LOGIN“อ๊าก!...”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของชายวัยราวสามสิบหกปีสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินของโรงพยาบาลแอลลูเซีย เมดิคัล เซ็นเตอร์ ห้องสีเทา-ครีมอบอุ่นแต่บรรยากาศกลับเย็นเฉียบ กลิ่นเลือดสดผสมกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและควันบุหรี่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนสถานที่ภายในโรงพยาบาลสักนิดเดียว
ชายคนนั้นถูกมัดอยู่บนเตียงผ่าตัดทั้งตัวชุ่มไปด้วยเลือด เสื้อเชิ้ตของเขาถูกกรีดจนเปิดออก เผยให้เห็นรอยแผลใหม่เก่าเต็มลำตัวไปหมด เสียงร้องนั้นดังเสียจนหัวคิ้วเข้มของหลัวเสวียนเย่ขมวดแทบชนกัน
“หนวกหูชะมัด ตัดลิ้นมันทิ้งไป”
รองประธานไท่หมิงกรุ๊ปที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้เหล็กไม่ไกลออกคำสั่งอย่างหงุดหงิด ทั้งที่เขาเพิ่งจะพ่นควันบุหรี่สีเทาลอยออกจากริมฝีปากบางเป็นสายแท้ๆ
“ตัดลิ้นแล้วมันจะตอบคำถามมึงยังไงครับรองประธานหลัว”
หลัวจ้านหันขวับไปมองญาติผู้น้องด้วยสีหน้าหงุดหงิด มือที่ถือมีดผ่าตัดยังคงเปื้อนเลือดจนชุ่ม
“พูดไม่ได้แต่มันเขียนได้ครับ อย่าโง่ รีบจัดการ กูหนวกหู”
หลัวเสวียนเย่ตอบเอื่อยเฉื่อย ราวกับกำลังคุยเรื่องอากาศดีนี่ไม่ใช่เรื่องทรมานคนหานปิงที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้เป็นนายอดคิดไม่ได้ในใจว่า
‘ไม่ชอบเสียงดังแต่ชอบทรมานคนให้แหกปากประหลาดคนเสียจริง’
แต่ก็เช่นเคยหานปิงทำได้แค่คิดใครจะกล้าพูดมากกับคนตระกูลหลัว ดูอย่างหัวหน้าฝ่ายการตลาดของสาขาเย่เฉิงเถอะ หม่าถังคนนี้คงไม่เคยคิดว่าการขายข้อมูลบริษัทจะจบลงแบบนี้แน่นอน
“ครับๆ ไอ้ห่าไม่ช่วยยังสั่งเก่ง” ฝ่ายหลัวจ้านรับคำไปก็สบถด่าไป ขณะใช้ผ้าก๊อซซับเลือดที่หยดลงมาจากคางของผู้จัดการหม่าถังคล้ายหมอผู้มีจิตใจอารี
“พูดมาก กูให้เวลามึงอีก 5 นาที ถ้ามึงยังปล่อยให้มันแหกปากอีก กูจะหักเงินเดือนมึงครับไอ้พี่จ้าน” หลังพูดจบ หลัวเสวียนเย่ดีดขี้เถ้าบุหรี่ลงบนพื้นคอนกรีตอย่างไม่ใส่ใจ
“สัส! มึงหักจนเงินเดือนกูหดเท่าหรรมมดแล้วไอ้เย่ แล้วถ้ามึงจะพูดขนาดนี้เลิกเรียกกูพี่เถอะ”
“ได้เหรอ”
“เออ!!! แล้วเลิกสูบสักทีบุหรี่น่ะ” คนเป็นหมอบ่นเสียงขรม
“มึงเหม็น” หลัวเสวียนเย่ถามหน้าตาย แล้วสูดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่คล้ายก่อกวน
หลัวจ้านชะงักไปครู่หนึ่งก่อนพ่นคำบ่นความในใจออกมาเสียงขรึม“เปล่า กูอยากสูบด้วย”
หานปิงต้องห้ามเสียงหัวเราะไว้แค่ในลำคอ สองคนนี้ถ้าใครไม่รู้จักมาก่อนว่าเป็นทายาทสายหลักของตระกูลหลัว คงคิดว่าเป็นนักเลงข้างถนนแน่พูดจาแต่ละคำหยาบคายสิ้นดี เหมือนไม่ใช่รองประธานกับแพทย์มากฝีมือสักนิดเดียว
“สัส! หมดเวลาของมึงละ กูทำเอง”
หลัวเสวียนเย่ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างกะทันหัน บุหรี่มวนใหม่ที่เพิ่งสูบไปได้ไม่กี่คำถูกโยนลงพื้น ก่อนจะถูกปลายรองเท้าหนังสีน้ำตาลไหม้ขยี้จนแบนไม่เป็นรูป
“อะไรวะ ยังไม่ครบ 5 นาที มึงโกงกู”
หลัวจ้านชี้หน้าญาติผู้น้องอย่างไม่พอใจเงินเดือนเขายิ่งน้อยอยู่หักจนเหลือแค่หรรมมดแล้วมันยังคิดจะหักอีก ที่สำคัญหลัวเสวียนเย่หักจริงไม่ใช่แค่พูดเล่นเสียด้วย
“ขาดทุนฉิบหาย”
คุณหมอผู้อยากจนบ่นไม่เลิก แต่หลัวเสวียนเย่ไม่สนใจ เขาดึงถุงมือยางมาสวมอย่างช้า ๆ ก่อนหยิบมีดผ่าตัดจากถาดสแตนเลส เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาก็จริง ทว่ากับหม่าถังกลับดังก้องจนเขาสะท้านเยือก
ฮ่าวเฉินที่ยืนคอยหยิบอุปกรณ์อยู่ไม่ไกลแอบเหลือบมองนาฬิกา จริง ๆ เพิ่งผ่านไปแค่สองนาทีครึ่งเองไม่ใช่หรือ?
ถึงสงสัยแต่ฮ่าวเฉินเลือกที่จะเงียบเพราะการเถียงรองประธานหลัวตอนนี้มีโอกาสสูงที่จะได้ลองเป็นคนไข้ให้เจ้านายตนรักษาแทนหม่าถังเป็นแน่
ขณะนั้นเองมีดผ่าตัดคมกริบกรีดลงบนเนื้อของผู้จัดการหม่าถังอย่างไม่ลังเล ฮ่าวเฉินถึงกับสะดุ้งถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ฉับ!
“อ๊าก! อือๆ!”
เสียงกรีดร้องที่เคยดังโหยหวนกลายเป็นเสียงอู้อี้เมื่อหลัวเสวียนเย่จับลิ้นของหม่าถังดึงออกมาแล้วใช้มีดเฉือนลงอย่างเย็นชา เลือดพุ่งกระเซ็นเปื้อนพื้น
แต่สีหน้าของคนลงมือไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว ก่อนเขาจะหยิบขวดน้ำเกลือขึ้นมาเปิดฝา กลอกลงไปในปากที่เต็มไปด้วยเลือดของหม่าถังราวกับกำลังล้างแผลคนไข้ธรรมดา
“ไอ้ห่าเย่ เสียเลือดมากเดี๋ยวมันก็ตายหรอก” หลัวจ้านเตือนขณะคาบบุหรี่ไว้ที่มุมปาก รีดเค้นไอ้ผู้จัดการหม่ามาเป็นชั่วโมงเขาหิวบุหรี่จะแย่
“ไม่ใช่หน้าที่กูที่ต้องรักษาชีวิตมันนี่ มึงเป็นหมอก็จัดการไปสิ”
หลัวเสวียนเย่ตอบเรียบ ๆ พร้อมวางมีดลง หลัวจ้านกลอกตา ก่อนสูบบุหรี่ลึก ๆ สามครั้งติดแล้วโยนทิ้ง จากนั้นเดินไปหยิบถุงเลือดมาต่อเข้ากับแขนของหม่าถังพร้อมบ่นพึมพำ
“แม่ง…กูเป็นหมอรักษาคน ไม่ใช่หมอซ่อมของเล่นมึงนะไอ้เวรเย่”
ฮ่าวเฉินกับหานปิงฟังแล้วต่างคิดในใจตรงกันในใจว่า…
หมอหลัวพูดแบบนี้ทุกครั้ง แต่ก็ช่วยทุกครั้งเหมือนเดิมไม่ใช่หรือครับ?
หลัวเสวียนเย่ทำเพียงยักไหล่ ก่อนจะหยิบผ้าก๊อซเช็ดเลือดออกจากข้อมือ แล้วก้มลงมองชายที่กำลังตัวสั่นระริกอยู่บนเตียงผ่าตัดตัดเย็นเฉียบด้วยสายตากดดัน
“กูให้โอกาสมึงบอกกูเป็นครั้งสุดท้ายนะหม่าถัง” เสียงของรองประธานไท่หมิงกรุ๊ปเรียบเย็นจนแทบไม่มีอารมณ์ใด
“ไม่อย่างนั้นมึงจะได้เห็นลูกกับเมียของมึงตายต่อหน้าแน่ กูรับรอง”
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของผู้จัดการหม่าถังเบิกกว้างเพราะคำพูดนี้หลัวเสวียนเย่ไม่ขู่แน่คนแบบมันมีแต่ทำจริง หม่าถังพยายามส่งเสียงบางอย่างออกมา แต่ไม่มีลิ้นเหลือให้พูด
หลัวเสวียนเย่มองภาพนั้นอย่างเฉยชา ความจริงแล้วเหตุผลที่เขามาเมืองเย่เฉิงครั้งนี้ไม่ใช่แค่ประชุมผู้ถือหุ้นดังที่ทุกคนเข้าใจ
แต่เขามาเพื่อ หาหนอนบ่อนไส้ที่ขายข้อมูลของไท่หมิงกรุ๊ป และตอนนี้ หนอนตัวพ่อก็อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
หานปิงเหลือบมองผู้จัดการหม่าถังอีกครั้ง ก่อนถอนหายใจในใจสมเพช บางทีการโดนยิงตายตั้งแต่แรกอาจจะโชคดีกว่าก็ได้ แต่คนทรยศตระกูลหลัวจะตายสบายแบบนั้นได้ที่ไหนกัน
“อื้อๆ”
ผู้จัดการหม่าถังพยายามจะตะโกน แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากปากมีเพียงเสียงอู้อี้ไร้ความหมาย ลิ้นที่ถูกตัดไปทำให้เขาไม่สามารถพูดเป็นคำให้จับใจความได้อีก เลือดไหลออกจากมุมปากหยดลงบนเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนจนมองไม่ออกว่าเดิมทีเป็นสีอะไร
หลัวเสวียนเย่เหลือบมองเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะพยักหน้าให้หานปิง
หานปิงเข้าใจทันที เขาเดินไปหยิบกระดาษกับปากกาจากโต๊ะสแตนเลสใกล้ผนัง แล้วยื่นให้คนทรยศที่ถูกมัดอยู่บนเตียงจนไม่สามารถกระดิกตัวได้ ฮ่าวเฉินตรงเข้าไปปลดมือข้างถนัดให้มันได้เขียนหนังสือตามประสงค์ผู้เป็นนาย
มือของหม่าถังสั่นอย่างควบคุมไม่ได้จากความเจ็บปวด เขารีบคว้าปากกามาเขียนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับคนที่รู้ว่าชีวิตตัวเองแขวนอยู่บนปลายเส้นด้ายมากเพียงใด เมื่อเขียนเสร็จ หานปิงก็ดึงกระดาษนั้นไปส่งให้หลัวเสวียนเย่
“ไอ้สัตว์ มึงอย่ายุ่งกับลูกเมียกู”
ตัวหนังสือบิดเบี้ยวเพราะมือที่สั่น แต่ใจความชัดเจน หลังชายหนุ่มอ่านจบ มุมปากของหลัวเสวียนเย่กระตุกโค้งขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแบบที่ทำให้คนเห็นแล้วขนลุก
“มึงมีสิทธิ์สั่งกูเหรอ” เสียงถามของหลัวเสวียนเย่นั้นนิ่งเรียบ ก่อนจะหันไปทางหานปิง
“หานปิง มึงโทรหาเหวินจิ้ง จับลูกกับเมียมันมา”
คำสั่งนั้นถูกพูดออกมาราวกับกำลังสั่งซื้อกาแฟแก้วหนึ่งหาใช่คำสั่งให้ไปจับตัวคนมาให้ ได้ยินดังนั้นหม่าถังเบิกตากว้างทันที
“อื้อๆ! อื้อ!”
มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ขาของเตียงเหล็กกระแทกพื้นหินอ่อนดังลั่น เส้นเลือดที่คอปูดขึ้นอย่างน่ากลัว
“นี่คือ สวีซูเยี่ยน ต่อไปเธอจะเป็นนายหญิงของคฤหาสน์รองหลัวแห่งนี้”น้ำเสียงของหลัวเสวียนเย่ไม่ดังมาก แต่ชัดเจนหนักแน่นจนทุกคนได้ยินกันทั่วสิ้นประโยคของเจ้าของคฟหาสน์ เสียงตอบรับก็ดังขึ้นพร้อมกัน“ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวครับ” / “ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวค่ะ”เสียงประสานทั้งชายและหญิงดังขึ้นเป็นจังหวะเดียว ไม่มีใครช้าหรือเร็วกว่าอีกคน เหมือนผ่านการฝึกมาแล้วอย่างดีเยี่ยม สวีซูเยี่ยนกวาดตามองผู้คนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่แสดงความตื่นตระหนก ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี“ลำบากทุกคนแล้ว ต่อไปเรียกฉันว่าคุณซูเยี่ยนก็พอ” น้ำเสียงสุภาพก็จริง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจของผู้เป็นนายหญิงน่าเกรงขามหลัวเสวียนเย่หันไปทางพ่อบ้าน “คนนี้คือพ่อบ้าน จ้าวเว่ย หากเธอต้องการอะไร สั่งเขาได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าคน”คำพูดถูกเอ่ยออกมาเรียบเหมือนพูดเรื่องทั่วไป ไม่มีใครแสดงสีหน้าตกใจ สวีซูเยี่ยนหันไปมองชายคนนั้น จ้าวเว่ยก้มศีรษะเล็กน้อย สีหน้ายังคงนิ่ง หลัวเสวียนเย่พูดต่อทันที“ส่วนนาย นี่คือนายหญิง อำนาจของเธอเป็นรองแค่ฉันกับพี่ใหญ่ เธอสั่งอะไร นายมีหน้าที่ทำตาม ห้ามตั้งคำถาม เข้าใจไหมจ้าวเว่ย
ตอนที่ 15 || ย้ายเข้าคฤหาสน์รองประธานหลัวสิบโมงตรง ประตูกระจกอัตโนมัติของโรงพยาบาลเอกชนในเครือไท่หมิงกรุ๊ปเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง สวีซูเยี่ยนก้าวออกมายืนใต้แสงแดดยามสายที่ตกกระทบพื้นหินอ่อนด้านหน้า ลมอ่อนพัดผ่าน กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ติดปลายจมูกมานานร่วมสี่เดือนถูกแทนที่ด้วยอากาศสดใหม่ หญิงสาวหยุดนิ่ง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกหนึ่งครั้ง สายตายังคงนิ่งและคมกริบ ไม่หลงเหลือเค้าของคนเจ็บป่วยหรือคุณหนูเจิ้งในอดีตแม้แต่น้อยถนนด้านหน้าโรงพยาบาลถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบ รถเข้าออกเป็นจังหวะ การ์ดชุดดำยืนประจำจุดอย่างเงียบงัน ทุกอย่างดูปกติ หากมองผิวเผิน แต่ในความปกตินั้นแฝงความเข้มงวดที่ไม่เปิดช่องว่างให้ความผิดพลาด โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยของรองประธานหลัว“พร้อมไหม”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านข้าง หลัวเสวียนเย่เดินเข้ามาหยุดในระยะประชิดจนหัวไหล่ของเธอเสียดสีกับต้นแขนของมาเฟียหนุ่ม เงาของเขาทาบลงบนพื้นเดียวกับเธอจนกลายเป็นเงาเดียวยากจะแยกออก สวีซูเยี่ยนหันไปมอง ดวงตาหงส์คู่งามนั้นสงบเกินคนทั่วไปจะอ่านออก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่อ่อนโยน ซึ่งภาพนี้หญิงสาวเริ่มจนคุ้นเคย“พร้อมมากค่ะ”คำ
ตอนที่14|| เธอพร้อมจะกลับลั่วหยางหรือยัง?จูบนั้นยาวนานจนสวีซูเยี่ยนแทบขาดอากาศหายใจ ปลายลิ้นของเขาไม่ใช่แค่แตะแล้วถอย แต่จงใจไล่ต้อน กดจังหวะให้เธอเสียหลักทีละนิด หลัวเสวียนเย่ผละออกอย่างเชื่องช้าอย่างคนเสียดายเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะหมดลมหายใจสายตาคมกริบไล้ผ่านริมฝีปากของเธออย่างไม่ปิดบังความเสียดายรสจูบดื่มด่ำ ซึ่งหวานล้ำอย่างที่เขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน และคนแบบหลัวเสวียนเย่ มาเฟียปีศาจแห่งกระกูลหลัวไม่เคยห้ามใจหากเขาต้องการ ชายหนุ่มจึงก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม เหมือนยึดเอาความหวานมาเก็บไว้จนไม่เหลือ แต่ยิ่งจูบริมฝีปากของหญิงสาวกลับยิ่งหวานราวกับเขากำลังดื่มน้ำผึ้งป่า“แฮ่ก...พอ...พอแล้วค่ะ รองประทานหลัว”สวีซูเยี่ยน รีบร้อนผลักรองประธานหนุ่มออกก่อนเอ่ยห้ามเสียงสั่น พอเห็นเขาจะก้มลงมาอีกเธอเลยมือยกขึ้นปิดปากตนเองแน่น ราวกับต้องกันทั้งเขาและตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้ ลมหายใจยังหอบหนัก แต่สายตากลับแข็งขึ้นอย่างไม่ปกปิดความไม่พอใจ“ทำไม?”หลัวเสวียนเย่ถามเสียงต่ำ แฝงความหงุดหงิดชัดเจน เพราะตลอดชีวิตเขาอยากได้สิ่งใดไม่เคยมาใครขัดใจหรือคิดจะห้าม“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำ
สวีซูเยี่ยนถึงกับหลุดเสียงร้องอุทานเมื่อถูกมาเฟียหนุ่มกัดใบหูของตนแผ่วเบาอีกครั้ง แต่เหมือนแค่นั้นหลัวเสวียนเย่จะยังไม่พอใจเขา เลื่อนริมฝีปากไปตามแก้มปลายคางและสุดท้ายหยุดลงตรงซอกคอขาวผุดผ่องคล้ายจะจงใจให้หญิงสาวรับรู้ถึงความใกล้ชิดระหว่างคนที่กำลังจะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริงลมหายใจของสวีซูเยี่ยนเริ่มสะดุดและขาดห้วงเล็กน้อย ความร้อนรุ่มเริ่มลามเลียไปจนทั่วผิวกายของตน ถึงอย่างนั้นหญิงสาวกลับไม่คิดจะผลักชายหนุ่มออก หรือแม้แต่จะตบเขาสักฉาดที่กล้าแตะต้องเธอขนาดนี้กลับกัน เธอเอียงหน้าหนีเพียงเล็กน้อยเปิดทางให้รองประธานหลัวได้ทำตามใจ หลัวเสวียนเย่เห็นกิริยานั้นของว่าที่ภรรยาก็หยุดไปชั่วครู่สายตาของเข้าเข้มขึ้น ไม่ใช่เพลิงพิศสวาทที่กำลังร้อยรุ่มขึ้นมาหลังได้กลิ่นกายหอมหวานของหญิงสาว แต่เข้มขึ้นเพราะเขาพึงใจที่ ‘ของเล่น’ชิ้นนี้สู้มือถูกใจเข้าเหลือเกินเขาได้เห็นแล้วว่าสวีซูเยี่ยนไม่ได้อ่อนแอหรือเป็นพวกดีแค่ปาก พอถึงตอนเขา ‘เอาจริง’กลับร้องไห้ขอร้องให้เขาปล่อยไปมุมปากของรองประธานหลัวยกขึ้นเล็กน้อย มือที่เอวเธอกระชับขึ้นอีกนิดไม่แรงจนทำให้สวีซูเยี่ยนเจ็บเพียงแค่พอให้หญิงสาวรู้ว่า
ตอนที่ 13 || อย่ามาท้าทายระบบนางร้ายอย่างฉันหลังจากวันที่เปิดผ้าพันแผลผ่านไปได้สามวันเต็ม ห้องพักฟื้นยังคงเงียบงันเหมือนเดิม แต่สำหรับสวีซูเยี่ยน ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมดแล้ว แสงแดดยามบ่ายยังคงสาดลอดม่านเข้ามา เงาแสงทอดยาวไปตามพื้นหินอ่อน ดูสงบ เย็น และไร้ชีวิต เช่นเดียวกับผู้พักอาศัยเธอยืนอยู่หน้ากระจก ปลายนิ้วแตะลงบนใบหน้าของตนเองอย่างแผ่วเบา ความแปลกแยกยังคงหลงเหลือ แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันอีกแล้ว เพราะใบหน้านี้หญิงสาวเลือกเอง ตัวตนนี้ก็เป็นเธออีกที่ต้องการลมหายใจถูกปล่อยออกเชื่องช้า ก่อนเธอจะหันหลัง ตั้งใจจะออกไปจากห้องนี้สักพักวันก่อนหญิงสาวถามพยาบาลประจำตึกว่ามีส่วนหย่อมให้คนไข้ไปนั่งพักผ่อนหรือไม่อีกฝ่ายบอกว่ามี อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า ดังนั้นหญิงสาวจึงคิดจะไปผ่อนคลายบนนั้นสักหน่อยแกร๊กแต่ยังไม่ทันที่มือของสวีซูเยี่ยนจะได้สัมผัสลูกบิดประตูหัวใจของเธอกระตุกแรง เมื่อประตูถูกคนจากด้านนอกผลักเปิดเข้ามาเสียก่อน แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะภาพของหลัวเสวียนเย่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ความตกใจเปลี่ยนเป็นสงบลงเพียงสบตากับดวงตาเยือกเย็น ลมหายใจของสวีซูเยี่ยนก็ก็สะดุดไปเล็ก
ไม่นานนัก ประตูห้องพักฟื้นเดิมก็ถูกเปิดออก เตียงถูกเข็นเข้าไปวางในตำแหน่งเดิม ทุกอย่างกลับมาเหมือนก่อนหน้า สวีซูเยี่ยนหลับไปเพราะฤทธิ์ยาระงับปวด ไม่ใช่เพราะอ่อนแรงวันเวลายังคงเดินไปข้างหน้าหลังวันผ่าตัดครบสิบเจ็ดวันกำหนดเปิดผ้าพันแผลก็มาถึง...เช้าวันนี้สวีซูเยี่ยนยังคงตื่นตั้งแต่เช้าเหมือนทุกวัน หลังจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย เธอมานั่งอยู่ปลายเตียงในห้องพักฟื้น เปิดโทรทัศน์ดูข่าวไปเรื่อย ๆ รีโมตอยู่ในมือ นิ้วเรียวเปลี่ยนช่องอย่างไม่เร่งรีบ แสงแดดช่วงสายลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาอย่างเบาบาง ทอดลงบนพื้นห้องอย่างเงียบงันจนใกล้เก้าโมง ประตูเปิดขึ้นโดยไม่มีเสียงเตือน สวีซูเยี่ยนไม่ต้องหันไปมองก็เดาได้แล้วว่าต้องเป็นหลัวเสวียนเย่ เพราะหากเป็นคุณหมอหรือพยาบาล ทุกคนล้วนเคาะประตูก่อนเสมอชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง แล้วหยุดยืนในระยะที่มองเธอได้ชัดเจน สวีซูเยี่ยนไม่ได้ลุกขึ้น หญิงสาวเพียงหันมองเขา แล้วก้มศีรษะ ก่อนจะกล่าวทักทายคนที่หายหน้าหายตาไปร่วมเดือน“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเสวียนเย่”“สวัสดีซูเยี่ยน” เขาตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวไปทรุดนั่งบนโซฟาไม่ไกลจากเตียง เหวินจิ้งนำกาแฟดำม
เจิ้งซูเหยาหลับและตื่นสลับกันไปหลายครั้งจนไม่อาจแยกออกได้แล้วว่าเวลาผ่านไปกี่วันกี่คืน รู้เพียงว่าทุกครั้งที่ลืมตา ตนจะเจ็บปวดทุกครั้งที่หายใจราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดทั้งร่างจากทุกทิศทุกทางเจ็บจนอยากตายไปเสีย จะได้ไม่ต้องรับรู้ความทรมานอันยืดยาวนี้อีก แต่ทุกครั้งที่ความคิดนั้นผุดขึ้น ภาพของแ
ตอนที่ 9 || ข่าวดีหรือร้าย?วันเวลาผ่านไปอีกสิบวัน...การรักษาของสวีซูเยี่ยนดีขึ้นเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ความจริงหญิงสาวสามารถกลับไปพักที่บ้านได้เป็นอาทิตย์แล้ว แต่หนึ่ง เธอไม่มีบ้านให้กลับ และสอง เธอยังต้องปิดบังว่าตนเองเป็นบุคคลสูญหาย ดังนั้นเธอจึงเลือกอยู่ที่โรงพยาบาลต่อไปรอทำผ่าตัดตกแต่งใบหน้า
ตอนที่ 8 ||ยืนไม่เปลี่ยนชื่อนั่งก็ไม่เปลี่ยนแซ่อีกหลายวันหลังจากอาการของเจิ้งซูเหยาเริ่มคงที่ หญิงสาวจึงได้พบหน้าคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้อย่างเป็นทางการ และในวินาทีนั้นเองเธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมวันแรกที่ลืมตาขึ้น เธอถึงสับสนว่าผู้ชายคนนั้นเป็นมนุษย์หรือยมทูตจากขุมนรกหลัวเสวียนเย่ดูหล่อเหลามมากก็จริงแ
ตอนที่ 7||ของแรร์ไอเทมของมึงฟื้นแล้วนะแต่เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงพูดไม่เป็นภาษาคน ดวงตาของผู้จัดการหนุ่มใหญ่เต็มไปด้วยความคับแค้นมันอัดแน่นไปด้วยความหมายว่าอยากจะฆ่าหลัวเสวียนเย่ให้ตายเดี๋ยวนี้ แต่ยิ่งเห็นดังนั้นหลัวเสวียนเย่กลับแค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ“หึ! แค้นกู?” รองประธานหนุ่มก้มลงเล็กน้อย







