แชร์

ความรู้สึกเริ่มก่อตัว...

ผู้เขียน: ซืออ้าย 思爱
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-26 23:35:52

ความรู้สึกเริ่มก่อตัว...

“นางบอกให้เอาเทียบยานี้ไปให้ท่าน..บอกว่านี่เป็นเทียบยารักษาของผู้ป่วยที่อยู่เรือนด้านหลัง ข้าหวังว่าท่านจะช่วยทำตามทุกตัวอักษรบนกระดาษโดยไร้ซึ่งความสงสัย” กู้ฮ่าวเทียนเอ่ยน้ำเสียงแม้ยังคงเรียบนิ่งแต่กลับหนักแน่นและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม

หมอหวังรับกระดาษที่ถูกยื่นมาดวงตาสั่นระริกเมื่อเห็นตัวยาที่เขาไม่เคยคิดว่าจะถูกจัดเรียงได้อย่างสมบูรณ์เช่นนี้ แต่ละสมุนไพรล้วนวัตถุดิบล้ำค่า ขับไอร้อน ลดไข้ ฟื้นฟูพลังชีวิตและบางตัวยังมีพิษร้ายแรงแต่ทว่าจ้าวหว่านชิงได้เขียนวิธีขจัดพิษไว้อย่างละเอียดแล้ว

“ยอดเยี่ยม…ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!” ชายชราเผลอเอ่ยเสียงสั่น “เหตุใดข้าถึงไม่รู้ว่ามีวิธีแบบนี้อยู่...แม่นางจ้าวเป็นหมอมากความสามารถจริง ๆ ”

พูดจบหมอหวังก็เดินถือใบสั่งยาออกไปจากห้องเพื่อสั่งให้ลูกศิษย์จัดเตรียมสมุนไพรตามตำรับยาเมื่อรู้ว่าเจอยาที่สามารถรักษาโรคระบาดได้ทุกคนต่างเร่งรีบทำตามราวกับกำลังไขว่คว้าชีวิตของตนเองและผู้ป่วยที่นอนรอการรักษาอยู่

กู้ฮ่าวเทียนหลังจากป้อนยาให้จ้าวหว่านชิงที่ยังคงหมดสติอยู่ ก็ลุกขึ้นก้าวตรงไปยังโรงหมอ แม้มิใช่ผู้สันทัดด้านการแพทย์แต่เขาก็มิได้ยืนมองอยู่นิ่งเฉย มือใหญ่หยิบมีดขึ้นช่วยหั่นสมุนไพรทีละกำพลางสังเกตวิธีต้มยาจากเหล่าหมอและผู้ช่วยอย่างตั้งใจ ไม่นานเขาก็สามารถทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วและคอยส่งต่อยาที่ต้มเสร็จให้ผู้ช่วยนำไปแจกจ่ายต่อ เพื่อให้ยาสำหรับผู้ป่วยจำนวนมากถูกจัดเตรียมทันในเวลาอันสั้น

ภายในเรือนรักษากลิ่นสมุนไพรฉุนแรงลอยคลุ้งไปทั่ว ยาต้มสีเข้มถูกแบ่งออกเป็นถ้วยเล็ก ๆ แล้วนำไปป้อนให้กับผู้ป่วยทีละคน แรกเริ่มยังไม่มีผู้ใดตอบสนองแต่ทุกคนก็ยังคงเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อจนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป เด็กชายที่ไข้สูงตัวร้อนจัดคนหนึ่งเริ่มหายใจคล่องขึ้นเสียงไอแห้ง ๆ แผ่วเบาลง ใบหน้าซีดขาวเริ่มกลับมามีเลือดฝาด

“สำเร็จแล้ว…ยาได้ผลจริง ๆ!” หมอหวังเอ่ยเสียงสั่นดวงตาเปียกชื้นด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ

เสียงโห่ร้องแห่งความหวังดังขึ้นทั่วเรือนรักษา แม้ยังมีอีกหลายชีวิตที่รอคอยแต่แสงสว่างแห่งการเยียวยาก็ปรากฏขึ้นแล้ว

“ขอบคุณแม่นางจ้าว!”

กู้ฮ่าวเทียนที่นั่งเฝ้าคนป่วยอยู่ข้างเตียงได้ยินเสียงผู้คนที่ดังด้านนอกก็รู้ได้ทันทีว่าตำรับยาสามารถรักษาโรคระบาดได้จริง ๆ ชายหนุ่มมองร่างของจ้าวหว่านชิงที่ยังคงสลบอยู่บนเตียงแววตาของเขาอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น

“เจ้าช่างดื้อรั้นนัก…แต่ก็เพราะความดื้อของเจ้านี่แหละที่ช่วยชีวิตผู้คนเอาไว้....”

เวลาล่วงเลยผ่านไปสองวันภายในห้องพักเงียบสงบ แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านหน้าต่างกระทบผ้าม่านโปร่งลมเย็นพัดเบา ๆ กลิ่นยาสมุนไพรหอมขมลอยคลุ้งอยู่ทั่วห้อง

บนเตียงไม้เรียบง่ายร่างบางของจ้าวหว่านชิงค่อย ๆ ขยับเปลือกตาขึ้น นางครางแผ่วเหมือนยังไม่หายเพลีย เมื่อสติกลับมาทีละน้อยภาพแรกที่ปรากฏต่อสายตาก็คือร่างสูงของกู้ฮ่าวเทียนที่นั่งพิงเก้าอี้อยู่ข้างเตียงแขนยาวกอดอกหลับตาลงราวกับอดนอนมาหลายชั่วยาม

หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ รู้สึกประหลาดใจที่เห็นบุรุษผู้นี้นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง นางเผลอยกมือบางขึ้นปรับผ้าห่มแต่เพียงการเคลื่อนไหวน้อยนิดนั้นก็ก่อให้เกิดเสียงเบา ๆ

พรึบ…

กู้ฮ่าวเทียนลืมตาขึ้นทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวทอประกายวูบหนึ่งเมื่อเห็นว่าหญิงสาวฟื้นแล้วสีหน้าเรียบนิ่งของเขาก็คลายลงเล็กน้อย

“เจ้าตื่นแล้ว…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่ว ๆ แต่เต็มไปด้วยความโล่งอก

“คุณชายกู้…ท่านนั่งเฝ้าข้าตลอดเลยหรือเจ้าคะ”

“แล้วจะให้ข้าปล่อยเจ้าที่นอนหมดสติอยู่เพียงลำพังหรือ?” เขากลับถามเสียงเรียบแต่แววตาที่มองนางกลับอ่อนโยนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ

“เจ้ารู้ทั้งรู้ว่าร่างกายตนเองไม่ไหวแต่ก็ยังฝืน...จ้าวหว่านชิงหากแม้แต่ชีวิตตนเองยังรักษาไม่ได้เจ้ายังเรียกตัวเองว่าหมอได้หรือ”

หญิงสาวเม้มปากรู้สึกผิดก่อนจะเอ่ยเบา ๆ “ข้าเพียงไม่อยากเสียเวลา...ข้าอยากรักษาเสี่ยวเหม่ยและทุกคนให้หาย...”

กู้ฮ่าวเทียนมองนางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น

“แม้ผู้ป่วยทั้งเมืองจะสำคัญ แต่ชีวิตเจ้าก็สำคัญสำหรับข้าไม่ต่างกัน รู้หรือไม่ตอนที่ข้าอุ้มเจ้ามาหาท่านหมอหวังใจข้าเป็นห่วงเจ้ามากเพียงใด”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจจ้าวหว่านชิงสะท้านวูบนางหลบสายตาเขา ขณะเดียวกันความอบอุ่นบางอย่างก็เอ่อล้นในอก

กู้ฮ่าวเทียนเอื้อมมือหยิบถ้วยยาบำรุงที่หมอหวังจัดเตรียมไว้ เขายกขึ้นจ่อริมฝีปากหญิงสาว

“ดื่มเสียแล้วพักฟื้นให้ดี…”

“หากดื่มยาหมดแล้วข้าขอออกไปดูผู้ป่วยสักครู่ได้หรือไม่...”

“จ้าวหว่านชิงหากเจ้ายังฝืนอีก...ครานี้ข้าจะมัดเจ้าติดกับเตียงจริง ๆ”

น้ำเสียงเขายังคงเรียบแต่ความเอาจริงในแววตาทำให้จ้าวหว่านชิงเผลอหัวเราะเบา ๆ นางยอมรับถ้วยยามาดื่มช้า ๆ กลิ่นขมซ่านไปทั่วลำคอเมื่อดื่มจนหมดถ้วยนางก็ยื่นคืนให้ชายหนุ่ม

กู้ฮ่าวเทียนรับถ้วยจากมือบางแล้ววางลงบนโต๊ะไม้ข้างเตียง ดวงตาคมหันกลับมามองนางไม่วางตาความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งทำให้หญิงสาวใจสั่นวูบ

“ดื่มแล้วก็พักเถิด” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว

“คุณชายกู้ตอนนี้สถานการณ์โรคระบาดเป็นอย่างไรบ้าง....ยาของข้าได้ผลหรือไม่”

“วางใจเถอะทุกคนกำลังจะหายดี...ทุกคนต่างขอบคุณเทียบยาของเจ้า”

“แล้วเสี่ยวเหม่ยเล่า...”

“นางอาการดีขึ้นแล้ว...อีกไม่นานก็จะได้กลับไปอยู่กับมารดาของนาง”

“แล้ว....”

“หว่านชิง...นอนพักได้แล้ว”

จ้าวหว่านชิงได้แต่จำใจเอนกายลงบนเตียงตามคำสั่งของบุรุษตรงหน้า นัยน์ตาคู่สวยทอดมองกู้ฮ่าวเทียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าคมสันของเขาปรากฏร่องรอยอิดโรยชัดเจน ราวกับแบกรับภาระหนักมาหลายวันไม่หยุดพัก

นี่เขา…คิดจะนั่งเฝ้าข้าต่ออีกหรือ…

“ตอนนี้ข้าฟื้นแล้ว...ท่านเองก็คงเหนื่อยมากแล้วไปนอนที่ห้องพักเถอะ”

“ไม่...ข้าจะนั่งเฝ้าจนกว่าจะวางใจว่าเจ้าหายดีแล้ว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเคร่งขรึมแต่แฝงด้วยความอ่อนโยนพลางก้มลงจัดผ้าห่มให้นางอย่างระมัดระวัง

จ้าวหว่านชิงเม้มริมฝีปากแน่นพยายามหันหน้าหนีแต่กลับยิ่งเห็นเงาสะท้อนของชายหนุ่มในแสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา หญิงสาวไม่อยากยอมรับแต่การกระทำเช่นนี้ของกู้ฮ่าวเทียนทำให้นางรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

“คุณชายกู้…ท่านไม่จำเป็นต้องลำบากถึงเพียงนี้ก็ได้ข้า....อยู่คนเดียวได้จริง ๆ เจ้าค่ะ” นางเอ่ยเสียงเบาราวกับกระซิบ

กู้ฮ่าวเทียนมองหญิงสาวนิ่งก่อนจะตอบช้า ๆ

“สำหรับเจ้า…ไม่มีสิ่งใดที่ข้าเรียกว่าลำบาก”

หัวใจของจ้าวหว่านชิงสะท้านแรง ร่างบางพลิกตัวนอนตะแคงหวังซ่อนสีหน้าที่แดงระเรื่อเพราะคำพูดตรงไปตรงมาของเขา นางแสร้งหลับตาลงเหมือนจะพักผ่อนแต่ความจริงแล้วหัวใจกลับเต้นแรงไม่ยอมสงบ

กู้ฮ่าวเทียนมองแผ่นหลังเล็กที่สั่นน้อย ๆ เขารู้ดีว่านางยังไม่หลับจึงเพียงยกยิ้มบางในเงียบ ก่อนเอื้อมมือดึงผ้าห่มให้คลุมไหล่นางมิดชิดจากนั้นเขาก็เลื่อนเก้าอี้มานั่งใกล้เตรียมเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง

สายลมพัดผ่านหน้าต่างผ้าม่านสีซีดไหวเบา ๆ ภายในห้องเงียบสงบมีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันอยู่ใกล้ ๆ อบอุ่น นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความผูกพันที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ครอบครัว END

    ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...

    จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status