เข้าสู่ระบบแหวนหยกมิติ ระดับ S
แสงแดดยามเช้าส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างจ้าวหว่านชิงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น ความเหนื่อยล้าของร่างกายหายไปจนหมดสิ้น ดวงตาคู่สวยกวาดตามองรอบห้องเมื่อไม่พบเงาร่างสูงที่บอกว่าจะนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงจนกว่าจะหายดีนางก็เผลอพึมพำเสียงเบา
“ไหนว่าจะนั่งเฝ้าข้าจนกว่าจะวางใจว่าข้าหายดีแล้วไง…”
ทันทีที่เสียงนั้นเล็ดลอดจากปากจ้าวหว่านชิงก็ชะงักไป ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกได้ว่าตนกับกู้ฮ่าวเทียนไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดการที่เขาจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร หญิงสาวเม้มปากพลางส่ายหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง
ติ้ง!
[รางวัลพิเศษ]
ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักเพื่อช่วยชีวิตผู้คน
คนดีย่อมได้รับของตอบแทน!
ต้องการรับของขวัญจากระบบหรือไม่?
[ รับของขวัญ ] [ ปฏิเสธ ]
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยแววตาเต็มไปด้วยความสงสัยแต่สุดท้ายก็กดเลือก “รับของขวัญ” หลังจากนั้นเพียงไม่นานกล่องไม้สลักลายเมฆมงคลขนาดเล็กค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนตักของนางราวกับถูกดึงออกมาจากความว่างเปล่า จ้าวหว่านชิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือเปิดฝากล่องออกช้า ๆ สิ่งที่เห็นคือแหวนหยกสีขาวนวลเนื้อใสราวกับหยดน้ำ หยกมันแพะที่เจียระไนอย่างประณีตส่งประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟ
“แหวน?” หญิงสาวพึมพำออกมาเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความงุนงง
ติ้ง!
[ แหวนหยกมิติ – ระดับ S ]
1.สามารถเก็บสิ่งของได้โดยไม่จำกัดจำนวน
2.เวลาในแหวนหยุดนิ่ง อาหารหรือยาจะไม่เน่าเสีย
เจ้าของ – จ้าวหว่านชิง
นัยน์ตาของหญิงสาวเปล่งประกายตื่นเต้น นางรีบสวมแหวนลงบนนิ้วเรียวแล้วลองทดสอบใช้งานทันที สายตาของนางเหลือบไปเห็นแจกันดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง จ้าวหว่านชิงจึงเพ่งสมาธิพลางยกมือขึ้นชี้ไปที่แจกันนั้นและเพียงเสี้ยววินาที
พรึบ!
แจกันทั้งใบหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่บนโลก ความว่างเปล่าที่เหลือไว้ทำให้จ้าวหว่านชิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงก่อนจะอุทานออกมาเบา ๆ
“หายไปจริง ๆ ด้วย..”
แต่แล้ว…..ความรู้สึกเสมือนมีสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องอยู่ทำให้จ้าวหว่านชิงหยุดชะงัก ใบหน้าสวยหันไปทางประตูในใจภาวนาขออย่าให้มีใครยืนอยู่ ทว่า...กลับพบร่างสูงของกู้ฮ่าวเทียนยืนถือถาดยามองนางด้วยสายตาอ่านยาก หัวใจของจ้าวหว่านชิงเต้นแรงราวจะหลุดออกจากอกความกังวลพลันแล่นขึ้น
หรือว่าเขาเห็นเข้าแล้ว!
“คะ...คุณชายกู้…ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือ?” หญิงสาวเอ่ยจบก็รีบฝืนยิ้มกลบเกลื่อน
กู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้ามาในห้องช้า ๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปที่โต๊ะข้างเตียง ซึ่งก่อนหน้านี้มีแจกันดอกไม้วางอยู่แต่ทว่าบัดนี้กลับว่างเปล่า
“ก็ตั้งแต่เจ้า…ทำให้แจกันดอกไม้หายไป” เขาเอ่ยเสียงทุ้มเรียบ
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้ฮ่าวเทียนใบหน้าของจ้าวหว่านชิงก็ซีดเผือด ความลับที่นางตั้งใจปกปิดดูเหมือนจะถูกเปิดเผยแล้ว หญิงสาวก้มหน้าลงความกังวลแทบจะทำให้ลมหายใจติดขัด
กู้ฮ่าวเทียนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจเบา ๆ เขาวางถาดยาลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่นุ่มนวลอย่างน่าแปลกใจ
“วางใจเถอะข้าจะไม่บอกผู้ใด…และไม่คิดซักไซ้ว่าทำไมเจ้าจึงทำเช่นนั้นได้”
จ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาตกตะลึงราวกับไม่อยากเชื่อหูตนเอง ก่อนจะเอ่ยถามย้ำน้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่เชื่อที่คนตรงหน้าพูดมากนัก
“คุณชายกู้…ท่านพูดจริงหรือ?”
กู้ฮ่าวเทียนสบตานางอย่างหนักแน่น ใบหน้าเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“ข้าไม่มีทางโกหกเจ้า หว่านชิง…เชื่อข้าเถอะ”
หัวใจของจ้าวหว่านชิงสั่นสะท้าน ความรู้สึกอบอุ่นปะปนประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในห้วงใจโดยไม่ทันรู้ตัว…ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางถึงมั่นใจสามารถเชื่อคำพูดของบุรุษตรงหน้าได้
กู้ฮ่าวเทียนยกประคองถ้วยยาร้อน ๆ แล้วยื่นไปตรงหน้าหญิงสาวอย่างช้า ๆ เสียงของเขาแผ่วเบา ทว่าแฝงด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง
“ยาร้อนเวลาดื่มระวังหน่อย”
“ขะ...ขอบคุณ...คุณชายกู้”
“หลังจากดื่มยาหมดแล้วข้าจะอนุญาตให้เจ้าไปด้านนอกได้” น้ำเสียงเรียบขรึมของกู้ฮ่าวเทียนฟังดูเสมือนคำสั่งแต่แววตาที่ทอดมองกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
จ้าวหว่านชิงรับถ้วยยาที่ส่งมาให้กลิ่นขมฉุนของสมุนไพรลอยแตะจมูก หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนยกขึ้นดื่มจนหมดโดยไม่อิดออด
กู้ฮ่าวเทียนเห็นดังนั้นก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกมาอย่างเงอะงะ แล้วเอื้อมมือเช็ดคราบยาที่เลอะมุมปากให้นางอย่างเบามือ
“ข้าบอกให้ดื่มอย่างระวังไง....ร้อนหรือไม่” เขาถามเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความห่วงใย
“ข้าเพียงอยากเห็นว่าทุกคนปลอดภัยตัวตาของตัวเองเร็ว ๆ เท่านั้น...”
คำตอบเรียบง่ายกลับทำให้หัวใจชายหนุ่มสั่นสะท้าน ความอ่อนโยนที่พยายามเก็บซ่อนไว้เอ่อล้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเขาเอื้อมมือแตะผมที่ปรกแก้มของนางแล้วเกลี่ยออกเบา ๆ
“ข้าไม่เข้าใจเลย...เหตุเจ้ามักจะเป็นห่วงผู้อื่นก่อนตัวเองเสมอ” กู้ฮ่าวเทียนเอ่ยเสียงแผ่วหากแฝงด้วยความจริงใจที่ยากจะปิดบัง
บรรยากาศรอบกายยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันในความเงียบนั้นยามที่ทั้งสองสบตากันความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจโดยไม่อาจห้ามได้ จ้าวหว่านชิงหลุบตาลงเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงจนแทบเก็บไม่มิด
“จ้าวหว่านชิง...ข้าชอบจะ...”
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาพร้อมแววตาหนักแน่นยังไม่ทันจบประโยค เสียงเคาะประตูดังขึ้นแผ่ว ๆ ตามมาด้วยร่างของหมอหวังที่ก้าวเข้ามาในห้อง
“แม่นางจ้าวอาการของผู้ป่วยดีขึ้นหลายคนแล้วข้ามาแจ้งให้ทราบ” หมอหวังเอ่ยน้ำเสียงจริงจังโดยมิได้รู้ตัวว่าขัดช่วงเวลาสำคัญไปแล้ว
กู้ฮ่าวเทียนชะงักค้างคำสารภาพที่ติดอยู่ปลายลิ้นถูกกลืนกลับเข้าไปในอก เขาเม้มริมฝีปากแน่น พลางหลุบตาลงปกปิดความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในใจ
จ้าวหว่านชิงสบตาชายหนุ่มเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะใช้โอกาสนั้นยันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง
“ชะ...เช่นนั้นข้าขอตัวไปดูผู้ป่วยด้วยตาก่อน”
หญิงสาวเอ่ยเรียบง่ายแต่นัยน์ตาสะท้อนแววแน่วแน่ก่อนจะรีบพาตัวเองออกมาจากห้อง มือบางยกขึ้นกุมหัวใจดวงน้อยของตัวเองที่เต้นเร็วไม่เป็นจังหวะ
นะ...นี่นางกำลังหวั่นไหวกับกู้ฮ่าวเทียนจริง ๆ หรือ!
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







