เข้าสู่ระบบ“อ๊าก!...”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายวัยราวสามสิบหกปีสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินของโรงพยาบาลแอลลูเซีย เมดิคัล เซ็นเตอร์ ห้องสีเทา-ครีมอบอุ่นแต่บรรยากาศกลับเย็นเฉียบ กลิ่นเลือดสดผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและควันบุหรี่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสถานที่ภายในโรงพยาบาลสักนิดเดียว
ชายคนนั้นถูกมัดอยู่บนเตียงผ่าตัดทั้งตัวชุ่มไปด้วยเลือด เสื้อเชิ้ตของเขาถูกกรีดจนเปิดออก เผยให้เห็นรอยแผลใหม่เก่าเต็มลำตัวไปหมด เสียงร้องนั้นดังเสียจนหัวคิ้วเข้มของหลัวเสวียนเย่ขมวดแทบชนกัน
“หนวกหูชะมัด ตัดลิ้นมันทิ้งไป”
รองประธานไท่หมิงกรุ๊ปที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เหล็กไม่ไกลออกคำสั่งอย่างหงุดหงิด ทั้งที่เขาเพิ่งจะพ่นควันบุหรี่สีเทาลอยออกจากริมฝีปากบางเป็นสายแท้ๆ
“ตัดลิ้นแล้วมันจะตอบคำถามมึงยังไงครับรองประธานหลัว”
หลัวจ้านหันขวับไปมองญาติผู้น้องด้วยสีหน้าหงุดหงิด มือที่ถือมีดผ่าตัดยังคงเปื้อนเลือดจนชุ่ม
“พูดไม่ได้แต่มันเขียนได้ครับ อย่าโง่ รีบจัดการ กูหนวกหู”
หลัวเสวียนเย่ตอบเอื่อยเฉื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องอากาศดีนี่ไม่ใช่เรื่องทรมานคนหานปิงที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนายอดคิดไม่ได้ในใจว่า
‘ไม่ชอบเสียงดังแต่ชอบทรมานคนให้แหกปากประหลาดคนเสียจริง’
แต่ก็เช่นเคยหานปิงทำได้แค่คิดใครจะกล้าพูดมากกับคนตระกูลหลัว ดูอย่างหัวหน้าฝ่ายการตลาดของสาขาเย่เฉิงเถอะ หม่าถังคนนี้คงไม่เคยคิดว่าการขายข้อมูลบริษัทจะจบลงแบบนี้แน่นอน
“ครับๆ ไอ้ห่าไม่ช่วยยังสั่งเก่ง” ฝ่ายหลัวจ้านรับคำไปก็สบถด่าไป ขณะใช้ผ้าก๊อซซับเลือดที่หยดลงมาจากคางของผู้จัดการหม่าถังคล้ายหมอผู้มีจิตใจอารี
“พูดมาก กูให้เวลามึงอีก 5 นาที ถ้ามึงยังปล่อยให้มันแหกปากอีก กูจะหักเงินเดือนมึงครับไอ้พี่จ้าน” หลังพูดจบ หลัวเสวียนเย่ดีดขี้เถ้าบุหรี่ลงบนพื้นคอนกรีตอย่างไม่ใส่ใจ
“สัส! มึงหักจนเงินเดือนกูหดเท่าหรรมมดแล้วไอ้เย่ แล้วถ้ามึงจะพูดขนาดนี้เลิกเรียกกูพี่เถอะ”
“ได้เหรอ”
“เออ!!! แล้วเลิกสูบสักทีบุหรี่น่ะ” คนเป็นหมอบ่นเสียงขรม
“มึงเหม็น” หลัวเสวียนเย่ถามหน้าตาย แล้วสูดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่คล้ายก่อกวน
หลัวจ้านชะงักไปครู่หนึ่งก่อนพ่นคำบ่นความในใจออกมาเสียงขรึม“เปล่า กูอยากสูบด้วย”
หานปิงต้องห้ามเสียงหัวเราะไว้แค่ในลำคอ สองคนนี้ถ้าใครไม่รู้จักมาก่อนว่าเป็นทายาทสายหลักของตระกูลหลัว คงคิดว่าเป็นนักเลงข้างถนนแน่พูดจาแต่ละคำหยาบคายสิ้นดี เหมือนไม่ใช่รองประธานกับแพทย์มากฝีมือสักนิดเดียว
“สัส! หมดเวลาของมึงละ กูทำเอง”
หลัวเสวียนเย่ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างกะทันหัน บุหรี่มวนใหม่ที่เพิ่งสูบไปได้ไม่กี่คำถูกโยนลงพื้น ก่อนจะถูกปลายรองเท้าหนังสีน้ำตาลไหม้ขยี้จนแบนไม่เป็นรูป
“อะไรวะ ยังไม่ครบ 5 นาที มึงโกงกู”
หลัวจ้านชี้หน้าญาติผู้น้องอย่างไม่พอใจเงินเดือนเขายิ่งน้อยอยู่หักจนเหลือแค่หรรมมดแล้วมันยังคิดจะหักอีก ที่สำคัญหลัวเสวียนเย่หักจริงไม่ใช่แค่พูดเล่นเสียด้วย
“ขาดทุนฉิบหาย”
คุณหมอผู้อยากจนบ่นไม่เลิก แต่หลัวเสวียนเย่ไม่สนใจ เขาดึงถุงมือยางมาสวมอย่างช้า ๆ ก่อนหยิบมีดผ่าตัดจากถาดสแตนเลส เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาก็จริง ทว่ากับหม่าถังกลับดังก้องจนเขาสะท้านเยือก
ฮ่าวเฉินที่ยืนคอยหยิบอุปกรณ์อยู่ไม่ไกลแอบเหลือบมองนาฬิกา จริง ๆ เพิ่งผ่านไปแค่สองนาทีครึ่งเองไม่ใช่หรือ?
ถึงสงสัยแต่ฮ่าวเฉินเลือกที่จะเงียบเพราะการเถียงรองประธานหลัวตอนนี้มีโอกาสสูงที่จะได้ลองเป็นคนไข้ให้เจ้านายตนรักษาแทนหม่าถังเป็นแน่
ขณะนั้นเองมีดผ่าตัดคมกริบกรีดลงบนเนื้อของผู้จัดการหม่าถังอย่างไม่ลังเล ฮ่าวเฉินถึงกับสะดุ้งถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ฉับ!
“อ๊าก! อือๆ!”
เสียงกรีดร้องที่เคยดังโหยหวนกลายเป็นเสียงอู้อี้เมื่อหลัวเสวียนเย่จับลิ้นของหม่าถังดึงออกมาแล้วใช้มีดเฉือนลงอย่างเย็นชา เลือดพุ่งกระเซ็นเปื้อนพื้น
แต่สีหน้าของคนลงมือไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว ก่อนเขาจะหยิบขวดน้ำเกลือขึ้นมาเปิดฝา กลอกลงไปในปากที่เต็มไปด้วยเลือดของหม่าถังราวกับกำลังล้างแผลคนไข้ธรรมดา
“ไอ้ห่าเย่ เสียเลือดมากเดี๋ยวมันก็ตายหรอก” หลัวจ้านเตือนขณะคาบบุหรี่ไว้ที่มุมปาก รีดเค้นไอ้ผู้จัดการหม่ามาเป็นชั่วโมงเขาหิวบุหรี่จะแย่
“ไม่ใช่หน้าที่กูที่ต้องรักษาชีวิตมันนี่ มึงเป็นหมอก็จัดการไปสิ”
หลัวเสวียนเย่ตอบเรียบ ๆ พร้อมวางมีดลง หลัวจ้านกลอกตา ก่อนสูบบุหรี่ลึก ๆ สามครั้งติดแล้วโยนทิ้ง จากนั้นเดินไปหยิบถุงเลือดมาต่อเข้ากับแขนของหม่าถังพร้อมบ่นพึมพำ
“แม่ง…กูเป็นหมอรักษาคน ไม่ใช่หมอซ่อมของเล่นมึงนะไอ้เวรเย่”
ฮ่าวเฉินกับหานปิงฟังแล้วต่างคิดในใจตรงกันในใจว่า…
หมอหลัวพูดแบบนี้ทุกครั้ง แต่ก็ช่วยทุกครั้งเหมือนเดิมไม่ใช่หรือครับ?
หลัวเสวียนเย่ทำเพียงยักไหล่ ก่อนจะหยิบผ้าก๊อซเช็ดเลือดออกจากข้อมือ แล้วก้มลงมองชายที่กำลังตัวสั่นระริกอยู่บนเตียงผ่าตัดตัดเย็นเฉียบด้วยสายตากดดัน
“กูให้โอกาสมึงบอกกูเป็นครั้งสุดท้ายนะหม่าถัง” เสียงของรองประธานไท่หมิงกรุ๊ปเรียบเย็นจนแทบไม่มีอารมณ์ใด
“ไม่อย่างนั้นมึงจะได้เห็นลูกกับเมียของมึงตายต่อหน้าแน่ กูรับรอง”
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของผู้จัดการหม่าถังเบิกกว้างเพราะคำพูดนี้หลัวเสวียนเย่ไม่ขู่แน่คนแบบมันมีแต่ทำจริง หม่าถังพยายามส่งเสียงบางอย่างออกมา แต่ไม่มีลิ้นเหลือให้พูด
หลัวเสวียนเย่มองภาพนั้นอย่างเฉยชา ความจริงแล้วเหตุผลที่เขามาเมืองเย่เฉิงครั้งนี้ไม่ใช่แค่ประชุมผู้ถือหุ้นดังที่ทุกคนเข้าใจ
แต่เขามาเพื่อ หาหนอนบ่อนไส้ที่ขายข้อมูลของไท่หมิงกรุ๊ป และตอนนี้ หนอนตัวพ่อก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
หานปิงเหลือบมองผู้จัดการหม่าถังอีกครั้ง ก่อนถอนหายใจในใจสมเพช บางทีการโดนยิงตายตั้งแต่แรกอาจจะโชคดีกว่าก็ได้ แต่คนทรยศตระกูลหลัวจะตายสบายแบบนั้นได้ที่ไหนกัน
“อื้อๆ”
ผู้จัดการหม่าถังพยายามจะตะโกน แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากปากมีเพียงเสียงอู้อี้ไร้ความหมาย ลิ้นที่ถูกตัดไปทำให้เขาไม่สามารถพูดเป็นคำให้จับใจความได้อีก เลือดไหลออกจากมุมปากหยดลงบนเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนจนมองไม่ออกว่าเดิมทีเป็นสีอะไร
หลัวเสวียนเย่เหลือบมองเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้าให้หานปิง
หานปิงเข้าใจทันที เขาเดินไปหยิบกระดาษกับปากกาจากโต๊ะสแตนเลสใกล้ผนัง แล้วยื่นให้คนทรยศที่ถูกมัดอยู่บนเตียงจนไม่สามารถกระดิกตัวได้ ฮ่าวเฉินตรงเข้าไปปลดมือข้างถนัดให้มันได้เขียนหนังสือตามประสงค์ผู้เป็นนาย
มือของหม่าถังสั่นอย่างควบคุมไม่ได้จากความเจ็บปวด เขารีบคว้าปากกามาเขียนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับคนที่รู้ว่าชีวิตตัวเองแขวนอยู่บนปลายเส้นด้ายมากเพียงใด เมื่อเขียนเสร็จ หานปิงก็ดึงกระดาษนั้นไปส่งให้หลัวเสวียนเย่
“ไอ้สัตว์ มึงอย่ายุ่งกับลูกเมียกู”
ตัวหนังสือบิดเบี้ยวเพราะมือที่สั่น แต่ใจความชัดเจน หลังชายหนุ่มอ่านจบ มุมปากของหลัวเสวียนเย่กระตุกโค้งขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแบบที่ทำให้คนเห็นแล้วขนลุก
“มึงมีสิทธิ์สั่งกูเหรอ” เสียงถามของหลัวเสวียนเย่นั้นนิ่งเรียบ ก่อนจะหันไปทางหานปิง
“หานปิง มึงโทรหาเหวินจิ้ง จับลูกกับเมียมันมา”
คำสั่งนั้นถูกพูดออกมาราวกับกำลังสั่งซื้อกาแฟแก้วหนึ่งหาใช่คำสั่งให้ไปจับตัวคนมาให้ ได้ยินดังนั้นหม่าถังเบิกตากว้างทันที
“อื้อๆ! อื้อ!”
มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ขาของเตียงเหล็กกระแทกพื้นหินอ่อนดังลั่น เส้นเลือดที่คอปูดขึ้นอย่างน่ากลัว
ตอนที่ 6||เสวียนเย่และหมอจ้าน“อ๊าก!...”เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายวัยราวสามสิบหกปีสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินของโรงพยาบาลแอลลูเซีย เมดิคัล เซ็นเตอร์ ห้องสีเทา-ครีมอบอุ่นแต่บรรยากาศกลับเย็นเฉียบ กลิ่นเลือดสดผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและควันบุหรี่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสถานที่ภายในโรงพยาบาลสักนิดเดียวชายคนนั้นถูกมัดอยู่บนเตียงผ่าตัดทั้งตัวชุ่มไปด้วยเลือด เสื้อเชิ้ตของเขาถูกกรีดจนเปิดออก เผยให้เห็นรอยแผลใหม่เก่าเต็มลำตัวไปหมด เสียงร้องนั้นดังเสียจนหัวคิ้วเข้มของหลัวเสวียนเย่ขมวดแทบชนกัน“หนวกหูชะมัด ตัดลิ้นมันทิ้งไป”รองประธานไท่หมิงกรุ๊ปที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เหล็กไม่ไกลออกคำสั่งอย่างหงุดหงิด ทั้งที่เขาเพิ่งจะพ่นควันบุหรี่สีเทาลอยออกจากริมฝีปากบางเป็นสายแท้ๆ“ตัดลิ้นแล้วมันจะตอบคำถามมึงยังไงครับรองประธานหลัว”หลัวจ้านหันขวับไปมองญาติผู้น้องด้วยสีหน้าหงุดหงิด มือที่ถือมีดผ่าตัดยังคงเปื้อนเลือดจนชุ่ม“พูดไม่ได้แต่มันเขียนได้ครับ อย่าโง่ รีบจัดการ กูหนวกหู”หลัวเสวียนเย่ตอบเอื่อยเฉื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องอากาศดีนี่ไม่ใช่เรื่องทรมานคนหานปิงที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนายอด
ตอนที่ 4 ||พ้นวิกฤตหลัวจ้าน นายแพทย์ประจำตระกูลหลัว และเป็นญาติห่าง ๆ ของทั้งนายใหญ่หลัวเสวียนหยางกับนายท่านรองหลัวเสวียนเย่ ถูกเรียกมารับเคสนี้ด้วยตัวเองทันทีที่เปลเข็นพาร่างคนไข้เข้ามาในห้องฉุกเฉินชายหนุ่มเพียงมองร่างบนเปลครั้งเดียว ก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุธรรมดาเขาประเมินจากเสื้อผ้าเปียกชุ่มจากน้ำทะเล รอยเลือด และรอยบาดแผลที่กระจัดกระจายไปทั่วร่าง ล้วนบอกชัดว่าหญิงสาวคนนี้ผ่านอะไรบางอย่างที่รุนแรงมากกว่าคนตกน้ำทั่วไป“นำคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์”เคสแบบนี้หลัวจ้านรีบสั่งให้นำคนไข้ไปเอ็กซ์เรย์เพื่อเช็กก่อนว่าหญิงสาวมีกระดูกหรืออวัยวะภายในส่วนไหนแตกหักเสียหายบ้าง จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนเจาะเลือดเพื่อดูผลค่าเลือดกับหมู่โลหิตตามลำดับ“คุณหมอหลัวค่ะเคสนี้ดูแปลกๆ...”เสียงของหลินจื่ออิง หัวหน้าพยาบาลวิชาชีพผู้ช่วยของนายแพทย์หลัวจ้านที่ถูกเรียกตัวมาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและประเมินบาดแผลเอ่ยถามหมอหนุ่มเสียงเบาขณะที่เธอช่วยกันถอดเสื้อคลุมของหานปิงออกจากตัวคนไข้ ภาพที่ปรากฏทำให้เธอชะงักไปทันที หญิงสาวไม่ได้สวมชุดราตรีธรรมดาแต่มันคือชุดเจ้าสาวแต่กลับไม่มีเจ้าบ่าว แต่กลับเป็นท่าน
ตอนที่ 3 || เก็บของเล่นได้ชิ้นหนึ่งตูม!ร่างสูงใหญ่ของหลัวเสวียนเย่พุ่งลงจากโขดหิน แรงกระแทกทำให้น้ำทะเลกระจายเป็นวงกว้าง ร่างของมาเฟียหนุ่มวัยฉกรรจ์แหวกว่ายสู่ทะเลอย่างรวดเร็วเหมือนปลาฉลามกล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักทำงานอย่างยอดเยี่ยม แขนกำยำแหวกว่ายอย่างทรงพลัง ร่างกายเคลื่อนที่ในทะเลได้คล่องแคล่วราวกับสัตว์นักล่าที่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมนี้มาตั้งแต่กำเนิดสายตาคมกริบกวาดมองท่ามกลางความมืดสลัวของน้ำทะเลลึกราวสองเมตร ไม่นานหลัวเสวียนเย่เห็นร่างเล็กในชุดเจ้าสาวสีขาวกำลังจมลงผ้าสีขาวที่เปียกน้ำแนบติดกับร่างเหมือนก้อนหินที่กำลังดึงเธอลงสู่ก้นทะเล เลือดสีเข้มไหลออกมาจากศีรษะผสมกับน้ำทะเลจนกลายเป็นสีชมพูจางหลัวเสวียนเย่หรี่ตาเล็กน้อย และแทบจะทันทีที่สายตานั้นจับเป้าหมายได้เขาก็พุ่งไปคว้าร่างนั้นเอาไว้‘อย่าเพิ่งทำฉันผิดหวังสิ’นั่นคือสิ่งรองประธานหนุ่มคิด และเขาไม่ยอมเสียเวลานาน รีบกระชากร่างนั้นขึ้นมาเหนือน้ำอย่างรวดเร็วและแรงในวินาทีเดียวกันนั้นเอง...“แค่ก! แค่ก! แค่ก!”เจิ้งซูเหยาสำลักน้ำอย่างรุนแรง เมื่อหญิงสาวเพิ่งได้สติกลับมาขณะตนถูกฉุดกระชากขึ้นมาจากใต้น้ำ เธอพยายามสูดอา
ตอนที่ 2 || หนีเสือเพื่อเจอปีศาจบนหน้าผาสูงชัน เสียงตะโกนโกรธเกรี้ยวของเสิ่นอวี้หรงกับพี่น้องตระกูลเจิ้งดังลั่น เพราะแผนการทุกอย่างพังทลายต่อหน้าต่อตาเพราะเจ้าสาวที่ควรถูกควบคุมไว้ กลับเลือกขับรถพุ่งตกหน้าผาไปเบื้องล่างเสียแล้ว รถสปอร์ตสีขาวกำลังร่วงผ่านอากาศ พร้อมหญิงสาวที่ยังนั่งอยู่หลังพวงมาลัยลมทะเลกระแทกตัวรถจนเกิดเสียงหวีดแหลม หมุนคว้างอยู่เบื้องบน จากนั้นก็ดิ่งสู่ผืนน้ำสีครามด้านล่างเพียงเสี้ยวนาที เจิ้งซูเหยาไม่กรีดร้องเพราะหญิงสาวไม่มีความกลัว ในอกตอนนี้เหลือเพียงหัวใจที่แตกสลาย จากคนที่เธอรักกับที่เรียกว่าครอบครัวที่ไว้ใจที่สุดหักหลังพวกเขาทุกคนล้วนร่วมมือกันหลอกลวงเธอ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ของตัวเองก็ไม่มียกเว้น ภาพเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังติดตาเจิ้งซูเหยาในห้องแต่งตัวของโรงแรมหรู เธอถูกกดลงกับเก้าอี้ เจิ้งฉู่หรั่นพี่สาวต่างแม่จับแขนเธอ และแม่เลี้ยงเช่นถังอี้ซินกดไหล่เธอแน่นคนรับใช้สองคนล็อกขา อีกคนบีบปากเธอ พยายามกรอกยากล่อมประสาทให้เธอกินให้สำเร็จ“กลืนมันลงไป!”เสียงของถังอี้ซินเย็นเหมือนเฉียบเหมือนงูพิษ ส่วนเจิ้งฉู่จ้าน พ่อผู้กำเนิดของเธอทำเพียงยืนดู ไม่ห้ามและช่วยเหลือ
ตอนที่1||หน้าเนื้อใจเสือปัง!ตูม!เสียงโลหะกระแทกกันดังสนั่นราวกับฟ้าผ่ากลางหน้าผา เศษหินเล็ก ๆ กระเด็นตกลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่างหลังรถสปอร์ตสีขาวพุ่งชนแบริเออร์เหล็กและทะยานหายไปจากขอบถนน ตามมาด้วยเสียงน้ำเบื้องล่างแตกกระจายสะท้อนก้องอยู่ในอากาศไม่กี่วินาทีก่อนจะถูกกลืนหายไปกับเสียงคลื่นทะเลที่ซัดกระแทกโขดหินด้านล่างอย่างไม่ปรานี เหลือเอาไว้เพียงภาพโลหะบิดงอ“บัดซบ!”เสิ่นอวี้หรงฟาดฝ่ามือลงบนฝากระโปรงรถเอสยูวีสีดำเต็มแรง เสียงกระแทกดังปึงจนบอดี้การ์ดหลายคนสะดุ้งชายหนุ่มในชุดสูทเจ้าบ่าวในวัยยี่สิบเก้าปีมองลงไปยังหน้าผา ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติเต็มไปด้วยความสุขุมตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดไม่อาจปกปิดด้านข้างเขา เจิ้งฉู่เจี๋ย ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีรีบวิ่งไปหยุดที่ริมหน้าผา รองเท้าหนังราคาแพงครูดกับกรวดหินจนเกิดเสียงเสียดสีก่อนเขาจะชะงัก ภาพเบื้องล่างนั้น รถสปอร์ตสีขาวคันเมื่อครู่กำลังจมลงอย่างช้า ๆตัวรถลอยอยู่เหนือผิวน้ำเพียงครึ่งคัน แสงแดดยามบ่ายแก่สะท้อนตัวถังสีขาวเป็นประกาย ก่อนมันจะค่อย ๆ เอียงลงทีละน้อยเหมือนสัตว์บาดเจ็บที่กำลังจมสู่ก้นทะเล“เวรเอ๊ย...”เจิ้งฉู่เจี๋ยพึมพำ สีหน้าซีด
บทนำ ปลายฤดูร้อนของปี 2026 เมืองชายฝั่งทางตอนใต้กำลังอบอ้าวด้วยอากาศร้อนชื้น ถนนสายเก่าเลียบชายทะเลของเมืองรอง เมืองเย่เฉิง ประเทศเว่ยที่ทอดยาวออกนอกเขตชุมชนขึ้นทุกขณะบนถนนเต็มไปด้วยรถยนต์หลายคันซึ่งกำลังไล่กวดกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงเครื่องยนต์ดังกลบทุกสิ่ง บรรยากาศตึงเครียดราวกับการล่านักโทษอุกฉกรรจ์ทั้งที่รถสปอร์ตสีขาวที่กำลังพุ่งฝ่าทางคดเคี้ยวด้วยความเร็วสูงหลบหนีการไล่ล่านั้น ผู้ขับเป็นหญิงสาวอยู่หลังพวงมาลัยเธอสวมชุดแต่งงานสีขาวหรูหรา ชุดราคาแพงที่ควรอยู่ในโบสถ์ไม่เหมือนนักโทษหนีคดีแม้แต่น้อยใช่แล้วเธอกำลังหนีการตามล่าสุดชีวิต!หากไม่ใช่หนีผู้พิทักษ์กฎหมายหนีศัตรูอื่นใด หากแต่คนที่ไล่ล่าหญิงสาวอย่างเอาเป็นเอาตายไม่มีลดละเป็นระยะทางเกินร้อยกิโลเมตรนี้กลับเป็น ‘คนกันเอง’ทั้งนั้นด้านหลังคือรถเอสยูวีสีดำหลายคันของหนึ่งตระกูลที่เธอเคยเรียกว่าครอบครัวกับอีกหนึ่งคือคนของอนาคตครอบครัวใหม่ที่ตนจะแต่งงานด้วย พวกเขาล้วนเป็นชายฉกรรจ์ในสูทสีเข้มพร้อมอาวุธครบมือไล่ตามอย่างไม่ลดละ เธอกำลังถูกไล่ต้อนเข้าสู่ถนนเส้นเก่าที่คล้ายถูกปิดตายเข้าไปเรื่อยๆทุกขณะห่างไกลจากตำรวจ สองข้างทางไม่มีพยาน พว







