تسجيل الدخول"เออๆ ไปแล้วโว้ย ไล่จังเลยไอ้หมอดุ" พีทลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเล็กน้อย "ขอให้โชคดีกับการคุยกับ ผอ. นะเว้ย หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องน้องเอวาไปฟ้องว่าแกทำหน้ายักษ์ใส่หรอกนะ"
ปรวีร์ไม่ตอบ เขาหยิบปากกาหมึกซึมเหน็บกระเป๋าเสื้อกาวน์แล้วเดินนำออกจากห้องไป ทิ้งให้กุมารแพทย์หนุ่มได้แต่ส่ายหน้าไล่หลัง
เอวานั่งประสานมือไว้บนตักอย่างเรียบร้อยบนเก้าอี้บุนวมหน้าโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ ภายในห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงพยาบาลนั้นโอ่อ่าและกว้างขวาง ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสเผยให้เห็นวิวตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจความหรูหราเหล่านั้น เธอกำลังจดจ่ออยู่กับบุรุษวัยหกสิบเศษที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
นายแพทย์สมชาย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำลังอ่านรายงานเหตุการณ์จากแท็บเล็ตในมือ สีหน้าของท่านเรียบเฉยจนคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก
'คงจะเตรียมเรียกฝ่ายบุคคลมาทำเรื่องไล่ออกสินะ' เอวาคิดในใจ
ถ้าเป็นอลิซาเบธแห่งเอราเวีย การถูกเชิญออกจากสถานที่ใดสถานที่หนึ่งคงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายระดับชาติ แต่ในฐานะเอวา พนักงานต๊อกต๋อยที่เพิ่งทำงานวันแรก เธอรู้สึกเพียงแค่ความหงุดหงิดที่ต้องมาเสียเวลาหางานใหม่เพียงเพราะความเผด็จการของหมอคนหนึ่ง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูไม้หนักอึ้งจะถูกผลักเข้ามา ปรวีร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่ามั่นคง เขาปรายตามองเอวาที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปทำความเคารพผู้อำนวยการ
"สวัสดีครับอาจารย์ มีเคสฉุกเฉินอะไรหรือเปล่าครับถึงเรียกผมมาด่วน" ปรวีร์เอ่ยถาม น้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
"นั่งลงก่อนสิหมอวี" นายแพทย์สมชายผายมือไปยังเก้าอี้ว่างข้างๆ เอวา
ปรวีร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาปรายตามองพนักงานสาวที่ยังคงนั่งหลังตรง ทว่ายอมทรุดตัวลงนั่งเว้นระยะห่างจากเธอพอสมควร กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศของโรงพยาบาลถูกแทนที่ด้วยกลิ่นกาแฟดำจางๆ ที่ลอยมาจากตัวเขา เอวาลอบสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาสีหน้าให้นิ่งที่สุด
"ที่เรียกมาวันนี้ ไม่ใช่เรื่องเคสแทรกหน้าวอร์ดหรอก แต่เป็นเรื่องเคส VVIP ที่กำลังจะเดินทางมาถึงในสัปดาห์หน้าต่างหาก" ผู้อำนวยการประสานมือวางบนโต๊ะ "ชีค อัล-ฟาร์ซี จากตะวันออกกลาง ท่านยืนยันจะบินมารักษาอาการเนื้องอกในช่องท้องกับทีมศัลยกรรมของเรา"
ปรวีร์พยักหน้ารับ "ผมได้รับรายงานเบื้องต้นแล้วครับ กำลังให้ทีมเตรียมห้องผ่าตัดไฮบริดและเคลียร์ตารางงานให้ตรงกับวันที่ท่านเดินทางมาถึง"
"เรื่องการแพทย์ หมอไม่เคยทำให้ฉันผิดหวัง" ผู้อำนวยการยิ้มบาง "แต่ปัญหาของเคสนี้ไม่ใช่เรื่องการผ่าตัด มันคือเรื่องการสื่อสารและการจัดการอารมณ์ของท่านชีคและผู้ติดตามต่างหาก ทีมเลขานุการของท่านแจ้งมาว่า ท่านชีคต้องการผู้ประสานงานส่วนตัวที่สามารถสื่อสารภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษในระดับการทูตได้ เพราะท่านไม่โปรดการใช้ล่ามแปลภาษาหลายทอด"
"เรามีล่ามเฉพาะทางภาษาอาหรับและฝรั่งเศสอยู่ในแผนกอยู่แล้วนี่ครับ" ปรวีร์แย้ง
"มี แต่ท่านชีคเคยคอมเมนต์ว่าล่ามของเราใช้ภาษาแข็งทื่อและไม่เข้าใจบริบททางวัฒนธรรมเพียงพอ" นายแพทย์สมชายหันมาทางเอวา "ซึ่งบังเอิญมากที่เช้านี้ ฉันได้รับรายงานเรื่องคุณมาร์แต็งพอดี"
เอวาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกพาดพิง เธอเตรียมใจรับคำด่าทอ
"คุณเอวาจัดการสถานการณ์ได้ดีเยี่ยม การเลือกใช้คำภาษาฝรั่งเศสของคุณไม่ใช่แค่ถูกไวยากรณ์ แต่มันมีศิลปะในการเจรจาต่อรองแฝงอยู่ คุณทำให้คนไข้อารมณ์ร้อนสงบลงได้ภายในสามนาทีโดยไม่ต้องพึ่งยาคลายเครียด"
คำชมที่หลุดออกจากปากผู้อำนวยการทำเอาปรวีร์หันขวับมามองเอวา หญิงสาวเองก็กระพริบตาปริบๆ ไม่คิดว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบนี้
"แต่เธอละเมิดกฎระเบียบของแผนกนะครับอาจารย์" ปรวีร์ท้วงเสียงแข็ง "การให้พนักงานใหม่ตัดสินใจพลการในพื้นที่ VVIP เป็นความเสี่ยง ถ้าเราสนับสนุนพฤติกรรมข้ามขั้นตอนแบบนี้ ระบบการจัดการจะเสียหมด"
"กฎระเบียบมีไว้เพื่อความปลอดภัย ฉันเข้าใจหลักการของหมอวีดี" ผู้อำนวยการยกมือขึ้นปราม "แต่ในโลกของการบริการลูกค้า VVIP บางครั้งความยืดหยุ่นและไหวพริบก็สำคัญพอๆ กับคู่มือ ฉันได้ตรวจสอบประวัติการทำงานและวุฒิการศึกษาของคุณเอวาแล้ว เธอจบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาโดยตรง ทักษะนี้แหละที่เราต้องการสำหรับเคสชีค อัล-ฟาร์ซี"
เอวาเริ่มรู้สึกถึงเค้าลางความวุ่นวายที่กำลังจะก่อตัวขึ้น เธอตัดสินใจเปล่งเสียงออกไปเป็นครั้งแรก
"ขอประทานโทษค่ะท่านผู้อำนวยการ เอวาเพิ่งเข้ามาทำงานวันแรก ยังไม่คุ้นเคยกับระบบของโรงพยาบาลและคำศัพท์ทางการแพทย์เลยค่ะ เกรงว่าถ้าต้องไปรับผิดชอบเคสใหญ่ขนาดนั้น อาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้"
เอวาพยายามหาทางลงอย่างสุภาพ เป้าหมายของเธอคือการทำงานเงียบๆ เป็นพนักงานทั่วไป ไม่ใช่เอาตัวเองไปผูกติดกับผู้ป่วยระดับชาติที่จะดึงดูดสายตาคนมากมาย ยิ่งถ้ามีนักข่าวมาทำข่าว เธออาจจะถูกจับได้ว่าหน้าตาเหมือนเจ้าหญิงแห่งเอราเวียที่หายตัวไป
"ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกคุณเอวา" นายแพทย์สมชายตอบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้น "ฉันจะมอบหมายให้คุณเป็นผู้ช่วยประสานงานส่วนตัวของหมอวีตลอดระยะเวลาสามเดือนนี้ คุณจะมีหน้าที่จัดการตารางเวลา นัดหมาย และเป็นกันชนระหว่างทีมแพทย์กับผู้ติดตามของชีค ส่วนเรื่องศัพท์แพทย์ หมอวีจะเปรียบเสมือนพี่เลี้ยงคอยอธิบายให้คุณฟังเอง"
"อะไรนะครับ!"
"เข้าใจค่ะ แต่สถานการณ์แบบนั้นใครจะมีเวลามานั่งประเมินองศาการล้มกันล่ะคะ"เอวาเถียงต่อ แต่แล้วเธอก็ต้องสูดลมหายใจลึกเมื่อความเย็นจัดของสำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงบนปากแผล ความแสบแล่นปราดจนหญิงสาวเผลอกระตุกมือหนี"อยู่นิ่งๆ" ปรวีร์กดเสียงต่ำ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับสวนทางกับน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิงนิ้วโป้งของเขาลูบเบาๆ ที่หลังมือของเธอเพื่อรั้งไม่ให้ขยับ ขณะที่มืออีกข้างค่อยๆ เช็ดคราบเลือดและทำความสะอาดรอบบาดแผลอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าผิวเนื้อตรงนั้นจะบุบสลายไปมากกว่าเดิม ความนุ่มนวลที่ไม่เข้ากับใบหน้าตึงเครียดของเขาทำให้เอวาเผลอมองสำรวจเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้ชายตรงหน้าอย่างลืมตัวเขายังคงสวมแว่นตาโลหะกรอบสีเงิน เส้นผมที่เคยเซ็ตทรงไว้อย่างดีตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย ใต้ตาของเขามีรอยคล้ำจางๆ บ่งบอกถึงการอดนอน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจดจ่ออยู่กับแผลเล็กๆ บนมือเธอราวกับมันเป็นเคสผ่าตัดระดับชาติ"ล้างแผลเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมเอาพลาสเตอร์ปิดทับไว้ให้ จะได้กันฝุ่นและกันการเสียดสีกับแขนเสื้อ" เขากล่าวหลังจากทายาฆ่าเชื้อเสร็จเรียบร้อยปรวีร์ละมือจากอุปกรณ์บนรถเข็น ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ เอวา
"ไม่ต้องกังวลค่ะ ฉันจัดการให้เดี๋ยวนี้" เอวาส่งยิ้มกว้าง เดินเลี่ยงกองน้ำบนพื้นเข้าไปที่แผงควบคุม จัดการปรับระดับเตียงให้กลับมาอยู่ในองศาที่ถูกต้องและปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด"Merci beaucoup, mon Dieu... J'étais tellement paniquée." (ขอบคุณมาก พระเจ้าช่วย... ฉันตกใจแทบแย่) หญิงชาวอาหรับถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นทาบอกตัวเอง ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาหาเอวาเพื่อจับมือขอบคุณทว่าด้วยความรีบร้อนและรองเท้าแตะสำหรับใส่ในห้องพักที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ยึดเกาะกับพื้นเปียก ปลายเท้าของหญิงวัยกลางคนเหยียบลงบนแอ่งน้ำที่หกอยู่พอดี ร่างท้วมนั้นเสียหลักลื่นไถลไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว"ระวังค่ะ!"เอวาร้องเตือน สัญชาตญาณสั่งให้เธอพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนของญาติคนไข้เอาไว้สุดแรงเพื่อดึงรั้งไม่ให้ล้มฟาดพื้น แรงกระชากทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดของอีกฝ่ายทิ้งมาที่เธอ เอวาเสียการทรงตัว ร่างบางเซถลาไปชนกับขอบโต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่ข้างโซฟาอย่างจังปึก!"โอ๊ย!"เสียงอุทานหลุดออกจากปากเอวาพร้อมกับความรู้สึกแสบร้อนที่แล่นริ้วขึ้นมาจากหลังมือขวา ขอบโต๊ะหินอ่อนที่สลักลวดลายคมกริบขูดเข้ากับผิวเนื้อจนเกิดรอยถลอกลึก เลือดสีสดค่อยๆ ซึมซ
"ขอบคุณค่ะ ฉันกำลังหิวอยู่พอดีเลย"เอวาจัดการแกะห่อแซนด์วิช กัดเข้าไปคำโต ความหิวทำให้รสชาติของอาหารสำเร็จรูปอร่อยขึ้นเป็นสิบเท่า ปรวีร์หันกลับมามองคนข้างๆ ที่กำลังเคี้ยวอาหารแก้มตุ่ย ท่าทางเกร็งๆ และแววตาแข็งกร้าวเมื่อตอนเช้าหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังมีความสุขกับการกิน"เคี้ยวให้หมดก่อนแล้วค่อยกลืน ไม่มีใครแย่งคุณหรอก" เขาดุเสียงไม่จริงจังนักเอวากลืนแซนด์วิชลงคอ หยิบขวดนมสตรอว์เบอร์รีขึ้นมาบิดฝาแล้วเจาะหลอดดูด ความหวานอมเปรี้ยวและความเย็นสดชื่นไหลผ่านลำคอ ดับความกระหายและเพิ่มน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว รสชาติที่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวเผลอผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งหมดที่มีมาตลอดทั้งวันเธอลดขวดนมลง ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตหยีลงจนแทบเป็นสระอิ มันเป็นรอยยิ้มที่สว่างไสว ปราศจากการปรุงแต่งหรือการรักษามาดใดๆ ทั้งสิ้นจังหวะที่ปรวีร์ปรายตามองมา ภาพรอยยิ้มนั้นก็พุ่งชนเข้าที่กลางอกของศัลยแพทย์หนุ่มอย่างจังลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะจนเจ้าตัวต้องรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง มือหนายกขึ้นขยับแว่นตาแก้เก้อ รู้สึกได้ถึงคว
แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังมองหาใครชายหนุ่มขยับกรอบแว่นตาโลหะสีเงินให้เข้าที่เมื่อเห็นว่าพนักงานคนใหม่กำลังฟุบหลับคาโต๊ะทำงาน เขาเดินตรงเข้าไปหาด้วยจังหวะฝีเท้าที่เงียบกริบ ตั้งใจจะปลุกขึ้นมาตักเตือนเรื่องการนอนหลับในพื้นที่ให้บริการ แม้ว่าเวลานี้จะเลยเวลาทำการปกติมาแล้วก็ตามทว่าเมื่อเดินเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ สายตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มกลับสะดุดเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์และกองกระดาษที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาเน้นข้อความหลากสีปรวีร์ก้มลงอ่านเนื้อหาบนหน้าจอ มันไม่ใช่ตารางสรุปที่เธอส่งให้เขาเมื่อตอนบ่าย แต่มันคือการวิเคราะห์ประวัติการใช้ยา Heparin ของคนไข้ที่เธอสกัดออกมาจากรายงานการแพทย์ฉบับย่อยของโรงพยาบาลในปารีส หญิงสาวเขียนโน้ตภาษาไทยกำกับไว้ด้านข้างอย่างละเอียดว่าคนไข้เคยมีภาวะเลือดหยุดไหลช้าเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทีมแพทย์ฝั่งตะวันออกกลางไม่ได้ไฮไลต์ส่งมาให้มือหนาที่กำลังจะเอื้อมไปเคาะโต๊ะเพื่อปลุกคนหลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศปรวีร์ไล่อ่านตัวอักษรเหล่านั้นทีละบรรทัด ความรู้สึกหงุดหงิดและอคติที่มีต่อเด็กดื้อรั้นคนนี้ค่อยๆ สลายลง แทนที่ด้วยความเคารพในความเป็นม
"นี่คือประวัติการรักษาส่วนแรกของท่านชีค" ปรวีร์เอ่ยเสียงเรียบ "ผมต้องการบทสรุปย่อ ข้อมูลการแพ้ยา ประวัติการผ่าตัดเดิม และความต้องการพิเศษส่วนตัวที่ทางฝั่งนั้นส่งมา จัดทำเป็นตารางสรุปให้ผมอ่านง่ายๆ บนโต๊ะทำงาน..." เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา "...ภายในบ่ายสามโมงตรงวันนี้"เอวาเบิกตากว้างเล็กน้อย ตอนนี้เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง เธอมีเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมงในการอ่านเอกสารทางการแพทย์ภาษาฝรั่งเศสและอังกฤษหลายร้อยหน้า แถมยังต้องย่อยมันออกมาเป็นตารางสรุปให้ผู้ชายจอมเนี้ยบคนนี้อ่าน นี่มันไม่ใช่การสั่งงาน แต่มันคือการกลั่นแกล้งชัดๆ"บ่ายสามโมง?" เอวาทวนคำถาม "คุณหมอทราบใช่ไหมคะว่าเอกสารพวกนี้เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะทาง และฉันต้องใช้เวลาเทียบเคียงข้อมูลให้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์""ผมถึงสั่งให้คุณทำไง คุณเอวา" เขาย้อนกลับด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าชา "คุณเป็นคนบอกเองว่าคุณมีทักษะด้านภาษาและพร้อมจะทำงาน ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ ก็แปลว่าคุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้ช่วยของผม"ความท้าทายถูกโยนใส่หน้าอย่างจัง เอวากัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นรอย ความดื้อรั้นในสายเลือดราชวงศ์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เธอจะไม่ยอมแพ้ผู้ชายคนนี้เด็ดขาด
"อะไรนะครับ!" ปรวีร์เผลอหลุดเสียงดัง "อาจารย์จะให้พนักงานคนนี้มาตามติดผมเนี่ยนะ? ผมไม่ต้องการผู้ช่วยส่วนตัวครับ พยาบาลในวอร์ดก็ทำงานประสานได้ดีอยู่แล้ว""พยาบาลในวอร์ดไม่ได้มีทักษะการเจรจาระดับการทูตหมอวี" ผู้อำนวยการสวนกลับทันที "และเคสนี้เดิมพันสูงมาก ถ้าเรารักษาชีค อัล-ฟาร์ซี สำเร็จและสร้างความประทับใจได้ มันจะดึงดูดนักลงทุนจากตะวันออกกลางเข้ามาอีกมหาศาล นี่ไม่ใช่คำขอร้องหมอวี... นี่คือคำสั่ง"คำว่า 'คำสั่ง' ทำเอาห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ปรวีร์กรามบดเข้าหากันแน่น เขาเป็นศัลยแพทย์อันดับหนึ่ง ไม่เคยมีใครกล้าบังคับให้เขาทำงานกับคนที่ไม่ต้องการมาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงที่กล้าเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่วันแรกแบบนี้ด้วยแล้วเอวาเองก็รู้สึกเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทุบลงกลางหลัง เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของปรวีร์ สันกรามที่นูนขึ้นเป็นสันชัดเจนบ่งบอกถึงความอดกลั้นขั้นสุดของเขา ถ้าต้องทำงานร่วมกับผู้ชายเผด็จการคนนี้ตลอดสามเดือน ชีวิตการเป็นสามัญชนของเธอคงไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น"เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม ทั้งสองคน" ผู้อำนวยการกวาดสายตามองคนทั้งคู่"รับทราบครับ" ปรวีร์ตอบรับเสียงแข็งกระด้าง"

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





