Mag-log inปัง!
ตูม!
เสียงโลหะกระแทกกันดังสนั่นราวกับฟ้าผ่ากลางหน้าผา เศษหินเล็ก ๆ กระเด็นตกลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่างหลังรถสปอร์ตสีขาวพุ่งชนแบริเออร์เหล็กและทะยานหายไปจากขอบถนน ตามมาด้วยเสียงน้ำเบื้องล่างแตกกระจายสะท้อนก้องอยู่ในอากาศไม่กี่วินาทีก่อนจะถูกกลืนหายไปกับเสียงคลื่นทะเลที่ซัดกระแทกโขดหินด้านล่างอย่างไม่ปรานี เหลือเอาไว้เพียงภาพโลหะบิดงอ
“บัดซบ!”
เสิ่นอวี้หรงฟาดฝ่ามือลงบนฝากระโปรงรถเอสยูวีสีดำเต็มแรง เสียงกระแทกดังปึงจนบอดี้การ์ดหลายคนสะดุ้ง
ชายหนุ่มในชุดสูทเจ้าบ่าวในวัยยี่สิบเก้าปีมองลงไปยังหน้าผา ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติเต็มไปด้วยความสุขุมตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดไม่อาจปกปิด
ด้านข้างเขา เจิ้งฉู่เจี๋ย ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีรีบวิ่งไปหยุดที่ริมหน้าผา รองเท้าหนังราคาแพงครูดกับกรวดหินจนเกิดเสียงเสียดสีก่อนเขาจะชะงัก ภาพเบื้องล่างนั้น รถสปอร์ตสีขาวคันเมื่อครู่กำลังจมลงอย่างช้า ๆ
ตัวรถลอยอยู่เหนือผิวน้ำเพียงครึ่งคัน แสงแดดยามบ่ายแก่สะท้อนตัวถังสีขาวเป็นประกาย ก่อนมันจะค่อย ๆ เอียงลงทีละน้อยเหมือนสัตว์บาดเจ็บที่กำลังจมสู่ก้นทะเล
“เวรเอ๊ย...”
เจิ้งฉู่เจี๋ยพึมพำ สีหน้าซีดเผือดเหมือนคนไม่อยากเชื่อสายตา ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป เพียงไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา เจิ้งซูเหยายังอยู่ในรถคันนั้น แต่ตอนนี้...
“พี่เจี๋ยทำอะไรสักอย่างสิคะ!”
เสียงกรีดร้องแหลมดังขึ้นจากด้านหลัง เจิ้งฉู่หรั่น หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีในชุดเดรสหรูสีชมพูอ่อนรีบวิ่งมาหยุดใกล้ขอบหน้าผา ใบหน้าสวยจัดเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เธอจับแขนพี่ชายบุญธรรมแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อของเขา
“รีบลงไปช่วยมันสิ!”
“เธอจะบ้าเหรอหลันหลัน!” เจิ้งฉู่เจี๋ยหันกลับมาตวาดเสียงแข็งกร้าว
“ข้างล่างนั่นมันลึกตั้งกี่สิบเมตร คลื่นก็แรง คิดจะให้พี่กระโดดตามซูเหยาไปตายหรือไง!”
ชายหนุ่มไม่ได้ปิดบังความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายังไม่อยากตายสักหน่อย ทะเลตรงหน้าผาแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าอันตราย แม้แต่นักประดาน้ำมืออาชีพยังต้องระวัง จะให้เขากระโดดลงไปตอนนี้งั้นหรือ
ฝันไปเถอะ!
“แต่นังนั่นมันยังกล้า...”
เจิ้งฉู่หรั่นกำลังจะตะโกนด่าพี่ชายบุญธรรมที่ยืนไม่ยอมทำอะไร ทว่าคำพูดของเธอกลับถูกขัดจังหวะ ด้วยมือแข็งแรงของเสิ่นอวี้หรงที่ยื่นมาคว้าข้อมือหญิงสาวเอาไว้
“หรั่นเอ๋อ ใจเย็นก่อน”
น้ำเสียงเขานุ่มลงทันทีราวกับเปลี่ยนเป็นเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความโกรธ กลับอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อมองหญิงสาวตรงหน้า
“เรื่องนี้ใช่ว่าจะไม่มีทางออก”
เจิ้งฉู่หรั่นหันไปมองชายคนรักทันที “ทางออกแบบไหนคะ!”
เธอแทบจะกรีดร้อง เพราะหวาดกลัวจะเสียทุกอย่างไป “ก็นังซูเหยาตกทะเลไปแล้ว! แผนพวกเราพังหมดแล้ว!”
ลมทะเลพัดแรงจนผมยาวของหญิงสาวปลิวกระจาย ใบหน้าสวยจัดที่เคยถูกชมว่าสามารถเป็นดาราดังได้หากเธอเต็มใจ กลับบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด
เสิ่นอวี้หรงมองเธอเพียงครู่หนึ่ง ในใจชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้สวยจริงแต่ดันโง่เกินไป
จนบางครั้งเขาก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าตัวเองตกหลุมรักเธอไปได้อย่างไรในตอนแรก แต่ตอนนี้เรื่องนั้นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือการควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าเสียก่อน
“ทางโรงแรมตอนนี้ต้องวุ่นวายแน่” เสิ่นอวี้หรงพูดอย่างสุขุม “มีแค่คุณพ่อคุณกับคุณพ่อผมคงรับมือแขกกับพวกนักข่าวไม่ไหว”
เขาหันมามองหญิงสาว “คุณกลับไปก่อน”
“อะไรนะคะ?”
“ส่วนผมกับฉู่เจี๋ยจะจัดการทางนี้เอง”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แม้ทุกอย่างจะผิดแผนไปบ้าง แต่เสิ่นอวี้หรงในฐานะรองประธาน หงเย่กรุ๊ป ย่อมมีสติและมองภาพรวมได้ดีกว่าทายาทตระกูลเจิ้งสายรองสองคนตรงหน้า อย่างน้อยก็ต้องทำให้เรื่องนี้ดูเหมือนอุบัติเหตุมากที่สุด
หรือไม่ก็...
ให้มันกลายเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ในแบบที่เขาถนัดตลอดมา
“แต่ที่งานแต่งยังมีคุณแม่ของฉันกับคุณแม่ของพี่อยู่นะคะ…”
เจิ้งฉู่หรั่นยังไม่อยากไป เธอไม่อยากห่างจากเสิ่นอวี้หรงแม้แต่วินาทีเดียว ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนกว่าครั้งไหน เป็นรอยยิ้มเขาที่คิดว่าหญิงสาวสวยแต่รูปตรงหน้าจะยอมทำตามทุกสิ่งที่ตนสั่ง
“ที่งานกำลังรอคำอธิบายเรื่องเจ้าสาวหนีงานแต่งอยู่ ส่วนพี่เป็นเจ้าบ่าวหากกลับไปทั้งที่เจ้าสาวตกทะเลคงไม่เหมาะ”
เขาก้มลงเล็กน้อยจนสายตาอยู่ระดับเดียวกับเธอ
“พี่เห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญที่สุดของพี่ไง ถึงยกหน้าที่แถลงข่าวให้เธอไปจัดการ หรั่นเอ๋อ เธอช่วยพี่หน่อยนะ”
คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวชะงัก ดวงตาสวยเบิกกว้าง “จริงเหรอคะ…”
“แน่นอน”
เสิ่นอวี้หรงรู้ดีว่าตนควรพูดอย่างไร ผู้หญิงแบบเจิ้งฉู่หรั่นถึงจะเหลวเป็นน้ำแข็งละลาย และไม่ผิดจากที่เขาคิด
ไม่กี่นาทีต่อมา หญิงสาวก็เรียกบอดี้การ์ดสองคนให้ขับรถคุ้มกันเธอกลับเมือง จิ่งหยาง เมืองเอกของประเทศเว่ยที่อยู่ห่างจากเย่เฉิงราวหนึ่งร้อยแปดสิบกิโลเมตร
เสียงเครื่องยนต์รถหรูคันนั้นค่อย ๆ ห่างออกไป เสิ่นอวี้หรงมองมันจนลับสายตา ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ไปได้เสียที”
เสียงบ่นดังขึ้น แต่คนพูดไม่ใช่เขา
“อยู่ไปก็วุ่นวายตายชัก”
เป็นเจิ้งฉู่เจี๋ยที่พูดแทน รองประธานหงเย่กรุ๊ปไม่ได้ตอบคำของคุณชายใหญ่เจิ้ง
เพราะในใจเขาคิดเหมือนกันทุกประโยค ลมทะเลยังคงพัดแรง ด้านล่าง รถสปอร์ตสีขาวจมลงไปเกือบหมดแล้ว
“เว่ยเสียน”
เสียงเสิ่นอวี้หรงกลับมาเย็นชาอีกครั้ง หัวหน้าบอดี้การ์ดรีบเดินเข้ามาทันที
“ครับรองประธานเสิ่น”
“ส่งคนลงไปด้านล่างทำเหมือนพวกนายพยายามช่วยคุณหนูสามเจิ้งเต็มที่”
“ครับ”
“เส้าเหิง”
ชายอีกคนรีบรับคำ
“โทรแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยเดี๋ยวนี้”
ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหวทันท เสิ่นอวี้หรงก้าวไปยืนข้างเจิ้งฉู่เจี๋ย สองมือสอดในกระเป๋ากางเกง สูทเจ้าบ่าวสีดำปลิวเล็กน้อยตามแรงลม
สายตาคมของเขามองลงไปยังทะเลสีมรกต ตอนนี้มองเห็นเพียง จุดสีขาวเล็ก ๆ
ของหลังคารถที่กำลังจมหาย เจิ้งฉู่เจี๋ยกลืนน้ำลาย เขารู้ว่าสุดท้ายเจิ้งซูเหยาต้องตายก็จริงแต่ไม่คิดว่าจะมาเห็นกับตนเองแบบนี้
“คราวนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดีครับพี่อวี้”
เสียงของคุณชายใหญ่เจิ้งแต่ไม่มีสิทธิ์จะได้นั่งเก้าอี้ประธานหงเย่กรุ๊ปคนต่อไปเบาลง
เสิ่นอวี้หรงนิ่งไปครู่หนึ่ง สมองเขาหมุนเร็วเหมือนเครื่องคำนวณ ความตายของเจิ้งซูเหยา
อาจไม่ใช่ปัญหาเพราะเดิมทีแผนของเขาหญิงสาวก็ต้องตายแต่ปัญหาคือ เธอยังไม่ได้เซ็นชื่อลงในใบทะเบียนสมรส เธอมาตายตอนนี้แผนเขาพังยับเยินหมด หลังคิดอยู่ไม่กี่วินาที ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มเย็นเยียบ
“ไม่ยาก”
เสิ่นอวี้หรงพูดช้า ๆ
“ในเมื่อยังมีฉู่หรั่นอยู่”
เจิ้งฉู่เจี๋ยขมวดคิ้ว
“หมายความว่า…”
เสิ่นอวี้หรงหัวเราะเสียงแผ่ว
“เทคนิคการแพทย์สมัยนี้ก้าวหน้าแค่ไหน นายก็รู้นี่”
สายตาเขายังไม่ละจากทะเล
“ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าคนให้กลายเป็นอีกคน…”
เขาหยุดเล็กน้อย
“ง่ายกว่าพลิกฝ่ามืออีก”
เจิ้งฉู่เจี๋ยเงียบไปทันที ภาพทุกอย่างเริ่มต่อกันในหัวคุณชายใหญ่เจิ้งรวดเร็วนัก ถ้าเจิ้งซูเหยาตาย
ก็แค่...
สร้างซูเหยาคนใหม่ขึ้นมา และให้คนนั้นเซ็นชื่อลงในทะเบียนสมรสก็หมดเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?
“โคตรอัจฉริยะเลยพี่อวี้”
เจิ้งฉู่เจี๋ยหัวเราะออกมาเต็มเสียง
“ผมแม่งนับถือพี่จริง ๆ”
“นี่คือ สวีซูเยี่ยน ต่อไปเธอจะเป็นนายหญิงของคฤหาสน์รองหลัวแห่งนี้”น้ำเสียงของหลัวเสวียนเย่ไม่ดังมาก แต่ชัดเจนหนักแน่นจนทุกคนได้ยินกันทั่วสิ้นประโยคของเจ้าของคฟหาสน์ เสียงตอบรับก็ดังขึ้นพร้อมกัน“ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวครับ” / “ยินดีต้อนรับคุณนายรองหลัวค่ะ”เสียงประสานทั้งชายและหญิงดังขึ้นเป็นจังหวะเดียว ไม่มีใครช้าหรือเร็วกว่าอีกคน เหมือนผ่านการฝึกมาแล้วอย่างดีเยี่ยม สวีซูเยี่ยนกวาดตามองผู้คนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่แสดงความตื่นตระหนก ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี“ลำบากทุกคนแล้ว ต่อไปเรียกฉันว่าคุณซูเยี่ยนก็พอ” น้ำเสียงสุภาพก็จริง แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจของผู้เป็นนายหญิงน่าเกรงขามหลัวเสวียนเย่หันไปทางพ่อบ้าน “คนนี้คือพ่อบ้าน จ้าวเว่ย หากเธอต้องการอะไร สั่งเขาได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าคน”คำพูดถูกเอ่ยออกมาเรียบเหมือนพูดเรื่องทั่วไป ไม่มีใครแสดงสีหน้าตกใจ สวีซูเยี่ยนหันไปมองชายคนนั้น จ้าวเว่ยก้มศีรษะเล็กน้อย สีหน้ายังคงนิ่ง หลัวเสวียนเย่พูดต่อทันที“ส่วนนาย นี่คือนายหญิง อำนาจของเธอเป็นรองแค่ฉันกับพี่ใหญ่ เธอสั่งอะไร นายมีหน้าที่ทำตาม ห้ามตั้งคำถาม เข้าใจไหมจ้าวเว่ย
ตอนที่ 15 || ย้ายเข้าคฤหาสน์รองประธานหลัวสิบโมงตรง ประตูกระจกอัตโนมัติของโรงพยาบาลเอกชนในเครือไท่หมิงกรุ๊ปเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง สวีซูเยี่ยนก้าวออกมายืนใต้แสงแดดยามสายที่ตกกระทบพื้นหินอ่อนด้านหน้า ลมอ่อนพัดผ่าน กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ติดปลายจมูกมานานร่วมสี่เดือนถูกแทนที่ด้วยอากาศสดใหม่ หญิงสาวหยุดนิ่ง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกหนึ่งครั้ง สายตายังคงนิ่งและคมกริบ ไม่หลงเหลือเค้าของคนเจ็บป่วยหรือคุณหนูเจิ้งในอดีตแม้แต่น้อยถนนด้านหน้าโรงพยาบาลถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบ รถเข้าออกเป็นจังหวะ การ์ดชุดดำยืนประจำจุดอย่างเงียบงัน ทุกอย่างดูปกติ หากมองผิวเผิน แต่ในความปกตินั้นแฝงความเข้มงวดที่ไม่เปิดช่องว่างให้ความผิดพลาด โดยเฉพาะการรักษาความปลอดภัยของรองประธานหลัว“พร้อมไหม”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านข้าง หลัวเสวียนเย่เดินเข้ามาหยุดในระยะประชิดจนหัวไหล่ของเธอเสียดสีกับต้นแขนของมาเฟียหนุ่ม เงาของเขาทาบลงบนพื้นเดียวกับเธอจนกลายเป็นเงาเดียวยากจะแยกออก สวีซูเยี่ยนหันไปมอง ดวงตาหงส์คู่งามนั้นสงบเกินคนทั่วไปจะอ่านออก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่อ่อนโยน ซึ่งภาพนี้หญิงสาวเริ่มจนคุ้นเคย“พร้อมมากค่ะ”คำ
ตอนที่14|| เธอพร้อมจะกลับลั่วหยางหรือยัง?จูบนั้นยาวนานจนสวีซูเยี่ยนแทบขาดอากาศหายใจ ปลายลิ้นของเขาไม่ใช่แค่แตะแล้วถอย แต่จงใจไล่ต้อน กดจังหวะให้เธอเสียหลักทีละนิด หลัวเสวียนเย่ผละออกอย่างเชื่องช้าอย่างคนเสียดายเมื่อเห็นว่าหญิงสาวจะหมดลมหายใจสายตาคมกริบไล้ผ่านริมฝีปากของเธออย่างไม่ปิดบังความเสียดายรสจูบดื่มด่ำ ซึ่งหวานล้ำอย่างที่เขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน และคนแบบหลัวเสวียนเย่ มาเฟียปีศาจแห่งกระกูลหลัวไม่เคยห้ามใจหากเขาต้องการ ชายหนุ่มจึงก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม เหมือนยึดเอาความหวานมาเก็บไว้จนไม่เหลือ แต่ยิ่งจูบริมฝีปากของหญิงสาวกลับยิ่งหวานราวกับเขากำลังดื่มน้ำผึ้งป่า“แฮ่ก...พอ...พอแล้วค่ะ รองประทานหลัว”สวีซูเยี่ยน รีบร้อนผลักรองประธานหนุ่มออกก่อนเอ่ยห้ามเสียงสั่น พอเห็นเขาจะก้มลงมาอีกเธอเลยมือยกขึ้นปิดปากตนเองแน่น ราวกับต้องกันทั้งเขาและตัวเองไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้ ลมหายใจยังหอบหนัก แต่สายตากลับแข็งขึ้นอย่างไม่ปกปิดความไม่พอใจ“ทำไม?”หลัวเสวียนเย่ถามเสียงต่ำ แฝงความหงุดหงิดชัดเจน เพราะตลอดชีวิตเขาอยากได้สิ่งใดไม่เคยมาใครขัดใจหรือคิดจะห้าม“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำ
สวีซูเยี่ยนถึงกับหลุดเสียงร้องอุทานเมื่อถูกมาเฟียหนุ่มกัดใบหูของตนแผ่วเบาอีกครั้ง แต่เหมือนแค่นั้นหลัวเสวียนเย่จะยังไม่พอใจเขา เลื่อนริมฝีปากไปตามแก้มปลายคางและสุดท้ายหยุดลงตรงซอกคอขาวผุดผ่องคล้ายจะจงใจให้หญิงสาวรับรู้ถึงความใกล้ชิดระหว่างคนที่กำลังจะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริงลมหายใจของสวีซูเยี่ยนเริ่มสะดุดและขาดห้วงเล็กน้อย ความร้อนรุ่มเริ่มลามเลียไปจนทั่วผิวกายของตน ถึงอย่างนั้นหญิงสาวกลับไม่คิดจะผลักชายหนุ่มออก หรือแม้แต่จะตบเขาสักฉาดที่กล้าแตะต้องเธอขนาดนี้กลับกัน เธอเอียงหน้าหนีเพียงเล็กน้อยเปิดทางให้รองประธานหลัวได้ทำตามใจ หลัวเสวียนเย่เห็นกิริยานั้นของว่าที่ภรรยาก็หยุดไปชั่วครู่สายตาของเข้าเข้มขึ้น ไม่ใช่เพลิงพิศสวาทที่กำลังร้อยรุ่มขึ้นมาหลังได้กลิ่นกายหอมหวานของหญิงสาว แต่เข้มขึ้นเพราะเขาพึงใจที่ ‘ของเล่น’ชิ้นนี้สู้มือถูกใจเข้าเหลือเกินเขาได้เห็นแล้วว่าสวีซูเยี่ยนไม่ได้อ่อนแอหรือเป็นพวกดีแค่ปาก พอถึงตอนเขา ‘เอาจริง’กลับร้องไห้ขอร้องให้เขาปล่อยไปมุมปากของรองประธานหลัวยกขึ้นเล็กน้อย มือที่เอวเธอกระชับขึ้นอีกนิดไม่แรงจนทำให้สวีซูเยี่ยนเจ็บเพียงแค่พอให้หญิงสาวรู้ว่า
ตอนที่ 13 || อย่ามาท้าทายระบบนางร้ายอย่างฉันหลังจากวันที่เปิดผ้าพันแผลผ่านไปได้สามวันเต็ม ห้องพักฟื้นยังคงเงียบงันเหมือนเดิม แต่สำหรับสวีซูเยี่ยน ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปหมดแล้ว แสงแดดยามบ่ายยังคงสาดลอดม่านเข้ามา เงาแสงทอดยาวไปตามพื้นหินอ่อน ดูสงบ เย็น และไร้ชีวิต เช่นเดียวกับผู้พักอาศัยเธอยืนอยู่หน้ากระจก ปลายนิ้วแตะลงบนใบหน้าของตนเองอย่างแผ่วเบา ความแปลกแยกยังคงหลงเหลือ แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันอีกแล้ว เพราะใบหน้านี้หญิงสาวเลือกเอง ตัวตนนี้ก็เป็นเธออีกที่ต้องการลมหายใจถูกปล่อยออกเชื่องช้า ก่อนเธอจะหันหลัง ตั้งใจจะออกไปจากห้องนี้สักพักวันก่อนหญิงสาวถามพยาบาลประจำตึกว่ามีส่วนหย่อมให้คนไข้ไปนั่งพักผ่อนหรือไม่อีกฝ่ายบอกว่ามี อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า ดังนั้นหญิงสาวจึงคิดจะไปผ่อนคลายบนนั้นสักหน่อยแกร๊กแต่ยังไม่ทันที่มือของสวีซูเยี่ยนจะได้สัมผัสลูกบิดประตูหัวใจของเธอกระตุกแรง เมื่อประตูถูกคนจากด้านนอกผลักเปิดเข้ามาเสียก่อน แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะภาพของหลัวเสวียนเย่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ความตกใจเปลี่ยนเป็นสงบลงเพียงสบตากับดวงตาเยือกเย็น ลมหายใจของสวีซูเยี่ยนก็ก็สะดุดไปเล็ก
ไม่นานนัก ประตูห้องพักฟื้นเดิมก็ถูกเปิดออก เตียงถูกเข็นเข้าไปวางในตำแหน่งเดิม ทุกอย่างกลับมาเหมือนก่อนหน้า สวีซูเยี่ยนหลับไปเพราะฤทธิ์ยาระงับปวด ไม่ใช่เพราะอ่อนแรงวันเวลายังคงเดินไปข้างหน้าหลังวันผ่าตัดครบสิบเจ็ดวันกำหนดเปิดผ้าพันแผลก็มาถึง...เช้าวันนี้สวีซูเยี่ยนยังคงตื่นตั้งแต่เช้าเหมือนทุกวัน หลังจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย เธอมานั่งอยู่ปลายเตียงในห้องพักฟื้น เปิดโทรทัศน์ดูข่าวไปเรื่อย ๆ รีโมตอยู่ในมือ นิ้วเรียวเปลี่ยนช่องอย่างไม่เร่งรีบ แสงแดดช่วงสายลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาอย่างเบาบาง ทอดลงบนพื้นห้องอย่างเงียบงันจนใกล้เก้าโมง ประตูเปิดขึ้นโดยไม่มีเสียงเตือน สวีซูเยี่ยนไม่ต้องหันไปมองก็เดาได้แล้วว่าต้องเป็นหลัวเสวียนเย่ เพราะหากเป็นคุณหมอหรือพยาบาล ทุกคนล้วนเคาะประตูก่อนเสมอชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง แล้วหยุดยืนในระยะที่มองเธอได้ชัดเจน สวีซูเยี่ยนไม่ได้ลุกขึ้น หญิงสาวเพียงหันมองเขา แล้วก้มศีรษะ ก่อนจะกล่าวทักทายคนที่หายหน้าหายตาไปร่วมเดือน“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเสวียนเย่”“สวัสดีซูเยี่ยน” เขาตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวไปทรุดนั่งบนโซฟาไม่ไกลจากเตียง เหวินจิ้งนำกาแฟดำม
เจิ้งซูเหยาหลับและตื่นสลับกันไปหลายครั้งจนไม่อาจแยกออกได้แล้วว่าเวลาผ่านไปกี่วันกี่คืน รู้เพียงว่าทุกครั้งที่ลืมตา ตนจะเจ็บปวดทุกครั้งที่หายใจราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดทั้งร่างจากทุกทิศทุกทางเจ็บจนอยากตายไปเสีย จะได้ไม่ต้องรับรู้ความทรมานอันยืดยาวนี้อีก แต่ทุกครั้งที่ความคิดนั้นผุดขึ้น ภาพของแ
ตอนที่ 9 || ข่าวดีหรือร้าย?วันเวลาผ่านไปอีกสิบวัน...การรักษาของสวีซูเยี่ยนดีขึ้นเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ความจริงหญิงสาวสามารถกลับไปพักที่บ้านได้เป็นอาทิตย์แล้ว แต่หนึ่ง เธอไม่มีบ้านให้กลับ และสอง เธอยังต้องปิดบังว่าตนเองเป็นบุคคลสูญหาย ดังนั้นเธอจึงเลือกอยู่ที่โรงพยาบาลต่อไปรอทำผ่าตัดตกแต่งใบหน้า
ตอนที่ 8 ||ยืนไม่เปลี่ยนชื่อนั่งก็ไม่เปลี่ยนแซ่อีกหลายวันหลังจากอาการของเจิ้งซูเหยาเริ่มคงที่ หญิงสาวจึงได้พบหน้าคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้อย่างเป็นทางการ และในวินาทีนั้นเองเธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมวันแรกที่ลืมตาขึ้น เธอถึงสับสนว่าผู้ชายคนนั้นเป็นมนุษย์หรือยมทูตจากขุมนรกหลัวเสวียนเย่ดูหล่อเหลามมากก็จริงแ
ตอนที่ 7||ของแรร์ไอเทมของมึงฟื้นแล้วนะแต่เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงพูดไม่เป็นภาษาคน ดวงตาของผู้จัดการหนุ่มใหญ่เต็มไปด้วยความคับแค้นมันอัดแน่นไปด้วยความหมายว่าอยากจะฆ่าหลัวเสวียนเย่ให้ตายเดี๋ยวนี้ แต่ยิ่งเห็นดังนั้นหลัวเสวียนเย่กลับแค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ“หึ! แค้นกู?” รองประธานหนุ่มก้มลงเล็กน้อย







