Share

บทที่ 6

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-02 14:37:08

[KHAO-PUN’s Talks]

4SEASON Florist Shop

‘งานน่าจะเสร็จพรุ่งนี้เช้า เย็นพรุ่งนี้เราไปฉลองวันเกิดกันที่ร้านอาหารที่ลูกชอบนะครับ’

ข้อความจากพี่เวย์ถูกส่งมาหลังจากวางสายไปเกือบครึ่งชั่วโมง ฉันเองก็ไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่าส่งสติกเกอร์โอเคส่งกลับไปให้

ตั้งแต่ไข่หวานอายุเข้าขวบที่สอง สามีของฉันก็ทำงานไม่หยุด ฉันรู้แค่ว่าเขาเข้าไปถือหุ้นเครื่องประดับแบรนด์อเมทิสต์ ส่วนที่ไปฮ่องกงบ่อยๆ ก็เพราะธุรกิจรับเหมาและตกแต่งครบวงจร นอกเหนือจากนั้นฉันจำไม่ได้แล้วว่าเขาทำอะไรอีกเพราะมันเยอะเหลือเกิน

ส่วนฉันก็เปิดร้านดอกไม้ใกล้โรงเรียนลูก หากไม่ติดงานอะไรปกติฉันจะเป็นคนไปรับลูกเอง เพราะโรงเรียนนานาชาติที่ไข่หวานเรียนอยู่พ่อแม่ก็เป็นฝ่ายไปรับลูกด้วยตนเองทั้งนั้น

บ้างครั้งลูกก็งอแงถามว่าเมื่อไหร่พ่อจะมารับพร้อมกับแม่บ้าง รวมถึงคุณครูประจำชั้นด้วย -_-;

แต่ก็นั่นแหละ ฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะพูดอะไรได้ เพราะอย่างน้อยในตอนที่พี่เวย์กลับมาอยู่บ้าน เขาก็ดูแลฉันกับลูกเป็นอย่างดี

“เบลล์ ดอกไม้หน้าร้านมันตากแดดอะ เบลล์ไปเอาดอกไม้เข้ามาข้างในให้หน่อยสิ พี่ยังห่อออเดอร์ไม่เสร็จเลย”

“แป๊บนะพี่ลี่ เบลล์ตัดก้านแป๊บจะเสร็จแล้ว”

เสียงของพนักงานในร้านคุยกันสองคน เรียกสติฉันให้กลับมาจดจ่อกับงาน

ลิลลี่หรือลี่ที่มักจะเรียกคือนักศึกษาจบใหม่ที่อยู่ในช่วงรอบริษัทเรียกสัมภาษณ์ เลยมาขอทำงานที่ร้านหารายได้ไปก่อน ส่วนเบลล์ก็เป็นนักศึกษาที่กำลังหาเงินไว้กินไว้เที่ยวตามประสาวัยรุ่นเลยมาสมัครเป็นพาร์ตไทม์

“พี่เก็บให้เองจ้ะ” ฉันบอกน้องสองคนและเดินออกไปนอกตัวร้าน

แดดประเทศนี้มันจะร้อนไปไหน ประเทศไทยเป็นเจ้าของสัมปทานพระอาทิตย์อยู่ประเทศเดียวหรือไง -_-;

พอมองออกไปนอกร้านก็เห็นว่าร้านกาแฟที่อยู่ฝั่งตรงข้ามวันนี้ลูกค้าเยอะกว่าทุกวัน แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า ผู้ชายสองคนที่นั่งหน้าร้านกาแฟมองมาที่ร้านของเราไม่หยุดเลย แถมยังมองตามการกระทำฉันตลอดด้วย

ทดสอบอะไรหน่อยดีกว่า

ฉันเดินกลับเข้ามาในร้าน และเดินไปคว้าถุงขยะมาถือ

“ว้าย! พี่ปั้น เบลล์เอาไปทิ้งให้ค่ะ”

“ไม่เป็นไรๆ มีแต่ก้านดอกไม้ ทิ้งเสร็จพี่จะข้ามถนนไปร้านกาแฟกินอะไรดับร้อนกันดี พี่เลี้ยง ^^”

“กรี๊ดๆ เบลล์เอาโกโก้ปั่นค่ะ”

“ลี่เอามอคคาปั่นค่า~”

เด็กสองคนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดดีใจจนฉันอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ปกติฉันก็ชอบสั่งอาหารมาเลี้ยงอยู่แล้ว วันหลังคงต้องซื้อขนมอย่างอื่นให้กินบ่อยขึ้น

มือของฉันกำถุงขยะที่ดำไว้แน่น เดินไปทิ้งที่ถังขยะซึ่งอยู่ไกลจากร้านออกไปหน่อย และพบว่าสองคนนั้นมองตามฉัน พอข้ามถนนไปที่ร้านกาแฟก็รีบก้มหน้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตลอดเวลาที่ฉันยืนรอออเดอร์อยู่ในร้านทั้งสองคนกลับเอาแต่มองฉันเป็นระยะ

“โกโก้ปั่นสอง มอคคาปั่นหนึ่งได้แล้วค่ะ”

เสียงขานออเดอร์ดังขึ้นจากพนักงาน ฉันจึงขยับไปหยิบหลอดและหิ้วถุงใส่แก้วเครื่องดื่มออกจากร้าน

“ว้าย!!” ฉันแกล้งสะดุดและทำเป็นจะล้มลงหน้าร้าน

“คุณข้าวปั้น!!!”

สองคนนั้นถลาเข้ามาหาฉันด้วยความเร็วแสง คนหนึ่งคว้าตัวฉันเอาไว้ ส่วนอีกคนก็รีบยกมือมากันศีรษะฉันไม่ให้กระแทกกันพื้น

“จับได้แล้ว -*-”

สิ้นเสียงของฉัน สองคนนั้นก็สะดุ้งเฮือกตกใจ รีบปล่อยฉันให้เป็นอิสระก่อนจะเดินไปยืนข้างกัน แล้วเอามือประสานกันกุมไว้ตรงเป้าอย่างเจี๋ยมเจี้ยม

ท่าทางแบบนี้มันคุ้นๆ แฮะ

“พวกคุณเป็นคนของพี่เวย์ใช่ไหมคะ?” ถามออกไปตามตรงแบบนั้นน่ะดีแล้ว

เพราะทันทีที่ฉันเอ่ยชื่อสามี สองคนนั้นยิ่งแสดงท่าทีลนลานก้มหน้าเงียบไม่ยอมตอบ

เหอะ! แค่นี้ก็ชัดแล้วล่ะ

“พี่เวย์ให้ตามดูปั้นเหรอ? ทำไมล่ะคะ?”

ทั้งคู่ยังคงเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาฉันแม้แต่น้อย เฮ้อ~

สุดท้ายก็เค้นเอาคำตอบอะไรไม่ได้ จนต้องเดินหงุดหงิดกลับมาที่ร้าน วางแก้วเครื่องดื่มให้น้องๆ บนโต๊ะและคว้าแก้วโกโก้ตนเองมาดูดดับความหงุดหงิด

“พี่ปั้นเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

เบลล์เป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติได้ ลิลลี่เลยรีบวางกระบอกฉีดน้ำลงบนโต๊ะและเดินเข้ามาจับแขนด้วยความเป็นห่วง

“พี่ปั้นโอเคไหมคะ?”

“ไม่โอเค” ฉันบอกน้องสองคนไปตามตรง เราสนิทกันมากจนเล่าเรื่องส่วนตัวให้กันฟังบ่อยๆ จะระบายความหงุดหงิดให้น้องสองคนฟังหน่อยคงไม่เป็นไร “เห็นผู้ชายสองคนฝั่งตรงข้ามไหม?”

ทั้งคู่หันไปมองตามที่ฉันบอกอย่างพร้อมเพรียง เออดี เขาจะได้รู้ว่านินทาเขาอยู่ -_-^

“เห็นค่ะ” ทั้งคู่หันกลับมาตอบพร้อมกัน

ฉันเลยลอบถอนหายใจออกมา ก่อนจะวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะแล้วเท้าคางเล่าเรื่องเมื่อกี้ให้น้องฟัง

“พี่เวย์ส่งสองคนนั้นตามประกบพี่”

“ฮะ?”

“อือ เมื่อกี้จับได้คาหนังคาเขาเลย” ย้ำให้ลิลลี่กับเบลล์อย่างมั่นใจอีกครั้ง “พี่ไม่รู้ว่าพี่เวย์เขาระแวงอะไรในตัวพี่หรือเปล่า?”

เขาเองก็ไม่เคยถามอะไรฉันเลยด้วยซ้ำ

“พี่เวย์เขาอาจจะเป็นห่วงพี่ปั้น”

“อื้อ หรือไม่ก็หวง เบลล์ยังหวงแฟนเลยโทรเช็กตลอดว่าอะไรที่ไหนยังไง ถามหมดอะ”

ลิลลี่พยักหน้าเห็นด้วยกับเบลล์

“เขาเคยถามอะไรแบบนี้กับพี่หรือเปล่าคะ?”

คำถามของลิลลี่ทำให้ฉันเงียบลงยิ่งกว่าเดิม

จะว่าไปตั้งแต่เป็นแฟนกันมา เขาก็ไม่เคยถามอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

ฉันส่ายหน้าตอบคำถามน้องสองคน นั้นทำให้ทั้งคู่เบิกตาโตมองหน้ากันด้วยความตกใจ

“แปลกอะ” เบลล์มองมาอย่างไม่เชื่อ “พี่เวย์คลั่งรักพี่ปั้นขนาดนั้นอะนะ?”

พยักหน้าย้ำกับเบลล์อีกครั้ง ว่าเขาไม่เคยถามอะไรแบบนั้นจริงๆ

“เขาไม่อยากรู้บ้างเหรอว่าตอนนี้พี่ปั้นทำอะไรอยู่ เบลล์ว่ามันแปลกนะ”

“งั้น…อันนี้ลี่มโนเองนะพี่ปั้น” ลิลลี่มองไปยังผู้ชายสองคนหน้าร้านกาแฟ และพูดเสียงเบา “ลี่ว่าพี่เวย์น่าจะส่งสองคนนั้นตามดูพี่ปั้นนานแล้ว”

คำพูดของน้องทำฉันอึ้งและสับสน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงมันมีอะไรให้ที่ทำให้เขาระแวงจนต้องส่งคนคอยตามดูฉันล่ะ

ฉันเหมือนคนมีชู้เหรอ?

คิดแล้วก็โมโห ถ้าเขาคิดแบบนั้นจริงๆ ฉันจะอาละวาดให้มันแตกเลย -^-

“พะ พี่ปั้น อย่าคิดมากเลยนะ อาจจะเป็นเพราะพี่เวย์ไปทำงานที่อื่นบ่ออยเลยเป็นห่วงพี่ปั้นก็ได้” เบลล์ที่ฉันสีหน้าไม่สบายใจพยายามคิดเหตุผลฟังดูดีมาช่วย

“แต่เขาควรจะบอกพี่ตามตรงหรือเปล่า แบบนี้มันเหมือนไม่ไว้ใจกันเลย พี่ควรโทรไปถามเลยดีไหม?”

มือถือบนโต๊ะถูกหยิบขึ้นมา กะว่าจะกดโทรข้ามประเทศคุยแม่งให้รู้เรื่อง แต่ลิลลี่ถลาเข้ามาจับมือเอาไว้ก่อน

“ถามตอนนี้ก็ไม่ได้ความจริงหรอก สองคนนั้นคงรายงานพี่เวย์ไปแล้วว่าพี่ปั้นจับได้ ลี่ว่าพี่รอดูดีกว่า ว่าพี่เวย์จะลนลานขนาดไหน”

ข้อเสนอของลิลลี่ทำให้ฉันใจเย็นลง และยอมพยักหน้ารับแผนการนั้น น้องสองคนนั่งปลอบใจฉันอยู่พักหนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปทำงาน

และแล้วสายตาของฉันก็เงยหน้าขึ้นไปเจอกับอะไรบางอย่าง กล้องวงจรปิดที่หันหน้าออกไปที่ถนนด้านนอก เนื่องจากครึ่งปีก่อนมีวัยรุ่นมางัดร้านในละแวกนี้จนพากันติดกล้องกันไว้ทั้งแถบ

มันจะเห็นร้านฝั่งตรงข้ามหรือเปล่านะ

มือถือถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันเป็นการเข้าแอปพลิเคชันกล้องวงจรปิด ฉันไล่เปิดดูวิดีโอของเมื่อวานก็เห็นว่าสองคนนั้นมานั่งที่เดิมและเอาแต่มองมาที่ร้านกระทั่งฉันกลับไป

วันอื่นๆ ก็ด้วย แต่ในวันที่ฉันไม่เข้าร้าน สองคนนี้กลับไม่ได้มานั่งที่ร้านกาแฟ ราวกับรู้ดีว่าวันนี้ฉันจะไปที่ไหนทำอะไร

อย่าบอกนะว่านี่ไม่ใช่แค่การมาเฝ้าที่ร้าน แต่สามีของฉันสั่งให้คนสะกดรอยตามฉันไปทุกที่

อยากปรึกษาใครสักคนจัง

พ่อ…

คิดได้แบบนั้นก็เดินเลี่ยงออกมาโทรหาพ่อนอกร้าน พ่อฉันเป็นอดีตตำรวจที่ตอนนี้เกษียณตัวเองไปทำสวนกับแม่ในเชียงรายเรียบร้อย

รอสายไม่นานนักพ่อก็รับ พร้อมกับเสียงเครื่องตัดหญ้าดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ

(ฮะโหล โทรมายะหยังลูก)

อดีตตำรวจตะโกนเข้ามาแข่งกับเสียงเครื่องตัดหญ้าจนฉันกลั้นขำไม่ได้ เสียงพ่อฟังดูดีมีความสุขมากต่างจากตอนรับราชการตำรวจ

พันตำรวจโทขจรเดช ไกรพฤกษ์ อดีตข้าราชการตำรวจที่ลาออกก่อนเกษียณเพราะทนความบัดซบในหน่วยงานท้องที่ตัวเองไม่ไหว ถึงแม้เรื่องราวมันจะจบไปแล้ว แต่นั่นทำให้พ่อของฉันหันหลังให้กับอาชีพที่ตนเองเอาหยาดเหงื่อแรงกายใช้ความพยายามได้มันมาจนเป็นรองผู้กำกับ

แต่เพราะซื่อสัตย์จนเกินไป ถึงได้อยู่ในยศนั้นไม่ขยับไปไหนเกือบๆ สิบปี ทั้งที่มีผลงานดีเด่นไม่เคยขาด ทั้งจับบ่อน จับส่วย คดีรับสินบน

(ฮัลโหลไอ้ปั้น! คิงบ่าอู้ฮาวางละหนา)

“ดะ เดี๋ยวสิพ่อ” ฉันเรียกเอาไว้เพราะรู้ดีว่าท่านจะวางสายจริงๆ

(โอ๊ยน้อ~ ไปอยู่กรุงเตบเมินน้อ บ่าอู้เมืองละก้า เอ้า! ว่ามาลูก)

พ่อเปลี่ยนมาพูดสำเนียงภาคกลางในตอนท้ายคล้ายการประชดประชันหน่อยๆ นั่น…แซะลูกตัวเองอีก

“พ่ออะ ปั้นเครียดอยู่นะ T^T”

(เออๆ พูด)

ฉันจึงเล่าเรื่องวันนี้ให้พ่อฟัง ทั้งเรื่องที่เขาส่งคนมาแอบดูฉันและปรึกษาเรื่องที่สงสัยว่า เขาส่งคนสะกดรอยตามฉันไปทุกที่นอกเหนือจากที่ร้านด้วย

“พ่อว่าพี่เวย์เขาแปลกไหมอะ หรือพ่อเคยคิดว่าเขาแปลกไหม?”

เซนส์ของตำรวจฝีมือดีอย่างพ่อคงจับพิรุธอะไรได้บ้าง เพราะฉันพาเขาไปกินข้าวกับพ่อหลายครั้งมากในตอนที่ท่านยังทำงานที่กรุงเทพ เรียกได้ว่าเข้านอกออกในบ้านฉันอยู่เกือบปี กระทั่งเราแต่งงานกันพ่อถึงลาออกไปอยู่ต่างจังหวัด

(คิดมากไปเอง ไม่มีอะไรหรอก)

อ้าว!

“ละ แล้วที่สามีส่งคนสะกดรอยตามภรรยา มันไม่แปลกเหรอพ่อ” ฉันโพล่งออกมาด้วยความหงุดหงิด

นี่พ่อใส่ใจเรื่องที่ฉันเล่าหรือเปล่าเนี่น -*-

(โอ๊ยล้าาา~ จะไปกึ๊ดนัก มันจะเฒ่าเวย เต้านี้แหมเลาะ ป้อไปเก็บส้มละ)

ตู๊ดๆๆๆ

พ่อวางสายไปแล้ว -*-

จะไม่ให้คิดมากได้ยังไงล่ะคะพ่อ นี่มันสัญญาณไม่ดีของชีวิตคู่เลยนะ ฉันได้กลิ่นแปลกๆ แล้วล่ะ ปกติพ่อฉันต้องสวมวิญญาณตำรวจเก่ามากกว่านี้

Rrrrr

เฮือก!

เสียงเรียกเข้าบวกกับแรงสั่นในมือทำเอาตกใจไม่น้อย มองชื่อที่บันทึกเอาไว้ก็เห็นว่าเป็นคุณครูประจำชั้นของไข่หวาน

คนเป็นแม่อย่างฉันใจเสียทันที ครูโทรมาในเวลานี้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า

“สวัสดีค่ะ คุณแม่น้องไข่หวานพูดสายค่ะ”

(คุณแม่สะดวกมาที่โรงเรียนตอนนี้หรือเปล่าคะ?)

“สะดวกค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

(คือ...น้องไข่หวานผลักเพื่อนตกบันไดหัวแตกค่ะ ตอนนี้ผู้ปกครองอีกฝั่งมาถึงแล้ว)

“ฮะ!!”

════☆♡☆════
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกือบจะเป็นอดีตภรรยาของมาเฟีย   บทที่ 90

    กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปี 2019 ใครจะคิดว่าเวกัสจะเป็นคนสปอยล์แฟนตัวเองขนาดนี้ เพียงแค่เธอเอ่ยเล่นๆ ว่าอยากมางานครบรอบสามสิบปีของเครื่องประดับแบรนด์อเมทิสต์เป็นของขวัญรับปริญญา อาทิตย์ต่อมาเขาก็ลากเธอขึ้นเครื่องบินส่วนตัวมายืนอยู่ในสวนสาธารณะช็องเดอมาร์ส ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประมูลเครื่อง

  • เกือบจะเป็นอดีตภรรยาของมาเฟีย   บทที่ 89

    “ตามสบายครับ เดี๋ยวพี่กลับมา” กดริมฝีปากจูบบนหน้าผากนูนสวยแผ่วเบา ก่อนจะระบายยิ้มออกมา “พี่สัญญาว่าอีกสองสามวันจะไปส่งปั้นกลับบ้าน” หญิงสาวไม่ได้เอะใจกับสิ่งที่แฟนหนุ่มพูด เพราะเขามักจะพูดจาแสดงออกถึงความปรารถนาดีต่อเธอมาตลอดจนมองว่ามันหมายถึงเรื่องทั่วไป════♡════ เวกัสเดินกลับเ

  • เกือบจะเป็นอดีตภรรยาของมาเฟีย   บทที่ 88

    ความสัมพันธ์ระหว่างเวกัสและข้าวปั้นพัฒนาแบบก้าวกระโดด นับจากวันนั้นที่ทั้งคู่ศึกษาดูใจกัน ผ่านไปสี่เดือนทั้งสองก็ตกลงปลงใจเป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการ เวกัสยังเข้านอกออกในบ้านของแฟนสาวเป็นกิจจะลักษณะ แม้จะไม่ค่อยได้พูดคุยกับพ่อของข้าวปั้น แต่กับผู้เป็นแม่ เวกัสแทบจะกลายเป็นลูกชายคนโตของบ้านไปแล้ว

  • เกือบจะเป็นอดีตภรรยาของมาเฟีย   บทที่ 87

    กรี๊ดดดด!!! คนในร้านต่างรีดร้องกันระงม รวมถึงคนวู่วามที่ยกมือขึ้นปิดปากตนเองตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก “พะ พี่เวย์ พี่ต้องหาหมอ!!!”════♡════ เวลาหนึ่งทุ่มตรง การนัดเดทจากร้านผัดไทยเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลเอกชนไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยแทน เพียงแค่ได้ยินเสียงตะโกนของเธอ เลขาของรุ่นพี่หน

  • เกือบจะเป็นอดีตภรรยาของมาเฟีย   บทที่ 86

    ผ่านไปได้เพียงหนึ่งอาทิตย์ เวกัสเข้านอกออกในบ้านเธอเป็นว่าเล่น ทั้งยังช่วยเธอทำวิจัยจนข้าวปั้นแทบจะเอาดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้ให้สาแก่ใจกับความเป็นพ่อพระของอีกฝ่าย และแม้รถของข้าวปั้นจะซ่อมเสร็จและออกจากศูนย์เรียบร้อย รุ่นพี่หนุ่มก็ยังขอเป็นคนไปรับไปส่งเธอด้วยเหตุผลที่ว่า ตอนเย็นเขาต้องมาฝากท้องที่บ้านน

  • เกือบจะเป็นอดีตภรรยาของมาเฟีย   บทที่ 85

    ถึงแม้ข้าวปั้นจะตกปากรับคำกับเวกัสว่าสามารถอยู่รอตามนัดในเวลาห้าโมงเย็นได้ แต่การที่เธอเลิกเรียนตั้งแต่บ่ายสามแล้วต้องนั่งรอท่ามกลางหนังสือที่หอบมาอ่านเป็นการฆ่าเวลานั้น ทำให้ข้าวปั้นผล็อยหลับอยู่ในร้านกาแฟในที่สุด ติ๊ดดด ติ๊ดดด ติ๊ดดด... เฮือก!! เสียงนาฬิกาที่ตั้งปลุกเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status