เข้าสู่ระบบค่ำคืนนั้นสายลมหนาวพัดโชยมาปะทะยอดกำแพงเมื
มู่ตานที่เดินลงมาจากศาลากลางน้ำพร้อมกับสาวใช้ที่ยกถาดขนมและน้ำชาตามมา หัวเราะเสียงใสจนไหล่สั่น นางก้าวเข้ามาหาบุตรสาวที่ซบหน้าหัวเราะคิกคักอยู่บนไหล่กว้างของอาหลง พลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ย ๆ ของหลี่ซินเบา ๆ “มีอาหลงรักซินเอ๋อร์และหานเอ๋อร์ถึงเพียงนี้ ข้าผู้เป็นแม่ก็เบาใจเจ้าค่ะ วันข้างหน้าต่อให้ไม่มีพวกเราคอยคุ้มครอง ก็ย่อมมีท่านอาที่แข็งแกร่งที่สุดในต้าถังคอยเป็นเกราะกำบังให้นางเสมอ แต่อาหลง ท่านก็เพลา ๆ ความดุลงบ้างเถิด ประเดี๋ยวซินเอ๋อร์ของข้าจะหาคู่ครองไม่ได้จริง ๆ อย่างที่เฉียงเกอว่า” อาหลงมองสบตากับมู่ตานด้วยความเคารพรัก เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ฮูหยินโปรดวางใจ ข้าเพียงแต่คัดกรองบุรุษที่จะเข้ามาในชีวิตของนางเท่านั้น หากมีผู้ใดที่ดีพร้อมอย่างแท้จริง ข้าย่อมหลีกทางให้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ข้าจะขอเป็นกำแพงเหล็กกล้าให้นางและตระกูลหลี่ตลอดไป” เขา
เวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปถึงห้าปีเต็ม นครหลวงฉางอันภายใต้การปกครองของฮ่องเต้เจี้ยนเหอเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด บ้านเมืองสงบร่มเย็นไร้ศึกสงคราม ราษฎรทำมาค้าขายอย่างเป็นสุข เช่นเดียวกับจวนติ้งกั๋วกงอันกว้างใหญ่โอ่อ่าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ซึ่งบัดนี้มิได้มีเพียงความเงียบขรึมและน่าเกรงขามเฉกเช่นค่ายทหารในอดีตอีกต่อไป ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ความอบอุ่น และเสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วที่ดังก้องไปทั่วทุกมุมของสวนบุปผา ฤดูวสันต์เวียนมาบรรจบอีกครา ดอกอิงฮวาสีชมพูอ่อนเบ่งบานสะพรั่งเต็มต้น กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยละล่องไปตามสายลมที่พัดเอื่อย ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ลานกว้างที่เคยใช้เป็นที่หารือแผนการรบ บัดนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นลานฝึกซ้อมขนาดย่อมสำหรับทายาทแห่งจวนกั๋วกง หลี่เฉียงในชุดลำลองสีเข้มทะมัดทะแมง กำลังย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งบนพื้นหญ้า ในมือถือดาบไม้สลักลายเรียบง่าย นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์ที่เคยใช้สยบศัตรูนับหมื่น บ
วันตระเวนกินเป็ดย่างผ่านพ้นไป บัดนี้ถึงเวลาของงานมงคลที่แม้จะจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในจวนติ้งกั๋วกง ทว่ากลับอบอวลไปด้วยมิตรภาพที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ในห้องแต่งตัวอันมิดชิด มู่ตานในฐานะพี่สาวและเจ้านายกำลังบรรจงสวมปิ่นปักผมทับทิมสีแดงสดลงบนเรือนผมมวยสวยของเสี่ยวเหลียนอย่างประณีต เสี่ยวเหลียนในชุดมงคลสมรสสีแดงเพลิงนั่งตัวแข็งทื่อ นัยน์ตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้จนมองภาพในกระจกไม่ชัด “ร้องไห้ทำไมกันเสี่ยวเหลียน วันนี้เป็นวันมงคล เจ้าต้องยิ้มให้สวยที่สุดสิ” มู่ตานกระซิบเสียงอ่อนโยนพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่เอ่อล้นให้สาวใช้คนสนิท “ท่านหญิงข้าไม่อยากห่างจากท่านเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวเหลียนสะอื้นออกมาจนตัวโยน “ตั้งแต่วันแรกที่ท่านแม่ทัพมอบข้าให้รับใช้ท่านที่แดนเหนือ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเชลยที่ดูบอบบางในวันนั้น จะกลายเป็นทั้งชีวิตและเป
หนึ่งเดือนก่อนกำหนดการเคลื่อนทัพมุ่งหน้าสู่ชายแดนอุดร นครหลวงฉางอันยามค่ำคืนเงียบสงบ แสงจันทร์นวลตาอาบไล้สระบัวภายในจวนติ้งกั๋วกงจนเป็นสีเงินยวง หลี่เฉียงในชุดลำลองสีเข้มประทับนั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำท่ามกลางลมเย็นของฤดูวสันต์ เบื้องหน้าของเขาคือกระดานหมากรุกที่ทิ้งค้างไว้ ทว่าคู่สนทนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับไม่ได้สนใจหมากในมือเลยแม้แต่น้อย เว่ยกัวเฉิน แม่ทัพพิทักษ์อุดรผู้เกรียงไกร บัดนี้กลับนั่งขยี้จมูกตัวเองจนแดงเถือก ใบหน้าคมเข้มที่เคยกรำศึกมาอย่างโชกโชนดูหมองลงด้วยความวิตกกังวล เขาถอนหายใจทิ้งทวนครั้งที่สิบจนตะเกียงวูบไหวพ่นควันจาง ๆ ออกมา “เจ้ามีเรื่องอันใดก็พูดมาเถิดกัวเฉิน ถอนหายใจทิ้งขว้างเช่นนี้ ปลาในสระจะขาดใจตายเพราะขาดอากาศเสียก่อน” หลี่เฉียงเอ่ยเสียงเรียบพลางวางหมากสีดำลงบนกระดานด้วยท่วงท่ามั่นคง “ท่านกั๋วกง คือข้า...ข้าเครียดจนกินไม
คำสารภาพรักที่หนักแน่นราวกับคำสาบาน ทำเอาความอดกลั้นสุดท้ายของจอมทัพหนุ่มขาดผึง หลี่เฉียงประคองใบหน้าของนางไว้ด้วยสองมือ โน้มตัวลงไปประทับจุมพิตบนหน้าผากมน ไล้เรื่อยลงมาที่ปลายจมูกรั้น และครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มของนางอย่างดูดดื่ม จุมพิตในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความโหยหา ความทะนุถนอม และความปรารถนาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน มือหนาของเขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องมงกุฎหงส์และเครื่องประดับบนเรือนผมของนางออก ปล่อยให้เส้นผมสีหมึกทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลัง ก่อนจะค่อย ๆ ปลดสายคาดเอวชุดมงคลสีแดงของนางออกอย่างอ้อยอิ่ง เมื่ออาภรณ์สีชาดหลุดลุ่ย ร่างอรชรเปลือยเปล่าปรากฏสู่สายตา ทว่ามู่ตานกลับเผลอหลบสายตา สองแขนยกขึ้นโอบกอดตัวเองด้วยความประหม่าและปมลึกซึ้งในใจ ร่องรอยและตราบาปในอดีตที่นางเคยถูกบังคับขืนใจ ทั้งจากความป่าเถื่อนของเขาในวันวาน และจากความอัปยศในเงื้อมมือของอิงเฟิง ธรรมเนียมที่กรีดแทงสตรีผู้แปดเปื้อนยังคงเป็นฝันร้ายที่ซ่อนอยู่ลึ
มู่ตานวางมือเล็ก ๆ ของนางลงบนฝ่ามือของเขา ความอบอุ่นที่คุ้นเคยแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้ว หลี่เฉียงกุมมือนางไว้แน่น ประคองร่างอรชรขึ้นสู่เกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหามที่สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ขบวนมงคลสมรสเคลื่อนตัวออกจากจวนท่านหญิง มุ่งหน้าสู่จวนติ้งกั๋วกงแห่งใหม่ท่ามกลางสายลมวสันต์ที่พัดพากลีบดอกท้อให้ปลิวไสว ตลอดสองข้างทาง ราษฎรต่างโปรยกลีบดอกไม้และส่งเสียงอวยพรดังกึกก้อง เป็นภาพความยิ่งใหญ่ที่จะถูกเล่าขานไปอีกนานแสนนาน เมื่อขบวนเดินทางมาถึงจวนติ้งกั๋วกง มู่ตานถูกประคองให้ก้าวข้ามกระถางไฟมงคลเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ก่อนจะก้าวเดินเคียงข้างหลี่เฉียงเข้าสู่โถงพิธีที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างอลังการ ณ ตำแหน่งประธานในโถงพิธี ฮ่องเต้เจี้ยนเหอในชุดฉลองพระองค์สีแดงเข้มเสด็จมาเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ด้วยพระองค์เอง ใบหน้าของโอรสสวรรค์เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี เคี
ณ นครหลวงฉางอัน ศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรืองของแผ่นดินต้าถัง ยามนี้ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีเทาทะมึน บรรยากาศอึมครึมและหนักอึ้งราวกับสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของแผ่นดิน ภายในท้องพระโรงไท่เหออันกว้างใหญ่และวิจิตรตร
เส้นทางมุ่งสู่ทิศตะวันออกของแผ่นดินต้าถังเต็มไปด้วยหุบเขาและป่าสนที่ทอดยาวสลับซับซ้อนประดุจเขาวงกตที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ยามค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ สายลมหนาวกรรโชกพัดพากลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังลอยปะปนมากับเศษใบไม้แห้ง ท่ามกลางความมืดมิดที
“ฝ่าบาท โปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ราชครูเฒ่าหวังฉี ก้าวออกมาจากแถวขุนนาง ค้อมศีรษะลงด้วยท่าทีที่ดูสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยความภักดีจอมปลอม “รายงานจากชายแดนเหนือแจ้งว่าค่ายหน้าด่านถูกตีแตก ทหารล้มตายเป็นเบือจากการถูกวางยาพิษ นี่แสดงให้เห็นถึงควา
ควันไฟสีดำทะมึนที่เคยพวยพุ่งเหนือเมืองหน้าด่านต่านโจวเริ่มจางหายไปพร้อมกับแสงตะวันที่คล้อยต่ำลง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวคละคลุ้งของโลหิตและเถ้าถ่านที่ลอยอวลอยู่ในอากาศเย็นเยียบของฤดูใบไม้ผลิ ภายในค่ายพยาบาลชั่วคราวที่ถูกตั้งขึ้นกลางลานกว้างหน้าจว







