Share

เด็กชายแปลกหน้าที่หลงทาง [1/2]

last update Last Updated: 2026-01-26 23:08:57

เด็กชายแปลกหน้าที่หลงทาง [1/2]

จ้าวหว่านชิงจูงมือซูเหยาเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมที่คึกคัก ผู้คนมากมายต่างนั่งรับประทานอาหารดื่มสุราส่งเสียงหัวเราะครึกครื้น กลิ่นอาหารหอมกรุ่นโชยแตะจมูกจนหญิงสาวแอบกลืนน้ำลายแต่สายตากลับมุ่งไปยังเจ้าของโรงเตี๊ยมที่กำลังยืนอยู่หลังโต๊ะรับแขก

“เถ้าแก่ข้าต้องการหาห้องพักหนึ่งห้อง” จ้าวหว่านชิงเอ่ยเสียงสุภาพ

“คืนนี้มีผู้คนแน่นขนัดเพราะงานเทศกาลโคมไฟจึงเหลือห้องพักเพียงไม่กี่ห้อง หากแม่นางไม่เกี่ยงข้าจะให้เสี่ยวเอ้อพาไปดู” เจ้าของโรงเตี๊ยมเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้มแย้มตอบ

จ้าวหว่านชิงได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งยิ้มบางก่อนต่อรองด้วยถ้อยคำอ่อนโยนแฝงความแน่วแน่

“วันนี้เป็นครั้งแรกที่บุตรสาวของข้าได้มาเที่ยวงานเทศกาลข้าจึงอยากได้ห้องที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ยามมีดอกไม้ไฟ ต่อให้ราคาสูงกว่าปกติสักหน่อยข้าก็ยอม”

“แม่นางพูดเช่นนี้ข้าก็เกรงใจนัก เช่นนั้น…ห้องชั้นสามที่หันหน้าออกถนนใหญ่ยังว่างอยู่จะเหมาะกับท่านและบุตรสาวตัวน้อยผู้นี้พอดี” เจ้าของโรงเตี๊ยมพูดจบก็หัวเราะเบา ๆ

จ้าวหว่านชิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะวางเงินจ่ายทันที เสี่ยวเอ้อเมื่อเห็นเงินก้อนโตที่หญิงสาววางบนโต๊ะก็กุลีกุจอตรงเข้ามาหานางทันที เขาผายมือเชื้อเชิญปฏิบัติกับจ้าวหว่านชิงและซูเหยาอย่างสุภาพ

“เชิญแม่นางกับคุณหนูตัวน้อยตามข้ามาขอรับ”

หญิงสาวยกยิ้มบาง ๆ พลางกุมมือน้อยของซูเหยาจูงขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทีละขั้นจนถึงชั้นสาม เมื่อผลักประตูไม้เข้าไปในห้องพักกลิ่นไม้หอมอ่อน ๆ ตลบอบอวลลอยโชยเข้ากระทบจมูก ภายในห้องมีโต๊ะเตี้ยกับตั่งนอนสะอาดเรียบร้อย หน้าต่างกว้างเปิดออกเห็นถนนด้านล่างที่ประดับโคมไฟเริ่มส่องแสงไหววับ

“ดีจริง ๆ” จ้าวหว่านชิงกวาดสายตามองรอบห้องอย่างพอใจ

เมื่อเข้ามาในห้องพักเรียบร้อยแล้วจ้าวหว่านชิงก็จัดข้าวของที่ตนซื้อจากตลาดวางบนโต๊ะเตี้ย พลางหันกลับมามองซูเหยาที่นั่งเงียบอยู่ขอบตั่งดวงตากลมมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววเหม่อลอยทว่าแฝงความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย

จ้าวหว่านหนิงก้าวเข้าไปนั่งเคียงข้างเอื้อมมือแตะไหล่เล็กเบา ๆ แววตาที่มองซูเหยานั้นบ่งบอกถึงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน

“เหยาเอ๋อร์...เจ้ารู้สึกเหนื่อยหรือไม่วันนี้เราเดินตลาดกันทั้งวันแล้ว”

เด็กน้อยส่ายหน้าเบา ๆ แต่ก็ยังไม่เอ่ยสิ่งใด จ้าวหว่านชิงเห็นเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางหยิบขนมถั่วลิสงที่ซื้อมาเมื่อครู่ส่งให้

“ลองกินดูสิ ขนมนี้ข้าเคยชอบนักรสหวานกรอบกำลังดี”

ซูเหยารับไปอย่างลังเลก่อนจะกัดเบา ๆ หนึ่งคำ เมื่อได้ลิ้มรสสัมผัสแววตาของเด็กหญิงเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย รสหวานละมุนแพร่กระจายบนลิ้นแต่แทนที่จะยิ้มนางกลับก้มหน้าลงเหมือนไม่อยากแสดงความรู้สึกออกมา

จ้าวหว่านชิงเห็นเช่นนั้นก็เอื้อมโอบร่างเล็กเข้ามากอดแนบอกพลางลูบศีรษะช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายน้ำเสียงอ่อนโยนราวสายลม

“ไม่เป็นไร…ตั้งแต่วันนี้ไปเจ้าไม่จำเป็นต้องอดทนเงียบ ๆ อีกแล้ว อะไรที่อยากได้ข้าจะหามาให้ อะไรที่เจ้าอยากพูดก็พูดกับข้าได้เสมอ”

ซูเหยานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนางริมฝีปากขยับเหมือนอยากเอ่ยบางคำ แต่สุดท้ายก็เพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วซุกหน้ากลับลงสู่อ้อมอกอย่างเงียบงัน

บรรยากาศในห้องพักเงียบสงบมีเพียงเสียงหายใจประสานของสองร่างที่นั่งเคียงกัน ข้างนอกหน้าต่างแสงโคมไฟเริ่มถูกจุดขึ้นทีละดวงไหววูบดุจดวงดาวบนพื้นดินราวกับบอกเป็นนัยว่าคืนนี้จะเป็นคืนแรกที่ความสัมพันธ์เล็ก ๆ นี้เริ่มหยั่งรากลง

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนพลบค่ำแสงโคมไฟเริ่มสว่างไสวทั่วทั้งตลาด ถนนหนทางถูกประดับประดาด้วยโคมหลากสีทั้งโคมกลม โคมยาว และโคมรูปสัตว์มงคลแขวนเรียงรายส่องแสงอุ่นสลัวท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้คนบรรยากาศครึกครื้นชวนให้ผู้มาเยือนยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

จ้าวหว่านชิงสวมเสื้อคลุมบางให้ซูเหยาก่อนจะก้มลงผูกสายรัดรองเท้าให้แน่นพลางเอ่ยเสียงอ่อน

“อย่าเดินห่างจากข้านะเหยาเอ๋อร์” เด็กน้อยเพียงพยักหน้ารับขณะจับมือของนางแน่นขึ้น

รอบตัวมีทั้งซุ้มขายขนม ขนมตังกุย ขนมเปี๊ยะ กลิ่นหอมหวานโชยมายั่วใจเสียงกลองและขลุ่ยลอยมาตามสายลม บางแห่งมีการเชิดสิงโตและการแสดงกายกรรมที่เรียกเสียงโห่ร้องชื่นชมจากฝูงชน เด็กเล็กวิ่งเล่นถือโคมเล็กในมือส่งเสียงหัวเราะร่า จ้าวหว่านชิงเองพลันรู้สึกตื่นตาตื่นใจเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง นางยิ้มตาเป็นประกายพลางก้มลงถามเด็กหญิงวัยแปดขวบที่อยู่ข้างกายเบา ๆ

“เจ้าชอบหรือไม่?”

ซูเหยาที่โดยปกติมักมีใบหน้านิ่งเฉยครานี้กลับเผลอมองโคมรูปกระต่ายที่เด็ก ๆ ถือเดินผ่านมา ดวงตาคู่น้อยฉายแววสั่นไหวก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบเสียงเบา

“ข้า…ชอบ”

คำตอบเพียงสั้น ๆ กลับทำให้หัวใจของจ้าวหว่านชิงอบอุ่นจนเผลอกุมมือน้อยแน่นกว่าเดิม พลางลูบผมเบา ๆ อย่างเอ็นดู รู้สึกว่าการตัดสินใจพาเด็กน้อยมาเที่ยวชมงานคืนนี้ช่างเป็นเรื่องที่คุ้มค่าเสียจริง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ครอบครัว END

    ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...

    จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]

    ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [2/2]ภายในห้องเล็กที่เย็นชืดจ้าวหว่านชิงเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์ให้บุตรสาวเรียบร้อย ร่างเล็กของซูเหยาเอนนอนอยู่บนเตียงเก่าใบหน้าน้อยซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวเปิดใช้ระบบหมอเทวดาตรวจอาการละเอียดถี่ถ้วน[กำลังตรวจวิเคราะห์….][ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ชีพจรเต้นอ่อน ปอดได้รับความกระทบกระเทือน และมีรอยฟกช้ำปรากฏหลายแห่งบนร่างกาย]หญิงสาวมองหน้าต่างของระบบด้วยหัวใจสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยวถาโถมเมื่อเห็นคำว่าขาดสารอาหารและฟกช้ำปรากฏตรงหน้า แต่เพราะการรักษาบุตรสาวนั้นสำคัญกว่านางจึงได้แต่ข่มใจเอาไว้[ตรวจวิเคราะห์เสร็จสิ้น.....][ระบบกำลังส่งใบสั่งยาไปให้ท่านกรุณารอสักครู่....]ไม่นานใบสั่งยาก็ปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว นัยน์ตาคู่สวยมองใบสั่งยาก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน เพราะนี่ต้องใช้เวลาต้มยานานและบุตรสาวของนางอาการจะไม่ทรุดลงหรือ“ระบบในร้านค้ามียาที่สามารถทดแทนกันได้หรือไม่”ติ้ง![กำลังทำการตรวจสอบ....]ติ้ง![โอสถฟื้นฟูโลหิต]ระดับ : สูงสรรพคุณ : ฟื้นฟูโลหิต 80% ทันทีผลข้างเคียง : ไม่มี[ ราคา : 500 ค่าประสบการณ์ ]ติ้ง![โอสถประสานชีพจร]ระดับ

  • เกิดใหม่เป็นมารดาเลี้ยงของนางร้ายพร้อมระบบหมอเทวดา   แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]

    แม่ผิดเองที่มารับเจ้าช้า.... [1/2]“ซูเหยา...ข้าต้องการให้ท่านยกซูเหยาให้ข้า” เสียงของจ้าวหว่านชิงหนักแน่นชัดเจน ราวกับคำขอนี้เป็นสิ่งเดียวที่นางเฝ้ารอ“เจ้าคิดบ้าอันใด! ซูเหยาเป็นบุตรสาวของข้าจะยกให้อีกผู้ใดได้อย่างไร!”น้ำเสียงของฉู่จิ่นหานแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่แทบไม่เคยมีความผูกพันกับเด็กน้อยนัก ทว่าเพียงเพราะนางคือสายเลือดของสกุลฉู่เขาย่อมไม่อาจยกให้ไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับสตรีที่เขาต้องการลบออกจากชีวิตจ้าวหว่านชิงมองสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความแปลกใจผุดวาบขึ้นในใจฉู่จิ่นหานหวงแหนซูเหยามากถึงเพียงนี้หรือ....แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดจาต่อเสียงวุ่นวายจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตระหนก“ช่วยด้วย! คุณหนูซูเหยาตกน้ำ!”หัวใจของจ้าวหว่านชิงร่วงวูบนางไม่สนสิ่งใดอีกต่อไปรีบผุดลุกแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที แม้เสียงเรียกห้ามของฉู่จิ่นหานจะดังตามหลังมานางก็หาได้หันกลับไปมองไม่เมื่อมาถึงสระน้ำก็พบเหล่าบ่าวรับใช้ยืนแตกตื่นล้อมกันอยู่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบแตกสลาย เด็กหญิงร่างน้อยนอนหมดสติอยู่บนพื้นร่างเปียกปอนจนหนาวสั่นข้างกายมีร่างสูงใหญ่ข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status