้าเป็นหมอมานาน ยังมีความรู้ไม่เท่าเจ้าที่เป็นเพียงสตรีที่ดูเหมือนจะยังไม่ออกเรือนเลย”

ซือหลินเริ่มรู้ว่าตนเองนั้น ‘หลุด’ มาดคนเสียสติ ซ้ำนางยังพูดจาเป็นหลักการเกินไป นางจึงแสร้งหัวเราะอย่างแห้ง ๆ

“แหะ ๆ ข้าก็แค่แอบอ่านตำราในเรือนนายท่านบ่อย ทั้งยังฟังคนเล่าต่อ ๆ กันมาเจ้าค่ะ ข้าเป็นสาวใช้ในจวนแถบนี้แหละ ทว่าสนใจเรื่องยาสมุนไพรมาตั้งแต่เด็ก เลยเจาะจงเรียนรู้เรื่องนี้มาก เผื่อว่าวันหน้าอาจจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้คนเจ้าค่ะ”

ชายหนุ่มมองใบหน้าที่งดงามเกินกว่าจะเป็นสาวใช้ และผิวพรรณที่ละเอียดนวลลออใต้คราบดินนั้นด้วยรอยยิ้มรู้ทัน

ทว่าเขากลับไม่โต้แย้งหรือเปิดโปงคำลวงของนางให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกลำบาก “เช่นนั้นหรือ ช่างเป็นสาวใช้ที่ใฝ่รู้ยิ่งนัก”

ซือหลินยิ้มแห้งอีกหน ทว่ารอยยิ้มที่นางใช้กลบเกลื่อน มันกลับตราตรึงในใจคนมอง จนเผลอจ้องนานเกินไป

“เอ่อ…ข้าต้องกลับแล้วเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวพ่อบ้านจะดุเอา”

“ข้า ไป่เหยียนหวังว่าวันหน้าเราคงมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้กันอีกนะ” ชายหนุ่มรีบเอ่ยก่อนที่นางจะเดินหนี

“เจ้าค่ะ ข้าไปก่อนนะ” ซือหลินรีบคว้าห่อสมุนไพรแล้วสาวเท้าเดินออกมา โดยไม่ยอมบอกกล่าวนามของตนกับเขา

ไป่อวี้ยืนมองตามร่างนั้นไปพร้อมกับเผยยิ้มบาง นัยน์ตาฉายแววใคร่รู้ “สาวใช้จวนท่านโหวที่มีความรู้แพทย์กระนั้นหรือ เรื่องเช่นนี้มันมีที่ไหนกัน นางเป็นใครกันนะ ภายหน้าจะมีโอกาสพบกันอีกหรือไม่” เขากล่าวและยังคงมองตามร่างอรชรที่เดินห่างออกไปทุกที ซึ่งเส้นทางที่นางก้าวเดินไป ผู้คนส่วนมากมักไม่กล้าย่างกลาย เพราะพื้นที่เบื้องหน้าล้วนแต่เป็นอาณาเขตของสกุลเฉิน

“นางอยู่ที่จวนเฉินอวี้โหวสินะ” เขาพึมพำ ก่อนจะหันขวับไปหาเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินตรงมาอย่างเงียบเชียบ ถึงกระนั้นเขาก็ยังได้ยิน เพราะไป่อวี้ นับว่าเป็นคนมีวิชายุทธที่ล้ำเลิศคนหนึ่ง

“ซื่อจื่อ นางเป็นใครหรือขอรับ ข้าน้อยไม่เคยเห็นหน้าเลย”

คนสนิทนามว่าฟู่เฉิง เอ่ยพลางทอดสายตาไปยังร่างเล็กที่หายไปตามแนวป่า ก่อนจะรับเอาตระกร้าจากผู้เป็นนายมาถือ

“คนของจวนเฉินอวี้โหว นางบอกว่าตนเป็นสาวใช้”

“สาวใช้! สาวใช้ที่ใดจะงดงามราวกับเทพธิดาลงมาจุติเช่นนี้ขอรับ ข้าน้อยว่านางอาจจะเป็นบุตรสาวบ้านอื่นที่เดินพลัดหลงมาแถบนี้ก็ได้นะขอรับ นางต้องไม่ใช่สาวใช้แน่”

“หึ…แล้วเหตุใดเจ้าไม่คิดว่านางอาจจะเป็นบุตรสาวของเฉินอวี้โหวเล่า” ไป่อวี้เอ่ยพลางเดินนำไปที่ม้าซึ่งอยู่อีกฝั่งของป่า

“ก็เพราะบุตรสาวของเฉินอวี้โหวแต่งงานออกเรือนไปแล้วน่ะสิขอรับ ที่เหลืออยู่ก็มีแค่คุณหนูสี่ที่สติไม่ดี นางเป็นบ้ามาตั้งแต่ห้าขวบ ชอบเก็บตัว ทำลายข้าวของยามไม่ได้ดั่งใจ บางคราทำร้ายคนก็มีนะขอรับ ที่สำคัญไม่น่าจะงามเช่นนี้แน่” คนสนิทเอ่ยบอกตามที่เขาเคยสืบเกี่ยวกับครอบครัวนี้มา

ไป่อวี้ขมวดคิ้วทันที “จริงหรือ?”

“จริงขอรับ สตรีผู้นี้ไม่มีทางเป็นคุณหนูจวนเฉินแน่ หรือนางจะเป็นคนใช้อย่างที่ว่าจริง ๆ บิดามารดานางอาจจะหน้าตาดี บุตรเลยได้อานิสงส์เกิดมางามอย่างกับเทพธิดาเช่นนี้”

“ก็อาจจะเป็นไปได้ เอาไว้วันพรุ่งข้าจะถามนางให้รู้ความ”

“ซื่อจื่อจะมาอีกหรือขอรับ”

“มาสิ ข้าอยากมาเจอนางอีก” ไป่เหยียนเอ่ยก่อนจะยิ้มอ่อน เมื่อนึกถึงใบหน้างามที่กล่าววาจากับเขาราวกับคบหากันมานาน ท่าทีนางไม่มีเขอะเขิน กลับพูดจาฉะฉานทั้งยังมีความรู้มากอีก

สตรีเช่นนี้ต่อให้ค้นหาทั้งแผ่นดิน ก็ใช่ว่าจะได้พบ เมื่อพบแล้ว ไฉนเลยเขาจะต้องปล่อยผ่านให้หลุดมือไปด้วยเล่า

หากนางเป็นสาวใช้อย่างที่ว่าจริง ก็นับว่าง่ายแล้วที่เขาจะหลอกล่อให้นางมาอยู่ด้วย เพราะคนชั้นล่างเหล่านี้ ล้วนแต่มีความทะเยอทะยาน ใฝ่สูงอย่างสุขสบายกันทั้งนั้น

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    14. ข่าวดี

    ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะสัมผัสลงมา เสียงทุ้มร่าเริงที่คุ้นหูก็ดังแว่วมาจากทางพุ่มไม้ไกล ๆ “เหมยเหมย! พี่รองกลับมาแล้ว เจ้าอยู่แถวนี้ใช่หรือไม่”เสียงของเฉินหยวนซีพี่ชายผู้แสนดีดังแทรกความเงียบ ทำให้หรงอวี้ชะงักงันราวกับถูกน้ำเย็นจัดราดรดลงศีรษะทำให้เขาได้สติในทันที เขารีบผละมือออกจากท้ายทอยของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าน้องสาวและคลายอ้อมกอดออกอย่างรวดเร็ว ใช่ว่าเขาจะกลัว ทว่าหากเรื่องที่เขาทำแตกขึ้นมาในยามนี้ ภายหน้าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนตัวเล็ก รวมถึงบิดาบุญธรรมและพี่น้องคนอื่น อาจทำให้มองหน้ากันไม่ติดก็เป็นได้ ด้านซือเหมยเมื่อได้โอกาสนางก็รีบก้าวถอยห่างออกมา พลางจัดแจงอาภรณ์ที่ยับย่นด้วยมือที่สั่นเทา นางมองหรงอวี้ด้วยแววตาตัดพ้อและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะรีบหันไปขานรับพี่ชายที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองหลวง “พี่รอง! ข้าอยู่ทางนี้เจ้าค่ะ” นางตะโกนตอบพลางวิ่งถลาออกไปหาหยวนซีที่กำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง โดยไม่หันกลับไปมองบุรุษที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอีกเลย หรงอวี้ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น พลางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังคงค้างคา นัยน์ตาคมกริบมองตา

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    13. ห่วงน้องสาว

    ซือเหมยตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นตำราแพทย์โบราณ นางรีบรับมาเปิดดูด้วยความกระตือรือร้นลืมสิ้นท่าทีเหนียมอาย “นี่มัน... วิธีการห้ามเลือดด้วยการกดจุดและยังมีการฝังเข็มแบบง่าย ๆ อีก มันยอดเยี่ยมมากเลยเจ้าค่ะคุณชาย” นางเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขาจนตาแทบจะปิด ก่อนจะก้มลงเปิดตำราต่อ จากนั้นทั้งคู่ก็ยอบกายตัวลงนั่งบนโขดหินใหญ่ริมน้ำ แลกเปลี่ยนทักษะและการวิเคราะห์ตัวยาอย่างออกรส ซือเหมยเผลออธิบายเรื่องการไหลเวียนของโลหิต และการทำงานของธาตุในร่างกายตามความรู้ของหมอในโลกปัจจุบันที่ตนเคยเรียนมา โดยใช้ภาษาที่ชาวโบราณเข้าใจง่าย ไป่เหยียนก็ได้แต่นั่งฟังด้วยความทึ่ง สายตาที่เขามองนางนั้นมีแต่ความชื่นชมและลุ่มหลงในสติปัญญาของสตรีที่ควรแต่เรียนรู้เรื่องการครองเรือน ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ใช่เลย “นี่เจ้าเป็นเพียงสาวใช้จริงหรือ...” ไป่เหยียนพึมพำแผ่วเบาพลางจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจอธิบายสรรพคุณยา ทว่าซือเหมยได้ยินที่เขาพูด นางจึงชะงักเมื่อรู้ตัวว่าตนเองแสดงความรู้ที่ล้ำลึกเกินไป ‘หลุดอีกแล้ว พูดเรื่องการรักษาทีไร เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า’ หญิงสาวก่นว่าตนเองในใจ “ข้ารู้สึกว่า เจ้าช่างมีเสน่ห์ดึง

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    12. ไม่เป็นแล้วคนบ้า

    ซือหลินเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามาจนนางรู้สึกอึดอัด ในโลกก่อนนางต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวจนกระทั่งเรียนจบหมอ และหวังว่าต่อจากนั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้น และคงได้พบรักกับใครสักคน ทว่าจู่ ๆ นางกลับต้องมาติดอยู่ในบ่วงรักในโลกนิยายซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย“หากวันที่เขากลับมา เจ้าไม่เข้าไปกระตุกหนวดเสือ วันนี้เจ้าก็คงไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเช่นนี้สินะ เฮ้อ!” นางทอดถอนใจ เมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่ทำผิดพลาดครั้งที่พบกับพี่ชายบุญธรรมคราแรกก่อนจะพึมพำก่นว่าเขากับบทบาทที่อีกฝ่ายได้รับ “พระเอกธงแดงงั้นเหรอ ร้ายกับนางเอกแล้วจบด้วยความรัก เหอะ! คนที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งน้องสาวตัวเองอย่างเขาน่ะนะ จะรักใครเป็น”เอ่ยพลางยกมือขึ้นมาถูปากตนไปมา พร้อมกับพยายามบอกตนเองว่าที่คิดถึงเรื่องนี้ก็เพราะเสียดาย ‘จูบแรก’ ที่ถูกขโมยไป ไม่ใช่เพราะนางเผลอใจไปรักแม่ทัพใจร้ายผู้นั้นทว่ายิ่งพยายามปฏิเสธ ภาพที่ถูกสัมผัสด้วยแรงอารมณ์ก็ยิ่งฉายชัดในดวงตา “พอ ๆ คิดอะไรเนี่ย เรื่องระหว่างเรากับเขา มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เจียงหนิงอันทั้งดีและงามถึงเพียงนั้น ไม่แน่เขาพบเจอนางคราแรกก็อาจจะตกหลุมรั

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    11. ทวงสัญญาหมั้น

    ถ้อยคำบีบบังคับให้ยอมจำนนของใต้เท้าเจียง กลับยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้หรงอวี้มากยิ่งขึ้น เขารู้ว่าตนนั้นผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องสู่ขอมาหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เจียงหนิงอันเข้าสู่วัยปักปิ่นซึ่งอันที่จริงช่วงก่อนหน้านั้น คนสกุลเจียงก็ไม่ได้ใส่ใจในตัวเขานัก คงเห็นว่าเป็นบุตรกำพร้าที่บุพการีเสียไปหมดแล้ว จึงไม่เคยมีการถามไถ่ข่าวคราวกันเลย กระทั่งเขาได้ตำแหน่งรองแม่ทัพเมื่อสามปีก่อน และไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ จนได้เป็นมือขวาชินอ๋องอย่างเช่นทุกวันนี้ คนสกุลเจียงก็เริ่มส่งข่าวมาหาอยู่บ่อยครั้งเพราะเหตุนี้เอง เขาจึงไม่แยแสเรื่องคำสัญญาที่บิดากับใต้เท้าเจียงมีต่อกันเมื่อยี่สิบปีก่อน ช่วงที่เจียงหนิงอันยังอยู่ในครรภ์“ข้าเห็นควรว่าน่าจะรอให้ท่านพ่อบุญธรรมกลับมาก่อนจะดีกว่า อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นจวนสกุลเฉินมิใช่จวนมู่” หรงอวี้เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน นัยน์ตาคมกริบเลื่อนไปมองทางทิศไปเรือนพักของซือเหมยแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตากับใต้เท้าเจียงใต้เท้าเจียงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างคนขัดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ “การหมั้นหมายเป็นของสองตระกูล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลเฉินเลยสักนิด ต่อให้เจ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    10. คู่หมั้นท่านมาแล้ว

    คำพูดที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งถูกบดขยี้จนบวมช้ำ เปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดเข้าใส่หน้าของมู่หรงอวี้ จนสติของเขากลับคืนมา นัยน์ตาคมดุที่เคยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ค่อย ๆ วูบไหวแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนวุ่นวายที่ยากเกินจะปิดได้มิดเขามองสบกับดวงตาคู่สวยซึ่งบัดนี้มีแต่ความแน่วแน่ ไร้ซึ่งความเลื่อนลอยของคนเสียสติอย่างที่นางเคยใช้เป็นเกราะกำบัง แววตาเด็ดเดี่ยวและน้ำเสียงเรียบเฉยนั้น ตอกย้ำความจริงที่ว่าสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่คนที่จะให้เขาหยอกเย้าได้อีกต่อไปบรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของทั้งสองชัดเจน แววตาที่ทอดมองกันต่างก็เผยความสับสนในใจหรงอวี้คลายอ้อมกอดที่เคยรัดรึงออกอย่างช้า ๆ สองมือหนาที่เคยตรึงท้ายทอยนางไว้กลับตกลงข้างลำตัวอย่างคนทำอะไรไม่ถูก เขารู้สึกผิดจนต้องกลืนคำพูดที่คิดจะหยอกเย้าต่อลงคอ พลางเบือนหนีสายตาตัดพ้อที่กำลังจ้องมองตนใจแกร่งที่เคยเต้นรัวด้วยความคะนองยามได้กลั่นแกล้งนาง บัดนี้กลับถูกบีบรัดเพราะความรู้สึกผิดที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกที่อกเขารู้ดีว่าสถานะระหว่างเขากับนางนั้นเปราะบางเพียงใด แม้จะไม่ได้เกี่ยวดองกันทางสายเลือด แต่ในสายตาคนนอกและในความรับผิดชอ

  • เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง    9. หอมมาแต่จูบกลับ

    หรงอวี้ยกยิ้มมุมปากบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ดูสม่ำเสมอของคนที่อยู่บนแผ่นหลัง เขาจงใจก้าวเดินให้ช้าลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่พิงซบลงมา แม้จะรู้ดีว่าคนบนหลังเพียงแค่แสร้งหลับ เพื่อหนีสถานการณ์กระอักกระอ่วน ทว่าเขากลับรู้สึกพอใจอย่างประหลาดเมื่อได้พันธนาการนางไว้เช่นนี้นับจากวันนั้น ชีวิตของซือหลินก็ไม่เคยได้พบกับคำว่าความเป็นส่วนตัวอีกเลย เพราะไม่ว่านางจะแอบย่องไปที่ลำธารหรือจะหลบมุมอยู่หลังเรือนเพื่อไม่ให้เจอเขา ร่างสูงสง่าของพี่ชายบุญธรรมก็ยังมายืนกอดอกส่งยิ้มละไมให้เสมอ รวมถึงวันนี้ แม้นางจะไม่ออกไปข้างนอก เขาก็ยังมาตามถึงเตียงนอน“เหมยเหมย วันนี้อากาศดีนักพี่ใหญ่จะพาเจ้าไปเดินเล่นที่ป่าไผ่ หลังจวนมีนกกระรางหัวขวานมาทำรังด้วยนะ เจ้าไม่อยากไปคุยกับพวกมันหรือ พี่ใหญ่ว่าปลาตัวนั้นมันก็คงจะคิดถึงเจ้าแล้วล่ะ” หรงอวี้เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่“ไม่เอา เหมยเหมยจะนอน เมื่อคืนอี้ฟานเลื้อยมาพันขา ทำข้านอนไม่หลับเลย” นางแสร้งงัวเงียตอบพลางมุดหน้าลงกับหมอน“ไม่ได้ นอนมากไปประเดี๋ยวจะอ้วนเอานะ ไปคุยกับนกกับปลาสนุกกว่าเยอะ มาเร็ว...” เขาไม่ว่าเปล่าแต่กลับรวบตัวนางขึ้นมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status