LOGINเจ้าสาวอุปถัมภ์ “เรื่องมิ่งขวัญว่าไงเฮีย” อธิปไตยเปลี่ยนเรื่อง เห็นพี่ชายโมโหก็เลยไม่อยากพูดเรื่องเขียนฟ้าอีก “ว่าไงอะไรยังไง” “เฮียยัดเยียดความเป็นผัวให้เด็กมันแล้ว จะไม่รับผิดชอบหรือไง” “ก็ให้แม่ดูแลไป” “แม่จะส่งมิ่งขวัญไปเรียนในเมือง” “ก็ดีแล้ว ยังเด็กอยู่ ควรจะเรียนหนังสือ” “เฮียรู้ด้วยนะว่ามิ่งขวัญยังเด็ก” อธิไตยประชดพี่ชายหน่อยๆ “เออ... มีตานะโว้ย” “อ้อ... ผมก็ไม่ได้ว่าเฮียตาบอด” “ไอ้นี่กวนส้นรองเท้า” “แม่บอกว่ามิ่งขวัญเรียนจบกลับมา จะให้แต่งงานกับเฮีย” “แค่กๆๆๆ” สาวน้อยกรุบกริบ เมื่อความรักมันรุนแรง เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สาวน้อยมาครอบครอง แม้ว่าวิธีการนั้นจะต้องเข้าหาเธอทางหน้าต่าง แทนประตูบ้านก็ตามที!!!
View Moreบทนำ
มณีรัตน์กระแทกก้นลงบนเก้าอี้ในห้องนั่งเล่นด้วยใบหน้าหงิกงอ จนคนเป็นสามีต้องหันไปมองหน้าลูกชายทั้งสองตาปริบๆ รู้เลยว่าภรรยาต้องไปหงุดหงิดใจอะไรมาอย่างแน่นอน
“คุณแม่เป็นอะไรครับ” อธิปไตย วสุธิกุล ลูกชายคนเล็กวัยสามสิบเอ่ยถามมารดาเสียงนุ่ม
“หมั่นไส้ยายกำไลนัก เวลาแม่ไปซื้ออะไร มันชอบมาซื้อตัดหน้าแม่อยู่เรื่อย” กำไลที่มณีรัตน์เอ่ยถึงคือกชกร อดีตเพื่อนรักของเธอนั่นเอง
ในอดีตนั้นเธอกับกชกรรักกันมาก แต่มาผิดใจกันเรื่องผู้ชาย ก็อธิวัฒน์สามีคนปัจจุบันของเธอเองนี่แหละ เขากับเธอรักกัน แต่กชกรแอบรักอธิวัฒน์ด้วย แต่ผู้ชายไม่เล่นด้วย เขาเลือกเธอ กชกรเลยโกรธ หาว่าเธอแย่งผู้ชายที่แอบชอบไปครองต่อหน้าต่อตา หลังจากนั้นหล่อนก็ไปแต่งงานกับนภดล เพื่อนของอธิวัฒน์แทน เวลาเจอกันก็จะชอบพูดจาแดกดันหาเรื่องประชดประชันอยู่เรื่อย แรกๆ เธอก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอหลายปีเข้าชักจะหนักข้อขึ้นทุกวัน ที่ร้ายไปกว่านั้นเจ้าลูกชายคนโตของเธอดันไปชอบเขียนฟ้า ลูกสาวคนเดียวของกชกรเสียอีก
“คุณแม่ก็ชอบไปมีเรื่องกับน้ากำไล” อธิราชส่ายหน้าไปมา เลยได้ดวงตาเขียวปั้ดจากมารดาตอบกลับมาในทันที
อธิราช วสุธิกุล วัยสามสิบห้าปีเป็นลูกชายคนโตของคุณ มณีรัตน์และคุณอธิวัฒน์ ครอบครัวนี้ทำสวนทำไร่เพราะมีที่ดินมากเป็นพันไร่
ส่วนครอบครัวของกชกรกับนภดลนั้นค้าขาย ฐานะทางบ้านก็ร่ำรวยไม่ต่างกัน
“เจ้าแซน แกไปชอบลูกสาวนังกำไลได้ยังไงกัน ผู้หญิงสวยออกเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด ทำไมแกไม่เลือกเอาสักคน ฉันละหนักใจกับแกจริงๆ เลย”
มณีรัตน์พูดด้วยความหงุดหงิดใจ โบกพัดในมือไปมาให้หายจากความร้อนรุ่มในอก
“ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะครับคุณแม่”
“ห้ามได้สิ ฉันไม่อยากไปดองหรือนับญาติกับมัน”
“แต่ถ้าคุณแม่ไม่ไปขอเขียนฟ้าให้เฮีย รับรองเลยว่าคุณแม่จะโดนนินทา หาว่าจน ไม่มีปัญญาไปสู่ขอลูกสาวเขานะครับ ป้ากำไลพูดไปทั่วตลาดว่าคุณแม่ประกาศไปแล้วว่าสินสอดลูกชายสองคนถึงไหนถึงกัน” อธิปไตยพูด แล้วกลั้นขำ บางทีพวกผู้ใหญ่ก็ทะเลาะกันเรื่องไร้สาระ
“เจ้าโซ่ แกก็เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องตลกไปหมด แกเถอะ สามสิบแล้ว ชาตินี้จะมีเมียไหม จะมีผู้หญิงโชคร้ายคนไหนได้แกเป็นผัว ฮะ!”
“โอ๊ย! แรงอะคุณแม่ ผมไม่ได้ชั่วช้าสารเลวขนาดนั้น พูดซะผมไม่มีอะไรดีเลย”
“น้อยไปสิไม่ว่า”
“คุณแม่ก็หาให้ผมสิครับ หาให้แต่เฮีย ผมก็รอให้คุณแม่หาผู้หญิงดีๆ ให้ผมเหมือนกัน”
“โอ๊ย! ฉันไม่อยากเอาหนังหน้าไปรับประกันอะไรให้แกหรอก เกิดแกไปทำลูกสาวเขาน้ำตาเช็ดหัวเข่าขึ้นมา ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“ไว้บนบ่าเหมือนเดิมไงครับ”
“เพื่อนเล่นแกรึ”
“ขอโทษครับ”
“ฉันล่ะอ่อนใจกับแกเหลือเกิน”
“โหย... คุณแม่พูดซะผมนี่ชั่วเลยนะครับ แล้วเฮียแซนดูเป็นเทวดาขึ้นมาเลย” อธิปไตยแกล้งโอดครวญ
“แกน่าจะสำนึกบ้างนะ” มณีรัตน์จิกกัดลูกชาย ในขณะที่อธิราชนั่งฟังน้องชายกับมารดาเถียงกันไปมา ส่วนบิดานั้นไม่ต้องพูดถึง เป็นผู้ฟังที่ดีตลอดปีตลอดชาติ
“ผมไปข้างนอกดีกว่าครับ”
“แกจะไปไหนเจ้าแซน”
“ไม่บอกครับ”
“ไอ้ๆๆ ไอ้เจ้าลูกคนนี้นี่” มณีรัตน์ชี้นิ้วสั่นระริก มองตามลูกชายคนโตไปอย่างหงุดหงิดใจ
“เฮียคงไปหาว่าที่เมียแหละครับ”
“รู้ดี แกตามไปดูหน่อยสิ”
“ไม่ครับ ผมไม่ว่าง เฮียแซนโตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว ปล่อยไปเถอะครับ”
“ไม่รู้ว่าจะไปรักไปชอบอะไรนักหนากับลูกนังกำไลมัน ไม่เห็นจะสวยสักนิด”
“ถ้าเขียนฟ้าไม่สวย ผู้หญิงทุกคนบนโลกคงขี้เหร่กันหมดแล้วละครับคุณแม่”
“ขาวซีดขนาดนั้นมันสวยยังไง ผอมอย่างกับกุ้งแห้ง พี่ชายแกน่ะไม่รู้จักผู้หญิงที่มีน้ำมีนวลหรือไง”
“อ้วนๆ น่ะเฮียไม่เอาหรอกคุณแม่ เฮียชอบผู้หญิงแขนเล็ก ขาเล็ก นมใหญ่ เอวคอด สะโพกสะบึม”
“ผู้หญิงแบบนั้นเอามาทำไม มานั่งชี้นิ้วเป็นคุณนายน่ะรึ บ้านเราทำไร่ไม่ใช่เปิดห้างสรรพสินค้า”
“แล้วแม่จะให้เมียเฮียมาทำไร่ไถนาหรือไง เฮียโตแล้วแม่ ปล่อยเฮียไปบ้างเถอะ ไม่กลัวเฮียมีปัญหาชีวิตหรือไง”
“ปัญหาชีวิตบ้าบอคอแตกอะไรของแก พูดซะฉันเป็นพวกเผด็จการอย่างนั้นแหละ”
“คุณแม่ลองถามคุณพ่อดูสิครับ ว่าคุณแม่เผด็จการรึเปล่า”
“อ้าว... เกี่ยวอะไรกับพ่อ” อธิวัฒน์ใบหน้าเหลอหลาเมื่อลูกชายคนเล็กโยนถ่านร้อนๆ มาให้
“อ้าว... คุณพ่อพูดได้ด้วยเหรอครับ ผมนึกว่าคุณแม่แย่งพูดไปหมดจนคุณพ่อ...”
“พอเลย แกจะไปไหนก็ไปเถอะ” อธิปไตยยังพูดไม่ทันจบประโยคก็โดนมารดาเบรกเอาไว้เสียก่อน
“ขอรับกระผม” อธิปไตยยืนตัวตรงยืดอกกว้าง ยกมือตะเบะให้มารดาอย่างล้อเลียน เลยได้ค้อนจากมารดามาหนึ่งที
อธิราชขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งมาถึงร้านขายปุ๋ยชื่อดังในตัวจังหวัด เป้าหมายของเขาคือแฟนสาว เขียนฟ้า อมรวัฒนานนท์ ลูกสาวคนเดียวของกชกรและนภดลที่รวยไม่แพ้ใครในจังหวัดทางภาคอีสานแห่งนี้
มิ่งขวัญเป็นหญิงสาวที่ถูกเลี้ยงให้เป็นแม่บ้านแม่เรือนและมีความสุขกับการเป็นช้างเท้าหลัง โดยที่สามีออกไปทำไร่และจัดสรรเงินมาให้ภรรยาใช้จ่าย รวมถึงทำบัญชีรายรับรายจ่ายและเก็บเงินด้วยอิงฟ้าก็ชอบชีวิตแบบนี้ เธอมีบ้านอีกหลังแยกออกมาอยู่กับอธิปไตย ไม่ได้อยู่บ้านใหญ่ของครอบครัวเขา จึงเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก แต่ตอนกลางวันเธอมักจะไปขลุกอยู่ที่บ้านใหญ่เพื่อช่วยมิ่งขวัญทำโน่นทำนี่ และคุยกันเรื่องการดูแลตัวเองและอาหารการกินอธิปไตยยิ้มทุกครั้งที่เห็นภรรยามีความสุขกับชีวิตประจำวัน เขาแพลนเอาไว้ว่าหลังคลอดจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาเพิ่มเพื่อช่วยดูแลลูก มิ่งขวัญนั้น อาสาจะดูเด็กๆ ให้หลังคลอด เพราะอิงฟ้าต้องกลับไปเรียนต่อ พี่สะใภ้ของเขาเป็นคนน่ารักและมีน้ำใจเสมอชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นผ่านไปด้วยความสุข อิงฟ้าไม่เคยมีพี่สาวหรือพี่น้องชายหญิงเลย พอได้แต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านของอธิปไตยเธอเลยรู้สึกว่าถูกเติมเต็มกับสิ่งที่ขาดหายไปทุกวันเธอจะทำอาหารอร่อยๆ ไปให้บิดา นั่งสนทนากับท่าน บางวันบ้านใหญ่ก็เชิญบิดาของเธอมารับประทานอาหารคุยเรื่องต้นไม้ใบหญ้าและเข้าไร่ไปด้วยกัน แบ่งปันเรื่องการปลูกพืชชนิดใหม
“พี่รักอุ้ยอ้าย” เขามองใบหน้าผุดผ่องของเธอ ลูบศีรษะเด็กสาวด้วยความเอ็นดู“อุ้ยอ้ายก็รักพี่โซ่ค่ะ” คำรักที่มีอยู่เต็มหัวใจเปล่งออกมาเสียงสั่นสะท้าน เธอลูบอกของเขาเบาๆ ช้อนสายตาขึ้นมองสบประสานด้วยแววอ่อนหวานสะท้านใจอธิปไตยยกมือของเธอขึ้นมาบดจูบ เขาดูดนิ้วเล็กๆ น่ารักนั้นก่อนจะหงายฝ่ามือขึ้นแล้วลามเลียเบาๆ“อื้อ...” เธอครางแผ่วๆ ยามเขาตวัดลิ้นลากไล้ขึ้นไปตามเรียวแขน มือหนาปลดสายเสื้อนอนของเธอออกจากไหล่บอบบาง ประทับริมฝีปากร้อนลงไปสัมผัสเบาๆ แล้วซุกเข้าที่ซอกคอหอมกรุ่น“อื้อ... พี่โซ่” เสียงครางยังดังอย่างต่อเนื่อง เมื่อปากร้อนสัมผัสกับผิวของเธอ“พี่โซ่คะ อือ...” เธอดันใบหน้าของเขาออกห่าง เอ่ยถามเสียงสั่นสะท้านด้วยความวาบหวาม แต่มีบางอย่างติดอยู่ในใจอยากถามเขามาหลายวันแล้ว“ว่าไงครับ” คนเอ่ยถามก้มลงไปงับยอดอกสวยดูดรัดด้วยความหิวโหย“พี่โซ่ป้องกันแล้วนี่คะ อุ้ยอ้ายท้องได้ยังไง” ตอนนั้นเธอมัวแต่กังวลและตกใจ เพิ่งคิดได้ตอนหลังแต่ไม่มีโอกาสได้ถามเขา“อ้อ...” อธิปไตยร้องขึ้นในใจ จะบอกคนใต้ร่างที่มองเขาตาปริบๆ ว่าอย่างไรดี“บางทีถุงยางอนามัยมันก็ไม่ได้มาตรฐานนะครับ มันอาจจะรั่วก็ได้” โทษบริษัท
อธิปไตยพาร่างน้อยไปนั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เขาหยิบผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางมาเช็ดหน้าให้เธอเบาๆ อิงฟ้าอมยิ้มระคนเขินอายเพราะร่างของเธอกำลังเปลือยเปล่า“พี่โซ่น่ะ”“ทำไมครับ” เสียงเขานุ่มขณะเช็ดหน้าให้เธอด้วยสำลีจนสะอาด จำได้ว่าผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางยี่ห้อนี้เขาพาเธอไปซื้อด้วยตัวเองเขาจำได้ทุกอย่างว่าเธอชอบอันไหน ใช้อันไหนแล้วดี ไม่แพ้ต่อผิวบอบบางอ่อนใส เขาอยากให้เมียผิวดีๆ แบบนี้ไปนานๆ“ชอบทำอะไรแบบนี้”“แบบนี้นี่แบบไหนครับ”“ก็ทำแบบนี้แหละค่ะ ทำตัวน่ารัก” เธอบอกอย่างขัดเขิน มองสบตาเขาแล้วสะเทิ้นอาย“แล้วรักไหมล่ะ”“รักดีรึเปล่านะ” เธอแกล้งแหย่ อมยิ้มจนแก้มพอง“แต่พี่นี่อยากรักจนใจจะขาดแล้วละครับ” คำว่ารักของเขากินความนัยแสนวาบหวาม มือหนาเลื่อนมาแกะผมให้เธออย่างเบามืออธิปไตยสางผมของเธอออกจากกันเบาๆ ทำให้ผมสยายไปทั่วแผ่นหลัง เขาแทรกกายเข้ามาตรงหว่างขา โน้มใบหน้าเข้าหาเพื่อบดจูบปากแสนหวาน เธอใช้มือดันปากของเขาให้ถอยห่างก่อนจะกระซิบเบาๆ“อาบน้ำกันก่อนดีกว่าค่ะ เหนียวตัวมากเลย แล้วก็...” เธอพูดแล้วหน้าแดง เขาเลยเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม“แล้วก็อะไรครับ”“ตอนนี้อุ้ยอ้ายหิวมากเลยค่ะ ตอน
คนรักษาหน้าอย่างมณีรัตน์กลืนน้ำลายตัวเอง สุดท้ายก็ต้องยกขันหมากมาสู่ขอลูกสาวของเขา แถมยังยกที่ดินผืนที่ทะเลาะกันมาตลอดให้เป็นสินสมรสอีกด้วยแต่เช่นไรเขาก็ไม่อยากได้อะไรนอกจากเห็นลูกสาวคนเดียวมีความสุข“คุณจำได้ไหมคะคุณวัฒน์”“จำอะไรของคุณ” อธิวัฒน์เอ่ยถามภรรยา มณีรัตน์ยิ้มในหน้าทำท่าเหมือนภาคภูมิใจเสียหนักหนา“ก็คุณบำรุงเคยพูดใส่หน้าฉันตอนทะเลาะกันว่าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็จะไม่ยกลูกสาวให้ดองกับลูกชายของเรายังไงล่ะ นี่ไง... ฉันเลยสนับสนุนเต็มที่ให้เจ้าโซ่ไปปีนห้องหนูอุ้ยอ้าย”“ฮ้า! อะไรนะ นี่คุณรู้เห็นเป็นใจแต่แรกเหรอ”“ก็ใช่น่ะสิ”“ดีนะลูกเราไม่โดนยิงตกลงมาคอหักตาย” คุณอธิวัฒน์ตกใจกับประโยคที่ภรรยาพูดออกมา“ไม่หรอกคุณ ฉันนี่แหละเป็นคนให้เจ้าโซ่ไปซื้อตัวคนบ้านนั้นเอง”“คุณนี่อยากเอาชนะไม่เข้าเรื่อง ดีนะลูกๆ รักกัน ถ้าไม่รักกัน ไปทำลูกสาวเขาท้องแบบนี้ ระวังเวรกรรมจะตามสนอง”“สนองอะไร ฉันมีแต่ลูกชาย”“ลูกชายลูกสาวเวรกรรมก็มีจริงนะคุณ”“คุณก็อย่าพูดเรื่องเวรกรรมสิ ฉันถามเจ้าโซ่แล้วมันบอกว่ามันเอา รักจริงหวังแต่ง ฉันก็จัดให้ไง ฉันเป็นแม่ที่ประเสริฐแค่ไหนคุณคิดดู”“ดีนะคุณไม่ไปดูต้นทางด้วย”“
“รายงานของอุ้ยอ้าย!” เธออุทานอย่างตกใจ กลัวงานไม่เสร็จ เขาหันมาดึงศีรษะของเธอแนบกับใบหน้าของตัวเอง ทำให้เธอได้มองรายงานที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ว่าพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว“เสร็จแล้วครับ”“ขอบคุณพี่โซ่มากนะคะ อุ้ยอ้ายเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้”“อาการดีขึ้นไหม” เขาดึงเธอมานั่งตัก เอ่ยถามอย่างห่วงใย ลูบหน้าลู
“พี่มีเรื่องจะถามอะไรหน่อยน่ะครับ”“มีเรื่องอะไรคะ สีหน้าของพี่โซ่ดูจริงจังมากเลยนะคะ”“อุ้ยอ้ายมีอาการผิดปกติอะไรบ้างหรือเปล่าครับ”“ผิดปกตินี่ผิดปกติยังไงคะ” เธอเอ่ยถามกลับอย่างสงสัย“เช่น เอ่อ... ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีอาการคลื่นไส้อาเจียนอะไรประมาณนั้นน่ะครับ” เขานึกถึงพี่สะใภ้ มิ่งขวัญมีอาการแบ
“ถ้าเจอไม่ดีก็อย่าแต่งเลยลูก ทุกข์ใจเปล่าๆ แต่ถ้าเจอคนดีก็ค่อยดูกันอีกที หนูไม่ต้องรีบร้อนหรอกนะ ตั้งใจเรียนหนังสือก่อนดีกว่า” เขาพูดแบบนั้น เพราะกลัวบุตรสาวเสียใจ ที่เห็นว่าเขาหวงอิงฟ้าเพราะเธอเป็นแก้วตาดวงใจ เป็นลูกคนเดียว คนเป็นพ่อก็ย่อมห่วงหวงเป็นธรรมดา“ค่ะคุณพ่อ แสดงว่าถ้าเจอคนดีๆ คุณพ่อก็จะย
ภาพ ณ จุดเกิดเหตุ มันคือรั้วที่มีรอยมุดจริงๆ ด้วย เห็นบำรุงถือปืนลูกซองเล็งอยู่ตรงใบหน้าของอธิปไตยเขม็ง ซึ่งคนถูกเล็งปืนเหงื่อตกยืนนิ่งไม่ไหวติงอย่างกับวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว“คุณพ่ออย่าทำอะไรพี่โซ่นะคะ” อิงฟ้าเข้ามาขวางทางปืนบิดาเอาไว้“หลีกไปอุ้ยอ้าย พ่อจะยิงมันให้ตายเลย หน็อย... ลอดรั้วปีนขึ้นมา


![ผัวแฝดกระแทกแรง [3P] + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)








