Share

ภารกิจเพิ่มค่าประสบการณ์ [2/2]

last update Last Updated: 2026-01-26 23:31:42

ภารกิจเพิ่มค่าประสบการณ์ [2/2]

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาด้านในห้อง เสียงไก่ขันแว่วมาแต่ไกลปลุกให้กู้ฮ่าวเทียนตื่นจากห้วงนิทรา เขาบิดกายเพื่อไล่ความเมื่อยล้าก่อนจะยันกายลุกขึ้นจากเตียงไม้เก่าที่แข็งและทรุดโทรม ความรู้สึกไม่คุ้นชินยังคงติดตัวอยู่แต่เพราะร่างกายเคยผ่านความยากลำบากมามากกว่านี้เขาจึงไม่ได้รู้สึกว่าการนอนบนเตียงแข็ง ๆ นี่เป็นปัญหาอะไร

ร่างสูงหยิบกระบี่คู่ใจพร้อมสัมภาระตั้งใจจะเตรียมตัวออกเดินทางทว่าเมื่อเปิดประตูเขากลับพบสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประหลาดใจ อ่างน้ำใบเล็กตั้งอยู่บนโต๊ะไม้เก่าอย่างเรียบง่ายข้าง ๆ มีผ้าสะอาดพับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ กู้ฮ่าวเทียนมองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นน้ำใจจากหญิงสาวเจ้าของบ้าน

“เมื่อวานมองข้าเหมือนศัตรู วันนี้กลับใส่ใจดูแลหรือ...”

ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองพลางนึกถึงสายตาที่หวาดระแวงของหญิงสาวเมื่อพบกันคราแรก เขาแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะยืนมือออกไปยกอ่างน้ำและผ้าสะอาดเข้าไปด้านในห้อง

ความเย็นของน้ำปลุกสติของเขาให้ตื่นเต็มตามือหนาหยิบผ้าสะอาดขึ้นซับใบหน้าอย่างเบามือ เมื่อทำความสะอาดร่างกายยามเช้าเรียบร้อยแล้วกู้ฮ่าวเทียนก็ถือกระบี่และสัมภาระของตนเดินออกไปจากห้อง ทว่าร่างสูงก้าวพ้นประตูไปได้เพียงไม่กี่ก้าวกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารก็ลอยมาแตะปลายจมูก

“คุณชายกู้ท่านตื่นแล้วหรือ” จ้าวหว่านชิงเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มบางขณะกำลังวางอาหารลงบนโต๊ะ

กู้ฮ่าวเทียนที่ยืนอยู่ไม่ไกลหันไปตามเสียงทว่าทันทีที่สายตาสบเข้ากับใบหน้าของหญิงสาวเขาก็พลันตกตะลึงไปชั่วขณะ ใบหน้างดงามที่สะอาดสะอ้านไร้คราบโคลนแตกต่างจากวันที่พบกันครั้งแรกโดยสิ้นเชิง แสงอุ่นของรุ่งอรุณส่องตกกระทบผิวพรรณนวลเนียนราวหยกของนางขับให้รอยยิ้มอ่อนโยนยิ่งงามจนหัวใจของชายหนุ่มที่เคยเย็นชาไม่เคยคิดหวั่นไหวกับสตรีใดยามนี้กลับสั่นสะท้าน

“คุณชายกู้มานั่งก่อนสิเจ้าคะข้าเตรียมอาหารไว้แล้ว พวกเรากินกันให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยออกเดินทางเถอะ” หญิงสาวเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

เสียงของหญิงสาวดังขึ้นราวกับปลุกให้กู้ฮ่าวเทียนหลุดจากภวังค์ ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับริมฝีปากเกือบแย้มรอยยิ้มแต่ก็รีบเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อกลบเกลื่อนท่าทีอันน่าขันของตนเมื่อครู่

“ท่านนั่งก่อนนะเจ้าคะเดี๋ยวข้าจะไปหยิบอาหารอีกอย่างในครัว”

นัยน์ตาคมมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินหายเข้าไปในครัวอย่างไม่อยากละสายตา ร่างสูงก้าวเข้ามานั่งที่โต๊ะพลางมองอาหารน่ากินหลายอย่างตรงหน้า กลิ่นหอมอบอวลของอาหารทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่ารสชาติย่อมไม่ธรรมดา

จ้าวหว่านชิงวางชามอาหารสุดท้ายลงตรงกลางโต๊ะก่อนจะทรุดกายนั่งตรงข้ามชายหนุ่มอย่างสงบ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร ทว่าแม้สายตาของนางอ่อนโยนแต่ลึก ๆ ภายใต้ความสงบนั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ตั้งแต่เมื่อคืนนางวางแผนไว้แล้วว่าจะใช้โอกาสในมื้อเช้านี้พูดถึงเรื่องการเดินทางไปเมืองหงตู หากกู้ฮ่าวเทียนไม่ยินยอมร่วมเดินทางนางก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะให้เขาล่วงหน้าไปก่อนส่วนตนเองจะต้องไปให้ถึงเมืองหงตูเพื่อรักษาผู้คนที่ติดโรคระบาดให้ได้

“คุณชายกู้ลองชิมดูเถิดข้าทำอย่างรีบร้อนกลัวว่าจะไม่ถูกปากท่าน” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาพลางเอื้อมมือหยิบตะเกียบส่งให้ชายหนุ่ม

กู้ฮ่าวเทียนรับตะเกียบมาสีหน้าดูสงบนิ่งดังเช่นเคยแต่ทว่าในใจกลับพลันอบอุ่นขึ้นมาเพราะความใส่ใจเล็กน้อยนี้ ชายหนุ่มตักกับข้าวขึ้นมาชิมคำแรกกลิ่นหอมผสมรสชาติกลมกล่อมทำให้เขาต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ

“ฝีมือไม่เลวเลย…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านพูดเช่นนี้ข้าก็เบาใจนัก” หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ดวงตาคู่สวยทอประกายอบอุ่นพลางหยิบตะเกียบคีบอาหารให้ชายหนุ่มอย่างเอาใจ

“เจ้าเองก็กินบ้างสิ” เขาเอ่ยออกมาราวกับจะกลบเกลื่อนความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ “มัวแต่คอยดูแลผู้อื่นเช่นนี้จะทำให้ตนเองหิวโหยเสียเปล่า”

ถ้อยคำห่วงใยที่หลุดออกมาอย่างไม่รู้ตัวทำให้จ้าวหว่านชิงชะงักเล็กน้อย นางเงยหน้ามองเขาก่อนจะยิ้มบาง ๆ คล้ายมีความอบอุ่นแฝงอยู่ในแววตา

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราก็กินไปด้วยกัน”

“อืม”

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแม้ทั้งสองจะไม่ได้เอ่ยสนทนาอะไรมากนักแต่กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด จ้าวหว่านชิงที่รอโอกาสพูดเรื่องการเดินทางก็ตัดสินใจเอ่ยออกมา

“คุณชายกู้ไม่ทราบว่ารู้จักเมืองหงตูหรือไม่เจ้าคะ”

“ข้าไปเคยเพียงไม่กี่ครั้งได้ยินมาว่าตอนนี้ที่นั่นเกิดโรคระบาดหนักจนต้องปิดประตูเมือง วางใจเถอะแม้เมืองหงตูจะเป็นทางผ่านไปเมืองหลวงแต่ข้าจะพาเจ้าอ้อมไปอีกทาง”

“คุณชายกู้....ความจริงแล้วข้ามีเหตุจำเป็นบางอย่างที่ต้องไปเมืองหงตู”

กู้ฮ่าวเทียนที่กำลังคีบผักเข้าปากชะงักมือที่ถือคู่ตะเกียบค้างกลางอากาศ แววตาคมกริบเงยขึ้นมองนางทันทีราวกับถ้อยคำของนางทำให้โลหิตในกายเขาเย็นลงไปชั่วขณะ

หญิงสาวที่เห็นท่าทีของชายหนุ่มรีบร้อนเอ่ยอธิบายน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล

“ดะ...เดิมที…ข้ามีคนป่วยที่ต้องไปรักษาอยู่ที่เมืองหงตูก็ละ....”

กึก!

แต่ยังไม่ทันที่คำพูดจะจบลงแววตาของกู้ฮ่าวเทียนพลันแข็งกร้าวขึ้นทันตา เขาวางตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดังก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าบอกหรือว่าที่นั่นกำลังติดโรคระบาดอยู่!”

ถ้อยคำที่เฉียบคมทำเอาหัวใจของจ้าวหว่านชิงสะท้านสะเทือน ความกลัวแล่นวาบเข้ามาในอกทว่าถึงจะหวาดหวั่นนางก็ยังเอ่ยออกมาอย่างไม่ลังเล

“ข้ารู้เจ้าค่ะ…แต่ข้าตั้งใจว่าจะไปรักษาผู้ป่วยที่นั่น” นางเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะรีบเอ่ยต่อ “ทะ..ท่านอย่าเข้าใจผิด...ข้าไม่ได้คิดบังคับท่านให้ไปที่นั่นด้วยแน่นอน ข้าตั้งใจจะให้ท่านเดินทางล่วงหน้าไปยังเมืองหลวงก่อน ข้าเพียงรักษาโรคระบาดที่เมืองหงตูให้เสร็จสิ้นแล้วจะรีบตามไปสมทบทีหลัง”

ทว่าคำพูดนั้นยิ่งทำให้แววตาของกู้ฮ่าวเทียนมืดมนลงกว่าเดิม หัวใจของเขาเหมือนถูกบางสิ่งกระแทกแรง ๆ ชายหนุ่มกำหมัดแน่นพลันเอ่ยเสียงต่ำพร่าแฝงความไม่พอใจ

“แล้วหากเจ้าติดโรคระบาดขึ้นมาจะทำอย่างไร รู้หรือไม่แม้แต่หมอหลวงที่ถูกส่งไปก็ยังล้มตายกลับมาไม่รู้กี่สิบคน! จ้าวหว่านชิงเจ้าจะบอกว่าตนเองเป็นหมอที่เก่งกาจกว่าหมอหลวงหรือ!” เสียงทุ้มต่ำของเขาก้องสะท้อนในลานหน้าบ้าน ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง

จ้าวหว่านชิงเม้มริมฝีปากแน่นสีหน้ามีทั้งความลังเลและความเด็ดเดี่ยวประสานกันอยู่ นางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตามั่นคง

“ไม่ว่าท่านจะพูดอะไรข้าก็จะไปเมืองหงตูเจ้าค่ะ”

คำพูดหนักแน่นนั้นดังก้องในใจของกู้ฮ่าวเทียน เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าที่มีความดื้อดึงและไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด ชายหนุ่มหลับตาลงชั่วครู่ราวกับต่อสู้กับความคิดในใจก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยเสียงหนักแน่น

“ถ้าเจ้าดื้อรั้นจะไปให้ได้เช่นนั้นข้าก็จะไปกับเจ้า”

จ้าวหว่านชิงได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ยินคำตอบเช่นนี้ หญิงสาวรีบเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงทั้งตกใจทั้งห้ามปราม

“ท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้! เมืองหงตูไม่ใช่ที่ที่ผู้ใดควรเข้าไป หากท่านตามข้าเข้าไปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นมาข้ายิ่งไม่อาจรับผิดชอบได้”

กู้ฮ่าวเทียนเพียงปรายตามองนัยน์ตาคมนั้นสะท้อนความเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้นไม่เกรงกลัวอันตรายไม่ต่างจากนาง

“หน้าที่ของข้าคือปกป้องคุ้มครองเจ้าให้ไปถึงเมืองหลวง ข้าย่อมไม่มีวันปล่อยให้เจ้าไปผู้เดียว”

คำพูดหนักแน่นดังสายฟ้าฟาดลงกลางใจของจ้าวหว่านชิง นางเผลอกัดริมฝีปากเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัวแววตาของจ้าวหว่านชิงสั่นไหวไปมาท้ายที่สุดนางก็เพียงถอนหายใจยาว ไม่ว่าจะมองอย่างไรการตัดสินใจของกู้ฮ่าวเทียนก็ดูช่างบ้าบิ่นสิ้นดีจนนางอดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่า บุรุษผู้นี้ช่างโง่เขลาไร้สมองหรือแท้จริงแล้วกล้าหาญไม่กลัวตายกันแน่ถึงได้เลือกเดินตามนางไปยังสถานที่ที่แม้แต่หมอหลวงยังเอาชีวิตไม่รอดแบบนี้...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ครอบครัว END

    ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...

    จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status