เข้าสู่ระบบหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...
แสงสีเสียงท่ามกลางคลับดังใจกลางเมืองกำลังครึกครื้นได้ที่เมื่อเวลาเริ่มเข้าช่วงดึกดื่น ร่างบางของนักศึกษาสาวปีสองร่วมกับเพื่อนสนิทสองคนเดินนวยนาดเข้ามาภายในคลับดังท่ามกลางผู้คนแน่นขนัดกำลังส่ายตัวตามเสียงเพลงดังกระหึ่ม "อาทิตย์นี้แกไม่กลับบ้านใช่ป่ะ" "ใช่ ต่อไปว่าจะกลับเดือนละครั้งพอขี้เกียจเจอหน้าพระนาย" "แกก็พูดไป ฉันว่าน้องแกก็น่ารักออก ไม่ได้ร้ายอย่างที่แกเล่ามาสักหน่อย" "พวกแกรู้จักมันน้อยไปน่ะสิ ไม่เอาแล้วไม่พูดถึงมันแล้วสั่งน้ำดีกว่า" พระพายหันหน้าออกจากเพื่อนสนิททั้งสองที่กำลังจะอวยน้องชายของเธอ ยกมือเรียกบริกรร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาด้วยรอยยิ้ม "สวัสดีครับ" "ขอCOSMOPOLITANสามค่ะ" "ได้ครับ สักครู่นะครับ" เธอยิ้มเป็นการขอบคุณก่อนจะหันกลับมายังเพื่อนสนิททั้งสองที่นั่งมองออกไปยังผู้คนด้านหน้า รั้งตัวรอเพียงไม่นานเครื่องดื่มที่สั่งไปก็ถูกนำมาเสิร์ฟด้วยบริกรคนเดิม เวลาดำเนินผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง พระพายที่เริ่มรู้สึกมึนหัวจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นจากแก้วแรกเริ่มโอนเอนตาม เธอยกมือขึ้นทุบหัวตัวเองเบาๆ แล้วสะบัดคลายความมึนเมาก่อนจะยกค็อกเทลสีสวยตรงหน้าขึ้นกระดกจนหมดแก้ว "จ๊ะจ๋า มีนา~" เสียงยานยาวเอ่ยเรียกเพื่อนสนิท ปรือเปลือกตาหนักอึ้งขึ้นมองยังสองคนที่หันกลับมาแสดงสีหน้าปกติ "เมาแล้ว?" "ยังไม่เมาแค่มึนๆ เอง" "คนเมามักจะไม่ยอมรับว่าเมาแกเคยได้ยินป่ะ" "พูดมากจริง ฉันไปห้องน้ำนะ" "ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม" จ๊ะจ๋าเสนอขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนเริ่มโอนเอน "ไม่เป็นไรใกล้แค่นี้เอง" "ระวังตัวด้วย มีอะไรโทรมา" "เคๆ" เสียงหวานตอบกลับเพื่อนสาวเดินฝ่าฝูงชนมาทางป้ายบอกทางห้องน้ำ ระหว่างทางก็ยกมือขึ้นทุบหัวเบาๆ ไปด้วย เท้าเล็กบนรองเท้าส้นสูงขนาดห้านิ้วสีดำเดินนวยนาดเข้ามายังห้องน้ำรวมพลางถอนหายใจออกเบาๆ เมื่อเห็นแถวคิวยาวที่ด้านหน้า แอลกอฮอล์ที่สะสมในร่างกายเริ่มทำให้ความขัดใจที่ไม่ได้เข้าห้องน้ำได้ทันทีดั่งใจหวังทำให้เธอเริ่มจะเกิดอารมณ์คุกรุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว ร่างบางหันหลังเดินออกจากมาด้วยความหัวเสียเล็กน้อย ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับยังโต๊ะที่มีเพื่อนนั่งรออยู่หางตาก็ดันเหลือบเห็นห้องน้ำข้างกันที่คนค่อนข้างน้อยมาก มากกว่าห้องที่เธอเพิ่งเดินออกมา แต่ที่น่าคิดคือมันเป็นห้องน้ำชายนี่สิ พระพายยืนขบเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความลังเล ส่องสายตาเข้าไปด้านในแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อสายธารของเสียในร่างกายมันเริ่มจะอั้นไว้ไม่อยู่แล้วจึงตัดสินใจเดินเข้าไปยังด้านในกวาดสายตามองรอบห้องเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ด้านนอกจึงเดินเข้าไปเต็มตัว เลือกห้องที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้ามากที่สุด เวลาจะออกไปจะได้ไม่ต้องอายมาก เธอใช้เวลาจัดการธุระเพียงไม่นานก็เป็นอันเสร็จสิ้น แต่ในระหว่างที่กำลังลุกขึ้นจากโถชักโครกเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นมาพร้อมกับบานประตูด้านนอกที่กระแทกเข้ากับผนังเสียงปึงทำให้คนมึนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ "อือ~" เสียงครางพร้อมกับเสียงบางอย่างกระแทกเข้ากับประตูห้องที่เธอกำลังอยู่ทำให้ร่างกายหยุดชะงักทันที ดวงตากลมโตเปลือกตาหนักหลุบลงมองยังช่องระบายด้านล่าง พอให้มองเห็นเท้าของคนด้านนอก กางเกงห้าส่วนโชว์ตาตุ่มกับรองเท้าหนังสีน้ำตาลแดง เสียงดูดปากเสียงดังจ๊วบจ๊าบน่าเกลียดทำคนได้ยินถึงกับสะบัดหัวกลอกตามองบน แต่ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือเธอดันดังขึ้นมาเสียก่อนทำให้ความเคลื่อนไหวด้านนอกชะงักไปเหมือนกับร่างกายเธอที่นิ่งไปเช่นกัน "โทรมาอะไรตอนนี้เนี่ยยัยมีนา" ค่อนขอดเพื่อนในใจแล้วดึงสายตาขึ้นมองยังบานประตู พอเห็นว่าเงาและเท้าตรงช่องระบายหายไปแล้วจึงกดตัดสายเพื่อนแล้วค่อยๆ ย่องเปิดประตูออกมา "ดีนะที่ไม่อยู่แล้ว ไม่งั้นละก็แกต้องชดใช้ให้ฉันยัยมีนา" . . "โทรไปทำไมไม่รับเนี่ย" "ไม่ได้ยิน" "เหรอ แล้วแกจะตัดกายได้ไง" ทำเสียงยาวไม่เชื่อกับสิ่งที่เพื่อนพูดออกมา แค่เห็นหน้าก็รู้ไปถึงตาตุ่มแล้ว "มือไปโดนมั้ง ของแกเหรอขอนะ" "เฮ้ย! ยัยพาย!" ทั้งจ๊ะจ๋าและมีนาที่เห็นเพื่อนยกแก้วเหล้าเพียวบนโต๊ะขึ้นกระดกดื่มก็ต่างร้องออกมาด้วยความตกใจ จะอะไรล่ะ ก็คุณเพื่อนเธอคออ่อนสุดแล้ว ขนาดค็อกเทลแอลกอฮอล์ต่ำสุดยังเมาได้เลย "อี๋~ ขม แสบคอ" "นั่นมันเหล้าเพียวจะไม่แสบคอ จะไม่ขมได้ไง" "ทำไมพวกแกไม่บอกฉันเนี่ย" "ทันป่ะล่ะ" พระพายปั้นหน้าบึ้งยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มตามหลังแอลกอฮอล์หนักที่หมดไปค่อนครึ่งแก้ว หันมองตรงไปด้านหน้าแล้วโยกตัวตามเสียงเพลงกระหึ่มที่มีนักร้องกำลังขับอยู่บนเวที เวลาผ่านไปนานจากนาทีเป็นชั่วโมงและย่างเข้าสู่วันใหม่ ร่างบางที่เคยนั่งโยกตัวฟุบลงบนโต๊ะโดยมีเพื่อนทั้งสองนั่งส่ายหน้าด้วยความระอากับความคออ่อนแต่ก็อยากจะมานั่งดื่มด้วยของเพื่อน "กลับกันยัยพายคงไม่ไหวแล้ว" "เออๆ ก็ว่าล่ะ ดีนะที่มารถคันเดียวกันไม่งั้นละก็วุ่นวายอีก" "เออดิ ฉันจะไปห้องน้ำก่อนแกไปป่ะ" "ไปๆ อั้นมานานแล้วเนี่ย" "แล้วยัยขี้เมานี่ล่ะ" "จะแบกไปเหรอ ไว้นี่แหละไปแป๊บเดียวเองรีบไปรีบกลับมา" "อ่าๆ ไป" สองสาวลุกขึ้นออกจากโต๊ะไปเข้าห้องน้ำ เหลือเพียงคนเมาที่ฟุบหน้าบนโต๊ะที่นั่งคอยคนเดียวที่เดิม เธอค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นยกมือขึ้นทุบหัวตัวเองใบหน้าบึ้งขมวดคิ้วด้วยความมึนหัว ไม่น่ากินเหล้าเพียวเลย คือความคิดในหัวส่วนลึกเสี้ยวเล็กๆ ที่ยังเหลือเพียงน้อยนิดของตัวเอง กวาดสายตามองหาเพื่อนสนิทที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วฝ่าความสลัวมองไม่ชัดกับสติเลือนราง หรี่ตาจับจ้องมองเงาร่างของใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศชวนสูดดมเข้าปอดผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวเหมือนเคยได้กลิ่นนี้มาจากที่ไหนมาก่อน "ใคร?" ร่างสูงโปร่งนั่งลงเก้าอี้ตัวใกล้กัน โดยหันหน้าเข้าหากันทำให้คนเมายิ่งพยายามเพ่งมองหน้าอีกคนมากขึ้น ก่อนจะค่อยๆ มองเห็นใบหน้าของเจ้าของชัดมากขึ้นเรื่อยๆ "เพื่อนพระนายเหรอ มาอยู่ที่นี่ได้ไง~" "ผมควรถามพี่มากกว่าว่ามาอยู่ที่นี่ได้ไง แล้วมากับใคร" "ยุ่งน่า เป็นเด็กเป็นเล็กทำไม่หลับอยู่บ้านที่แบบนี้มันไม่เหมาะกับเด็ก กลับไปนอนบ้านไป" ร่างบางล้มลงกลับบนโต๊ะฟุบหน้าตามเดิม เปลือกตาปิดสนิทปากอวบอิ่มขมุบขมิบราวกับกำลังบ่นให้กับเด็กตรงหน้า แต่สติกลับไม่รับรู้อะไรอีก ฮันเตอร์มองภาพของพี่สาวเพื่อนด้วยแววตานิ่ง ถอนหายใจแรงๆ แล้วคว้าร่างเล็กขึ้นอุ้มแนบอกพาเดินออกจากมา ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวเปิดกระดุมโชว์แผงอกกล้ามเนื้อแข็งแรงกับกางเกงห้าส่วนเดินอุ้มร่างบางของนักศึกษาสาวออกจากคลับหรู เป็นที่สนใจของผู้คนที่พบเห็น โดยเฉพาะเหล่านักท่องราตรีสาวที่รู้สึกอิจฉาผู้หญิงผู้โชคดีคนนั้นเป็นอย่างมาก หลายต่อหลายคนพยายามเข้าหาใช้มารยาที่มีทั้งหมดหลอกล่อหนุ่มน้อยหน้าตาดีแบบต่อแถวเรียงคิวกันแต่ก็ไม่เคยมีใครได้เดินออกจากที่นี่ไปพร้อมกับหนุ่มน้อยเลยสักคน แต่คนเมาคนหนึ่งกลับได้รับสิทธิ์นั้นอย่างที่ไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำและแล้วทริปทะเลก็มาถึงจนได้ สถานที่พักผ่อนสามวันสองคืนที่ถูกเลือกโดยมีความเห็นตรงกันสองคะแนนต่อหนึ่งคะแนนคือหาดหัวหิน และตอนนี้ทุกคนก็เดินทางมาถึงแล้ว"ทะเล ทะเล ทะเล ทะเล!""โอ๊ย! ยัยพายทำตื่นเต้นไปได้ เหมือนไม่เคยมาทะเลงั้นแหละ""ก็นานๆ ทีได้มาก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาป่ะ แกนั่นแหละจะบ่นมันทำไม" มีนาออกโรงแทนเพื่อนโดยที่พระพายนั้นไม่ได้สนใจใครวิ่งเข้าไปหาน้ำทะเลก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้แฟนหนุ่มจำต้องเดินไปตามหลังจากเก็บข้าวของสัมภาระขึ้นไปไว้ยังห้องพักที่จองกันเรียบร้อยแล้วทุกคนก็ลงมาหาอาหารทานกันก่อนเป็นอันดับแรก เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงก็เกือบจะบ่ายสองโมงแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของวันเกิดจะตื่นเต้นกับน้ำทะเลมากกว่าความหิวที่แทบจะพันไส้เธอกินแทนได้แล้วนะ ดูสิตื่นเต้นวิ่งดุ๊กดิ๊กเป็นลูกหมาเลยพระนายที่เห็นอาการพี่สาวแล้วได้แต่ส่ายหัวแล้วยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปยังร้านอาหารริมหาดราวกับกลัวว่าหากคนอื่นเห็นอาการพี่สาวเขาแล้วจะพาลคิดว่าพวกที่มาด้วยกันจะมีอาการเดียวกัน แล้วปล่อยให้เพื่อนเขาจัดการเธอไปคนเดียวก็พอ"ฮันเตอร์ดูนี่สิน้ำใสมากเห็นปลาด้วย""...." ดวงตาคมเรียวหลุบลงมองยังส
หลังจากรุ่นพี่หนุ่มกลับไปแล้วพระพายก็เดินกลับเข้ามาขนของสำรับอาหารต่างๆ ไปขึ้นรถเพื่อจะได้ไปทำบุญที่วัด โดยมีน้องชายและคนเป็นแม่ช่วยด้วย ส่วนพ่อเธอกำลังรดน้ำดอกกุหลาบของแม่เธอที่ท่านปลูกไว้หน้าบ้าน เหมือนท่านจะเป็นคนอบอุ่นคอยทำโน่นทำนี่ให้ภรรยานะแต่จริงๆ แล้วท่านโดนบังคับต่างหาก ปากขมุบขมิบตลอดเวลาเลย แต่ก็ดูน่ารักดีเห็นแล้วนึกย้อนไปถึงวัยเด็กที่ยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ อยู่เลย"หลบครับ ยืนยิ้มอยู่ได้หลอนเหรอ"บรรยากาศดีๆ ทำไมต้องมีมารพจญอย่างน้องชายเธอมาทำลายตลอดเลยนะ จากที่ยืนอารมณ์ดีอยู่อยากกระโดดขี่คอแล้วเอารองเท้ายัดปากมันให้ตายไปเลย! ฟูว์... ไม่ได้ๆ พระพายวันนี้เป็นวันดี ต้องคิดแต่เรื่องดีๆ อย่าโมโห อย่าโกรธ อย่าหงุดหงิด อย่าอารมณ์เสีย"กว่าจะเสด็จนะครับต้องให้อัญเชิญด้วยหรือเปล่า หรือต้องจุดธูปเรียกถึงจะมาได้"หึ! ไม่ยงไม่เย็นมันแล้ว เด็กนี่ทำไมมันปากเสียได้ขนาดนี้เนี่ย! พระพายที่กำลังหลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วท่องพุท ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ แล้วท่องโธ จำต้องข่มความใจเย็นแล้วลืมตาพรวดพราดขึ้นมา สองเท้าเดินเร็วเข้าไปหาน้องชายปากเสียของเธอที่กำลังยืนเท้าเอวอยู่ข้างรถอยู่แต่...
"เฮ้อ..." "หึหึ ขนาดนั้นเลยเหรอ""นายไม่ใช่ฉันนายไม่เข้าใจหรอก คอยดูนะฉันจะเอาคืนนายเอาให้หัวเราะไม่ออกเลยคอยดู" เสียงคาดโทษพร้อมกับนิ้วเรียวเล็กใบหน้าจริงจังริมปากอวบอิ่มยื่นออกมาเล็กน้อยทำให้ฮันเตอร์อดที่จะโน้มลงมาจูบยังปากเล็กหนักๆ ไม่ได้มือหนายกขึ้นมาลูบเช็ดน้ำลายใสออกจากริมฝีปากอิ่มหลังจากถอนจูบออก ยกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูกับความคาดโทษของเธอ "เด็กบ้าไม่รู้จักอายคนอื่นบ้างหรือไง""จะให้ผมพูดจริงเหรอครับเบบี๋ วีรกรรมคุณก็ใช่จะน้อยหน้าผมเลยนะครับ""....""ให้ผมสาธยายให้ฟังให้ละเอียดเลยไหมว่าเมื่อคืนคุณทำอะไรไว้บ้าง" โน้มตัวเข้าหาขบกัดติ่งหูเล็กหยอกเย้าเบาๆ เห็นพวงแก้มแดงๆ นั่นแล้วหมั่นเขี้ยวอยากจับมาฟัดให้หนำใจเลยจริงๆ"นะ... นายออกรถสักทีสิคุณแม่คงจะสงสัยแล้วว่าเป็นอะไรทำไมไม่ออกรถสักที เห็นไหมท่านมองใหญ่แล้ว""หึ เข้าใจหาข้ออ้างนะ""พูดมากออกรถสักที""ครับเบบี๋ของผม"พระพายฉีกยิ้มกว้างกับสรรพนามที่แฟนหนุ่มใช้เรียกตัวเอง เธอจำได้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นคนบอกให้เขาเรียกแบบนี้ ฟังแล้วมันรู้สึกจั๊กจี้หัวใจทุกครั้งเลยร่างบางเอนตัวนอนแล้วหันหน้าออกไปมองด้านนอกกระจกรถขบเม้มริมฝีปากกัด
"แฮ่ม! แหนะหนูเห็นนะคะว่าทำอะไรกัน""ฮันนี่ ฮันลูก..."เสียงกระแอมไอไม่เบาเลยสักนิดดึงความสนใจของคนที่กำลังทำอาหารให้หันกลับมาให้ความสนใจกับคนด้านหลัง รสสุคนธ์เอ่ยเรียกลูกชายคนเดียวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะเลื่อนสายตามองยังคนตัวเล็กข้างลูกชายที่ระบายยิ้มแหย ยกมือขึ้นพนมไหว้เธอด้วยความนอบน้อม"สวัสดีค่ะคุณอา หนูพระพายค่ะ""...."เงียบ~ เงียบแบบนี้หมายความว่าไง หรือท่านจะไม่ชอบเธอกันนะ เจ้าของบ้านเดินเข้ามาหาช้าๆ ใบหน้ายังคงค้างไว้ในสีหน้าเดิมทำให้พระพายต้องกลืนน้ำลายลงคอรู้สึกประหม่ากังวลขึ้นมาอีกครั้ง ท่านไม่รับไหว้เธอแถมยัง... เงียบอีกด้วย ฮื้อ... ท่านคงไม่ได้รังเกียจเธอหรอกใช่ไหม "พระพายเหรอ""คะ.. ค่ะ หนูชื่อพระพายค่ะเป็น... แฟนฮันเตอร์ค่ะ" ยะ... หยุดเดินสักทีเกร็งไปหมดแล้ว หันส่งสายตาขอความช่วยเหลือกับคนตัวสูงข้างๆ เจ้าตัวก็ทำเมินหันไปกระซิบกระซาบกับน้องสาวโน่น นี่เขาจะปล่อยเธอลอยคอกลางทะเลเองเหรอเนี่ย ไอ้เด็กใจร้าย!"นะ.. หนู...""สวยกว่าในรูปที่น้องฮันนี่ส่งมาให้ดูอีกนะ ตอนนั้นอาเอ้ย! ไม่สิต้องเรียกแม่ ตอนนั้นแม่เห็นแค่ข้างๆ ไม่ได้ชัดแบบนี้ยังคิดเลยว่าหนูพระพายต้องสวยมาก
"อือ~" เสียงแหบครางในลำคอเบาๆ ดังมาจากคนบนเตียงที่ยังคงนอนคุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา พระพายยกมือขึ้นบิดขี้เกียจพลางเบ้หน้าด้วยความปวดหัวตุบๆ ไปด้วยความทรงจำแรกเริ่มของเช้าวันใหม่ช่างเป็นความทรงจำที่แสนจะเร่าร้อนเหลือเกิน เมื่อภาพของเธอกับแฟนหนุ่มในรถเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ความรู้สึก การกระทำและทุกอย่างยังคงอยู่ในหัวจนใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวด้วยความอายเมื่อสติกลับคืนครบถ้วน"ตื่นแล้วเหรอครับ ผมกำลังจะมาปลุกพอดีเลย"ตายแล้วๆ พระพายเขาจะแซวเธอไหมเนี่ยที่ทำแบบนั้นลงไป นึกถึงการกระทำทำตัวเองแล้วอยากจะมุดดินหนีจริงๆ เลย เพราะยัยมีนาคนเดียวเลยมาเล่าฉากนางเอกในนิยายมันออนท็อปให้พระเอกแถมยังเล่าละเอียดซะด้วยทำเอาเธอนึกภาพตามจนจำติดหัวเลย น่าอายชะมัด!"พาย พายครับ""อื้อ~" "เป็นอะไรเจ็บตรงไหนหรือเปล่า หรือปวดหัวแฮงค์เหล้าใช่ไหม""มะ.. ไม่เป็นไร"ฮันเตอร์เดินมาทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างแล้วคว้าร่างเล็กของแฟนสาวมากอดไว้พร้อมกับเอียงคอมองใบหน้าสวยแดงก่ำไปด้วย มือหนาปาดผมยาวตกลงปรกหน้าไปทัดหูเล็กแล้วเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นก่อนจะจุ๊บกลีบปากอวบอิ่มเบาๆ หนึ่งที"ไปอาบน้ำไหมครับเดี๋ยวผมอุ้มไป""นายอย
"อือ~""นอนดีๆ พาย"ฮันเตอร์ปรายตาลงมองยังช่วงเรียวขาสวยที่โผล่พ้นชายกระโปรงตัวสั้นแล้วถอนหายใจเอ่ยเสียงห้ามปรามแฟนสาวที่อยู่ในอาการเมามายแต่ยังไม่วายชอบยั่วอารมณ์เขาอีก ลิ้นสากตวัดปาดเลียริมฝีปากบางเบาๆ แล้วหันกลับมามองยังถนนเบื้องหน้าซึ่งอีกไม่กี่เมตรข้างหน้าไฟจราจรกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีแดงทำให้เขาต้องชะลอความเร็วลงมือหนายื่นลงไปดึงชายเสื้อสูทของพี่ชายขึ้นมาคลุมช่วงเรียวขาสวยระหว่างนั้นก็ปรายตาขึ้นมองยังใบหน้าของเจ้าของไปด้วย ริมฝีปากสีแดงๆ เผยอออกเล็กน้อยอย่างยั่วยวนเปลือกตาบางปรือขึ้นช้าๆ "จะไปไหน~""กลับบ้าน""กลับบ้านแล้วทำอะไรต่อ""พี่อยากทำอะไรล่ะครับ""อื้อ~ ไม่เอาไม่เรียกพี่สิ เป็นแฟนแล้วก็ต้องเรียกที่รักเรียกคำพูดที่มันหวานห้ามเรียกพี่""งั้น... อยากให้ผมเรียกว่าอะไรครับ" ปลดเข็มขัดโน้มใบหน้าเข้ามาหาแล้วกระซิบเสียงกระเส่าข้างหูเล็ก ก่อนจะดึงสายตาไล่มองตามพวงแก้มเนียนแดงเรื่อมายังกลีบปากอวบอิ่ม"เรียกเบบี๋สิ เค้าชอบ""แต่พี่ไม่ชอบให้เรียกแบบนั้นไม่ใช่เหรอ""ใครบอกอย่ามาโมเมเองเค้าชอบให้เรียกแบบนี้""หึ โอเคครับเบบี๋" "น่ารัก~" คนเมาฉีกยิ้มกว้างจนตาหยียกมือขึ้นมาหยิกแก้มสองข







