LOGINภารกิจเพิ่มค่าประสบการณ์ [1/2]
จ้าวหว่านชิงชำระร่างกายที่เปรอะเปื้อนดินโคลนจนสะอาดหมดจดแล้วจึงเดินกลับเข้ามาในห้องนอน ร่างบางทรุดนั่งลงบนเตียงอย่างอ่อนแรงพลันสายตาก็ทอดมองออกไปยังความมืดนอกหน้าต่าง ความคิดเรื่องอาการป่วยของซูเจินอวี๋วนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด
หากจะรักษาให้หายขาดได้จริงนางจำเป็นต้องใช้แท่นหยกวิเคราะห์หยดเลือด
“เปิดร้านค้าระบบหมอเทวดา”
สิ้นเสียงของหญิงสาวหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงของระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า นิ้วเรียวค่อย ๆ จิ้มลงไปบนจอเสมือนตรงหน้าเพื่อเลื่อนหาแท่นหยกวิเคราะห์หยดเลือดเพื่อตรวจสอบราคา
ทว่าเมื่อเห็นราคา…หัวใจของนางก็แทบหยุดเต้น
แท่นหยกวิเคราะห์หยอดเลือด [ล้ำค่า]
คุณสมบัติพิเศษ
1.วิเคราะห์อาการป่วยจากเลือด
2.ตรวจสอบความสัมพันธ์ทางสายเลือด
[ราคาขาย 4,000 ค่าประสบการณ์]
“สี่พันค่าประสบการณ์!” เสียงอุทานนั้นหลุดออกมาโดยไม่อาจห้ามได้ ความตื่นตระหนกทำให้จ้าวหว่านชิงรีบเรียกหน้าต่างสถานะของตนเองขึ้นมาตรวจสอบทันที
[หน้าต่างสถานะระบบ]
ชื่อระบบ : ระบบหมอเทวดา
สถานะ : ทำงานปกติ
ทักษะการรักษา : C
ค่าประสบการณ์ : 300
การพัฒนาทักษะ C➔B : 2/15
***หมายเหตุขอบเขตการรักษาเมื่อพบผู้ป่วยระบบจะทำการแจ้งเตือนว่ามีทักษะมากพอที่จะรักษาได้หรือไม่
ตัวเลขที่ปรากฏตรงหน้าทำให้จ้าวหว่านชิงสัมผัสถึงความต่างราวเหวลึกของค่าประสบการณ์จนมือไม้ของนางเย็นเฉียบ ร่างบางเอนกายลงบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรงดวงตาคู่สวยทอดมองเพดานไม้เหนือศีรษะพลางหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะของนางนั้นแฝงด้วยความขมขื่นและสิ้นหวัง
“จะให้ข้าไปหาค่าประสบการณ์อีกสามพันเจ็ดร้อยมาจากที่ไหนกันเล่า…”
แม้จะรู้ดีว่าการรักษาซูเจินอวี๋สำคัญเพียงใดแต่ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้กลับมากกว่าที่นางมีหลายเท่านัก ริมฝีปากบางเม้มแน่นพลางนึกหาหนทางเพิ่มค่าประสบการณ์ภายในเวลาอันสั้น
“ระบบค่าประสบการณ์นับจากอะไร”
ติ้ง!
[ ระบบ : ค่าประสบการณ์จะเพิ่มขึ้นตามอาการป่วยของคนไข้และการรักษาของระบบ อย่างเช่นการที่ระบบได้ทำการรักษาซูเหยาที่มีอาการป่วยหนักจนสำเร็จทำให้ผู้ใช้ได้รับ 250 ค่าประสบการณ์ ส่วนซูเจินอวี๋แม้จะมีอาการป่วยหนักแต่ระบบได้ทำการรักษาเพียงเบื้องต้นทำให้ผู้ใช้ได้รับเพียง 50 ค่าประสบการณ์ ]
“ถ้างั้นในกรณีที่รักษาผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยค่าประสบการณ์ก็จะได้น้องลงใช่ไหม”
ติ้ง!
[ ระบบ : ถูกต้อง ในกรณีที่บาดเจ็บเล็กน้อยผู้ใช้จะได้รับ 3 ค่าประสบการณ์ ]
“แล้วค่าพัฒนาทักษะเพื่อเลื่อนขั้นล่ะ”
ติ้ง!
[ ระบบ : ในกรณีค่าพัฒนาทักษะจะนับเป็นจำนวนผู้ป่วย แม้จะรักษาการบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ค่าทักษะก็จะเพิ่มขึ้น ]
“เข้าใจแล้ว....แต่ว่าตอนนี้เรื่องเร่งด่วนคือการต้องเพิ่มค่าประสบการณ์ ซึ่งถ้าอยากเพิ่มโดยเร็วต้องรักษาผู้ป่วยที่มีอาการป่วยหนักถึงขึ้นใกล้ตาย ปัญหาคือจะไปหาผู้ป่วยใกล้ตายมากขนาดนั้นได้ที่ไหน....”
จ้าวหว่านชิงพึมพำกับตนเองเบา ๆ ขณะกำลังครุ่นคิด ที่นี่เป็นหมู่บ้านชนบถที่เงียบสงบผู้ป่วยก็มีเพียงอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้นถึงจะมีคนป่วยหนักก็อาจจะแค่สองหรือสามคน นางลองวิเคราะห์ในหัวคร่าว ๆ แล้วการรักษาผู้ป่วยอาการหนักจะได้รับ 250 ค่าประสบการณ์ หากนางอยากซื้อแท่นหยกวิเคราะห์หยดเลือดจำเป็นต้องรักษาผู้ป่วยอาการหนักถึงสิบห้าคนเลย
“แล้วข้าจะไปหาคนใกล้ตายสิบห้าคนมาจากไหนกันเล่า!”
ติ้ง!
[ระบบ : ต้องการแลก 200 ค่าประสบการณ์กับข้อมูลสถานที่ผู้ป่วยหรือไม่?]
ขณะที่จ้าวหว่านชิงกำลังครุ่นคิดเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วใบหน้าฉายแววลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าพอหวนคิดถึงซูเจินอวี๋และภาพแท่นหยกวิเคราะห์เลือดราคา 4,000 ค่าประสบการณ์ที่ลอยขึ้นมาในหัวอีกครั้ง หญิงสาวหายใจเข้าลึกแล้วตัดสินใจกดไปที่ปุ่ม “แลก”
[กำลังทำการแลกเปลี่ยน....]
[ การแลกเปลี่ยนสำเร็จ...]
ติ้ง!
[ระบบ : ต้องการเปิดข้อมูลสถานที่ผู้ป่วยหรือไม่?]
นัยน์ตาคู่สวยเปล่งประกายความหวังขึ้นมาทันที ร่างบางรีบผุดลุกขึ้นนั่งไม่รีรอกดคำว่า “ใช่” ลงไปอย่างรวดเร็วทันใดนั้นหน้าต่างใหม่ก็ผุดขึ้นตรงหน้า
[ข้อมูลสถานที่ผู้ป่วย]
ข้อมูลสถานที่ : เมืองหงตู
สถานการณ์ : เข้าขั้นวิกฤตคนทั้งเมืองติดโรคระบาดรุนแรง
สถานะเมือง : ปิดประตูเพื่อกักโรคระบาด
ดวงตาคู่สวยไล่อ่านข้อความบนหน้าต่างสถานะจนจบพลางคิดว่าหากตนเองช่วยเหลือผู้ป่วยที่เมืองหงตูได้ค่าประสบการณ์ก็ต้องเพิ่มขึ้นมหาศาลแน่นอน หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นตั้งใจว่าก่อนจะเดินทางไปยังเมืองหลวงนางจะต้องแวะไปที่เมืองหงตูให้ได้
จู่ ๆ หญิงสาวก็นึกถึงใบหน้าของบุรุษที่นอนหลับอยู่ห้องข้าง ๆ จ้าวหว่านชิงตระหนักได้ถึงปัญหาที่ตนเองต้องจัดการอีกเรื่อง เพราะต้องเดินทางไปเมืองหลวงร่วมกับกู้ฮ่าวเทียนหากนางจะไปเมืองหงตูจำเป็นต้องพาเขาติดตามไปด้วย
ทว่าที่นั่นเกิดโรคระบาดอยู่แล้วคนดีดีที่ไหนจะยอมเข้ากับกับนางกันเล่า...
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ
แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข







