แชร์

คำสารภาพผิดของท่านหมอหวัง

ผู้เขียน: ซืออ้าย 思爱
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-26 23:36:44

คำสารภาพผิดของท่านหมอหวัง

จ้าวหว่านชิงเดินมาถึงเรือนพักผู้ป่วยโรคระบาดด้วยท่าทีเหม่อลอยในหัวนางยังวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เมื่อครู่ ถ้อยคำสารภาพตรงไปตรงมาของกู้ฮ่าวเทียนหากมิใช่เพราะท่านหมอหวังเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนนางก็ไม่แน่ใจว่าตนจะเผลอตอบอะไรออกไปกันแน่

ความคิดนั้นทำให้นางถึงกับอยากทุบศีรษะตนเองเพราะไม่อยากยอมรับว่าใจดวงนี้กำลังสั่นไหวเพราะบุรุษผู้มีใบหน้าเย็นชาและสายตาคมกล้าเช่นเขา

นางเกิดใหม่มาก็เพื่อใช้ชีวิตที่สุขสบายและร่ำรวย ไม่ได้ตั้งใจจะหาสามีสักหน่อย!

“แม่นางจ้าวหายดีแล้วหรือ?”

เสียงทุ้มนุ่มของใครบางคนดังขึ้นทำให้นางสะดุ้งหลุดจากภวังค์ พอหันไปก็พบว่าคือหูต้าเฉิงที่ตอนนี้อาการดีขึ้นจนกลับมาทำหน้าที่หมอดูแลผู้ป่วยได้ตามเดิมแล้ว

“ได้ยินว่าท่านล้มป่วยข้ากับสหายจึงตั้งใจจะไปเยี่ยมแต่สามีของท่านห้ามไว้ เขาบอกว่าอยากให้แม่นางจ้าวพักผ่อนให้เต็มที่เสียก่อน”

เพียงคำว่า สามี ดังก้องในหูจ้าวหว่านชิงก็เผลอนึกถึงภาพใบหน้าของกู้ฮ่าวเทียนขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ แก้มเนียนขาวพลันแดงซ่านนางรีบเบือนหน้าหลบสายตาแล้วแสร้งไอเบา ๆ ก่อนเอ่ยเปลี่ยนเรื่องทันที

“แล้วอาการของผู้ป่วยเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”

หูต้าเฉิงยิ้มจางพลางตอบเสียงหนักแน่น

“ผู้ป่วยบางส่วนอาการเกือบหายดีแล้ว อีกบางส่วนยังต้องคอยเฝ้าระวัง แต่ข้าคาดว่าไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ทุกคนก็คงหายกันหมด”

จ้าวหว่านชิงได้ยินก็พยักหน้ารับรอยยิ้มบางแตะที่ริมฝีปากก่อนจะบอกลาหูต้าเฉิงแล้วมุ่งหน้าไปยังเรือนผู้ป่วยด้านหลังเพื่อตรวจดูอาการป่วยของเสี่ยวเหม่ย

ระหว่างทางบังเอิญได้พบหมอกับผู้ช่วยหลายคนที่ยิ้มทักทาย มีบางครั้งยังเจอผู้ป่วยที่ลุกเดินได้แล้ว เมื่อพวกเขาเห็นนางก็เอ่ยขอบคุณด้วยน้ำตาคลอจ้าวหว่านชิงเพียงตอบกลับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นหัวใจรู้สึกเบาสบายจนเผลอขยับก้าวเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเดินเข้าสู่เรือนพักผู้ป่วยสายตานางกวาดมองไปรอบ ๆ บรรยากาศสิ้นหวังในวันแรกที่นางก้าวเข้ามานั้นหายไปสิ้น ไม่มีกลิ่นคาวเลือดหรือเสียงร่ำไห้อีกแล้วเหลือไว้เพียงกลิ่นสมุนไพรอบอวลและเสียงหัวเราะสดใสของผู้ป่วยที่กำลังหายดี

“พี่สาว! ท่านแม่พี่สาวคนนั้นแหละที่ช่วยรักษาข้า!”

น้ำเสียงสดใสต่างจากครั้งแรกที่นอนซมไร้เรี่ยวแรงทำให้ดวงตาของจ้าวหว่านชิงพลันอ่อนโยนลง นางมองภาพตรงหน้าแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

มารดาของเสี่ยวเหม่ยที่นั่งอยู่ข้างเตียงหันมามองจ้าวหว่านชิงด้วยแววตาสั่นระริก ก่อนจะรีบลุกขึ้นคารวะทั้งน้ำตา

“แม่นางจ้าว…หากมิใช่เพราะท่านข้าเกรงว่าคงไม่ได้เห็นลูกสาวนั่งยิ้มเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว ข้าไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณเช่นไรจริง ๆ”

น้ำเสียงที่สั่นเครือเต็มไปด้วยความซาบซึ้งทำให้หัวใจของจ้าวหว่านชิงอบอุ่นราวกับมีเปลวไฟเล็ก ๆ กำลังโอบล้อมอยู่ นางก้าวเข้าไปประคองหญิงผู้นั้นขึ้นด้วยมืออ่อนโยน

“ท่านอย่าได้ทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ ข้าเพียงทำในสิ่งที่สมควรทำเท่านั้นได้เห็นเสี่ยวเหม่ยกลับมายิ้มได้อีกครั้งก็เพียงพอแล้ว”

คำพูดเรียบง่ายของหญิงสาวกลับทำให้มารดาของเสี่ยวเหม่ยยกชายเสื้อขึ้นซับน้ำตาไม่หยุด ผู้ป่วยที่อยู่ในเรือนเมื่อเห็นจ้าวหว่านชิงก็พากันลุกขึ้นเอ่ยขอบคุณ บ้างคำนับ บ้างเอ่ยขอบคุณน้ำเสียงซาบซึ้งดังขึ้นต่อเนื่องราวระลอกคลื่น

“แม่นางจ้าวหากไม่ใช่เพราะท่าน...ข้าอาจไม่ได้กลับไปหาครอบครัวอีกแล้ว”

“ท่านคือผู้ช่วยชีวิตของพวกเรา…”

“ขอบคุณ ขอบคุณจริง ๆ เจ้าค่ะ”

บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรและความสิ้นหวังกลับอบอุ่นสว่างไสวขึ้นทันตา รอยยิ้มและน้ำตาแห่งความดีใจแผ่ซ่านไปทั่วห้อง จ้าวหว่านชิงได้แต่ยิ้มบางไม่รู้จะตอบรับคำขอบคุณอย่างไรดี เพียงในอกกลับพลันอุ่นวาบคล้ายมีบางสิ่งก่อร่างเป็นพลังเงียบ ๆ ที่โอบล้อมหัวใจ

ในขณะที่ผู้คนห้อมล้อมอยู่รอบตัวจ้าวหว่านชิงนั้น กู้ฮ่าวเทียนยืนสงบเงียบแต่สายตากลับจับจ้องมายังหญิงสาวไม่คลาดเคลื่อน เมื่อเห็นภาพนางถูกโอบล้อมด้วยรอยยิ้มและคำขอบคุณดวงตาคมที่มักเย็นชาเสมอก็พลันอ่อนลง ความภาคภูมิใจและความอบอุ่นบางอย่างแผ่วผ่านในดวงตานั้นโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว

จ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นนัยน์ตาคู่สวยสบเข้ากับแววตาของกู้ฮ่าวเทียนราวกับถูกดึงดูด หัวใจของนางเต้นแรงโดยไม่อาจห้ามได้ หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีแต่ใบหูที่แดงระเรื่อกลับไม่อาจปิดบังได้เลย…

เวลาล่วงเลยไปหนึ่งสัปดาห์ผู้ป่วยโรคระบาดในเมืองหงตูได้รับการรักษาจนหายสิ้น คำสั่งปิดเมืองจึงถูกยกเลิกชาวเมืองทยอยกลับไปยังเรือนของตนพร้อมช่วยกันทำความสะอาดทุกพื้นที่ตามคำแนะนำของจ้าวหว่านชิง ด้านคณะแพทย์หลวงเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วก็เริ่มเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับสู่เมืองหลวง

หวังซืออันกลับไปยังห้องพักเพื่อเก็บของ ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไปกลับพบว่ามีร่างสูงของบุรุษหนุ่มนั่งสงบเงียบอยู่ข้างโต๊ะไม้สายตาคมจ้องมองตรงมาที่เขาอย่างนิ่งลึก ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ยเสียงแหบแห้ง

“มานั่งอยู่ในห้องข้า…เจ้ามีธุระอันใดหรือ”

“ธุระของข้ามีเพียงหนึ่งอย่างคือถามว่า..ท่านคือผู้ที่ส่งข้อมูลเท็จไปยังเมืองหลวงหรือไม่”

กู้ฮ่าวเทียนไม่ได้ลุกขึ้นยังคงนั่งหลังตรงดวงตาคมกริบฉายแววเย็นเฉียบ เสียงที่เปล่งออกมาเรียบง่ายแต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งราวถูกกดทับ

หวังซืออันชะงักไปทั้งร่างนิ้วมือที่ถือถุงยาขยับเกร็งแน่นก่อนฝืนหัวเราะแห้ง

“เจ้าพูดเรื่องอันใด ข้าเป็นเพียงหมอเฒ่า จะไปมีอำนาจส่งข่าวถึงเมืองหลวงได้อย่างไร”

“ท่านหมอข้ามิได้มาเพื่อฟังคำโกหก” เสียงทุ้มกดต่ำลงขณะเขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แผ่นหลังสูงใหญ่ย่างก้าวเข้าใกล้ทีละก้าวก่อนมือใหญ่จะทุบโต๊ะไม้เสียงดัง

ปัง!

เสียงนั้นทำให้หวังซืออันสะดุ้งเฮือก ดวงตาของชายชราสั่นสะท้านร่างกายถอยหลังไปจนชนขอบโต๊ะในที่สุดก็ทรุดนั่งลงอย่างหมดเรี่ยวแรงเขาเอ่ยเสียงแผ่วสั่น

“ใช่…ข้าเป็นผู้ส่งรายงานเท็จเอง แต่ข้าทำไปเพราะ…เพราะข้าไม่อาจยืนดูให้พวกเขาเผาผู้ป่วยทั้งเป็นได้!”

มือเหี่ยวย่นกำแน่น ดวงตาสั่นระริกเหมือนพยายามยื้อยุดเหตุผลของตน

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าขุนนางพวกนั้นไร้เมตตาสักเพียงใด หากรับรู้ว่าโรคระบาดไร้ทางรักษาพวกเขาจะขอให้ฝ่าบาทออกคำสั่งสังหารผู้ป่วยทุกคนเพื่อหยุดยั้งโรคระบาด ข้า…ข้าเป็นหมอ...ต่อให้เสียชื่อก็ไม่อาจทำลายชีวิตคนเจ็บได้”

กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่งสายตาคมมองลงมาแววตาไม่มีทั้งการตำหนิหรือเห็นใจมีเพียงความหนักแน่นเย็นชา

“ความหวังดีของท่านข้าเข้าใจ แต่การโกหกย่อมไม่อาจปกปิดความจริงได้ตลอดไป อีกไม่นานเรื่องนี้จะถึงหูฝ่าบาท หากท่านยังดื้อดึงปกปิดอยู่ชีวิตท่านจักจบสิ้น”

เสียงของกู้ฮ่าวเทียนทุ้มหนักราวกับฟันธงชะตา

“หากอยากมีชีวิตรอด…จงไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทและยอมรับผิดเสีย”

ความเงียบปกคลุมในห้องเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบของชายชรา หวังซืออันหลุบตาลงน้ำตาคลอในหางตาก่อนเสียงแหบพร่าเอ่ยออกมา

“ข้าจะไป....ข้าจะรับผิดกับฝ่าบาทด้วยตนเอง”

กู้ฮ่าวเทียนพยักหน้าเล็กน้อยร่างสูงหันหลังให้แล้วเดินไปที่ประตู มือใหญ่ผลักบานประตูเปิดออก ทิ้งเพียงเสียงสุดท้ายไว้ในห้องอันเงียบงัน

“การตัดสินใจครั้งนี้อาจรักษาชีวิตท่าน…และเกียรติในฐานะแพทย์ของท่านไว้ได้ แม้จะช่วยไม่ได้มากแต่ข้าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้”

พูดจบร่างสูงก็ก้าวออกไปจากห้องทิ้งชายชราที่ทรุดนั่งด้วยดวงตาสั่นไหว…ชายหนุ่มย่างเท้าไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้านหน้า สายตาคมเข้มทอดมองไปยังจ้าวหว่านชิงซึ่งยืนรออยู่ข้างรถม้า นัยน์ตาที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาพลันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนในฉับพลัน

“ไปบอกลาท่านหมอหวังเรียบร้อยแล้วหรือ” เสียงใสของจ้าวหว่านชิงดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยน

กู้ฮ่าวเทียนพยักหน้ารับตั้งใจเก็บงำเรื่องความผิดพลาดของชายชราเอาไว้ในใจ ไม่เอ่ยบอกให้จ้าวหว่านชิงรับรู้เพราะคิดว่าเช่นนั้นคงดีกว่า

“ขึ้นรถเถอะ” พูดจบเขาก็ยื่นมือออกไปเบื้องหน้า

จ้าวหว่านชิงเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็วางมือลงบนฝ่ามืออบอุ่นนั้น ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าอย่างแผ่วเบา

กู้ฮ่าวเทียนหันไปนั่งประจำที่คนบังคับม้า มือใหญ่จับบังเหียนมั่นคงเมื่อเขาเฆี่ยนเชือกเบา ๆ รถม้าก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปตามถนนของเมืองหงตู

“ขอบคุณพี่ชายกู้! ขอบคุณแม่นางจ้าว!”

“ขอให้เดินทางปลอดภัย!”

“พวกเราจะรอให้ท่านแวะมาที่เมืองหงตูอีกนะขอรับ!”

“ชาวเมืองหงตูจะไม่มีวันพระคุณที่พวกท่านช่วยชีวิตแน่นอนขอรับ!”

“พี่ชาย! พี่สาว! ต้องมาหาพวกเราบ่อย ๆ นะเจ้าคะ!”

เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวไปตามถนนเสียงชาวบ้านสองข้างทางก็ดังก้อง เสียงตะโกนขอบคุณปะปนกับคำอวยพรดังไม่ขาดสาย บางคนก้มหัวน้ำตาเอ่อคลอขณะที่เด็ก ๆ วิ่งตามตะโกนเรียกชื่อด้วยรอยยิ้มสดใส

จ้าวหว่านชิงนั่งมองภาพนั้นจากในรถม้า หัวใจอุ่นวาบไม่เคยรู้สึกมาก่อนมือเรียวเล็กเผลอยกขึ้นแตะอกตนเองเบา ๆ นางไม่เคยคิดมาก่อนว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากถึงเพียงนี้...

กู้ฮ่าวเทียนเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งเหม่อมองทิวทัศน์ ใบหน้าของเขายังคงเรียบนิ่งแต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและอ่อนโยนที่เก็บซ่อน

“หว่านชิงเพราะเจ้าตัดสินใจมาที่นี่ทุกคนจึงมีชีวิตรอด....ขอบคุณที่วันนั้นเจ้าหนักแน่นคัดค้านคำพูดข้า” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มเบาแต่แฝงไปด้วยความรู้สึก

จ้าวหว่านชิงหันมาสบตาชายหนุ่มแววตาสั่นไหว ริมฝีปากน้อยคลี่ยิ้มบางอย่างอ่อนโยน นางมิได้เปล่งถ้อยคำใดออกมาเพียงพยักหน้าแผ่วเบาเท่านั้น… ทว่ากลับเพียงพอจะทำให้หัวใจของกู้ฮ่าวเทียนสั่นสะท้านเต้นแรงเสียจนยากจะควบคุม

กู้ฮ่าวเทียนไม่เคยนึกเลยว่าตนเองจะกลายเป็นคนทึ่มเพียงเพราะตกหลุมรักสตรีนางหนึ่ง....

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ครอบครัว END

    ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...

    จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status